- หน้าแรก
- จ่ายปุ๊บ เทพปั๊บ! กับพนักงานนับพันล้านคน!
- บทที่ 3: พอจะรู้แล้วว่าจะหาเงินยังไง
บทที่ 3: พอจะรู้แล้วว่าจะหาเงินยังไง
บทที่ 3: พอจะรู้แล้วว่าจะหาเงินยังไง
บทที่ 3: พอจะรู้แล้วว่าจะหาเงินยังไง
แปดโมงเช้า แสงอรุณยามเช้าจางหายไปจนหมดสิ้น
เสียงจักจั่นร้องระงมดังมาจากนอกหน้าต่าง ปลุกเฉินเหยียนเซินที่กำลังหลับสนิทให้ตื่นขึ้น
ห้องนอนขนาดสิบกว่าตารางเมตรอัดแน่นไปด้วยข้าวของสารพัดอย่าง มีกองหนังสือและตำราเรียนอยู่สามกองใหญ่ กองข้อสอบจำลองอีกสองกองใหญ่ ตำแหน่งริมหน้าต่างมีโต๊ะไม้มะฮอกกานีสีแดงตั้งอยู่ ซึ่งก็เต็มไปด้วยหนังสือเช่นกัน
บนผนังแปะโปสเตอร์ของสวีซงเอาไว้ แฟชั่นดูไม่เข้ากระแสหลักอย่างแรง
"ตื่นนอน หาเงิน!"
เฉินเหยียนเซินตรวจสอบระบบของเขา แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา ในที่สุดเขาก็ตัดใจได้แล้ว นี่คือปี 2010 และเขากลับไปไม่ได้อีกแล้ว
เขาสวมเสื้อยืดแขนสั้น เดินเข้าห้องน้ำ แล้วเริ่มแปรงฟันล้างหน้า
บ้านของเฉินเหยียนเซินเป็นแบบสองห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น รวมแล้วประมาณหกสิบกว่าตารางเมตร เดิมทีเป็นแฟลตของบริษัทค้าเกลือ เมื่อสิบปีก่อนตาเฒ่าเฉินใช้เงินสามหมื่นหยวนซื้อมันมา
พอถึงปี 2020 ตอนที่ถูกเวนคืนเพื่อรื้อถอน ได้ค่าชดเชยมาถึงสี่แสนแปดหมื่นหยวน
ราคาสูงขึ้นสิบหกเท่า!
"ว่างๆ ต้องบอกตาเฒ่าเฉินสักหน่อย ให้เขาไปซื้อห้องของสองบ้านชั้นบนให้หมด ยังไงซะก็เป็นธุรกิจที่กำไรเห็นๆ ไม่มีทางขาดทุน"
เฉินเหยียนเซินแปรงฟันไปพลาง คิดฟุ้งซ่านไปพลาง
อยากจะหาเงิน ก็ต้องมีเงินทุนก้อนแรกเสียก่อน!
เมื่อคืนเขาคำนวณดูแล้ว ทรัพย์สินทั้งตัวมีอยู่สามร้อยหยวนกว่าๆ แม้แต่เศษเหรียญที่ซ่อนอยู่ในถุงเท้าเหม็นๆ ก็ยังถูกเขาค้นออกมาจนหมด
ดูท่าคงต้องไป 'ยืม' จากตาเฒ่าเฉินสักหน่อย!
ยังไงซะในอนาคตถ้าตาแก่มองเท่งไป เงินพวกนี้ก็ต้องเป็นของเขาอยู่ดี เขาแค่เอามาใช้ก่อนล่วงหน้า ไม่ผิดสักนิด!
เมื่อคิดได้ดังนี้ เฉินเหยียนเซินก็เช็ดหยดน้ำบนใบหน้าให้แห้ง แล้วเดินตามความทรงจำคลำทางเข้าไปในห้องนอนใหญ่ของสหายเฉินกั๋วปิน
ตู้หัวเตียง อัลบั้มรูปเล่มที่สอง
เฉินเหยียนเซินหาบัตรธนาคารสองใบเจอได้อย่างง่ายดาย ใบหนึ่งเป็นของตาเฒ่าเฉิน อีกใบเป็นของแม่ที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
หลายปีมานี้ เฉินกั๋วปินจะฝากเงินเข้าบัตรทั้งสองใบปีละหนึ่งก้อน เพื่อเป็นค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยของเฉินเหยียนเซิน และเป็นค่าใช้จ่ายในการแต่งงานมีลูกในอนาคต
ส่วนรหัสผ่าน ตาเฒ่าเฉินก็เป็นคนบอกเขากับปาก!
ปี 2018 ตาเฒ่าเฉินป่วยหนัก ถ้าไม่ใช่เพราะเขาวิ่งเต้นหาเส้นสายและโรงพยาบาลอย่างสุดชีวิต แปดในสิบส่วนคงไม่รอด
ทันทีที่ตาเฒ่าเฉินฟื้นขึ้นมา สิ่งแรกที่ทำก็คือบอกตำแหน่งและรหัสผ่านของบัตรธนาคารทั้งสองใบให้แก่เขา
"คนอย่างตาเฒ่าเฉิน ไม่น่าเชื่อว่าจะให้กำเนิดไอ้ผู้ชายเฮงซวยอย่างเราได้"
เฉินเหยียนเซินหัวเราะเยาะตัวเอง
เขาเปิดอัลบั้มรูปไปหน้าสุดท้าย นั่นคือรูปถ่ายเก่าๆ ที่เหลืองกรอบ หากไม่ถูกเคลือบพลาสติกไว้ ป่านนี้คงผุพังไปแล้ว
ในรูป เฉินกั๋วปินสวมสูทเต็มยศ รูปร่างสูงสง่า กำลังยิ้มเหงือกบาน บนบ่ามีหญิงสาวท่าทางอ่อนหวานซบอยู่ เธอสวมชุดเดรสผ้าลินิน ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและความสุข
ในฐานะคนที่ผ่านโลกมาแล้ว เฉินเหยียนเซินเข้าใจความรู้สึกของพ่อดี
ความรักที่ค่อยๆ จางหายไป มักจะไม่ทรมานคนเรานานนัก แต่ความรักที่จบลงอย่างกะทันหันต่างหาก ที่ทำให้คนกลายเป็นบ้าได้
ภรรยาเสียชีวิตระหว่างคลอดลูก ทิ้งไว้เพียงทารกน้อยที่ร้องไห้หิวนม
ตาเฒ่าเฉินต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ กว่าจะเลี้ยงดูเฉินเหยียนเซินจนเติบใหญ่
แน่นอนว่าคนเราไม่ใช่ปราชญ์ ตอนเด็กๆ เขาทั้งดื้อทั้งซน ก่อเรื่องจนตาเฒ่าเฉินอารมณ์แตกสลาย อีกฝ่ายก็จะใช้ฝ่าเท้าใหญ่ๆ กระทืบเขาอย่างไม่ปรานี
ทั้งตีทั้งร้องไห้ทั้งด่า: "ถ้าไม่ใช่เพราะแก เมียฉันก็ไม่ตายหรอก!"
ตอนนั้นเองที่เขาถึงได้รู้ว่า สำหรับเฉินกั๋วปินแล้ว ลูกชายเป็นเพียงอุบัติเหตุ แต่ภรรยาคือรักแท้
เมื่อโดนตีบ่อยครั้งเข้า ความดื้อรั้นเหมือนลาของเฉินเหยียนเซินก็ปะทุขึ้นมา เขาเลิกเรียกพ่อ แต่เรียก 'ตาเฒ่าเฉิน ตาเฒ่าเฉิน' ทั้งวัน
หากมองในอีกแง่หนึ่ง ความมุมานะและความกล้าได้กล้าเสียตอนที่เขาเริ่มสร้างธุรกิจในภายหลัง ก็ถูกตาเฒ่าเฉินเตะออกมาทีละนิดๆ เช่นกัน
"แม่ครับ เงินที่แม่เก็บไว้ให้ลูกชายคนนี้ ผมขอนำไปใช้ก่อนนะ อนาคตจะหาลูกสะใภ้ให้แม่เยอะๆ เลย"
เฉินเหยียนเซินพูดกับรูปถ่ายพลางหัวเราะอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน
พูดจบ เขาก็เก็บบัตรธนาคารของตาเฒ่าเฉินกลับไปที่เดิม แล้วเก็บบัตรของแม่ใส่กระเป๋าตัวเอง
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาหวังจื่อหาว
"ฮ่าวจื่อ อีกสิบนาทีเจอกันที่สี่แยกถนนสือจื้อ"
เฉินเหยียนเซินพูดอย่างตรงไปตรงมา
"ไปร้านเน็ตเหรอ?"
เสียงของหวังจื่อหาวอู้อี้อยู่ในลำคอ เห็นได้ชัดว่ายังไม่ตื่นดี
"มีแต่เด็กน้อยเท่านั้นแหละที่วันๆ เอาแต่เล่นเกม พ่อจะพาแกไปหาเงิน!"
เฉินเหยียนเซินถึงกับพูดไม่ออก เขาพูดความจริงออกไป
"หา? แกหมายถึง ไปทำงานพิเศษช่วงปิดเทอม?"
