เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 15 ศิลาจารึก (อ่านฟรี)

ตอนที่ 15 ศิลาจารึก (อ่านฟรี)

ตอนที่ 15 ศิลาจารึก (อ่านฟรี)


ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์ ตอนที่ 15 ศิลาจารึก

"ตึกตรงนั้นเป็นห้องอาหารสำหรับศิษย์ชั้นนอกเช่นข้า ส่วนศิษย์ชั้นในจะมีอีกตึกหนึ่ง" โมโจวอธิบายขณะที่กำลังเดินไปรอบๆ นิกาย

"อืมๆ" หยวนพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น

"ท่านเห็นลานกว้างตรงนั้นหรือไม่? นั่นเป็นที่ที่เหล่าศิษย์ในนิกายจะต้องมาฟังบรรยายจากผู้อาวุโสกันสัปดาห์ละหนึ่งครั้ง"

"ส่วนอาคารตรงนั้นมีไว้เพื่อให้เหล่าศิษย์ฝึกฝนและลับคมดาบ" เขาชี้ไปยังสิ่งปลูกสร้างที่มีลักษณะคล้ายเจดีย์อยู่ไกลๆ

"อาคารนั้นรูปร่างประหลาดดีนะ" หยวนชื่นชมหอคอยรูปร่างสง่างาม "ปรารถนาจะเข้าไปดูใกล้ๆ พอจะเป็นไปได้หรือไม่?"

โมโจวรีบส่ายศีรษะอย่างรวดเร็ว "ขออภัยท่านหยวน แต่ผู้เยี่ยมชมมิอาจก้าวเข้าไปยังสถานที่ปิดได้"

"สถานที่แบบใดกัน? ปรารถนาจะดึงดูดคนใหม่ๆ เข้ามา แต่กลับปิดกั้นมันเสียทุกอย่าง" หยวนส่ายศีรษะ

"เอ่อ..." โมโจวไม่ล่วงรู้ว่าจะโต้แย้งถ้อยคำของเขาได้อย่างไร ทำได้เพียงยิ้มตอบ ปกติแล้วมิมีผู้ใดเข้ามาเยี่ยมชมนิกายก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วม

"ช่างเถิด" หยวนกล่าวขึ้น "พาข้าไปดูต่อสิ"

โมโจวถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อหยวนกล่าวเช่นนั้น

"เช่นนั้นข้าจะพาท่านไปดูว่าศิษย์ผู้ใดสำคัญที่สุดในนิกายแห่งนี้"

"เอ่อ..." เมื่อได้ยินเขาพูด หยวนก็เริ่มสงสัยขึ้นมา หลังจากเดินไปไม่กี่นาที พวกเขาก็หยุดอยู่ตรงหน้าศิลาจารึกสูงใหญ่สามแผ่นข้างๆ กัน

แผ่นศิลาทั้งสามมีรูปร่างสี่เหลี่ยม มีชื่อสิบชื่อสลักอยู่ คล้ายอนุสรณ์สำหรับผู้ดับชีพ อย่างไรก็ตาม ศิลาอันกลางแตกต่างจากสองแผ่นอื่น แผ่นนี้มีเพียงไม่กี่ชื่อและมีขนาดใหญ่กว่าและรูปร่างคมกว่า

"นี่คือสิ่งใด? เอาไว้ระลึกถึงผู้ดับชีพอย่างนั้นหรือ?" หยวนเอ่ยถามโดยมิทันคิด

“ไอหย๋า!” โมโจวแสดงท่าทีหวาดกลัว จากนั้นก็มองไปรอบๆ ว่ามีผู้ใดได้ยินหรือไม่

“ท่านหยวน แม้ว่าท่านจะมิมีความรู้เกี่ยวกับนิกาย สิ่งที่ท่านเอ่ยไปเมื่อครู่นี้มิเพียงทำให้ข้าขุ่นเคือง แต่ยังรวมไปถึงทุกคนในนิกายแห่งนี้ด้วย”

“สิ่งใดหรือ?” หยวนทำสีหน้าสงสัย

“นี่มิใช่การระลึกถึงผู้ดับชีพ แต่เป็นการจัดอันดับต่างหาก! เหล่าผู้ที่มีชื่อในนี้ล้วนเป็นพวกหัวกะทิ ผู้คนนับพันในนิกายนี้นับถือพวกเขาเหล่านี้กันทุกคน หากมิใช่ข้าที่ได้ยินถ้อยคำเมื่อครู่ แต่เป็นผู้อื่น พวกเขาคงชักดาบเข้าใส่ท่านไปแล้ว มันดุจเป็นการดูหมิ่นเหล่าผู้ที่ยอมหลั่งเลือดเพื่อให้มีชื่อสลักบนศิลาทั้งสามนี้”

“เป็นเช่นนี้เองหรือ? ขออภัยสำหรับถ้อยคำหยาบคายเมื่อครู่” หยวนกล่าว

“มิเป็นไร ข้ารู้ว่าท่านมิได้ตั้งใจ”

จากนั้นเขาก็หันไปทางศิลาทั้งสามและกล่าวขึ้นอีกว่า “ศิลาทั้งสองแผ่นยกเว้นแผ่นกลางจะมีแผ่นละสี่สิบห้าชื่อ โดยแผ่นกลางจะมีสิบชื่อ รวมทั้งหมดเป็นหนึ่งร้อยชื่อพอดี”

“หนึ่งร้อยนักรบเหล่านี้เป็นยอดฝีมือของสำนักดาบบินแห่งนี้ มิรวมท่านผู้อาวุโสเมื่อครู่ โดยทุกคนในนั้นจะได้รับการสนับสนุนจากนิกายอย่างเต็มที่ แล้วก็...พวกที่มีชื่ออยู่ในแผ่นกลางนั่นคือเหล่าศิษย์หลัก” ดวงตาของโมโจวเป็นประกายเมื่อมองไปยังแผ่นศิลาแผ่นนั้น

“เหล่าศิษย์ในนิกายแห่งนี้รวมถึงตัวข้าเองนั้น ก็ปรารถนาจะมีชื่อสลักไว้บนแผ่นหินนี้” เมื่อโมโจวกล่าวจบ ทันใดนั้นเองชื่อบนศิลาทั้งสามก็เลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยชื่อใหม่ในไม่กี่วินาทีต่อมา

“ดูสิ!! มีคนมาแทนชื่อที่หนึ่งร้อยด้วย!” ดวงตาของโมโจวกะพริบด้วยความตื่นเต้น

“เอ๋? ชื่อบนศิลานี่เปลี่ยนเองได้ด้วยอย่างนั้นหรือ?” หยวนอยากรู้อยากเห็นขึ้นมา

หลังจากจ้องไปที่แผ่นศิลาก็เห็นว่าชื่อที่ปรากฏอีกชื่อคือ เหรินฟู่เฉิน

เขาชี้ไปที่ชื่อแล้วเอ่ยถามโมโจวด้วยความสงสัย “เฮ้...เหรินฟู่เฉิน...ใช่เหรินผู้นั้นที่กระทำกับเจ้าหรือไม่?”

เมื่อหยวนกล่าวจบ สีหน้าของโมโจวซีดลงอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นก็พยักหน้าด้วยความไม่พอใจ

“ชื่อของเขาอยู่อันดับที่สิบสี่ เขาเป็นคนที่สิบสี่ของที่นี่อย่างนั้นหรือ?” หยวนถามด้วยท่าทางไม่พอใจ

โมโจวพยักหน้าอีกคราแต่คราวนี้ช้าลง

“ซิงอวี่หนิง...อันดับที่สิบ” จากนั้นหยวนก็หันไปมองเขาด้วยท่าทางประหลาดใจ “สตรีที่เจ้าชอบอยู่ในแผ่นศิลาแผ่นกลาง เจ้าผู้นี้ก็ทะเยอทะยานมิใช่น้อยนะ”

“...”

