- หน้าแรก
- โจโจ้ : มหาวิปโยคแห่งพหุจักรวาล
- บทที่ 24 : เหตุผลของความกล้าหาญ
บทที่ 24 : เหตุผลของความกล้าหาญ
บทที่ 24 : เหตุผลของความกล้าหาญ
บทที่ 24 : เหตุผลของความกล้าหาญ
ส่วนที่เชื่อมระหว่างใบขวานกับด้ามขวานนั้นเป็นโครงสร้างแบบลิ่ม ซึ่งอาศัยแรงเสียดทานและแรงตึงดึงให้ใบขวานยึดติดกับด้ามอย่างมั่นคง
สำหรับคนอย่างทันจิโร่ แค่แรงของเขาเพียงอย่างเดียว ไม่มีทางแยกใบขวานออกจากด้ามได้กลางอากาศ
โทมิโอกะ กิยู ยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับตกอยู่ในภวังค์ แล้วในจังหวะหนึ่ง เขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้
ร่างทั้งร่างถึงกับสะท้าน
‘ตอนนั้นเอง…’ ตอนที่ทันจิโร่ยกขวานขึ้นโจมตีเขาเป็นครั้งแรก เด็กหนุ่มใช้แรงเหวี่ยงจากท่าฟัน เพื่อคลายการเชื่อมระหว่างใบขวานกับด้ามออก
‘แบบนี้นี่เอง…’
ไม่แปลกใจเลย ที่อีกฝ่ายตั้งท่าประหลาดคล้ายจะถูใบขวานกับดาบของเขา คนที่คลายใบขวานออกจากด้าม ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นทันจิโร่เอง
กิยูถอนหายใจ
“…ฉันแพ้แล้ว”
คนแข็งแกร่งหลายคน บางครั้งไม่ได้พ่ายแพ้ให้ใครอื่น แต่กลับแพ้ให้กับตัวเองแม้แต่คนที่เคยไร้เทียมทาน…ก็ยังไม่อาจหลีกพ้น
การแสดงออกของทันจิโร่ในวันนี้ เกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มาก
ในดวงตาที่เคยสงบนิ่งของกิยู บัดนี้ปะปนด้วยอารมณ์มากมายเกินบรรยาย ถ้าหากในวัยเดียวกัน เขาเคยมีพลังแบบนี้…มีจิตใจเข้มแข็งขนาดนี้…บางที เรื่องราวในอดีตคงไม่ลงเอยเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
สภาพจิตใจของทันจิโร่เติบโตเกินวัยอย่างน่าทึ่ง สิ่งนั้นทำให้กิยูรู้สึกทั้งตกใจและอยากรู้
แน่นอน…เด็กคนนี้ต้องเคยพบเจอสิ่งสำคัญบางอย่าง และต้องมี “ใครบางคน” ที่ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาได้แบบนี้แน่
“ตอนแรก นายไม่มีความกล้าแบบนี้เลย แต่ทันใดนั้น…แววตาของนายกลับเฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด”
กิยูเหลือบมองทันจิโร่ ก่อนจะถามเสียงเรียบไร้อารมณ์
“ทำไม?”
ทันจิโร่พองแก้มเล็กน้อย ราวกับไม่เข้าใจคำถาม
‘ทำไมเหรอ?’
โทมิโอกะ กิยู เคยจะฆ่าเนซึโกะจริง และเขาเองก็กลัว…เขารู้ดีว่าตัวเองอ่อนแอกว่าฝ่ายตรงข้ามแค่ไหน
เมื่อเผชิญหน้ากับคนแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ สิ่งที่คนธรรมดาจะทำได้ก็มีแค่หมอบกราบ ขอร้องให้ฝ่ายนั้นไว้ชีวิตและใช่ตอนนั้น ความคิดแบบนั้นก็ผุดขึ้นในหัวเขาจริง ๆ
แต่ในวินาทีนั้นเอง ภาพใบหน้าของโจทาโร่ในยามโกรธก็แล่นวาบเข้ามาในหัว หากเขาคุกเข่าร้องขอความเมตตาแบบนั้น…โจทาโร่ต้องโกรธมากแน่
‘ถ้าเป็นโจทาโร่ซังล่ะก็…เขาจะทำยังไงในสถานการณ์แบบนี้?’
“ต่อยมัน! ต่อยมัน! ต่อยให้หน้าหงายไปเลย!!!”