หวังจื่อหาวลุกพรวดจากเตียงด้วยสีหน้าประหลาดใจ
นี่มันจะเดือนสิงหาคมอยู่แล้ว ตั้งแต่สอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จ สองคนนี้ก็สิงอยู่แต่ในร้านเน็ตกับร้านบิลเลียด อย่าว่าแต่หางานพิเศษเลย แม้แต่ใบขับขี่ก็ยังไม่ไปสอบ
"พล่ามอะไรนักหนา รีบมาเร็วเข้า"
เฉินเหยียนเซินขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับเขาจึงวางสายไปทันที
จากนั้นเขาก็ลงจากตึก ไปหาจักรยานยี่ห้อเจี๋ยเท่ออัน (Giant) ที่ทางเดิน แล้วขึ้นคร่อมปั่นออกไปช้าๆ
ปั่นไปได้ครึ่งทาง เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กินข้าวเช้า
ดังนั้นตอนที่เขาเจอหวังจื่อหาว อีกฝ่ายจึงพุ่งเข้ามาพ่นน้ำลายใส่ทันที: "ไอ้ห่าเฉินเหยียนเซิน ขอร้องล่ะ เป็นผู้เป็นคนกับเขามั่งได้ไหม! บอกว่าสิบนาที แต่แกมาสายไปครึ่งชั่วโมงเต็ม"
น้ำลายกระเด็นกระดอนไปทั่ว!
"อ่ะนี่ รู้ว่าแกยังไม่ได้กินเลยซื้อข้าวเช้ามาฝาก"
เฉินเหยียนเซินเช็ดหน้าอย่างรังเกียจ แอบถอยหลังไปหนึ่งก้าว แล้วยื่นน้ำเต้าหู้หนึ่งแก้วกับปาท่องโก๋ห่อฟองเต้าหู้แผ่นส่งไปให้
"ถือว่าแกยังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง"
หวังจื่อหาวหัวเราะแหะๆ ควับของไปแล้วเริ่มเคี้ยวและกลืนอย่างเอร็ดอร่อย
"เออใช่ ทำไมแกถึงนึกอยากไปทำงานพิเศษขึ้นมา เงินหมดเหรอ? ฉันยังมีอยู่สองร้อย แกเอาไปใช้ก่อน"
หวังจื่อหาวดูดน้ำเต้าหู้ 'จ๊วบ' แล้วล้วงเงินสองร้อยหยวนออกมาจากกระเป๋า
"ทำงานรับจ้าง? ชาตินี้ฉันไม่มีทางทำงานรับจ้างเด็ดขาด"
เฉินเหยียนเซินโบกมือ
"หรือว่าแกจะพาฉันไปขายตัว? บอกไว้ก่อนนะ ตระกูลหวังของฉันเป็นตระกูลที่ใสสะอาด เรื่องขายศักดิ์ศรีกับร่างกายเนี่ย ไม่ทำเด็ดขาด"
หวังจื่อหาวหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์ พุงที่เป็นห่วงยางของเขาสั่นกระเพื่อมไม่หยุด
"ฝันไปเถอะ ถึงแกอยากจะขาย ก็ต้องมีคนซื้อก่อนนะ"
เฉินเหยียนเซินพูดขัดอย่างไม่ปรานี
หวังจื่อหาวในวัยสิบแปดปี รูปร่างท้วมนิดๆ สูงเมตรเจ็ดสิบแปด เตี้ยกว่าเขาสี่เซ็น แถมยังไม่หล่อพอ เจ๊กระเป๋าหนักคนไหนจะไปกินธัญพืชหยาบๆ แบบนี้ลง?
"แกหมายความว่าไง?"
หวังจื่อหาวเบิกตาโต เห็นได้ชัดว่าไม่ยอมรับ
"ก็ความหมายตามตัวอักษรนั่นแหละ"
น้ำเสียงของเฉินเหยียนเซินแผ่วเบา แววตาซุกซน ใบหน้าเต็มไปด้วยแววหยอกล้อ
"ช่างเถอะ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว แกจะเลิกกับโจวเข่อหยวนจริงๆ เหรอ?"
หวังจื่อหาวเปลี่ยนเรื่องคุยทันที
"ฉันเคยคบกับเขาด้วยเหรอ? ไม่ได้เป็นแฟนกันสักหน่อย จะเรียกว่าเลิกได้ยังไง"
เฉินเหยียนเซินย้อนถามด้วยสีหน้าไม่ใส่ใจ
"นั่นก็จริง"
ถึงแม้หวังจื่อหาวจะไม่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเพื่อนสนิท แต่จากท่าทีของอีกฝ่ายก็ดูไม่ยากว่าโจวเข่อหยวนกลายเป็นอดีตไปแล้ว
"ร้านเน็ต, กระเป๋า, เครื่องเสียงดิจิทัล, ชานม, เสื้อผ้า, ซูเปอร์มาร์เก็ต, มือถือ, เครื่องสำอาง, ร้านขายของไอดอล..."
เฉินเหยียนเซินไม่ตอบคำ แต่หันไปมองร้านค้าที่เรียงรายอยู่ไม่ไกลแทน
เขากำลังพิจารณาว่าจะเริ่มจากธุรกิจอะไร สินค้าตัวไหน ถึงจะกอบโกยเงินก้อนแรกได้อย่างรวดเร็ว
แผนการต่างๆ ผุดขึ้นในหัว แต่ก็ถูกเขาปัดตกไปทีละแผน
"ยังรู้จักยุคนี้น้อยเกินไป สำรวจตลาดให้ทั่วก่อนแล้วค่อยตัดสินใจดีกว่า"
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เฉินเหยียนเซินก็ตัดบทความคิดของตัวเอง
"ฉันกินเสร็จแล้ว ตอนนี้จะไปไหน?"
หวังจื่อหาวเช็ดปากแล้วเงยหน้าถาม
"สำรวจตลาด"
เฉินเหยียนเซินขึ้นคร่อมจักรยาน ปั่นไปทางทิศใต้ พอเจอร้านที่น่าสนใจก็จะหยุดแล้วเดินเข้าไปดูสินค้า สอบถามราคา
"ตกลงแกกำลังทำอะไรอยู่?"
หวังจื่อหาวเห็นท่าทีจริงจังของเขาจึงถามด้วยความสงสัย
"พูดให้น้อย เรียนรู้ให้มาก"
เฉินเหยียนเซินไม่ได้อธิบาย แต่ตั้งใจศึกษาสินค้าในตู้โชว์ต่อไป
"Nokia 5200 ราคา 850"
"Huatian K801 ราคา 988"
"Sony Ericsson T303C ราคา 999"
"Bird V788 ราคา 1388"
"Teclast MP3 ราคา 159"
"Unisplendour MP4 ราคา 399" "..."
เฉินเหยียนเซินจดบันทึกราคาอย่างสนใจ แผนการหาเงินแผนหนึ่งค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น
ก่อนที่เครือข่าย 4G จะครอบคลุมทั้งหมด เมืองเล็กๆ ชายขอบอย่างชุนเซิน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าห้างสรรพสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ในด้านการจัดหาสินค้าและราคา ล้วนมีช่องว่างของข้อมูลอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่
ช่องว่างของข้อมูลก็คือเงินสด!
"ฮ่าวจื่อ ไปร้านเน็ตเป็นเพื่อนฉันหน่อย พอจะรู้แล้วว่าจะหาเงินยังไง"
เฉินเหยียนเซินลากหวังจื่อหาววิ่งออกไป
"แกมา 'จัด' ฉันแทนเถอะ อย่าไปหาเงินเลย ฉันจะเหนื่อยตายอยู่แล้ว"
หวังจื่อหาวเหงื่อท่วมตัว ตลอดเช้าเขาเดินตามเฉินเหยียนเซินมาสี่ถนนแล้ว น่องขาสั่นไปหมด พอถูกลากแบบนี้แทบจะคุกเข่าลงกับพื้น
"ฝันไปเถอะแก จัดน้องสาวแกยังจะดีซะกว่า"
เฉินเหยียนเซินหยุดรอเขาแล้วพูดอย่างหัวเสีย
"ไอ้สัตว์นรก! น้องสาวฉันเพิ่งจะสิบสี่เองนะ!"
หวังจื่อหาวรู้ว่าเพื่อนสนิทล้อเล่น แต่ก็ไม่วายฉวยโอกาสด่ากลับ
"เหอะๆ ปีนี้น้องแกสิบสี่ก็จริง แต่เล่ห์เหลี่ยมของนางน่ากลัวกว่าคนอายุสี่สิบเสียอีก"
เฉินเหยียนเซินแอบด่าในใจ
ชาติที่แล้ว เขาเกือบจะก้าวเข้าสู่สุสานแห่งการแต่งงาน คนที่เป็นต้นเหตุก็คือหวังจื่อเยียน น้องสาวแท้ๆ ของหวังจื่อหาวนั่นเอง
โชคยังดีที่เขารู้ตัวทัน กลับตัวกลับใจสู่ทางที่ชั่วร้าย เอ้ย กลับคืนสู่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่
ไม่ได้เดินไปบนเส้นทางที่ผิดพลาดไกลยิ่งขึ้น
"เฉินเหยียนเซินคนนี้จะยอมผูกคอตายใต้ต้นไม้ต้นเดียวได้ยังไง! ชาตินี้ ต้องอยู่ให้ห่างจากยัยนั่นไว้"