- หน้าแรก
- การกำเนิดของเทพตีเหล็กยุคปฐมกาล
- บทที่ 130 ความตกตะลึง (อ่านฟรี26-03-2025)
บทที่ 130 ความตกตะลึง (อ่านฟรี26-03-2025)
บทที่ 130 ความตกตะลึง (อ่านฟรี26-03-2025)
แม้ว่าชายตรงหน้าของนางจะนอนหอบหายใจอยู่กับพื้นอย่างเห็นได้ชัด แต่นั่นก็ไม่อาจกลบเกลื่อนความตกตะลึงอย่างมหาศาลที่อาร์เซนน์รู้สึกได้ เมื่อเขาสามารถก้าวไปถึงระดับ 'ชำนาญ (Adept)' ได้ แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่ฉิวเฉียดก็ตาม
ตลอดเวลาที่นางเคยทดสอบผู้ใช้หอกในห้องฝึกซ้อม แทบทุกคนล้วนแล้วแต่ไม่สามารถทะลวงผ่านระดับ 'มือใหม่ (Novice)' ไปได้ ส่วนจำนวนน้อยที่สามารถผ่านไปได้นั้น ก็มักจะยอมแพ้ในเวลาไม่นาน
สำหรับนาง คนที่สามารถผ่านระดับ 'มือใหม่ (Novice)' ได้ก็นับว่าเป็นพรสวรรค์สูงสุดของเมืองแล้ว แต่ทว่า ชายที่อยู่ตรงหน้านางเป็นข้อยกเว้นอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงแต่เขาสามารถทะลวงผ่านระดับ 'มือใหม่ (Novice)' ได้อย่างง่ายดาย หากแต่เขายังผลักดันตัวเองจนถึงขีดจำกัด เพื่อฝ่าไปสู่ระดับ 'ชำนาญ (Adept)' ได้สำเร็จ
ในตอนแรก ความคิดที่ว่าเขาอาจมาจากตระกูลขุนนางที่นางรู้จัก ได้ช่วยให้นางระงับความตกใจไปได้บ้าง เพราะหากเป็นเช่นนั้นจริง มันก็สมเหตุสมผลที่เขาจะมีฝีมือขนาดนี้ ทว่าเมื่อนางใช้ [วิเคราะห์] กับเขา และได้รับรู้ถึงเลเวลของเขาในตอนนี้ ความตกตะลึงของนางกลับพุ่งสูงขึ้นเป็นร้อยเท่า จนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่าเขาฝึกฝนศาสตร์แห่งหอกมาจากที่ใดและอย่างไร ถึงสามารถแสดงฝีมือระดับนี้ออกมาได้
"แม้ว่าเขาจะผ่านระดับชำนาญมาได้แบบฉิวเฉียด... แต่เขาทำมันได้ตอนเลเวล 11 น่ะเหรอ?" อาร์เซนน์แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเหลือบมองวัลเลียร์ที่ยังคงหอบเหนื่อยอยู่บนพื้น "นอกจากเขาจะมาจากตระกูลขุนนางแล้ว... เขาต้องเป็นอัจฉริยะด้านการใช้หอกอย่างแน่นอน"
ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยถามวัลเลียร์เกี่ยวกับเคล็ดลับในการฝึกฝนของเขา ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ยันตัวขึ้นนั่ง ก่อนจะมองมาที่นางพลางยิ้มแหยๆ อย่างขมขื่น
"เอ่อ... ข้ารู้ว่ามันอาจจะเป็นการขอมากเกินไปหน่อย แต่เจ้าพอจะให้ 'ยาฟื้นฟูพลังงาน' สักขวดได้ไหม?"
แทนที่จะรู้สึกแปลกใจ ที่ขุนนางเช่นเขากลับไม่มีโพชั่นติดตัวเลย อาร์เซนน์เพียงพยักหน้าเบาๆ ก่อนบอกให้เขารออยู่ตรงนั้น จากนั้นนางก็เดินออกจากห้องไป
ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที นางก็กลับมาพร้อมกับขวดแก้วใบเล็กที่บรรจุของเหลวสีใสภายใน ซึ่งทำให้วัลเลียร์นึกถึงเครื่องดื่มชูกำลังที่เขาเคยดื่มในชาติก่อน เขารีบยื่นมือออกไปรับมัน หลังจากที่อาร์เซนน์โยนมาให้
ก่อนจะดื่ม วัลเลียร์ดึงจุกขวดออกและใช้ [วิเคราะห์] กับของเหลวในขวด ทว่าหลังจากนั้นเขาก็หยุดดื่มไปครู่หนึ่ง เมื่อพบว่าของเหลวที่เขาได้รับคือ 'ยาฟื้นฟูพลังงานขั้นสูง'
สำหรับเขา แค่ได้ 'ยาฟื้นฟูพลังงานขั้นต่ำ' หรือ 'ยาฟื้นฟูพลังงานขั้นกลาง' ก็นับว่าเพียงพอแล้ว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าอาร์เซนน์กับเขาแทบไม่รู้จักกันมาก่อน
แต่ 'ยาฟื้นฟูพลังงานขั้นสูง' น่ะเหรอ?
ถึงแม้ว่าโพชั่นระดับนี้ จะสามารถพบได้ในเมืองระดับนคร แต่มันก็เป็นสิ่งที่มีจำนวนจำกัด และหมุนเวียนอยู่ในเมืองเพียงไม่กี่ขวดเท่านั้น... และเขาเพิ่งจะดื่มไปขวดหนึ่ง
"เป็นเพราะนางมาจากตระกูลขุนนางงั้นเหรอ?" ความคิดนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของวัลเลียร์ ก่อนที่เขาจะตัดสินใจดื่มของเหลวที่เหลือในขวดจนหมด แต่ไม่วายรู้สึกปวดใจอยู่บ้าง เพราะรู้ดีว่าด้วยแรงค์ในปัจจุบันของเขา พลังส่วนใหญ่ของโพชั่นได้ถูกใช้ไปอย่างสูญเปล่า
อย่างไรก็ตาม สมกับชื่อของมัน 'ยาฟื้นฟูพลังงานขั้นสูง' ทรงพลังอย่างแท้จริง เพราะภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที วัลเลียร์ก็รู้สึกสดชื่นและพร้อมจะต่อสู้อีกครั้ง
เมื่อยืนขึ้น เขาหยิบหอกที่เคยปล่อยตกลงพื้นมาก่อนหน้านี้ขึ้นมา แล้วสะพายมันไว้ด้านหลัง จากนั้นจึงคืนขวดเปล่าให้กับอาร์เซนน์พร้อมกล่าวขอบคุณ ซึ่งอีกฝ่ายก็ตอบกลับด้วยการพยักหน้า
อาร์เซนน์เห็นว่านี่เป็นโอกาสเหมาะที่จะถามคำถามที่นางสงสัยมาตลอด ทว่าเพียงแค่นางอ้าปาก วัลเลียร์กลับชิงถามนางก่อน
"ข้าไปถึงระดับชำนาญแล้วใช่ไหม?"
"แม้ว่าเจ้าจะต่อสู้กับข้าหลังจากผ่านระดับนั้นไปได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่เจ้าก็สามารถไปถึงระดับ 'ชำนาญ (Adept)' ได้จริงๆ"
แม้ว่านางจะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะเป็นครั้งที่สอง แต่อาร์เซนน์ก็ระงับอารมณ์เอาไว้ก่อนจะตอบคำถามของวัลเลียร์ ซึ่งทำให้ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมา ก่อนจะหลุดหัวเราะเบาๆ ในเวลาต่อมา
"โล่งอกไปที" วัลเลียร์ถอนหายใจเบาๆ ด้วยความโล่งใจ รู้สึกว่าการฝืนร่างกายของตนเองจนถึงขีดจำกัดนั้นคุ้มค่าแล้ว หลังจากนั้น เขากล่าวขอบคุณอาร์เซนน์อีกครั้ง ก่อนจะเดินไปยังทางเข้าห้อง ตั้งใจว่าจะไปเข้ารับการทดสอบการต่อสู้ เนื่องจากตอนนี้เขากลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เขาจะก้าวออกไป อาร์เซนน์ก็หยุดเขาไว้ด้วยคำถามหนึ่ง
"ก่อนที่เจ้าจะไป ข้าขอถามอะไรหน่อยได้ไหม? เจ้าฝึกฝนยังไงถึงสามารถไปถึงระดับ 'ชำนาญ (Adept)' ได้ ทั้งที่เจ้าเพิ่งเริ่มต้นอยู่ในแรงค์ 1?"
นางจ้องมองเขา แววตาสื่อให้เห็นว่านางอยากรู้คำตอบจริงๆ ในทางกลับกัน วัลเลียร์กลับเผยรอยยิ้มเจื่อนๆ ออกมา ซึ่งทำให้อาร์เซนน์รู้ได้ในทันทีว่า คำตอบที่นางจะได้รับนั้นคงไม่ใช่สิ่งที่นางคาดหวัง
"ในฐานะที่เจ้าเองก็เป็น ‘ยอดฝีมือหอก’ (Spear Elite) ข้ามั่นใจว่าเจ้าคงรู้คำตอบอยู่แล้ว" วัลเลียร์ตอบกลับ "การฝึกฝนอย่างไม่ลดละไงล่ะ"
อาร์เซนน์รู้สึกว่าคงเป็นเรื่องเสียเปล่า ถ้าจะพยายามบีบบังคับให้เขาพูดความจริง นางจึงตัดสินใจถามคำถามอีกข้อที่นางสงสัยแทน ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องที่นางกับเขาเป็นขุนนาง
"งั้นเหรอ... แต่พอคิดดูแล้ว ทำไมข้าไม่เคยเห็นเจ้าในงานเลี้ยงของขุนนางมาก่อนเลยล่ะ? ด้วยพรสวรรค์ระดับนี้ เจ้าต้องเป็นที่จับตามองและกลายเป็นดาวรุ่งของชนชั้นขุนนางรุ่นใหม่แน่ๆ"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ วัลเลียร์ก็หัวเราะเบาๆ ในใจ พลางขอบคุณนางที่เผลอให้ข้อมูลเกี่ยวกับตระกูลขุนนางไซฮาร์ดของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ด้วยความรู้เกี่ยวกับตระกูลขุนนางสเตลัยรา จากชาติก่อนของเขา ทำให้เขาสามารถคาดเดาสถานะของตระกูลไซฮาร์ดได้ว่า อย่างน้อยก็ต้องมีอำนาจทัดเทียมกับตระกูลของอาร์เซนน์ เพราะนางได้กล่าวถึง 'งานเลี้ยงของขุนนาง'
สำหรับการอ้างอิง 'งานเลี้ยงของขุนนาง' เป็นงานที่มีเพียงตระกูลขุนนางที่ปกครอง เมืองระดับมหานคร ขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมได้ ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่านครคลอสเบย์ ทั้งในแง่ของความยิ่งใหญ่และศักดิ์ศรี
"ข้าแค่ไม่สนใจที่จะเข้าร่วมงานพวกนั้นก็เท่านั้นเอง" วัลเลียร์ตอบพลางยักไหล่เล็กน้อย พร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ จากนั้นเขาก็ขอให้อาร์เซนน์หลีกทางให้ เพราะเขามีธุระต้องไปจัดการ
"เจ้าจะไปไหน? หรือว่าเจ้าจะไปยืนยันผลการทดสอบที่เจ้าเพิ่งทำได้?"
ณ จุดนี้ มุมมองของอาร์เซนน์ที่มีต่อวัลเลียร์แตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง นางเริ่มให้ความเคารพเขามากขึ้น ตามความสามารถที่เขาแสดงออกมาในการทดสอบ
อย่างไรก็ตาม วัลเลียร์ส่ายศีรษะไปมา ก่อนจะตอบกลับด้วยประโยคหนึ่ง ที่ทำให้อาร์เซนน์รู้สึกราวกับมีระเบิดระเบิดขึ้นกลางใจ
"ถึงข้าจะสามารถไปยืนยันผลการทดสอบได้ก็เถอะ แต่ข้ายังไม่คิดจะทำเร็วๆ นี้หรอก"
"เพราะข้ายังมีอีกบททดสอบที่ต้องทำ"