เสียงสอนอันหนักแน่นของโจทาโร่ดังก้องในหัว ขาของเขาจึงขยับไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัว
“เพราะว่า โจ”
“เฮ้…เรื่องน่าเบื่อพวกนั้นไว้ค่อยเล่าทีหลังก็ได้” เสียงของโจทาโร่ขัดขึ้นมา
เขายืนอยู่ข้าง ๆ มือทั้งสองซุกในกระเป๋า สายตาก้มมองกิยูจากมุมสูง
“ตอนนี้ฉันมีคำถามอยากถามนาย”
“ยาเระ ยาเระ…”
โจทาโร่ก้มศีรษะลง พร้อมกับถอนหายใจยาว เขาสาบานกับตัวเองในใจว่าจะไม่มีวันพูดคุยกับหมอนี่อีก
คนบ้าอะไร…ไม่ว่าจะเพราะพูดช้าหรือคิดช้า ถึงกับไม่เข้าใจแม้แต่ “คำถามหลัก” ที่ชัดขนาดนั้น
แต่ยังดี…อย่างน้อยเขาก็ได้คำตอบที่ต้องการในท้ายที่สุด
บนโลกใบนี้นอกจากอสูรจะมีอยู่จริงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นมาเพื่อต่อกรกับมัน นั่นคือ “หน่วยพิฆาตอสูร”
หน่วยพิฆาตอสูร…องค์กรเงาที่ไม่เป็นทางการนี้มีอายุยาวนานกว่าพันปี ตลอดพันปีที่ผ่านมา พวกเขาทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อสังหารอสูรมันฟังดูเป็นอุดมการณ์อันสูงส่ง
แต่สำหรับโจทาโร่แล้ว เขาไม่ได้รู้สึกดีกับองค์กรประเภทนี้เลยแม้แต่น้อย
พันปีผ่านไปปัญหาอสูรยังคงอยู่ยังคงคร่าชีวิตมนุษย์มากมาย สำหรับเขา…นั่นไม่ใช่สัญลักษณ์ของความกล้าหาญ แต่มันคือเครื่องหมายของ “ความไร้ประสิทธิภาพ”
ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาแทบไม่มีข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับอสูรเลย แค่เพียงส่งนักล่าออกไปเมื่อมีข่าวว่าอสูรปรากฏตัว…แค่นั้น
ความยุติธรรมอาจมาอย่างล่าช้า แต่มันจะไม่หายไป แต่ความยุติธรรมที่มาช้า…ยังนับเป็นความยุติธรรมอยู่หรือ?
ด้วยรูปแบบการทำงานแบบนี้ โศกนาฏกรรมจะยังคงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าครอบครัวแล้วครอบครัวเล่าต้องกลายเป็นเหยื่อโดยไร้หนทางป้องกัน
ตลอดเวลานับพันปี หัวหน้าหน่วยพิฆาตอสูรไม่เคยตั้งคำถามกับระบบที่เป็นอยู่ ไม่เคยพยายามหาทางแก้ปัญหาจากราก และนั่น…คือสิ่งที่ทำให้โจทาโร่รู้สึกไม่พอใจอย่างรุนแรง
หากเขาไม่ได้ข้ามมาที่นี่โดยบังเอิญ ครอบครัวคามาโดะ…ก็คงกลายเป็นหนึ่งในเหยื่อของ “ระบบล้มเหลว” นี้ไปแล้ว แค่ดูจากการมาถึงของโทมิโอกะ กิยู ที่สายเกินการณ์ก็เห็นได้ชัดเจน
แต่กระนั้น ความไม่พอใจของโจทาโร่…ก็เป็นเพียงแค่ความไม่พอใจ เขาไม่ได้หมายจะตำหนิหรือประณามใคร เพราะเขารู้ดีรากเหง้าของความเลวร้ายทั้งหมด…ก็คือพวกอสูร
หน่วยพิฆาตอสูรเองก็เป็น “เหยื่อ” เหมือนกัน และเหยื่อ…ก็ไม่มีความผิด
บางครั้ง…เราจะรู้สึกหงุดหงิดกับพฤติกรรมบางอย่างของเหยื่อ แต่ไม่ว่าอย่างไร เราไม่มีสิทธิ์โยนความผิดของโศกนาฏกรรม…ให้กับพวกเขา