เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 47 ฉายาใหม่นักผจญเพลิง

บทที่ 47 ฉายาใหม่นักผจญเพลิง

บทที่ 47 ฉายาใหม่นักผจญเพลิง


บทที่ 47 ฉายาใหม่นักผจญเพลิง

ผู้แปล loop

ในวันถัดมา.

วันนี้เป็นวันกล่าวสุนทรพจน์และสาบานตนของดงซูบินเพื่อพิสูจน์ความพรรคดีในการเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC)

หลังจากออกจากห้องประชุมหลี่ชิงตบไหล่ของ ดงซูบินและขอให้ดงซูบินไปหาเขาที่ห้อง “ตอนนี้ห้องเก่าของฉันมันโดยเผาไปจนหมดแล้วและนี่คือห้องใหม่ของฉันเอง หากนายมีเรื่องอะไรที่จะให้ฉันช่วยก็แวะมาห้องนี้ได้ และก็ซูบินนายไม่ต้องหักโหมมากเกินไปนะ หากนายอยากพักอีกสักสองสามวันฉันก็ไม่มีปัญหาเดียวฉันจัดการเรื่องวันลาให้ แต่ก็นะ...ตอนนี้นายดูดีขึ้นมากเลยล่ะ เมื่อเทียบกับตอนนี้นอนอยู่ที่โรงพยาบาล” ในทันใดนั้นโจวฉางจูเองก็เดินเข้ามาในห้องด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม:“อ่าวซูบิน... สวัสดีครับหัวหน้า....ตะกี้ผมได้ยินเรื่องที่คุยกันพอดี...ถ้ายังไงเดียวช่วงสองสามวันนี้ผมจะสั่งงานให้กับซูบินเบาๆ...ส่วนงานหนักเดียวให้เจ้าหน้าที่คนอื่นทำแทน”

ดงซูบินก้มตัวลงเพื่อขอบคุณหัวหน้าทั้งสองคนของเขา:“ขอบคุณครับหัวหน้า ผมจะทำให้ดีที่สุด.”

หลี่ชิงพยักหน้า "ดี. แต่อย่าหักโหมเกินล่ะ”

หลี่ชิงใช้มือตบไปบนไหล่ของดงซูบินเพื่อให้กำลังใจก่อนจะหันหน้าไปมองโจวฉางจูซึ่งตอนนี้เขาดูป่วยๆอยู่

“พี่โจว” หลี่ชิงมองดูเขา “พี่ต้องดูแลสุขภาพด้วย ดูพี่หน้าซีด ๆ ณ วันนี้”

“เฮ้อ……นี่มันเป็นปัญหาเรื้องรังรักษาไม่หายสักที่”

ดงซูบินขอตัวออกไปทำงานต่อ ก่อนที่หลี่ชิง และ โจวฉางจู นั้นจะสนทนากันต่อภายในห้องนั้น

หลังจากดงซูบินพยายามเสี่ยงชีวิตเข้าไปเอาเอกสารสำคัญจากกองเพลิงในวันนั้น ทำให้หลี่ชิงและโจวฉางจูเชื่อใจในตัวดงซูบินเพิ่มขึ้นอย่างมาก

นี่ถือเป็นสัญญาณที่ดีกับตัวของดงซูบินมากสำหรับการพิชิตเป้าหมายของเขา

ดงซูบินเดินกลับไปที่สำนักบริหารทั่วไปด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ตอนนี้ทุกคนในสำนักงานกำลังทำงานกันอยู่ ต้าหลินเหม่ย และ จ้วงจื่อ กำลังถ่ายเอกสารบางอย่างที่เครื่องถ่ายเอกสารพร้อมกับสนทนากันอยู่  ฉางจ้วง และ พี่หยางแอบอยู่เงียบๆหลังหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยฉางจ้วงกำลังอ่านนิตยสาร “ผู้หญิงถึผู้หญิง”และพี่หยางเองก็กำลังอ่านหนังสือพิมพ์เจ้าประจำของเขา ฉางจี้ก็กำลังทำอะสักอย่างที่โต๊ะทำงานของเขาและ เกาแพนเหว่ยก็กำลังเขียนรายงานด้วยมือข้างขวาส่วนมือข้างซ้ายก็กำลังดูต้นแบบการเขียนรายงานอยู่

