เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 ร่างกายท้าสวรรค์ (อ่านฟรี)

ตอนที่ 12 ร่างกายท้าสวรรค์ (อ่านฟรี)

ตอนที่ 12 ร่างกายท้าสวรรค์ (อ่านฟรี)


ฝืนชะตาท้าพิภพออนไลน์ ตอนที่ 12 ร่างกายท้าสวรรค์

<ผู้เล่นเพลิงโลหิต ผู้เล่นอสรพิษอสูร ผู้เล่นสุนัขคลั่ง ผู้เล่นเก็ทครีม เป็นผู้เล่นกลุ่มแรกที่เคลียร์แหลมแห่งการเผาไหม้ได้เป็นครั้งแรก!>

เสียงประกาศดังขึ้นและข้อความที่แสดงอยู่เหนือก้อนเมฆ ขณะที่หยวนกำลังร่ายรำเพลงดาบอย่างสง่างาม พร้อมกับดาบเหล็กกล้าในมือ ฟาดฟันหมาป่าสีน้ำเงินรอบๆ อย่างรวดเร็ว ซากศพของหมาป่าร่วงหล่นลงสู่พื้น แต่นั่นมิได้ทำให้หยวนหยุดการโจมตีต่อเนื่อง ไม่เว้นแม้แต่หมาป่าสองตัวที่พยายามวิ่งหนี

เสี่ยวฮัวคอยดูอยู่ห่างๆ ปรบมือดุจคนดูที่กำลังชมการแสดง "พี่หยวนพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับฟองน้ำที่กำลังซับน้ำเข้าไปอย่างรวดเร็ว จากผู้อ่อนแอกลายเป็นนักดาบภายในไม่กี่ชั่วโมง ความสามารถในการควบคุมพลังฉีนั้นก็เติบโตเช่นกัน" ทันใดนั้นนางก็รู้สึกเสียดายขึ้นมา "หากพี่หยวนเกิดและเติบโตในสวรรค์ชั้นสูงสุด แทนที่จะเป็นสวรรค์ชั้นล่างเช่นนี้ เขาจะไปได้ไกลเพียงใดกันหนอ"

หลังจากสังหารหมาป่าเสร็จ หยวนก็ดึงเอาแกนกลางมอนสเตอร์ออกมาจากหมาป่าตัวสุดท้ายนี้

“มีเพียงเจ็ดในหลายสิบตัวเท่านั้นที่ดร็อปแกนกลางมอนสเตอร์” หยวนเอ่ยขึ้นด้วยความเสียใจ หลังจากความพยายามอย่างหนักเมื่อครู่

“เจ็ดแกนก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก...” เสี่ยวฮัวกล่าวเมื่อเห็นเขากำลังผิดหวัง “ถ้าใช้มันตามวิธีปกติก็สามารถใช้เพิ่มค่าฝึกฝนได้เป็นเดือนเชียวนะ”

“แต่ในกรณีของพี่หยวน...”

“นี่ไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำ” จู่ๆ หยวนก็โยนมันเข้าปาก ทำเอาเสี่ยวฮัวถึงกับสะดุ้งด้วยความสยองอีกครา

<เปิดใช้งานกายกลั่นสวรรค์> <ได้รับห้าแสนหกหมื่นฉีจากการดูดซึมแกนกลางมอนสเตอร์หมาป่าเขี้ยวเงิน> <คุณดูดซับพลังฉีเพียงพอสำหรับการพัฒนา> <คุณได้เลื่อนขั้นเป็นวิญญาณฝึกหัดขั้นที่ 9> <สถานะทั้งหมด +500> 1,519,395/3,840,000

...

“พี่หยวน...พี่...” เสี่ยวฮัวมองหยวนดุจเขาเป็นภูติผี สายตาของนางเต็มไปด้วยความตกใจ

“รสชาติเหมือนขนมเลย” หยวนเลียริมฝีปากแล้วเอ่ยขึ้นว่า “แม้ว่ามันจะมิได้มีพลังฉีเท่าเจ้ากบหยกนั่น แต่ก็มีประโยชน์อย่างมากกับการฝึกฝนของพวกเรา”

“มีสิ่งใดหรือ?” เขามองนางด้วยสายตาไร้เดียงสา ราวกับเขาไม่รู้ว่าความสามารถของตนน่าทึ่งเพียงใด

“เมื่อผู้ฝึกฝนดูดซับพลังฉีเข้าไปนั้น มันมีปริมาณที่จำกัดอยู่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแกนกลางมอนสเตอร์ แกนกลางมอนสเตอร์ระดับสูงนั้นจะถูกดูดซับได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น ส่วนใหญ่มักได้ประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของฉีทั้งหมด ส่วนที่เหลือจะสลายกลับคืนสู่โลก เป็นกฎของสวรรค์และมิมีผู้ใดสามารถท้าทายได้ แต่ร่างกายของพี่หยวนนั้นฉีกกฎ ไม่ต่างจากการท้าทายสวรรค์เลย”

“ท้าลิขิตสวรรค์...หึ...” หยวนหวนนึกถึงเรื่องราวในชีวิตจริง “หากเพียงแต่มีเรื่องเช่นนี้ในชีวิตจริงก็คงจะดี” เขาคิดในใจพลางถอนหายใจ

ทันใดนั้นเสี่ยวฮัวก็เอียงศีรษะ “พี่หยวน มีคนอยู่แถวๆ นี้”

