- หน้าแรก
- การกำเนิดของเทพตีเหล็กยุคปฐมกาล
- บทที่ 133 เหนือกว่า 'นักสู้ผู้ช่ำชอง' (อ่านฟรี28-03-2025)
บทที่ 133 เหนือกว่า 'นักสู้ผู้ช่ำชอง' (อ่านฟรี28-03-2025)
บทที่ 133 เหนือกว่า 'นักสู้ผู้ช่ำชอง' (อ่านฟรี28-03-2025)
ฟิ้ววว!
เมื่อระลอกที่สิบเอ็ดเริ่มขึ้น วัลเลียร์ก็สังเกตได้ทันทีว่าการจัดรูปแบบของศัตรูในครั้งนี้แตกต่างไปจากเดิมอย่างมาก หากก่อนหน้านี้ศัตรูทั้งหมดพุ่งเข้าหาเขาจากทิศทางเดียว ในครั้งนี้พวกมันกลับกระจายตัวล้อมรอบเขาเป็นวง ซึ่งหมายความว่า เขาจะต้องคำนึงถึงโอกาสในการถูกโจมตีจากทุกทิศทางระหว่างที่เขากำลังโจมตีด้วย
...ราวกับว่าสิ่งนั้นจะเป็นปัญหาสำหรับวัลเลียร์เสียอย่างนั้น
ฉวัดเฉวียน!
ก่อนที่ศัตรูจะรวมตัวกันเป็นวงแคบจนไม่มีช่องให้หลบหนี วัลเลียร์ก็อาศัยความเร็วอันเหนือชั้นของตน พุ่งผ่านช่องว่างระหว่างพวกมันออกมา จากนั้นก็กวาดล้างศัตรูทั้งหมดลงอย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับสิบระลอกแรกที่ผ่านไป
ขณะที่เขาฟาดฟันศัตรูลงไปทีละตัว เสียงหัวเราะแผ่วเบาก็หลุดออกจากลำคอของเขาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำในช่วงที่เขาช่วยหมู่บ้านรับมือกับคลื่นมอนสเตอร์ผุดขึ้นมาในหัว เมื่อเปรียบเทียบศัตรูที่เขาเคยเผชิญในตอนนั้น กับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าตอนนี้ เสียงหัวเราะเบาๆ ของเขาก็ค่อยๆ กลายเป็นเสียงหัวเราะเต็มเสียง และมันก็ดำเนินต่อไปจนกระทั่งเขากวาดล้างระลอกที่สิบสองเสร็จสิ้น
เมื่อวัลเลียร์ผ่านระลอกที่สิบห้าได้สำเร็จ อาร์เซนน์และกาเบรียลต่างตกอยู่ในความเงียบงัน ก่อนจะหันมาสบตากัน โดยที่สีหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความตกตะลึง
สำหรับกาเบรียล การที่วัลเลียร์ยังสามารถรับมือกับศัตรู 15 ตัวพร้อมกันได้อย่างเฉียบคม ทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก จากผู้คนทั้งหมดที่เขาเคยพบมาจนถึงตอนนี้ ที่เข้ารับการทดสอบความสามารถในการต่อสู้ วัลเลียร์ไม่ใช่คนแรกที่เข้ารับการทดสอบในช่วงเริ่มต้นของแรงค์ 1
แต่เมื่อพูดถึงการไปให้ถึงระดับ 'นักสู้ผู้ช่ำชอง' และก้าวข้ามมันไป เขากลับเป็นคนแรกอย่างแน่นอน
ส่วนอาร์เซนน์ แม้ว่านางจะคาดไว้แล้วว่าวัลเลียร์จะสามารถไปถึงระดับ 'นักสู้ผู้ช่ำชอง' ได้โดยไม่มีปัญหา และอาจฝ่าไปได้อีกสองสามระลอก แต่การที่ชายหนุ่มตรงหน้ากวาดล้างระลอกที่สิบห้าได้โดยแทบไม่สะดุด และยังมีพลังเหลือเฟือที่จะก้าวต่อไป ทั้งที่ยังอยู่ใน แรงค์ 1 นั้น ทำให้นางอดสงสัยไม่ได้ว่า ตัวนางเองทำอะไรอยู่ตอนที่ยังอยู่ในจุดเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความตกตะลึงแล้ว ทั้งคู่ยังรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังขึ้นมาว่า วัลเลียร์จะสามารถไปถึงระลอกที่ยี่สิบ และคว้าฉายา 'นักสู้ขั้นยอดฝีมือ' ได้หรือไม่ เพราะถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่ามี 'นักสู้ขั้นยอดฝีมือ' ในแรงค์ 1 อยู่บนโลกนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นมันกับตาตัวเอง...