ในตอนนั้นพี่หยางเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าดงซูบินเดินเข้ามาในห้อง เขาลดหนังสือพิมพ์ลง:“โอ้ซูบินนายกลับมาทำงานได้แล้วหรอเนี่ย”

ทุกคนเงยหน้าขึ้นมองเขา  ต้าหลินเหม่ยเธอยิ้มและโบกมือให้กับดงซูบิน “ซูบิน ยินดีด้วยนะสำหรับการเข้าร่วมพรรคของนายและที่นายออกจากโรงพยาบาลแล้ว”

"ขอบคุณนะ."

ฉางจ้วงก็พูดเสริมขึ้นมาว่าว่า:“ฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ของเรากลับมาแล้ว อาการบาดเจ็บของน้องซูบินของพี่เป็นอย่างไงบ้างจ๊ะ”

"ผมสบายดีครับ.ก็โอเคขึ้นมาบางแล้ว ขอบคุณครับพี่สาวจ้วง” ดงซูบินขยับแขนของเขาเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว

แม้ว่าเกาแพนเหว่ย จะอิจฉาดงซูบินแต่เขาก็ยังแสดงความห่วงใยให้เห็นเขาพูดกับดงซูบินว่า“ซูบินนายก็อย่าให้แผลมันไปโดนน้ำล่ะ เดียวมันจะไม่หายดี”

คนเดียวที่ไม่ได้พูดกับดงซูบินก็คือฉางจี้ ซึ่งฉางจี้และเกาแพนเหว่ยทั้งคู่นั้นคือคนที่ลุยไฟเข้าไปตอนแรกแต่ก็หนีออกมาก่อน ฉางจี้แค่เหลียวมองดงซูบินเท่านั้นก่อนที่จะก้มหน้าลงไปเพื่อหลับต่อ

หลังจากคุยกับเพื่อนร่วมงานซักพักแล้ว ดงซูบินก็กลับไปนั่งที่โต๊ะของเขาและเริ่มทำงานต่อ เขาสังเกตเห็นสัญญาณแปลก ๆไม่ใช่กับเกาแพนเหว่ย และฉางจี้ เท่านั้นแต่รวมถึงจ้วงจื้อเพราะเขาดูเหนื่อยๆ เขาดูเหมือนว่าเพิ่งออกกำลังกายเสร็จมา เมื่อจ้วงจื้อเดินไปที่ต้าหลินเหม่ยที่เครื่องถ่ายเอกสารดงซูบินก็ตามไปด้วย เขาถามว่า: "จ้วงจื่อ เกิดอะไรขึ้นกับนาย? เมื่อวานนี้นายไปอะไรมา?” ดงซูบินถามพร้อมขยิบตาที่ต้าเหลินเหม่ย

มันทำให้ต้าหลินเหม่ยนั้นเขิน “ทำไมนายมองมาที่ฉันล่ะ?”

ดงซูบินก็ตอบว่า:“ป่าวไม่ได้มีอะไร” เขารู้สึกว่าทั้งคู่กำลังมีอะไรปิดปังเขาอยู่ ‘หรือทั้งคู่อาจจะไปออกเดทกัน?’

จ้วงจื่อเลยพูดขึ้นมาว่า “ซูบินนายหยุดเดามั่วซั่วได้แล้วน๊า บังเอิญฉันพึงไปแข่งฟุตบอลมาเมื่อไม่กี่วันก่อน”

“แข่งฟุตบอล?”

"ใช่. แข่งฟุตบอลของสำนักความมั่นคงของรัฐของเขตเรานะ“จ้วงจื่ออธิบาย” ฉันได้ยินมาว่าสำนักงานเขตมีการแข่งขันทุกปี แต่ปีนี้ต่างจากปีที่ผ่านมาที่การแข่งขันถูกจัดขึ้นภายในที่ทำว่าการอำเภอ ในปีนี้เราจึงมีการจัดการแข่งขันกีฬารวมกัน โดยทำการสาขาของปักกิ่งทั้งหมดต้องส่งทีมแต่ละทีมมาแข่งขัน โดยงานวันแรกมันเริ่มตอนวันชาติที่ผ่านมา เมื่อวานนี้สาขาของมีการแข่งขันกับสาขามิยูนและเราแพ้ 5-0 นะ”

ดงซูบินพยักหน้า “ไม่น่าแปลกใจที่ทุกคนดูเหนื่อยมาก”

ต้าหลินเหม่ยเป็นพวกขี้เม้าเธอจึงพูดเสริมเข้ามา:“โชคดีที่นายไม่ได้มาทำงานช่วงนั้นนะ ฉันบอกนายแล้วการแข่งกีฬาเป็นทีมของสาขาเรามันสกปรก และ ห่วยมาก…….” เธอมองไปที่ เกาแพนเหว่ย และ ฉางจี้ แล้วเธอก็ลดเสียงของเธอลง:“สกปรกกว่าห้องน้ำ หาไม่มีจ้วงจื่อการแข่งขันเมื่อวานนี้คงจะโดนยิงไป 6-0 เลยล่ะ”

ดงซูบินหัวเราะ “ทุกคนที่นี่เป็นก็ยังเป็นมือสมัครเล่นแหละ การชนะหรือแพ้ยังก็ขึ้นอยู่กับโชค”

“แย่ชิบเป้ง!!” ต้าหลินเหม่ยทำหน้ามุ่ย “ทีมอื่นๆเขาเล่นได้ดีมาก การส่งบอลก็ดีเยี่ยมรวมถึงผู้รักษาประตูก็เยี่ยมยอด ดูทีมของเราสิ ตอนเริ่มเกมที่เราก็ยังดีๆกันอยู่นะ แต่เมื่อการแข่งขันดำเนินต่อไปกองหน้าของเราทุกคนก็กลายเป็นกองหลังส่ะงั้น แต่ยังไงฉันก็ยังเชียร์กับเพื่อน ๆ จากแผนกการเงิน พวกเขาเล่นได้น่าประทับใจมากจริงๆ”

จ้วงจือคิดว่าตาลเหม่ยโกรธเขามากและพูดอย่างรวดเร็วว่า“ฉันจะทำงานได้ดีขึ้นในนัดถัดไป”

ต้าหลินเหม่ยกลอกตาไปมาพร้อมพูดออกมาว่า “นอกจากการเล่นสกปรกโดยการสไลด์ขาของทีมตรงข้ามพวกนายสามารถทำอะไรอย่างอื่นได้อีกไหม? ขนาดวิ่งยังวิ่งกันไม่ไหวเลย”

จ้วงจื่อตอบรับท่าทีของเธอด้วยน้ำเสียงที่ละอายใจ:“ฉัน……ฉันพยายามจะลดน้ำหนักอยู่”

“ไอ……เอ่อร์…… ต้าหลินเหม่ย, จ้วงจือเธอและนายทั้งคู่ไปเดทกันหรือยัง?” ดงซูบินถามทั้งคู่อย่างจริงจัง

จ้วงจื่อตกใจ:“ฉัน……เรา……”

ต้าหลินเหม่ยเขินและจ้องไปที่ดงซูบิน:“อย่าบอกใครนะ”

‘เรื่องจริงๆใช่ไหมเนี่ย?’ ดงซูบินพูดต่อไปว่า:“ถ้าฉันไม่ถามทั้งคู่ทั้งสองคนจะบอกฉันไมเนี่ย? ไม่ต้องกังวล ฉันไม่ปากสว่างอยู่แล้ว ทั้งคู่เริ่มไปเดทกันเมื่อไหร่ แล้วทางครอบครัวรู้เรื่องนี้รึยัง? แล้วความสัมพันธ์ไปไกลถึงไหนแล้ว?”ดงซูบินนั้นมีความสุขกับพวกเขาด้วยในฐานะเพื่อน ในเวลาเดียวกันเขาก็อิจฉาพวกเขาทั้งคู่เช่นกัน ‘เฮ้อ……ฉันต้องรออีกนานเท่าไหร่กันเนี่ย?’

“ห๊ะ?” จ้วงจือไม่รู้จะพูดยังไงดีและรีบกลับไปที่โต๊ะทำงานของเขาพร้อมกับเอกสารกองใหญ่อย่างเขินอาย

ต้าหลินเหม่ยเองก็ยังนำเอกสารออกมาจากเครื่องถ่ายเอกสารและตบไปที่แขนของดงซูบิน“นายอยากตายใช่ไหมเนี่ย ทำไมนายถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย ฮึ่ม! ถ้านายอยากรู้เรื่องซุบซิบฉันสามารถบอกนายได้เกี่ยวเรื่องประเด็นร้อนที่กำลังมาแรงในสำนักงานของเราได้” เธอพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย “นายรู้หรือป่าว ตอนนายอยู่ในโรงพยาบาลมีข่าวลือเกี่ยวกับนายถูกแพร่ออกไปเยอะแยะเลย เพราะความกล้าของนาย จนพวกเขาตั้งฉายาให้นายหมดแล้วว่า นักผจญเพลิง.”

ดงซูบินรู้สึกประหลาดใจ "ฮะ? นักผจญเพลิงอย่างงั้นหรอ?”

"ฮิฮิ. ฟังดูดีใช่มะ?“ต้าหลินเหม่ยหัวเราะ” ตอนที่ผู้อำนวยการหลี่และหัวโจวได้ยินชื่อเล่นของนายพวกเขายังบอกด้วยว่ามันเหมาะกับนายมากเลยนะ ไม่เพียงแต่นายจะมุทะลุเข้าไปเอาเอกสารในกองเพลิงเท่านั้นแต่นายยังช่วยทุกคนด้วยการเขียนคำกล่าวปราศัยให้รองหัวหน้าสำนักหยาง นายไม่คิดหรอว่านี่เป็นฉายาที่ดีสำหรับนายหรอ นายสามารถจัดการกับปัญหาที่พวกเราเจอได้ทั้งหมด ฉันคิดว่ารองหัวหน้าส่วนใหญ่ของฝ่ายกิจการทั่วไปก็รู้เกี่ยวกับฉายาของนาย บางทีแม้แต่รองหัวหน้าสำนักก็ยังรู้เกี่ยวกับฉายา นักผจญเพลิงจากสำนักงานกิจการทั่วไปแน่ๆ”

‘ที่จริงนักผจญเพลิงนั้นก็มีความหมายได้หลายอย่าง’

ดงซูบินยิ้ม:“ใครคือคนที่คิดฉายานี้ขึ้นมา? มันฟังดูไม่ค่อยดีเลย”

ต้าหลินเหม่ายตอบผ่านๆไปว่า:“อย่าโกหกตัวเองเลย ตอนนี้นายรู้สึกดีใช่ไหมล่ะกับฉายาใหม่?”

ต้าหลินเหม่ยเองเธอพูดถูกดงซูบินนั้นรู้สึกพอใจเป็นอย่างมากสำหรับฉายานี้ นี่เหมือนเป็นการยอมรับจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงานของเขาในเวลาเดียวกัน

‘ฮะ! ถ้าฉันทำยังงี้ต่อไปฉันต้องได้เลื่อนตำแหน่งแน่!’

จบบทที่ บทที่ 47 ฉายาใหม่นักผจญเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว