- หน้าแรก
- โจโจ้ : มหาวิปโยคแห่งพหุจักรวาล
- บทที่ 20 : การมอบรางวัล…พลังแห่งคลื่นชีวิต! (ริปเปิล)
บทที่ 20 : การมอบรางวัล…พลังแห่งคลื่นชีวิต! (ริปเปิล)
บทที่ 20 : การมอบรางวัล…พลังแห่งคลื่นชีวิต! (ริปเปิล)
บทที่ 20 : การมอบรางวัล…พลังแห่งคลื่นชีวิต! (ริปเปิล)
ในถ้ำลับแห่งหนึ่ง เนื้อหนังที่กระจัดกระจายของมุซันค่อย ๆ รวมตัวเข้าด้วยกัน จนในที่สุดก็เกิดเป็นทารกหน้าตาน่าสะพรึง
ดวงตาเล็กดวงนั้นเปล่งประกายชั่วร้ายและแค้นเคือง ราวกับพร้อมจะกลืนกินศัตรูผู้นั้นได้ในพริบตา
“ไอ้สารเลวนั่น…โจทาโร่!”
หลังจากการต่อสู้อันยาวนาน พลังชีวิตของเขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส มุซันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะฟื้นตัวเต็มที่ แถมตอนนี้ความสามารถในการควบคุมอสูรตนอื่นก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
กำปั้นเล็ก ๆ ของทารกกระแทกพื้นอย่างแรง พื้นดินยังคงสภาพเดิม แต่แขนของเขากลับหักเป๊าะ
“เราต้องรีบรักษาตัวให้เร็วที่สุด…”
พวกอสูรชั้นต่ำเหล่านั้นแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย ต่อให้พวกมันหลุดจากการควบคุมก็ไม่เป็นไร
ต่อให้เอ่ยชื่อของเขาออกไปแล้วจะมีประโยชน์อะไร? คิดจะทำตุ๊กตากระดาษลงชื่อแล้วสาปแช่งงั้นเหรอ?
ถ้ามันใช้ได้จริง…พรุ่งนี้เขาจะทำตุ๊กตาชื่อโจทาโร่สักพันตัวแล้วจิ้มให้พรุนไปเลย
ยิ่งไปกว่านั้น หัวหน้าหน่วยพิฆาตอสูรก็รู้ชื่อเขาอยู่แล้ว มันไม่ใช่ความลับอะไรขนาดนั้น สิ่งสำคัญคือตัวอสูรระดับสูงต่างหาก พวกข้างขึ้นรู้ความลับของเขาไม่น้อยเลย
หน่วยพิฆาตอสูร? องค์กรขยะนั่นต่อให้ร่วมมือกันทั้งชีวิตยังฆ่าข้างขึ้นไม่ได้สักตนเดียวด้วยซ้ำ เขาไม่ใส่ใจพวกมันหรอก
สิ่งที่มุซันกังวลมีเพียงอย่างเดียวระหว่างที่เขาพักฟื้น หากพวกข้างขึ้นไปเจอกับโจทาโร่เข้า แล้วบังเอิญเปิดเผยความลับออกมา…
“ไม่มีทาง!” เขาปลอบใจตัวเองทันควัน
ในทะเลมนุษย์กว้างใหญ่ โอกาสที่ข้างขึ้นจะไปเจอโจทาโร่มีเท่ากับศูนย์ แถมพวกนั้นก็ภักดีต่อตนเองสูงมาก ไม่น่าจะทรยศง่าย ๆ
ที่สำคัญ…โจทาโร่ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ดังนั้นสถานการณ์เลวร้ายที่สุดคงไม่เกิดขึ้นแน่นอน
ความรู้สึกของมุซันเริ่มสงบลงเล็กน้อย
“ยังไงก็ต้องเร่งฟื้นฟูร่างกายโดยเร็ว…”
แผลทางกายนั้นรักษาได้ไม่ยาก แต่แผลในใจก็คงต้องใช้เวลา
เขาตัดสินใจแล้วว่า หลังจากฟื้นตัว จะหลบซ่อนตัวสักพัก เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับอสูรอย่างโจทาโร่อีก
มีเพียงเวลาเท่านั้น…ที่จะเยียวยาบาดแผลในจิตใจ
“พี่เนซึโกะ!!!”