และคนผู้นั้นก็คือวัลเลียร์
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
รักษาจังหวะการต่อสู้ของตัวเองไว้ วัลเลียร์กวาดล้างศัตรูในระลอกที่สิบหกถึงสิบเก้าได้อย่างไม่ยากเย็น แม้ว่าศัตรูในช่วงนี้ จะเริ่มใช้กลยุทธ์ที่พบได้ในศึกขนาดเล็กก็ตาม ส่งผลให้เขาต้องเริ่มใช้ [ทรงทรงพลัง] เป็นระยะเพื่อเปิดโอกาสให้ตนเอง
เมื่อเข้าสู่ระลอกที่ยี่สิบ ศัตรูของเขาถูกแบ่งออกเป็นสี่กลุ่มย่อย กลุ่มละห้าตัว พร้อมกันโจมตีวัลเลียร์ด้วยการประสานงานที่รัดกุม จนเขาต้องใช้ [จิตใจเฉียบแหลม] และ [ดวงตาเฉียบแหลม] เพื่อหาทางเอาชนะเชิงกลยุทธ์ ด้วยการใช้ [ทรงทรงพลัง] หลายครั้งและ [เขี้ยวพิฆาตฟากฟ้า] เพียงครั้งเดียว ในที่สุดเขาก็หาทางจัดการกับศัตรูทั้งหมดได้สำเร็จ และแบ ไปได้อย่างฉิวเฉียด
*<ท่าแรก: เขี้ยวพิฆาตฟากฟ้า – อนุญาตให้ผู้ใช้โจมตีศัตรูด้วยการกวัดแกว่งหอกในลักษณะโค้ง เลียนแบบเขี้ยวของอสรพิษ
- สร้างความเสียหาย คิดเป็น 175% ของค่าพลังโจมตีของผู้ใช้
- คูลดาวน์: 15 วินาที
- ค่าใช้จ่าย: 15 MP>*
อาร์เซนน์และกาเบรียลที่ได้เห็นกับตาว่าผู้ถือครองแรงค์ 1 สามารถผ่านระลอกที่ยี่สิบไปได้ ต่างก็เผลอร้องเชียร์ออกมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะหยุดตัวเองไว้ เมื่อระลึกขึ้นได้ว่าการทดสอบยังไม่จบลง
แต่ถึงจะสงบเงียบลง มือที่กำแน่นของพวกเขากลับยังคงสั่นไหวจากความตื่นเต้น ราวกับว่าความรู้สึกที่ได้เห็น 'นักสู้ขั้นยอดฝีมือ' ปรากฏตัวตรงหน้า ยังคงเดือดพล่านอยู่ภายในใจของพวกเขาไม่เสื่อมคลาย...
แน่นอนว่า วัลเลียร์เองก็รู้สึกยินดีกับการที่เขาสามารถผ่านระลอกที่ยี่สิบมาได้สำเร็จ เพราะนั่นหมายความว่าเขาจะได้รับฉายา ['นักสู้ขั้นยอดฝีมือ'] แทนที่จะเป็น ['นักสู้ผู้ช่ำชอง'] จากระลอกที่สิบ
ที่จริงแล้ว เขารู้สึกว่าตอนนี้คงเป็นเวลาที่ดีที่จะยอมแพ้และพักผ่อน หลังจากที่ใช้พลังทั้งทางร่างกายและจิตใจไปอย่างหนักตลอดยี่สิบระลอกที่ผ่านมา
แต่ถึงอย่างนั้น…
ก็ยังมีบางอย่างในใจของเขาที่อยากรู้ว่า เขาจะไปได้ไกลแค่ไหน
ฟิ้ววว!
วัลเลียร์สูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อเตรียมสภาพจิตใจของตนให้พร้อมรับมือกับขีดจำกัดสูงสุดของตัวเอง และจากนั้น ระลอกที่ยี่สิบเอ็ด ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ซึ่งยังคงใช้กลยุทธ์บางส่วนจากระลอกก่อนหน้า
โชคดีที่เขาสังเกตเห็นจุดนี้ได้ตั้งแต่ต้น ทำให้สามารถเอาชนะไปได้ แม้ว่าจะเริ่มรู้สึกถึงความลำบากขึ้นก็ตาม
จากนั้น ระลอกที่ตามมาอีกสี่ระลอกก็ค่อยๆ นำกลยุทธ์จากระลอกที่ยี่สิบ มาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงระลอกที่ยี่สิบห้า ซึ่งมีรูปแบบการต่อสู้เหมือนระลอกที่ยี่สิบทุกประการ แต่คราวนี้มีศัตรูเพิ่มขึ้นอีกห้าตัว
แม้ว่าเขาจะผ่านมันไปได้ในที่สุด แต่ ณ จุดนี้ ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินร่างกายของเขาอย่างจริงจัง
ถึงกระนั้น เขายังคงกัดฟันเดินหน้าต่อไป พร้อมกับนึกย้อนถึงช่วงเวลาที่เขาผลักดันร่างกายของตัวเองจนถึงขีดสุด ในศึกการประลองกับอาร์เซนน์เพื่อหวังจะไปถึงระดับ 'ชำนาญ'
วัลเลียร์ยึดมั่นในความรู้สึกนั้น และเดินหน้าฟาดฟันศัตรูในระลอกต่อๆ ไป แต่ความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจที่เขารู้สึกตอนนี้ มันหนักหน่วงกว่าครั้งไหนๆ
อาร์เซนน์และกาเบรียลที่เฝ้าดูอยู่ต่างพากันตกตะลึงและพูดไม่ออก การที่วัลเลียร์ยังคงฝ่าฟันระลอกที่ยี่สิบเอ็ดถึงยี่สิบเจ็ดไปได้นั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่เหนือความคาดหมายของพวกเขา
ในสายตาของพวกเขา วัลเลียร์ไม่มีความจำเป็นต้องผลักดันตัวเองถึงเพียงนี้เลย เพราะเงื่อนไขในการไปถึงระดับ 'นักสู้ผู้เชี่ยวชาญ' นั้น ต้องผ่านถึงระลอกที่สี่สิบ
แต่เขากลับยังคงเดินหน้าต่อไป
พวกเขาไม่แน่ใจว่าวัลเลียร์ทำเช่นนี้ เพราะต้องการทดสอบขีดจำกัดของตนเอง หรือเพราะว่าเขาเชื่อจริงๆ ว่าตัวเองสามารถไปถึงระดับ 'นักสู้ผู้เชี่ยวชาญ' ได้
สิ่งเดียวที่พวกเขารู้แน่ชัดก็คือ...
ความเหนื่อยล้าได้เข้าจู่โจมวัลเลียร์อย่างเต็มกำลัง
และในที่สุด มันก็มาถึงขีดสุด
ตุบ!
วัลเลียร์แทบจะกระเสือกกระสน เอาชนะระลอกที่ยี่สิบเก้าได้สำเร็จ ก่อนจะส่ายหัวอย่างแรง พร้อมกับหายใจหอบหนักและปล่อยหอกในมือร่วงลงสู่พื้น
จากนั้น ร่างของเขาก็ล้มลงนอนหงายกับพื้นโดยสมบูรณ์
กาเบรียลเห็นดังนั้นก็รีบระดมมานาทั้งหมดที่เขาฝังไว้ในพื้น และเรียกคืนกลับมาในทันที ส่งผลให้ระลอกที่สามสิบ ซึ่งกำลังจะเริ่มต้นต้องหยุดลงกลางคัน
เขารีบก้าวเข้าไปใกล้วัลเลียร์ เพื่อดูอาการของอีกฝ่าย ไม่นานนัก อาร์เซนน์ก็ทำแบบเดียวกัน นางลุกขึ้นจากที่นั่งแล้วเดินตรงเข้าไปใกล้วัลเลียร์เช่นกัน
"เป็นไงบ้าง?" กาเบรียลเอ่ยถาม ขณะที่วัลเลียร์ยังคงนอนหอบหายใจรุนแรง ร่างกายของเขารู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรงอย่างถึงที่สุด
แม้ว่าจะฝืนพยักหน้าตอบคำถามของกาเบรียลเบาๆ แต่ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าเขา ไม่ไหวอีกแล้ว
ถึงอย่างนั้น แม้ว่าร่างกายของเขาจะเหนื่อยล้าเสียจนแทบขยับไม่ได้ แต่ก็ยังมีความรู้สึกหนึ่งที่อบอวลอยู่ในตัวเขา…
ความรู้สึกของความสำเร็จ
พลังงานบางอย่างพลันเกิดขึ้นจากไหนก็ไม่รู้ และในช่วงเวลานั้นเอง วัลเลียร์ก็เอ่ยถามออกมาเบาๆ ซึ่งทำให้อาร์เซนน์และกาเบรียลต้องขมวดคิ้วด้วยความฉงน
"ข้า…"
"...ข้าทำได้ดีแค่ไหน?"