เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 : เนซึโกะยังไม่ตาย

บทที่ 21 : เนซึโกะยังไม่ตาย

บทที่ 21 : เนซึโกะยังไม่ตาย


บทที่ 21 : เนซึโกะยังไม่ตาย

จากอาการบาดเจ็บที่เลวร้ายลงและเส้นเลือดที่บิดเบี้ยวผิดรูป โจทาโร่จึงสรุปได้ว่าร่างของเนซึโกะถูกฉีดเลือดอสูรเข้าไป

และก็เป็นจริงเช่นนั้น เลือดของมุซันเปรียบเสมือนพิษร้ายสำหรับมนุษย์ เพียงแค่ถูกฉีดเข้าไปในร่าง มันก็สามารถเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมอง ร่างกาย และทุกระบบภายในทันที

แน่นอน มุซันไม่คิดจะเปลี่ยนโจทาโร่ให้กลายเป็นอสูรเหมือนตน แต่การฉีดเลือดเข้าไปเพียงเล็กน้อยสามารถรบกวนการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย และเพิ่มโอกาสในการสังหารเขาได้

ดังนั้นทันทีที่แส้เลือดพุ่งเข้าปะทะร่างกาย เลือดของมุซันก็ไหลพุ่งออกมาจากปลายแส้อย่างแม่นยำ

ทว่า…สิ่งที่มุซันไม่เคยคาดคิดมาก่อน คือจังหวะที่เนซึโกะก้าวออกมาขวางหน้าของโจทาโร่ หากตอนนั้นคนที่รับแส้เลือดเป็นโจทาโร่ บาดแผลที่เปื้อนเลือดอสูรอาจเปลี่ยนชะตาการต่อสู้ให้เป็นอีกแบบโดยสิ้นเชิง

“เนซึโกะโดนฆ่าไปแล้ว ยังจะต้องมาโดนเลือดสกปรกนั่นของมันอีกเหรอ!”

ทันจิโร่คำรามต่ำ ความเกลียดชัง ความเศร้า และความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวพายุอารมณ์

“ใจเย็นก่อน!”

โจทาโร่ตะโกนเสียงดัง เขาไม่อาจปล่อยให้หัวหน้าครอบครัวคนใหม่อย่างทันจิโร่ล้มลงได้ในยามนี้

แม้ท่าทางของเขาจะดูดุดัน เสียงเข้มและดูห้วน ทันจิโร่กลับรู้ดีว่า โจทาโร่ซังไม่ได้พูดจากร้าวใจ แต่ต้องการให้เขาตั้งสติ

ทันจิโร่เช็ดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แม้ใบหน้าจะยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ทว่าในใจก็เริ่มสงบนิ่งลงได้บ้าง

โจทาโร่ปรายตามอง ก่อนพูดด้วยเสียงนิ่งหนัก

“เนซึโกะอาการแย่มาก แต่ยังไม่ตาย ร่างกายเธอยังมีสัญญาณของชีวิตอยู่”

สิ้นคำ ทันจิโร่ถึงกับเบิกตากว้าง

“โจทาโร่ซัง…พูดจริงเหรอ!? เนซึโกะยังมีชีวิตอยู่!?”

โจทาโร่พยักหน้าเล็กน้อยโดยไม่กล่าวอะไรเพิ่มเติม ทุกคนในครอบครัวคามาโดะมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น ดวงตาส่องประกายแห่งความหวัง

“ยอดเลย! พี่เนซึโกะยังไม่ตาย!”

เด็กเล็กหลายคนถึงกับกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเมื่อได้ยินข่าวนั้น

“ทาเคโอะ! เงียบหน่อย!”