ในบ้านไม้หลังเก่าของครอบครัวคามาโดะ เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของเด็ก ๆ ดังขึ้น เด็กทั้งหลายต่างโผเข้ากอดร่างของพี่สาว ดวงหน้าเปื้อนน้ำตา
อสูรจากไปแล้ว สภาพจิตใจที่ตึงเครียดสุดขีดมาตลอดทั้งคืนเพิ่งจะคลายตัว ทว่าไม่มีใครดีใจเลยที่รอดชีวิตมาได้
หัวใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความเศร้าโศก พี่สาวผู้แสนอ่อนโยน ร่าเริง และอบอุ่น บัดนี้นอนแน่นิ่งไร้ลมหายใจอยู่ตรงหน้า…ไม่มีรอยยิ้มให้พวกเขาได้เห็นอีกต่อไป
“เนซึโกะ…”
ทันจิโร่กุมศีรษะ น้ำตาไหลทั้งจากความเจ็บปวดและความรู้สึกผิด โจทาโร่มองเห็นทั้งหมด เขาพอเข้าใจดีว่าทันจิโร่รู้สึกยังไง
เขากำหมัดแน่น มือสั่นเล็กน้อยถ้าเขาเชี่ยวชาญพลังหยุดเวลาเร็วกว่านี้ล่ะก็…เด็กคนนี้คงไม่ต้องตาย เขาอยากปกป้องครอบครัวนี้ แต่สุดท้าย…เขาก็ทำไม่ได้
นี่คือภาพที่เขาไม่อยากเห็นที่สุด
‘ยาเระยาเระ…ยิ่งไม่อยากให้เกิด มันยิ่งเกิดขึ้นจนได้…’
กฎเหล็กข้อหนึ่งของโลกใบนี้ไม่มีผิด
แม้ท้องฟ้าจะเริ่มสว่าง แต่บรรยากาศรอบตัวยังคงหม่นหมอง แสงตะวันยังไม่ปรากฏ…สภาพอากาศช่างเลวร้าย ราวกับสะท้อนอารมณ์ทุกคนในยามนี้
โจทาโร่ดูเหนื่อยล้าเต็มที มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าศึกเมื่อคืนลำบากเพียงใด
พลังของอสูรเหนือความคาดหมายของเขาอย่างสิ้นเชิง หากไม่มี สแตนด์ คอยคุ้มกัน…เขาคงตายไปตั้งแต่จังหวะแรกที่ปะทะ
ดูท่าว่าการเดินทางหลังจากนี้จะยิ่งยากลำบากกว่าเดิม แต่…การต่อสู้ครั้งนี้ก็ทำให้เขาเติบโตขึ้นไม่น้อย
สตาร์ แพลตตินั่ม ถูกผลักดันจนเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งตอนนี้ เขาสามารถเข้าใจกลไกการหยุดเวลาได้แล้ว ขอแค่ฝึกอีกหน่อย…เขาก็จะหยุดเวลาได้นานขึ้น
ศึกหน้า…เขาน่าจะรับมือได้ดีขึ้นกว่านี้
ขณะที่กำลังคิดฟุ้งซ่าน เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัว เนื่องจากเขาปกป้องครอบครัวคามาโดะจากอสูรได้ ระบบจึงมอบรางวัลให้
‘ริปเปิล งั้นเหรอ?’ โจทาโร่ขมวดคิ้ว
เทคนิคนั่น…เป็นของคุณปู่ของคุณปู่เขาหรือพูดง่าย ๆ ก็คือบรรพบุรุษของเขาที่เคยใช้ในการต่อสู้กับแวมไพร์
สายตาของเขาผ่านคำว่า “ริปเปิล” ไปอย่างครุ่นคิด ก่อนจะสะดุดที่อีกบรรทัดในระบบ
‘สมาชิกทั้งเจ็ดของครอบครัวคามาโดะรอดชีวิตครบ?’
เขาได้ ริปเปิล มาเพราะทุกคนในบ้านรอด…โจทาโร่พลันหันไปหาคนที่กำลังล้อมร่างเนซึโกะอยู่
“หลีกหน่อย!”
เขาเอามือผลักคิเอะกับทันจิโร่ออก แล้วเดินตรงไปหาศพเนซึโกะ
“โจทาโร่ซัง…?”
คิเอะยังคงเช็ดน้ำตาอยู่ ทว่าเมื่อถูกผลักออกอย่างกะทันหัน เธอก็มีท่าทีงุนงง
โจทาโร่นั่งคุกเข่าลง ดวงตาจับจ้องใบหน้าของเนซึโกะ ผิวของเธอซีดเซียวไร้เลือด แววตานิ่งสงบประหนึ่งผู้ที่หลับใหล แต่ลมหายใจไม่มีเลยจึงไม่แปลกที่ทุกคนจะคิดว่าเธอตายแล้ว
โจทาโร่เอื้อมมือไปจับข้อมือเรียวบางของเนซึโกะ สตาร์ แพลตตินั่ม ปรากฏขึ้นในพริบตา…
ปลายนิ้วของเขาสัมผัสไปบนผิวหนังของเนซึโกะ รู้สึกได้ถึงเส้นเลือดใต้ผิวบางนั้น แม้กระแสเลือดจะไหลอยู่เพียงแผ่วเบา แต่เส้นเลือดยังคงบีบตัวและคลายตัวอย่างแผ่วจาง สตาร์ แพลตตินั่ม ยังสัมผัสได้ถึงการเต้นของชีวิต
สายตาของเขาค่อย ๆ เลื่อนจากข้อมือของเนซึโกะไปยังอกของเธอ บาดแผลที่เกิดจากแส้เลือดของอสูรถูกแทงทะลุจากด้านล่างขึ้นมาจนถึงหน้าอก เลือดที่ออกมากลายเป็นสีดำ ทำให้มองเห็นบาดแผลได้ยาก
โจทาโร่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขารีบฉีกชุดกิโมโนของเนซึโกะตรงช่วงอกออกทันที เผยให้เห็นผิวขาวเนียนดุจหิมะ
แต่เขาก็เบือนสายตาออก ไม่มองจุดที่ไม่จำเป็น สายตาของเขาจับจ้องไปยังบริเวณบาดแผลด้านล่างหน้าอกแทน
รอบแผลที่มุซันแทงทะลุนั้น เส้นเลือดดำปูดโปนเหมือนรากไม้สีดำสนิท ดำคล้ำราวกับมีบางสิ่งผิดปกติฝังตัวอยู่ภายใน
คิเอะ ทันจิโร่ และเด็ก ๆ ที่อยู่ข้างหลังยังคงตกใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมโจทาโร่จึงฉีกเสื้อผ้าของเนซึโกะ การกระทำเช่นนี้ต่อคนที่เสียชีวิตไปแล้ว ดูเหมือนไม่ให้เกียรติ แต่เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นรอบบาดแผล ทุกคนก็ถึงกับอ้าปากค้าง
“โจทาโร่ซัง…นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เนซึโกะเธอ…”
โจทาโร่ไม่ได้ตอบในทันที เขาดึงชายกิโมโนขึ้นมาคลุมร่างของเธอไว้ดังเดิมอย่างระมัดระวัง แล้วจึงลุกขึ้นยืน
“ไอสารเลวนั่นมัน…ฉีดเลือดของตัวเองเข้าไปในร่างของเนซึโกะ!”