“หืม...คนอย่างนั้นหรือ? ผู้เล่นหรือ NPC เล่า?” เขาสงสัย เนื่องจากเป็นการเผชิญหน้าครั้งแรกของเขากับผู้คนอื่นหากเป็นผู้เล่น

“สามคน ผู้ฝึกฝนจิตวิญญาณฝึกหัดระดับเจ็ดสองคน ระดับแปดหนึ่งคน พวกเขากำลังต่อสู้กับกิ้งก่าเพลิงระดับสูงสุด”

“น่าสนใจ” หยวนกล่าว “ไปดูกันเถอะ”

“อื้อ”

เด็กวัยรุ่นสามคน ชายสอง หญิงหนึ่ง ยืนห่างจากกิ้งก่าเกล็ดสีแดงไม่กี่เมตร มีเส้นสีดำกระจายอยู่ทั่วตัวคล้ายรอยไหม้จากฟ้าผ่า จ้องมองอยู่โดยมิถอยร่น เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ พวกเขาต่อสู้กับกิ้งก่าเพลิงมาหลายนาทีแล้ว ทว่ายังมิมีใครโจมตีทะลุผิวหนังที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันของมันได้

“เวรเอ้ย! ไอ้เจ้านี่มันแข็งพอๆ กับเหล็กเลยนะ! รุ่นพี่โม เราน่าจะต้องออกจากที่นี่ก่อนฉีจะหมด!”

“รุ่นน้องหวังกล่าวถูก! บัดนี้เรายังไม่แข็งแกร่งพอจะเผชิญหน้ากับมัน ถอยก่อนจะดีกว่าเดี๋ยวจะสายเกินไป!”

คนอาวุโสที่สุดในกลุ่มนามโมโจวกำลังกัดริมฝีปากขณะกำลังจ้องไปที่กิ้งก่าไฟเบื้องหน้าเขา เขาทุ่มเทคนิคและทักษะทั้งหมดที่มีไปแล้ว แต่มันกลับไม่มีแม้รอยขีดข่วน “ขอปฏิเสธ!” ทันใดนั้นเขาก็ตะโกนขึ้นเสียงดัง

“รุ่นพี่โม!!” อีกสองคนเริ่มกังวลกับความดื้อรั้นของเขา

“พวกเจ้าสองคนไปได้ ข้ามีธุระกับเจ้านี่...ต้องเคลียร์กัน มิเช่นนั้นก็ข้าจะต้องดับสิ้นกันไปข้างหนึ่ง ชีวิตของข้าขึ้นอยู่กับแกนกลางของเจ้ากิ้งก่าเพลิงนี่!” เขากัดริมฝีปากจนเลือดไหล “ไม่ว่าจะดับชีพที่นี่หรือกลับไปที่นิกายก็ดับสิ้นอยู่ดี เช่นนั้นข้าขอต่อสู้หลังชนฝาจะดีกว่า!”

“เช่นนั้นเชิญพี่ตามสบาย! ข้าจะไว้อาลัยให้พี่ก็แล้วกัน!” ชายคนหนึ่งกล่าว ก่อนจะออกวิ่งเตลิด

“เรื่องเช่นนี้คงมิเกิดขึ้นหากพี่ไม่ทำให้พี่เหรินขุ่นเคือง” หญิงสาวก็ละทิ้งการต่อสู้เช่นกัน พวกเขาเป็นสหายกันมาหลายปีก็จริง แต่ก็มิได้สนิทถึงขั้นเอาชีวิตมาเสี่ยงในที่เช่นนี้

โมโจวถอนหายใจกับถ้อยคำของหญิงสาวรุ่นน้องของเขา “รุ่นน้องหลิงกล่าวถูก...แต่ข้าไม่อาจเพิกเฉยต่อความรู้สึกของตนเองได้ไม่ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น...มิรู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เลือกนั้นผิดหรือถูก” เขายกดาบขึ้นอีกครา “เข้ามาเจ้าขยะ!”

“หืม? เสี่ยวฮัวกล่าวว่ามีสามคน เหตุใดจึงมีเพียงคนเดียวเล่า?” หยวนชี้ไปที่โมโจว ที่กำลังต่อสู้กับกิ้งก่าเพลิงด้วยดวงตาที่ดุร้ายและเสื้อคลุมที่เปื้อนเลือด

“พวกเขาหนีไปก่อนที่เราจะมาถึง” นางตอบ

“แล้วเขาเล่า? เขาคิดว่าจะเอาชนะได้หรือ?”

เสี่ยวฮัวส่ายศีรษะ “ฐานการฝึกฝนของเขากำลังจะหมดลงแล้ว...รอเพียงแค่เวลาเท่านั้น อีกไม่นานก็คงล่วงรู้ผล”

“เขาเป็นคนแรกที่ข้าพบที่นี่ คงน่าเสียดายยิ่งนักหากปล่อยให้เขาดับสิ้น” จู่ๆ หยวนก็ยกดาบขึ้น

“ดาบอาบโลหิต!!”

ดาบระดับวิญญาณเจาะผ่านผิวหนังซึ่งเป็นเกล็ดคล้ายเหล็กของกิ้งก่าเพลิงและแทงทะลุหัวใจของมัน โดยสังหารมันในทันทีด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

“เจ้า...สบายดีหรือไม่?” หยวนมองไปยังโมโจวขณะที่เขากำลังอ้าปากค้าง

...

จบบทที่ ตอนที่ 12 ร่างกายท้าสวรรค์ (อ่านฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว