เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 48 หัวหน้าโจว เกษียณแล้ว!!

บทที่ 48 หัวหน้าโจว เกษียณแล้ว!!

บทที่ 48 หัวหน้าโจว เกษียณแล้ว!!


ผู้แปล loop

ในวันถัดมา.

"อรุณสวัสดิ์ทุกคน."

“อ่าวอรุณสวัสดิ์ซูบิน”

“นักพจญเพลิงสวัสดีตอนเช้า! ฮ่า ๆ ๆ ๆ !”

“อย่าเรียกฉันอย่างงั้นจะได้ไหม”

หลังจากการพูดคุยกันสั้น ๆ มันก็ถึงเวลาที่จะทำงาน แต่วันนี้โจวฉางจูไม่ได้มาทำงานในวันนี้ จริงๆแล้วไม่มีใครเห็นเขามาตั้งแต่บ่ายของเมื่อวานแล้ว บางทีโจวฉางจูอาจจะลาป่วยก็ได้เพราะโจวฉางชุนเองเขาเป็นโรคหลอดเลือดสมองและเขามีอาการป่วยเรื้อรังอื่น ๆอีกๆนับไม่ถ้วน และเมื่อโจวฉางจูไม่ได้มาทำงาน ทุกคนในสำนักงานเองก็ไม่ได้กระตือรือรันในทำงานเช่นกันเพราะไม่มีหัวหน้ามาคอยสังเกตการทำงานของพวกเขา เกาแพนเหว่ยกำลังดูตลาดหุ้นส่วน จ้วงจี้ก็นักอ่านเว็บบอร์ดปลาสวยงามเช่นเคยเหมือนทุกวัน ดังนั้นงานส่วนใหญ่ในสำนักงานจะตกไปเป็นหน้าที่ ต้าหลินเหม่ย, ดงซูบิน และ จ้วงจื่อเสียหมด

“ปีนี้หัวหน้าโจวเขาลาไปมากกว่าสิบวันแล้วนะเนี่ย” ต้าหลินเหม่ยเริ่มบ่นโจวฉางจูให้คนอื่นได้ยิน

ดงซูบินเมื่อได้ยินอย่างงั้นถึงกับตกตะลึง “หลายสิบวันเลยเหรอ?”

ต้าหลินเหม่ยตอบว่า:“จริงๆแล้วถ้าเทียบกับปีที่แล้วก็ถือว่าไม่มากนะตอนที่หัวหน้าโจวไม่มาทำงาน มันก็จะมีถาโถมเข้ามาหาฉันเป็นจำนวนมหาศาลโชคดีที่มีนายและจ้วงจื่อเข้ามาช่วยฉันเอาไว้ในปีนี้ ถ้าไม่งั้นฉันคงจะช๊อกตายคากองงานที่อยู่ตรงหน้านี้แล้ว” เธอหันไปมองฉางจี้และคนอื่น ๆ “พวกนั้นนะสนใจแต่เล่นอินเทอร์เน็ตจนไม่เป็นอันทำงานกันเลย!”

ดงซูบินหัวเราะขึ้นมา “ฉันคิดว่าหัวหน้าโจวคงจะกลับมาวันพรุ่งนี้แหละ ถ้าเธอมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลย”

ในช่วงอาหารกลางวันพวกเขาได้รับข่าวว่าโจวฉางจูต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเนื่องจากโรคหลอดเลือดสมองกำเริบ

หลายๆคนไม่รู้สึกแปลกใจเลย พวกเขาคุ้นเคยกับสถาณการณ์เช่นนี้มานานแล้ว

เกาแพนเหว่ยวางแผนว่าจะออกไปเยี่ยมหัวหน้าของเขา เกาแพนเหว่ยจึงถามชื่อโรงพยาบาลและหมายเลขห้องพักฟื้นที่โจวฉางจูอยู่ในตอนนี้“ฉันจะไปเยี่ยมหัวหน้โจวสักหน่อย”

“‘งั้นผมขอไปด้วยล่ะกันนะครับ” ดงซูบินไม่ต้องการที่จะตามหลังเกาแพนเหว่ยในการซื้อใจหัวหน้าของเขา แม้ว่าตอนนี้เขาจะสนิทกับโจวฉางจูมากขึ้น แต่การไปเยี่ยมเขาที่โรงพยาบาลจะทำให้โจวฉางจูประทับใจในตัวเขาเพิ่มขึ้นอีก ‘นายคงไม่คิดสินะว่าฉันจะขอไปเยี่ยมหัวหน้าที่โรงพยาบาลด้วย ฉันรู้หรอกว่านายกำลังคิดอะไรอยู่’ ดงซูบินคิดในใจก่อนที่คนอื่นๆก็อยากไปด้วยเช่นกัน

นั้นรวมถึงฉางจี้ และฉางจ้วง ด้วยที่ต้องการไปเยี่ยมหัวหน้าโจว ในท้ายที่สุดพวกเขาทั้งหมดก็ไปที่โรงพยาบาลยูยี่โดยเรียกรถแท๊กซี่มาสองคัน

ณ แผนกประสาทวิทยา

“หัวหน้าโจว หัวหน้าเป็นยังไงบ้างครับตอนนี้”

"หัวหน้ารู้สึกดีขึ้นไหมครับ?"

โจวฉางจูตอนนี้เขากำลังนอนอยู่บนเตียง หน้าตาของเขาดูโทรมมากๆหลังจากทุกคนพบเขาครั้งล่าสุดที่สำนักงานเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ โจวฉางจูดูอาการไม่ดีเลย ภรรยาของเขานั้งอยู่ข้างเตียงของเขาและจัดการกับกล่องอาหารกลางวัน เธอฝืนยิ้มขณะที่ดงซูบินและคนอื่น ๆ เข้ามาในห้องพักฟื้น เธอวางผลไม้และดอกไม้ไว้ที่หน้าต่างและปล่อยให้พวกเขานั่งๆข้างโจวฉางจูเพื่อสนทนากัน

“อ่าว ทุกคนมาเยี่ยมฉันหรอเนี่ย” โจวฉางจูถอนหายใจ "ฉันสบายดี. แต่ฉันคงยังไม่ได้กลับไปทำงานอีกสักสองสามวัน”

ฉางจ้วงเห็นอย่างงั้นเธอแสร้งทำหน้าเศร้า:“หัวหน้าโจวเราคงจะหลงทางถ้าหัวไม่อยู่ที่สำนักงาน เพราะไม่มีใครสามารถนำทางการทำงานของเราได้”

เกาแพนเหว่ยแกล้งทำเป็นคนดีขึ้นมาทันใด เขาหันไปหาภรรยาของโจวฉางจู:“คุณนายโจวถ้าคุณนายต้องการความช่วยเหลือใด ๆ บอกเราได้เลยนะ ช่วงบ่ายพวกเราว่างเพื่อช่วยคุณนายดูแลหัวหน้าโจวได้”

ภรรยาของโจวฉางจูตอบ "ขอบคุณมากเลย. แต่ฉันยังไหวอยู่”

โจวฉางจูโบกมือของเขา “ไม่จำเป็นๆต้องมานั้งเฝ้าฉันหรอก กลับไปทำงานกันได้แล้ว. มีงานมากมายรอพวกนายอยู่ที่สำนักงาน” ท่าทางของโจวฉางจูดูจริงจัง และตอนนี้เขายังมีปัญหาในการเดินเข้าห้องน้ำ ภรรยาของเขาต้องช่วยพยุงตัวเขาในการเดินอยู่ ดูเหมือนว่าคงจะอีกนานที่โจวฉางจูจะกลับไปทำงานได้ปกติ

หลังจากคุยกับโจวฉางจูมาระยะหนึ่งดงซูบินและคนอื่น ๆ ก็กำลังจะกลับไปที่สำนักงาน

แต่โจวฉางจูลังเลอยู่พักหนึ่งแล้วตะโกนออกมาว่า:“เกาแพนเหว่ย ซูบิน ฉันอยากคุยกับนายสองคนสักหน่อย”

ฉางจี้ในตอนนั้นชำเลืองมองที่ไปดงซูบินและเกาแพนเหว่ย ก่อนที่จะเดินออกไป ต้าหลินเหม่ย, ฉางจ้วง และ จ้วงจื่อ ก็เดินออกมาจากห้องพร้อมกับฉางจี้ด้วย พวกเขาทุกคนรู้ว่าเกาแพนเหว่ย และดงซูบิน ได้รับความไว้วางใจจากหัวหน้าโจวเพราะ ดงซูบิยช่วยให้โจวฉางจูจากการโดนไล่ออกเนื่องจากเขาวิ่งเข้าไปเอาเอกสารสำคัญออกมาจากกองเพลิงส่วน เกาแพนเหว่ยเป็นลูกน้องที่ความภักดีต่อโจวฉางจูมาหลายปีแล้วและเป็นมือขวาของเขา

ในห้องพักฟื้น เกาแพนเหว่ย และ ดงซูบินเริ่มมองหน้ากัน พวกเขายืนอยู่ที่นั่นเพื่อรอโจวฉางจูพูด

แต่โจวฉางจูกับเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ “นายทั้งคู่เป็นลูกน้องที่ฉันเชื่อใจมากที่สุด และในอนาคต……” เขาหยุดชั่วคราวก่อนที่จะพูดต่อ "ในอนาคต……. ก็จะมีงานที่หนักขึ้นมาก“ดงซูบิน และ เกาแพนเหว่ย สงสัยว่าโจวฉางจูนั้นกำลังพยายามพูดอะไรอยู่ โจวฉางจูโบกมือของเขา”กลับไปเถอะ. เมียของฉันจะไปส่งนายสองคนเอง”

โจวฉางจูบอกให้พวกเขากลับไป

ดงซูบินหันมาหาเธอแล้วพูดว่า:“คุณนายโจวครับไม่ต้องลำบากหรอกครับเดียวพวกเราออกไปกันเองได้”

ภรรยาของโจวฉางจู เธอดูเหมือนว่าเธอมีหลายสิ่งหลายอย่างที่อยากจะพูดกับพวกเขา แต่ในท้ายที่สุดเธอพูดเพียงว่า“ได้โปรดช่วยดูแลสำนักงานกิจการในอนาคตให้ด้วย ได้โปรดกรุณาด้วยเถอะ!!...”

เกาแพนเหว่ย ตอบทันที:“ไม่ต้องกังวลครับ เราจะทำงานของเราให้ดีที่สุด”

ดงซูบินเองในตอนนั้นเขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ดูเหมือนว่าสามีและภรรยากำลังพยายามจะบอกอะไรบางอย่างอยู่

เมื่อกลับมาที่สำนักงาน ดงซูบินเริ่มทำงานของเขาตามปกติ

เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ฉางจี้ได้รับโทรศัพท์และเริ่มทำงานอย่างจริงจัง เขาถ่ายเอกสารเองและเสนอที่จะขึ้นไปส่งเอกสารเองหลังจากนั้นไม่นานเกาแพนเหว่ยที่กลับมาจากข้างนอกก็ทำตัวเหมือนฉางจี้พวกเขาเริ่มทำงานอย่างกระตือรือร้นด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า เกาแพนเหว่ยโยนกราฟตลาดหุ้นและแผนภูมิทั้งหมดของเขาออกไป

ดงซูบินเองเขาก็เริ่มสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาถามจ้วงจื่อว่า:“เกิดอะไรขึ้น?”

จ้วงจื่อมองที่ทั้งคู่:“ฉันก็ไม่รู้ พวกเขาคงอยากขยันทำงานล่ะมั้ง”

ฉางจ้วงและพี่หยางก็สับสนเช่นกันกับเหตุการณ์นี้

ก่อนที่พวกเขาจะทำงานเสร็จ ต้าหลินเหม่ยที่พึงกลับมาจากสำนักงานการเมืองมาบอกข่าวที่น่าตกใจแก่พวกเขา “เฮ้เฮ้พวกนายทุกคนได้ยินข่าวนี้รึยัง?”

ดงซูบินจึงถามกลับไปว่า:“ข่าวอะไร?”

จ้วงจื่อเกาหัวของเขา:“เรามีงานเพิ่มหรอ?”

“ไม่ใช่อย่างงั้นสักหน่อย!” ต้าหลินเหม่ยเงยหน้าขึ้นและมองเขา “เรื่องนี้มันเกี่ยวกับหัวหน้าโจว หัวหน้าโจวจะเกษียณแล้ว เพราะอาการป่วยของเขา” คำพูดของต้าหลินเหม่ยดึงดูดความสนใจของดงซูบิน และ จ้วงจื่อเป็นอย่างมาก “ฉันได้ยินข่าวนี้จากแผนกการเมืองและพวกเขาบอกฉันว่าหัวหน้าคนต่อไปจะได้รับการคัดเลือกจากเราคนใดคนหนึ่งในสำนักงาน”

ดงซูบินตกใจมาก“นี่จริงเหรอ?”

“อ๊ะ?” ฉางจ้วงถึงกับร้องอุทานออกมาว่า:“หัวหน้าโจวยังไม่ถึงวัยที่ต้องเกษียณนิ อาการป่วยของเขาหนักขนาดนั้นเลยหรอ”

ต้าเหลินเหม่ยเริ่มเบาเสียงของเธอลง:“ฉันได้ยินสองเวอร์ชั่น หนึ่งคือหัวหน้าสำนักไม่พอใจหัวหน้าโจวเนื่องจากเขาลาป่วยบ่อยหลายวัน และข่าวลืออื่น ๆ เกี่ยวกับการเงินของหัวหน้าโจว ฉันได้ยินมาว่ามีปัญหาบางอย่างเกี่ยวกับการเงินของเขาและเขาถูก”เสนอ" ให้พ้นจากตำแหน่ง โดยสมัครใจ ถ้าใช่จริงๆหัวหน้าโจวคงจะไม่บอกเราหรอก ตอนที่อยู่โรงพยาบาล”

‘ปัญหาด้านการเงินหรอ’

‘คอรัปชั่น?’

นี่เป็นข่าวที่น่าตกใจ เมื่อพี่หยางได้ยินเรื่องนี้เขาก็หยุดไปครู่หนึ่งก่อนที่จะอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ

ซึ่งเกาแพนเหว่ยและฉางจี้ทั้งสองได้รับข่าวนี้มากก่อนแล้วจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าพวกเขาดูขยันขึ้นมาทันที

ไม่ว่าหัวหน้าโจวจะถูกบังคับให้ออกจากตำแหน่งหรือเกษียณอายุโดยสมัครใจตำแหน่งของรองหัวหน้าก็ขึ้นอยู่กับว่าคนในสำนักตอนนี้ใครจะคว้าตำแหน่งนี้ไปได้กัน

ปล. ในกลุ่มลับถึงตอนที่ 106 แล้วครับ แปลเอามัน

จบบทที่ บทที่ 48 หัวหน้าโจว เกษียณแล้ว!!

คัดลอกลิงก์แล้ว