โมโจวทำได้เพียงยิ้มด้วยความขมขื่นกับถ้อยคำของหยวนที่ดูจะเต็มไปด้วยการยอ

“ช่างเถิดเรื่องนี้ คนนอกเช่นท่านมิจำเป็นต้องสนใจเป็นดี” เขากล่าว “บัดนี้ข้าต้องนำแกนกลางกิ้งก่าเพลิงไปให้ศิษย์พี่เหรินโดยเร็ว” พลางถอนหายใจด้วยความหดหู่

“เรื่องนี้ไร้สาระยิ่งนัก! มิมีเหตุผลใดที่เจ้าจะต้องนำมันไปให้เจ้าผู้นั้นเลย” หยวนกล่าว

โมโจวส่ายศีรษะและกล่าวว่า “ท่านไม่เข้าใจ ท่านหยวน โลกนี้ต้องทำตามกฎของผู้แข็งแกร่ง ผู้ที่อ่อนแอต้องปฏิบัติตามอย่างมิมีข้อกังขา”

“และข้าก็กำลังบอกว่า มีแต่คนโง่งมเท่านั้นที่ยอมทำตาม”

“โง่งมอย่างนั้นหรือ?” เขาหันไปมองชายที่กำลังกล่าวว่าทุกคนในโลกนี้โง่งม

“อันที่จริงที่มาที่นี่ก็เพื่อพบเหรินผู้นี้แหละ” จู่ๆ หยวนก็กล่าวขึ้น

“มิเป็นไร” โมโจวกล่าวด้วยความขมขื่น “นี่เป็นปัญหาของข้า ข้าไม่อาจลากท่านเข้ามาเกี่ยวพันได้”

หยวนเงียบและมองด้วยสีหน้าสงบ “อย่างนั้นหรือ?”

ทันใดนั้นก็มีเสียงก้องดังมาจากที่ไกล “เฮ้! นั่นไอ้เด็กคนนั้นมิใช่หรือ ที่พยายามจะก้าวก่ายศิษย์พี่ซิง เลยต้องจบไม่สวยกับศิษย์พี่เหรินมิใช่หรือไร?” ทั้งหยวนและโมโจวหันไปทิศทางที่เสียงนั้นดังขึ้น

“ศิษย์พี่เหริน!! ศิษย์พี่เซิน!!”

เมื่อหยวนเห็นขาของโมโจวกำลังสั่นดุจเยลลี่ หยวนรับรู้ในทันทีว่าเขาหวาดกลัวสองคนนี้เพียงใด

“โมโจว เจ้าสารเลว! เจ้ากล้าให้ข้าเดินไปหาถึงห้องเพื่อตามหาเจ้าได้อย่างไรกัน!” ชายรูปหล่อทางขวาเดินเข้ามาหาโมโจวด้วยใบหน้าโกรธ และกำหมัดแน่น

“เจ้ามัวไปมุดหัวอยู่ที่ใดมา? ไหนเล่าที่บอกว่าจะนำแกนกลางกิ้งก่าเพลิงมาให้ข้า!”

“ข้าได้มาแล้ว มันอยู่กับข้า ข้าได้ไปเอามันมาแล้ว” โมโจวแสดงคริสตัลสีแดงขนาดเล็กให้เหรินดู

“เจ้าเด็กนี่มันนำแกนกลางกิ้งก่าเพลิงมาได้จริงหรือนี่!” เหรินฟู่เฉินถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นคริสตัลนั้น เขาไม่คิดว่าคนอ่อนแออย่างโมโจวจะต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับสูงเช่นนั้นได้

“เอามาได้อย่างไร! อย่าบอกนะว่าเจ้าใช้เงินเพื่อซื้อมันมา?”

“มิสำคัญหรอกว่าข้าจะได้มาเช่นไร รับไปแล้วอย่ามายุ่งกับข้าอีก”

“ฮ่าๆๆ!” เมื่อได้ยินที่โมโจวกล่าว เหรินฟู่เฉินก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “เจ้าผู้นี้นี่ช่างโง่งมเสียจริง! คิดหรือว่าแค่เอาของเพียงเท่านี้มาให้แล้วข้าจะเลิกยุ่งกับเจ้า? ข้าแค่ใช้เรื่องนี้เพื่อกำจัดเจ้าเท่านั้นแหละ”

“สิ่งใดหรือ?” ในยามนี้หัวใจของโมโจวเต็มไปด้วยความขมขื่น “ก็ไหนเจ้ากล่าวว่าหากนำมาได้แล้วจะลืมเรื่องข้ากับศิษย์พี่ซิงอย่างไรเล่า? เจ้าสัญญาเอาไว้แล้ว นี่แกนกลางกิ้งก่าเพลิงอย่างไรเล่า!”

“แน่นอนว่าข้าจะลืม! ข้ารักษาคำพูด! ข้ามิได้ลดตัวไปแข่งขันกับขยะเช่นเจ้าหรอก! ทว่าเจ้าดันมาหยามความรู้สึกของคนเช่นข้า เพียงแค่นี้ก็มีเหตุผลเพียงพอจะบดขยี้คนเช่นเจ้าแล้ว!”

โมโจวยืนตัวสั่นเทา เขาควบคุมสติไม่อยู่เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น ทว่าความรักที่เขามีให้น้องศิษย์พี่ซิงนั้นมากพอที่จะยอมถูกทำร้าย ความยุติธรรมอยู่ที่ใด? โลกนี้ช่างใจร้ายกับเขาเสียเหลือเกิน เขากับเหรินผู้ถูกเลือกนั้นมีความสามารถแตกต่างกันเกินไป

“ว้าว! นั่นอย่างไรเล่า!” จู่ๆ หยวนก็กล่าวเสียงดัง ทำให้โมโจวสะดุ้งและหยุดสั่น “เจ้าผู้นั้นกำลังจะบดขยี้ผู้หนึ่ง เพียงเพราะเห็นพวกเขารักกันอย่างนั้นหรือ? เป็นคนที่แปลกพิลึกยิ่งนัก!” หยวนหัวเราะเสียงดังราวกับกำลังชมละครตลก

“แล้วเจ้าเป็นใครกัน? มิใช่ศิษย์ในนิกาย เหตุใดจึงมาอยู่ที่นี่ได้?” เหรินหันมามองหยวน ขณะที่เสี่ยวฮัวยืนอยู่ข้างๆ

“ข้าเป็นคนกำจัดกิ้งก่าเพลิงตัวนั้น” หยวนกล่าว

“ท่านหยวน!” โมโจวเบิกตากว้าง

“ด้วยตัวคนเดียวอย่างนั้นหรือ...” เหรินฟู่เฉินหรี่ตามองเขา “แล้วเจ้าให้แกนกลางแก่เจ้าคนนั้นเพื่อสิ่งใด? เขามอบสิ่งใดตอบแทนให้เจ้าหรือ?”

“เปล่า ข้าให้เพราะข้าปรารถนาจะให้” หยวนตอบอย่างไม่สนใจ

“...”

แม้ว่าเขาจะมิรู้ว่าหยวนผู้นี้คือใคร แต่บุคคลทั่วไปมิมีทางมอบแกนกลางกิ้งก่าเพลิงให้ใครง่ายๆ เป็นแน่

“แล้วเจ้าปรารถนาสิ่งใด?”

“ข้าปรารถนาให้เจ้าหยุดรังควานเขา” หยวนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“แล้วหากข้าตอบว่าไม่เล่า?”

“เช่นนั้นก็...ข้าเคยช่วยชีวิตเขาไว้แล้ว คงมิแปลกหากจะช่วยชีวิตเขาอีกครา”

“เจ้า...” เหรินขมวดคิ้วเพราะถ้อยคำของหยวน

“ท่านหยวน!” สำหรับโมโจว การกระทำของหยวนนั้นมีความหมายยิ่งนัก ดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยน้ำตา และหัวใจของเขาเปี่ยมไปด้วยคำขอบคุณ

...

จบบทที่ ตอนที่ 15 ศิลาจารึก (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว