เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21

บทที่ 21

บทที่ 21


ผู้แปล loop

หนึ่งวันผ่านไป……

5 วันผ่านไป……

10 วันผ่านไป……

ในตอนนี้ดงซูบินก็เริ่มทำงานที่แผนกกิจการมาได้หลายวันแล้ว เขาเริ่มคุ้นเคยกับงานของเขามากขึ้น แต่เขารู้สึกว่าโอกาสในการได้รับการเลื่อนขั้นนั้นมันมีน้อยมาก เพราะว่าที่ทำงานของเขามีกฎที่ไม่ได้พูดอยู่มากมาย ซึ่งดงซูบินเองก็เป็นเด็กใหม่และยังไม่รู้กฎเหล่านี้มากมายนัก เกือบทุกวันเขาจะต้องใช้พลังของเขา "ย้อนกลับ" เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดของเขา นอกจากนี้ฉางจี้เองก็ตั้งใจเอางานยากๆมาโยนให้เขา และเกาแพนเหว่ยเองก็พยายามใช้ดงซูบินให้ทำหน้าที่แทนเขาทั้งหมด โดยในสองสามวันที่ผ่านมาดงซูบินต้องทุกข์ทรมานจากการทำงานเป็นประจำ

และในวันนี้

มีเมฆดำปกคลุมท้องฟ้าและมีฝนตกโปร่ยปรายลงมา

ดงซูบินเองก็มาถึงที่ทำงานเป็นปกติ และเขาเก็บร่มของเขาไว้และเปิดประตูสำนักงาน:“อรุณสวัสดิ์ทุกคนครับ”

ต้าหลินเหม่ยดุเขา:“วันนี้นายมาช้านะ นายแอบออกไปเดทมาเมื่อคืนรึเปล่า?”

ฉางข้วงแต่งหน้าตามปกติและเธอก็หันไปหาดงซูบิน:“ซูบิน! นายมีแฟนแล้วหรอ แฟนของนายคือใครนะ”

ดงซูบินหัวเราะออกมา“หยุดล้อเล่นกับผมสักที่ ผู้หญิงคนไหนที่จะมาชอบผม”

ฉางจี้เคาะโต๊ะของเขาสองสามครั้งด้วยปากกาของเขา “ซูบิน! นายมาทันเวลาพอดี ฝากทำงานนี้ด้วย” ในความเป็นจริงซูบินแทบจะลืมไปแล้วว่างานที่ฉางจี้ใช้ให้เขาทำมันเยอะมากขนาดไหนในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา

เกาแพนเหว่ยก็โบกมือให้เขาเช่นกัน“ซูบิน! หลังจากนายทำงานนั้นเสร็จก็มาช่วยฉันตรงนี้ด้วยนะ”

ดงซูบินกัดฟันของเขา ‘ไอ้สองคนนี้……’

ในตอนเช้าดงซูบินส่งแฟ้มเอกสารสองสามเล่มและกลับไปที่โต๊ะทำงานของเขา เขากำลังคิดเกี่ยวกับการหาโอกาสบางอย่างในสำนักงานนี้

ทันใดนั้นเขาก็นึกถึงความคิดหนึ่งขึ้นมาได้ ถ้าเขาตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC)ล่ะ เพราะเนื่องจากเป้าหมายของดงซูบินคือการเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางของระบบราชการ ดังนั้นการเป็นสมาชิกของ CPC จึงเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อเขาเป็นสมาชิกของ CPC เขาจะสามารถสร้างผลงานของเขาและเพิ่มโอกาสในการเลื่อนขั้นของเขาได้

คลิกเริ่มคลิกคลิก……

ดงซูบินเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลและกรอกแบบฟอร์มใบสมัครของเขาไว้

ดงซูบินสามารถกรอกแบบฟอร์มการสมัครของเขาให้เสร็จก่อนที่จะอ่านคำอธิบายจนจบ เมื่อเขามองไปที่อีเมล์ในกล่องข้อความที่จะส่งไปมันมีข้อความเกือบ 10,000 คำที่เขาพิมพ์มันด้วยความภาพภูมิใจของเขา ซึ่งเขาประหลาดใจกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไปเมื่อเขาใช้ความมุ่งมันทั้งหมดเพื่อเขียนมันลงไป ซึ่นมันเหมือนกับตอนที่เขาเขียนวิทยานิพนธ์ที่มหาวิทยาลัยเขาสามารถเขียนได้ประมาณ 5,000 คำในระยะเวลาเพียง 10 นาทีเท่านั้น แต่ตอนนี้เพื่อการเลื่อนขั้นของเขา มันทำให้ดงซูบินมีแรงจูงใจที่สูงกว่ามาก

“ซูบิน! นายเขียนอะไรอยู่ตลอดทั้งบ่ายเลยเนี่ย?” จ้วงจื้อซึ่งนั่งตรงข้ามกับดงซูบินก็ถามเขา

ดงซูบินโบกมือของเขา:“สมัครเป็น CPCนะ”

จ้วงจื่อเกาหัวของเขา:“นายกำลังจะสมัคร CPC อย่างงั้นหรอ”

“โอ้! นายต้องการสมัคร CPC ด้วยหรอเนี่ย” ต้าหลินเหม่ยเมื่อเธอได้ยินการสนทนาของพวกเขา เธอยิ้ม:“ฉันก็ส่งใบสมัครไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว และเพิ่งจะได้เป็นสมาชิกชั่วคราว ตอนนี้ฉันพึงทำความเข้าใจเกี่ยวกับโปรแกรมของพรรค และส่งรายงานเป็นระยะ ฉันคิดว่าฉันน่าจะเป็นสมาชิกพรรคได้ในปีหน้าหรืออาจอีกหลายปีก็ได้”

“ฉันคิดว่าฉันต้องรอเป็นอีก 4 ปี” ดงซูบินหัวเราะ เขารู้ว่าขั้นตอนการสมัครเป็นสมาชิก CPC นั้นยาวนานมาก แม้แต่การรอ 3 ปีก็ถือว่าสั้นมาก “โอ้! ฉันควรส่งใบสมัครของฉันไปที่พรรคสาขา เลขาพรรคคือใครนะ”

ต้าหลิงเหม่ยตอบว่า:“นายสามารถส่งมันไปให้หลี่ชิงได้นะ ผู้อำนวยการหลี่ เขาดูแลการเรื่องพวกนี้อยู่”

หลี่ชิงรองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการทั่วไปและหัวหน้าสำนักงานกิจการทั่วไป เขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรองหัวหน้าโจวและให้รองหัวหน้าโจวดูแลสำนักงานแทนเขา ซึ่งเขาเคยมาเยี่ยมสำนักงานเพียงครั้งเดียว และให้รองหัวหน้าโจวจัดการงานทั้งหมด ซึ่งดงซูบินเคยเห็นเขาจากไกลๆ

อันที่จริงหลี่ชิงควรจะอยู่ในฐานะหัวหน้าลี่ เนื่องจากเขาเป็นหัวหน้าสำนักงานกิจการนี้ แต่ 'หัวหน้า' ไม่ได้ฟังดูดีกว่าผู้อำนวยการซึ่งเขาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ ดังนั้นทุกคนพูดถึงเขาในฐานะผู้อำนวยการหลี่ นี่เป็นหนึ่งในกฎที่ไม่ได้พูดในภาครัฐ โดยข้าราชการตำแหน่งต่ำจะต้องเรียกชื่อคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าเขาให้ถูกต้อง

ทันใดนั้นสำนักงานก็เงียบไป

ดงซูบินเงยหน้าขึ้นมองไปที่โต๊ะของเขา เมื่อกำลังพูดถึงรองผู้อำนวยการหลี่ไป รองผู้อำนวยการหลี่ก็เข้ามาในสำนักงาน

“ผู้อำนวยการหลี่”

“สวัสดีครับ, ผู้อำนวยการหลี่”

ทุกคนลุกขึ้นยืนและทักทายผู้อำนวยการหลี่

“สวัสดีทุกคนทำงานต่อกันเถอะ” หลี่ชิงโบกมือให้พวกเขาเพื่อกลับไปทำงาน

หลี่ชิงผอมมาก เขาดูเหมือนต้นไผ่ ท่าที่ของเขาดูนั้นดูร่าเริงและเป็นมิตร ซึ่งแตกต่างจากโจวฉางจู โดยโจวฉางจูนั้นมีรอยยิ้มที่ดูหยิ่งๆ ในขณะที่หลี่ชิงดูเหมือนจริงใจมากกว่า ครอบครัวของหลี่ชิงยากจน ลูกสาวของเขาเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวและโรคอื่น ๆ ซึ่งเขามีปัญหาด้านการเงิน มีข่าวลือว่าต้าหลิงเหม่ยต้องการที่จะช่วยเขาหาเงินทุนสำหรับการรักษาพยาบาลของลูกสาวของเขา แต่หลี่ชิงเพื่อนำมารักษาอาการดังกล่าวด้วยเหตุผลที่ไม่ทราบสาเหตุ

อีกด้านของสำนักงานใหญ่โจวฉางจูเดินออกจากห้องของเขา "หัวหน้า."

หลี่ชิงในอายุ 40 ของเดินไปและตบแขนของโจวฉางจู:“ พี่โจว! คุณต้องดูแลสุขภาพของคุณให้มากๆนะ:

โจวฉางจูยืดหลังของเขาแล้วตอบว่า:“ขอบคุณหัวหน้าสำหรับความหวังดีครับ ผมสบายดี.”

โจวฉางจูเป็นคนเดียวที่พูดถึงหลี่ชิงในฐานะหัวหน้า

ดงซูบินได้ถามต้าหลิงเหม่ยที่อยู่มานานกว่าเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ “ยังมีอีกหลายครั้งที่โจวฉางจูเรียกลี่ชิงในฐานะ 'หัวหน้า' นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผิด มันเป็นการแสดงให้เห็นว่าเขารู้สึกขอบคุณหลี่ชิงที่ทำให้เขาดูแลสำนักงาน หากเขาพูดถึงหลี่ชิงในฐานะ 'ผู้อำนวยการ' เหมือนกับคนอื่น ๆ มันจะแสดงให้เห็นว่าเขาหยิ่งและเข้ามารับบทบาทของหลี่ชิงในฐานะหัวหน้าไปแล้ว นี่เป็นการบอกเป็นนัยถึงหลี่ชิงว่าเขายังคงเป็นบุคคลที่รับผิดชอบสำนักงานกิจการทั่วไป”

มีกฎที่ซับซ้อนมากมากมาย

ดงซูบินยังคงต้องเรียนรู้เกี่ยวกับกฎที่ไม่ได้พูดเหล่านี้

หลังจากนั้นครู่หนึ่งหลี่ชิงก็เดินผ่านดงซูบิน ดงซูบินก็รีบส่งใบสมัครไปที่เขาทันทีท ดงซูบินพูดว่า "มันอาจดูเกินจริงไปหน่อยนะครับ" นี้เกี่ยวกับจำนวนเงินที่เขาต้องการให้ CPC ในขณะที่หลี่ชิงพลิกหน้าแรกของใบสมัคร ก็ให้กำลังใจกับดงซูบินในการสมัครเข้าพรรคCPC

หลังจากนั้นเขาหันหลังกลับไปและส่งต่อเอกสารบางอย่างไปที่โจวฉางจู

“นี่คืออะไร” โจวฉางจูหยิบเอกสารจากเขา

หลี่ชิงบอกว่า:“หัวหน้าสำนักหยางกำลังจะไปประชุมที่สำนักงานเมือง นี่คือเนื้อหาของสิ่งที่เขาจะพูด ใช้ความพยายามและเขียนคำพูดที่ดีที่สุดสำหรับหัวหน้าสำนักหยาง อย่าทำสับสนเหมือนครั้งก่อน พี่โจว! ฉันจะฝากภารกิจนี้ให้คุณทำ อย่าปล่อยให้หัวหน้าสำนักหยางคิดว่าสำนักงานกิจการของเราไม่มีประโยชน์”

“นี่……ใช่… .. เรา… .. เราจะทำสิ่งนี้ได้ดี” โจวฉางจูตอบอย่างไม่เต็มใจ

ดงซูบินมองไปรอบ ๆ เมื่อทุกคนได้ยินว่าพวกเขาต้องเขียนคำปราศรัยสำหรับหัวหน้าสำนักหยางใบหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป

‘ฮะ?’

‘เกิดอะไรขึ้น?’

มีเพียงดงซูบินและจ้วงจื้อที่ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นพวกเขากำลังสับสน

‘การเขียนคำปราศรัยมันจะเป็นเรื่องยากแค่ไหนเชียว’

จบบทที่ บทที่ 21

คัดลอกลิงก์แล้ว