เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 46  ความงามที่สะดุดตา

บทที่ 46  ความงามที่สะดุดตา

บทที่ 46  ความงามที่สะดุดตา


ผู้แปล loop

3 ตุลาคม ดงซูบินได้รับอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว ซึ่งวันที่ 3 ตุลาคมนี้ตรงกับวันชาติของจีนพอดี

สำนักงานความมั่นคงของรัฐนั้นแตกต่างจากหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ นอกเหนือจากวันชาติพนักงานต้องทำงานในวันที่สองและสามตุลาคมด้วยแล้ว ในวันดังกล่าวพนักงานจะถูกแบ่งเป็นกะการทำงานของแต่ล่ะคน และทุกคนต้องกลับมาทำงานในวันที่ 4 ต.ค. ซึ่งวันนี้ดงซูบินสามารถกลับไปพักผ่อนได้ก่อนที่เขาจะต้องกลับไปทำงานอีกครั้งในวันถัดไป เขากลับบ้านพร้อมฉูหยวน และเมื่อดงซูบินเข้ามาในห้องเล็กๆของเขา ความรู้สึกที่คุ้นเคยก็เกิดขึ้นกับเขาอีกครั้งในสถานที่แห่งนี้หลังจากเขาพักฟื้นในโรงพยาบาลเป็นหลายวัน

ฉูหยวนเองก็เข้ามาทำความสะอาดห้องดงซูบินตลอดตอนที่ดงซูบินพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาล:“เฮ่ย!……ฉันคิดว่าห้องนี้คือที่ที่ดีที่สุดแล้วว่าไหม?”

ดงซูบินตอบกลับ "แน่นอน. ฉันเกือบจะไปเป็นบ้าแล้วตอนที่อยู่โรงพยาบาล มันน่าเบื่อมาก!”

"ดีล่ะ. ฉันพานายกลับมาที่ห้องได้อย่างปลอดภัยแล้ว อย่างงั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะ ฉันยังมีโอทีที่ต้องทำอยู่ในช่วงวันหยุดนะ "ก่อนจะกลับฉูหยวนเทชาร้อนหนึ่งถ้วยให้กับดงซูบินและบีบแก้มของเขาอย่างสนุกสนาน:“ป้าลวนไม่ได้มาเที่ยวปักกิ่งช่วงวันหยุดใช่ไหม? แสดงว่านายต้องอยู่ห้องคนเดียวสิน่ะ หากนายต้องการอะไรเพียงแค่ส่งข้อความมาหาฉัน อย่าออกไปข้างนอกด้วยตัวเองและรออยู่ที่ห้องจนกว่าฉันจะกลับมานะ บาย.”

"ตกลง. บาย."

เสียงประตูปิด

ในตอนนี้ดงซูบินฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บของเขาอย่างเต็มที่ เขาลุกขึ้นและต้องการเดินไปอุ่นซุปมะเขือเทศไข่มาหนึ่งชามเพื่อกินมัน แต่หลังจากซุปปรุงเสร็จเขาก็ค้นพบว่าน้ำส้มสายชูในตอนนี้มันหมด และตอนนี้เขาทำซุปเสร็จแล้วเขาจึงเอาขวดเปล่าไปซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ๆ ในขณะที่เดินไปที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต เขาคิดย้อนกลับไปว่าฉูหยวนดูแลเขามากขนาดไหน ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาและเขาก็ยิ้มออกมาด้วยปลื้มปิติ

‘จะมีใครในโลกอีกที่จะดูแลฉันได้ดีเท่านี้นอกจากฉูหยวนจริงไหม?’

‘รวมไปถึงใครจะสวยไปกว่าฉูหยวนของฉันอีกในโลกนี้?’

‘อือ....’

‘คงไม่มีใครที่จะดีและสวยเท่าฉูหยวนอีกแล้วล่ะ’

ดงซูบิยยังคงปล่อยจินตนาการเรื่องของเขาต่อไปเรื่อย จนเขาเดินไปเห็นสถานที่แห่งหนึ่งที่บรรยากาศรอบๆดูสวยมาก เขาตกตะลึง เมื่อเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง เขามองดูรูปร่างเพรียวบางนั้น ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ใต้ต้นไม้และกำลังถือมือถือของเธออยู่ ผมของเธอมัดผมเหมือนสาวออฟฟิศ สวมสูท ดวงตาของเธอเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่มีขนตายาวและมีใบหน้าเล็ก ๆ ซึ่งมันสวยงามเกินคำบรรยายใดๆที่จะบรรยายออกมาได้

‘ยังมีหญิงสาวที่สวยพอๆกับฉูหยวนอีกหรอเนี่ย’

ดงซูบินสูดหายใจเข้าลึกๆ เพราะเขาเป็นคนธรรมดาและชอบมองผู้หญิงสวยๆ เขาแกล้งทำเป็นว่ากำลังรอใครบางคนและคอยแอบดูผู้หญิงคนนั้น สาวสวยคนนั้นเธอน่าจะแก่กว่าเขาสักหน่อย เธอดูเป็นผู้ใหญ่และการเคลื่อนไหวของเธอดูสง่างามมาก

คนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นก็สังเกตเห็นสาวสวยคนนี้ และทุกคนต่างก็มองเธอด้วยแววตาที่ตกตะลึง

ดงซูบินสังเกตเห็นชายร่างผอมเดินผ่านผู้หญิงคนนั้นและหยุดอยู่ข้างหลังเธอ ดูเหมือนว่าเขาจะมองผู้หญิงอย่างระมัดระวัง

สาวสวยคนนั้นไม่สนใจสายตาของทุกคนและยังคงยิ้มพร้อมกับคุยบางอย่างผ่านมือถือของเธอ:“พี่โจว! ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วยพี่นะ……แต่มันเกินความสามารถของฉันจริงๆ……ใช่……พี่สามารถบอกเซียวอันเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เขาอยู่ใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมากกว่าฉัน……… ตกลงตามนี้นะ?” หลังจากคุยโทรศัพท์ซักพักเธอก็วางหูและเก็บมือถือของเธอไว้ในกระเป๋าถือที่เปิดอยู่ เธอหันกลับมาและเดินจากไปพร้อมกับรองเท้าส้นสูงของเธอ

ดงซูบิน พยายามละสายตาออกจากเธอและเริ่มเดินกลับไปที่ห้องของเขา

‘เฮ้อ……ทั้งหมดที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือ มองสาวสวยคนนั้นจากไกลๆ เขารู้ว่าเขาไม่ดีพอสำหรับผู้หญิงประเภทนี้แน่ๆ’

หลังจากเดินไปได้สักพักดงซูบินก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวพร้อมกับน้ำเสียงที่น่ารัก:“เอ๊ะ? กระเป๋าเงินของฉันตกอยู่ที่ไหนกัน?” ดงซูบินหันไปรอบ ๆ แล้วเห็นสาวสวยคนนั้นกำลังค้นหากระเป๋าเงินของเธอ เธอมองหามันรอบๆบริเวณนั้น

มีหญิงชราใจดีคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเธอแล้วถามว่า:“นังหนูกำลังมองหากระเป๋าเงินอยู่หรอ? หนูวางมันไว้ที่ไหนสักแห่งรึเปล่า?”

สาวสวยคนนั้นขมวดคิ้ว:“หนูไม่น่าทำมันหล่นนะ มันยังอยู่ในกระเป๋าของหนูเมื่อ 2 นาทีก่อนตอนที่หนูกำลังโทรศัพท์อยู่นะ”

“หรือว่ากระเป๋าเงินของหนูถูกขโมย!”

2 นาทีที่แล้ว?

ดงซูบินหยุดคิดสักพักหนึ่ง เขาจำได้ว่าชายร่างผอมที่ยืนใกล้เธอมากๆตอนที่เธอคุยโทรศัพท์อยู่ เขาหยุดอยู่ข้างเธอประมาณ 2 วินาที ‘เวรล่ะ! นั่นคือโจรล่วงกระเป๋า?’

‘ย้อนกลับ!’

......

เวลากลับมาเป็น 1 นาทีก่อนหน้านั้น

สาวสวยคนนั้นยังคงโทรศัพท์อยู่ใต้ต้นไม้

“พี่โจวไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากช่วยพี่นะ……แต่มันเกินความสามารถของฉันจริงๆ……ใช่……พี่สามารถบอกเซียวอันเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เขาอยู่ใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมากกว่าฉัน ตกลงตามนี้นะ?”สาวสวยคนนั้นยิ้มขณะที่คุยโทรศัพท์ ซึ่งมีชายร่างผอมยืนอยู่ห่างจากเธอประมาน 2 เมตรชายคนนั้นเดินจากเธออย่างรวดเร็วซึ่งตอนชายคนนั้นใส่หน้ากาบังใบหน้าของเขาไว้ด้วย

ดงซูบินวางขวดน้ำส้มสายชูของเขาลงบนพื้นแล้ววิ่งไปหาชายคนนั้น

ดงซูบินมองดูชายคนนั้นขณะที่ ดงซูบินนั้นพยายามเดินเบา ๆเขาหาชายร่างผอมคนนั้น ขณะชายคนนั้นกำลังจะวิ่ง เมื่อเขาเข้าใกล้ชายคนนั้นได้ดงซูบินก็พุ่งตัวจับชายคนนั้นไว้ "หยุด!"

ชายร่างผอมล้มลงกับพื้นแล้วตะโกน:“นายทำอะไรของนายเนี่ย”

"ฉันกำลังทำอะไรอยู่อย่างงั้นหรอ? นายสิที่ควรรู้ว่านายทำอะไรอยู่ กระเป๋าเงินอยู่ที่ไหน”ดงซูบินล็อกตัวชายคนนั้นไว้

ชายร่างผอมมั่นใจในทักษะการล้วงกระเป๋าของเขามาก เขาคิดว่าไม่มีใครรู้ว่าเขาเอากระเป๋าเงินของสาวสวยคนนั้นแน่ๆ แต่ดงซูบินกับรู้ว่าเขากำลังล้วงกระเป๋าและยังมั่นใจมากว่าเขาเป็นโจรล้วงกระเป๋าอีกตั้งหาก ชายร่างผอมตกใจ ก่อนที่เขารีบสะบัดตัวออกจากดงซูบินและเหวี่ยงกระเป๋าเงินนั้นไว้ลงพื้นก่อนจะหนีไป

ดงซูบินเห็นว่าชายคนนั้นทิ้งกระเป๋าไว้ข้างหลังแล้ว เขาจึงไม่ไล่ตามไป ชายร่างผอมคนนั้นอาจมีผู้สมรู้ร่วมคิดอยู่และดงซูบินก็อาจถูกลอบทำร้ายได้หรือไม่ก็ถูกแทงหากดงซูบินไล่ตามไป

สาวสวยคนนั้นมองไปที่ดงซูบินอย่างงงงวย เธอยังไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มคนนี้ถึงต่อสู้กับชายร่างผอมคนนั้น แต่เมื่อเธอเห็นกระเป๋าเงินในมือของดงซูบินเธอก็ตกตะลึง เธอวางสายโทรศัพท์ทันทีและรีบวิ่งมาตรวจดูกระเป๋าเงินของเธอ

ดงซูบินลุกขึ้นจากพื้นแล้วเดินเอากระเป๋าเงินคืนให้กับสาวสวยผู้น่ารัก “ชายคนนั้นขโมยกระเป๋าเงินของคุณไป”

“โอ้……” สาวสวยนั้นรับกระเป๋าเงินจากดงซูบินแล้วจับมือดงซูบินไว้ “ฉันกำลังโทรศัพท์อยู่เลยไม่ได้สังเกต ขอบคุณมากๆเลยนะ. คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

“ผมสบายดี” ดงซูบินจับมือเธอ หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้น

สาวสวยคนนี้ดูสวยมาก มันยากที่จะหาคำเพื่ออธิบายความงามของเธอได้ในตอนนี้

อยู่ดีๆมือถือของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้ง เธอขอบคุณดงซูบินอีกครั้ง “พอดีฉันมีธุระด่วนอย่างงั้นฉันขอเบอร์คุณไว้ก่อนและจะโทรชวนคุณไปทานอาหารเย็นด้วยกันเพื่อเป็นการขอบคุณ” จากน้ำเสียงของเธอสาวสวยคนนั้นก็เปลี่ยนไปดูเหมือนเธอเป็นหัวหน้างานของหน่วยงานไหนสักแห่ง วิธีที่เธอพูดนั้นเหมือนเธอกำลังสั่งให้ลูกน้องทำอะไรบางอย่าง

จริงแล้วดงซูบินต้องการปฏิเสธข้อเสนอของเธอ แต่เขาไม่สามารถต้านทานเสน่ห์ของเธอได้ ดงซูบินบอกเบอร์มือถือให้กับเธอ

สาวสวยคนนั้นหยิบสมุดบันทึกแล้วจดหมายเลขของเขาไว้ "ตกลง. เดียวฉันจะติดต่อคุณกลับไปในภายหลัง บาย."

ดงซูบินยังคงรู้สึกงุนงงในขณะที่เขามองผู้หญิงคนนั้นเดินออกไป

‘เฮ้อ……ใครก็ตามที่แต่งงานกับเธอจะต้องเหมือนได้รับพรจากสวรรค์แน่ๆ’

ปล. ในกลุ่มลับถึงตอนที่ 99 แล้วนะ

จบบทที่ บทที่ 46  ความงามที่สะดุดตา

คัดลอกลิงก์แล้ว