เสียงของโจทาโร่ดังขึ้นทันควัน เขาไม่ชอบเสียงจอแจอยู่แล้ว และยิ่งเหน็ดเหนื่อยมาทั้งคืน เสียงโวยวายก็ยิ่งรบกวนเขามากเป็นพิเศษ คิ้วของเขาขมวดแน่น ข่มอารมณ์ไม่ไว้จนต้องตะโกนใส่

พลังในน้ำเสียงของเขาทำให้เด็ก ๆ ชะงักทันที พวกทาเคโอะที่เคยหัวเราะดีใจพากันยืนตัวแข็งอยู่ข้าง ๆ ตัวสั่นไม่กล้าขยับ

‘โจทาโร่ซังน่ากลัวจัง…’

แต่คามาโดะ ฮานาโกะกลับยกมือทาบอก ใบหน้าแดงระเรื่อ ดวงตาสีชมพูที่เหมือนกับพี่สาวจ้องมองใบหน้าเคร่งเครียดของโจทาโร่อย่างหลงใหล

‘ถึงจะโกรธ…แต่ก็ยังเท่เหมือนเดิมเลย’

ทุกคนรู้ดีว่าโจทาโร่ไม่ใช่คนธรรมดา แค่เขาสามารถยืนหยัดต่อสู้อสูรร้าย และปกป้องทั้งครอบครัวไว้ได้เพียงลำพัง ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่เกินมนุษย์ไปแล้ว

คิเอะที่ใจเริ่มกลับมามีความหวังเอ่ยถามชายร่างสูงตรงหน้า

“โจทาโร่ซัง…ช่วยเนซึโกะได้ไหม? ด้วยพลังของคุณ…”

เธอไม่รู้จะอธิบายพลังนั้นอย่างไรดีพลังลึกลับที่เสกอะไรออกมาจากอากาศได้ราวกับภูตผี

“เธอหมายถึง สแตนด์ สินะ?”

โจทาโร่มองเธอก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา และฟังดูน่าผิดหวัง

“ไม่ได้”

“มะ…ไม่จริง…” คิเอะถึงกับหน้าเสีย

ในใจของเธอ…โจทาโร่ได้กลายเป็นฮีโร่ผู้ไร้เทียมทานไปแล้วโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่แค่เธอ เด็ก ๆ ทุกคนก็คิดเช่นนั้น

แต่ถึงอย่างไร…ไม่ว่าจะเป็น สแตนด์ ที่แข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่ใช่พลังที่ทำได้ทุกอย่าง แม้แต่ สตาร์ แพลตตินั่ม เอง…ก็ยังมีข้อจำกัด

โจทาโร่อธิบายเสียงเคร่ง

“เลือดของอสูรได้แทรกซึมเข้าไปในร่างของเนซึโกะเกินครึ่งแล้ว…ในสภาพแบบนี้ แม้แต่ สตาร์ แพลตตินั่ม ก็ทำอะไรไม่ได้”

เมื่อก่อนหน้า สตาร์ แพลตตินั่ม สัมผัสเข้ากับเส้นเลือดของเนซึโกะ เลือดของเธอไหลเร็วขึ้น ไม่ใช่ช้าลง ซึ่งหมายความว่าตอนถูกอสูรโจมตี เธอเคยตายไปแล้ว

แต่เลือดอสูรกลับหลอมรวมเข้ากับร่างของเธออย่างลึกลับ จนสามารถกระตุ้นให้หัวใจและอวัยวะกลับมาทำงานได้อีกครั้ง

โจทาโร่ไม่แน่ใจว่านี่คือเรื่องดีหรือร้าย แต่สิ่งที่แน่นอนคือ…ชีวิตของเด็กสาวยังไม่ดับสูญ

ต่อให้เหลือเพียงความหวังริบหรี่เขาก็จะไม่มีวันยอมแพ้ในการช่วยเธอให้รอด

ทว่า…เขาเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อดีจริง ๆ

เขาเคยคิดจะใช้พลัง ริปเปิลพลังงานที่เปรียบได้กับแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถกำจัดเซลล์อสูรได้

แต่ตอนนี้ เลือดของอสูรได้แทรกซึมไปทั่วร่างของเนซึโกะแล้ว ถ้าใช้พลัง ริปเปิล อย่างไม่ระวัง…มันอาจทำลายเนื้อเยื่อภายในร่างเธอ หรือแย่ที่สุดร่างของเนซึโกะอาจสลายกลายเป็นเถ้าถ่านพร้อมกับเลือดอสูรไปเลยก็ได้

ที่สำคัญ เขาเองก็เพิ่งได้รับเทคนิคฝึกฝน ริปเปิล มาเท่านั้น ยังไม่ได้เชี่ยวชาญจนใช้มันเป็นศิลปะสังหารอสูรได้จริง

ด้วยเหตุผลหลายประการ เขาจึงไม่อาจเสี่ยงได้ แต่จะนิ่งเฉยอยู่ก็ไม่ได้เหมือนกัน

ในความคิดของโจทาโร่ ทางเลือกแรกที่เขานึกถึงคือ…โรงพยาบาล

เนซึโกะต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียดจากแพทย์ที่มีความชำนาญ ไม่เพียงแต่เพื่อตรวจเลือด แต่เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บที่อวัยวะภายในด้วยเครื่องมือแพทย์ขั้นสูง

แน่นอน ตัวเขาเองก็ต้องได้รับการรักษาเช่นกัน ต่อให้ร่างกายจะแข็งแรงเพียงใด การติดเชื้อก็เป็นสิ่งที่ต้องระวัง ไหมเย็บแผลที่เขาใช้ก็เป็นแค่การประคองเฉพาะหน้า ไม่สามารถค้างอยู่ในร่างกายได้นาน

เขาไม่ลังเลอีกต่อไป

“ยังไงก่อนอื่น พาเนซึโกะไปโรงพยาบาลก่อน”

“ทันจิโร่ ไปเข็นรถมา”

คำพูดของโจทาโร่ เปรียบเสมือนหลักยึดของครอบครัวคามาโดะในยามวิกฤต ทันทีที่เขาออกคำสั่ง ทันจิโร่ก็รีบลุกไปทำตามทันที

“แล้วพวกเธอล่ะ? ยังจะยืนเหม่อกันอยู่ทำไม รีบเก็บของที่จำเป็นซะสิ” โจทาโร่หันไปมองคิเอะกับเด็ก ๆ ที่ยังยืนนิ่ง ก่อนพูดอย่างเหนื่อยใจ

คิเอะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างลังเลแล้วถามด้วยน้ำเสียงเก้อเขิน

“แต่โจทาโร่ซัง…เราควรเก็บอะไรไปบ้างล่ะคะ? เอ่อ…คือฉันไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อนเลยจริง ๆ…”

“ชิ…”

‘คุณป้าเอ๊ย…’

หลังสามีเสียชีวิต คิเอะก็เลี้ยงลูกทั้งเจ็ดคนตามลำพัง เธอเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ แต่สุดท้าย…เธอก็เป็นเพียงแม่บ้านธรรมดาคนหนึ่ง เรื่องแบบนี้ แน่นอนว่าเธอย่อมไม่เด็ดขาดหรือรอบคอบเท่าโจทาโร่

สำหรับครอบครัวที่อยู่ห่างไกลอย่างพวกเขา เรื่องโรงพยาบาลแทบไม่อยู่ในหัวด้วยซ้ำ เวลาใครไม่สบาย ก็ใช้สมุนไพรพื้นบ้านพอประทังอาการไปตามมีตามเกิด ถ้าหนักจริง ๆ ถึงจะตามหมอจากคลินิกในเมืองขึ้นมารักษาที่บ้าน

ที่แบบนี้…ไม่มีทางเลือกอื่น

ผู้หญิงคนนี้ทำให้เขานึกถึงแม่ของตัวเอง ต่างก็เป็นประเภทที่ต้องคอยดูแลเหมือนกัน

“ยาเระ ยาเระ…”

โจทาโร่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่ไม่หยาบ

“เก็บของที่มีค่าทั้งหมดในบ้านไปซะ…พรุ่งนี้พวกเธอจะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว”

จบบทที่ บทที่ 21 : เนซึโกะยังไม่ตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว