- หน้าแรก
- การกำเนิดของเทพตีเหล็กยุคปฐมกาล
- บทที่ 102 ยั้งฝืมือ (อ่านฟรี21-03-2025)
บทที่ 102 ยั้งฝืมือ (อ่านฟรี21-03-2025)
บทที่ 102 ยั้งฝืมือ (อ่านฟรี21-03-2025)
เมื่อฮยอนส่งสัญญาณเริ่มการแข่งขันรอบแรกอย่างเป็นทางการ ผู้เข้าแข่งขันแทบทุกคนต่างตกอยู่ในความวุ่นวายทันที พวกเขาจ้องมองพิมพ์เขียวบนโต๊ะอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบคว้าโลหะที่ต้องใช้แล้วโยนเข้าไปในเตาหลอมที่อยู่ข้างๆ ตนเอง
เพราะความรีบร้อนเช่นนั้น ไม่นานนักก็มีบางคนสบถออกมาหยาบคาย ก่อนจะรีบใช้คีมคีบโลหะออกจากเตาหลอม เนื่องจากตระหนักได้ว่าหยิบโลหะผิดชนิดเข้าไป
วัลเลียร์ที่เห็นภาพเหตุการณ์ซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งรอบตัว ตัดสินใจปิดกั้นเสียงรอบข้างและจดจ่ออยู่กับพิมพ์เขียวที่อยู่ตรงหน้า เขาอ่านรายละเอียดของมันจนกระทั่งระบบลงทะเบียนพิมพ์เขียว และบันทึกเข้าสู่ความทรงจำของเขา หลังจากนั้น เขาจึงหยิบโลหะที่จำเป็นมาโยนเข้าไปในเตาหลอม พลางใช้พัดเร่งเปลวไฟให้ร้อนขึ้น เพื่อให้โลหะร้อนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการตีขึ้นรูปได้เร็วขึ้น
ขณะที่รอให้โลหะร้อนถึงอุณหภูมิที่ต้องการ วัลเลียร์ก็ตรวจสอบพิมพ์เขียวอีกครั้ง "ตราบใดที่เราทำตามคำแนะนำบนพิมพ์เขียวโดยคร่าวๆ ก็จะสามารถหลอม 'มีดสั้นเหล็ก' ขึ้นมาได้สำเร็จ"
"แต่ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมหลายคนถึงคิดว่ารอบแรกนี้เป็นการแข่งขันด้านความเร็ว ใครถึงพิมพ์เขียวที่สามก่อนจะชนะงั้นเหรอ?" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะกวาดตามองรอบๆ เห็นผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ เริ่มตีเหล็กตามพิมพ์เขียวแรกไปแล้ว โดยส่วนใหญ่เริ่มตั้งหลักได้ หลังจากตระหนักว่ารอบแรกนี้ไม่ใช่การแข่งขันด้านความเร็ว แต่ก็ยังมีบางคนที่ยังคงเร่งรีบเกินไป จนทำให้เกิดข้อผิดพลาดมากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด เมื่อวัลเลียร์คีบโลหะออกจากเตาหลอม ผู้เข้าแข่งขันคนแรกก็ถูกคัดออกจากการแข่งขัน เพราะตื่นตระหนกมากเกินไป จนใช้วัสดุที่ได้รับมาจนหมดไปโดยเปล่าประโยชน์
มองดูอีกฝ่ายเดินออกจากสนามไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก วัลเลียร์ก็ได้แต่ส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาจดจ่อกับโลหะร้อนที่วางอยู่บนทั่งเหล็กของเขา
แกร๊ง! แกร๊ง!
เสียงค้อนทุบโลหะดังก้องขึ้น วัลเลียร์เริ่มจับจังหวะการตีที่เหมาะสม เร่งขึ้นรูปโลหะให้เป็นมีดสั้น เขาต้องหยุดเป็นระยะ เพื่อนำมีดสั้นที่ยังไม่สมบูรณ์กลับไปเผาไฟใหม่ เพื่อให้โลหะอ่อนตัวอีกครั้ง ก่อนจะนำกลับมาตีต่อ
กระบวนการนี้ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เสียงค้อนกระทบโลหะดังก้องไปทั่วสนามแข่งขัน ขณะที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ต่างก็จดจ่ออยู่กับงานของตนเอง บางคนตีเหล็กด้วยจังหวะที่รวดเร็ว ในขณะที่บางคนใช้ความละเอียดรอบคอบมากกว่า
แต่ไม่ว่าจังหวะจะเป็นเช่นไร สนามแข่งขันตอนนี้ก็เต็มไปด้วยเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของช่างตีเหล็ก ทำให้ผู้ชมเฝ้าดูอย่างเงียบงัน ราวกับต้องมนต์สะกด
"เสร็จแล้ว"
ในที่สุด ผู้เข้าแข่งขันคนแรกที่หลอมมีดสั้นเสร็จสิ้น ก็คีบมันลงไปในถังน้ำมันเพื่อชุบแข็ง ก่อนที่กรรมการจะเดินเข้ามาตรวจสอบ เมื่อคุณภาพของมีดสั้นได้รับการรับรอง พิมพ์เขียวที่สองก็ถูกวางลงบนโต๊ะของเขา ผู้เข้าแข่งขันคนนั้นจึงเริ่มต้นกระบวนการเดิมอีกครั้ง
แน่นอนว่าเมื่อมีคนเริ่มต้นพิมพ์เขียวที่สองแล้ว ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือย่อมรู้สึกกดดันจนต้องเร่งมือขึ้นไปอีก ส่งผลให้ข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เริ่มสะสมและเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ
หลายคนอาจตีเหล็กเสร็จก่อนใคร แต่เมื่อได้ยินว่าผลงานของตนเองไม่ผ่านมาตรฐานขั้นต่ำ และไม่สามารถไปต่อยังพิมพ์เขียวที่สองได้ พวกเขาก็ตระหนักได้ช้าเกินไปว่า พวกเขาควรใช้วิธีที่มั่นคงมากกว่าการเร่งรีบเพื่อให้เสร็จเร็วที่สุด
น่าเสียดาย ที่ไม่มี "ยารักษาความเสียใจ" ให้พวกเขากิน
การแข่งขันรอบแรกดำเนินต่อไปภายใต้บรรยากาศเช่นนี้ บางคนผ่านไปสู่พิมพ์เขียวที่สองได้สำเร็จ ขณะที่บางคนถูกคัดออกก่อนจะถึงพิมพ์เขียวที่สองด้วยซ้ำ
แต่สำหรับวัลเลียร์แล้ว ด้วยประสบการณ์การตีเหล็กจากชีวิตที่แล้วของเขา ทำให้การหลอมอุปกรณ์ชิ้นแรกเป็นเรื่องง่าย ในเวลาไม่นาน พิมพ์เขียวที่สองก็ถูกนำมาวางไว้บนโต๊ะของเขา
"เกราะอกสินะ"
เมื่อระบบบันทึกพิมพ์เขียวใหม่เข้าสู่ความทรงจำ วัลเลียร์ก็ลงมือทำอุปกรณ์ชิ้นที่สองอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกขอบคุณที่ในอดีตเขาได้รับมอบหมายให้หลอมชุดเกราะมากกว่าอาวุธ ทำให้เขามีความชำนาญด้านนี้อยู่ไม่น้อย
และด้วยทักษะในปัจจุบันของเขาในฐานะ 'ช่างตีเหล็กอัจฉริยะที่แท้จริง' วัลเลียร์จึงมั่นใจว่าสามารถทำพิมพ์เขียวที่สองสำเร็จได้อย่างแน่นอน และไม่นานหลังจากนั้น เขาก็หลอมเกราะอกเสร็จเรียบร้อย ในขณะที่มีผู้เข้าแข่งขันอีกหลายคนถูกคัดออกจากการแข่งขัน
เมื่อได้รับพิมพ์เขียวที่สาม วัลเลียร์อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ขณะตรวจสอบข้อมูลที่ระบุไว้ หลังจากนั้น เขาเหลือบมองไปยังสามผู้เข้าแข่งขันอันดับต้นๆ และสังเกตว่าพวกเขาใกล้จะหลอมอุปกรณ์ตามพิมพ์เขียวที่สามเสร็จแล้ว
"น่าแปลกใจที่พวกเขาไม่เจอปัญหาอะไรเลยกับการสร้างอาวุธชิ้นนี้ ทั้งๆ ที่มันมีกลไกพิเศษรวมอยู่ด้วย" วัลเลียร์พึมพำกับตัวเอง "แต่คิดอีกที เราเองก็ไม่มีปัญหาเหมือนกัน"
เมื่อเทียบกับสองพิมพ์เขียวแรก พิมพ์เขียวที่สามไม่เพียงแต่เป็นอาวุธระดับธรรมดา+ เท่านั้น แต่ยังมีกลไกพิเศษฝังอยู่ด้วย โดยเป็นดาบใบกว้างที่สามารถปล่อยพิษเข้าไปในร่างของศัตรูได้ ด้วยเหตุนี้ วัลเลียร์จึงใช้เวลามากขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อให้แน่ใจว่ากลไกพิเศษของดาบสามารถทำงานได้ทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเขาจะใช้ความละเอียดรอบคอบมากขึ้น แต่เนื่องจากไม่ได้พบอุปสรรคใดๆ ในการสร้างกลไกนี้ วัลเลียร์ก็ยังสามารถหลอมดาบใบกว้างเสร็จได้เร็วกว่าค่าเฉลี่ย เมื่อเสร็จสิ้น เขาก็กลายเป็นหนึ่งในไม่กี่สิบคนที่ผ่านเข้าสู่รอบที่สองได้สำเร็จ
แม้ว่าจะสามารถหยุดพักและรอการแข่งขันรอบที่สองได้ แต่วัลเลียร์กลับเลือกที่จะขอพิมพ์เขียวที่สี่จากกรรมการแทน พิมพ์เขียวนี้เป็นของ รองเท้าระดับธรรมดา+
เมื่อจัดการโยนโลหะที่จำเป็นลงไปในเตาหลอมเรียบร้อยแล้ว เขาก็มองไปรอบๆ อีกครั้งและสังเกตได้อย่างรวดเร็วว่ามีผู้เข้าแข่งขันกว่าครึ่งถูกคัดออกไปแล้ว
"นอกจากประสบการณ์ที่ช่วยให้เราหลอมอุปกรณ์เหล่านี้ได้โดยไม่มีปัญหาแล้ว ทักษะด้านการหลอมของเราก็ยังเป็นข้อได้เปรียบสำคัญด้วย"
ขณะที่รอโลหะร้อนถึงอุณหภูมิที่เหมาะสม วัลเลียร์เปิดหน้าต่างสถานะ เพื่อตรวจสอบทักษะที่เขากำลังใช้ ซึ่งในตอนนี้เขาสามารถดึงศักยภาพของมันออกมาได้ถึงขีดสุด
—––––—
[การสร้างอุปกรณ์ขั้นอัจฉริยะที่แท้จริง] (เลเวล 1/10)
ความหายาก: ธรรมดา
"อัจฉริยะธรรมดาอาจสามารถยกระดับสิ่งที่มีอยู่ขึ้นไปสู่ระดับที่คนทั่วไปเอื้อมไม่ถึง แต่สำหรับอัจฉริยะที่แท้จริง พวกเขาจะเปลี่ยนแปลงมันให้กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม จนแม้แต่อัจฉริยะด้วยกันยังต้องใฝ่ฝัน"
ทักษะนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสร้างอุปกรณ์ได้ถึงระดับเหนือสามัญ ตราบใดที่มีพิมพ์เขียวและวัสดุที่จำเป็นอยู่ในมือ นอกจากนี้ ด้วยความเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง ความสำเร็จในการหลอมอุปกรณ์จะเพิ่มขึ้น 3%
—––––—
"ถึงอัตราความสำเร็จจะไม่ใช่สิ่งที่แสดงบนหน้าต่างสถานะโดยตรง แต่แค่มีทักษะที่ช่วยเพิ่มมันก็เป็นประโยชน์มากแล้ว" วัลเลียร์พึมพำกับตัวเอง "แถมเรายังสามารถหลอมอุปกรณ์ได้ถึงระดับเหนือสามัญ ในขณะที่ทักษะการหลอมอุปกรณ์ทั่วไปทำได้แค่ระดับธรรมดาเท่านั้น"
"แต่ถึงเราจะสามารถหลอมอุปกรณ์ระดับเหนือสามัญได้ก็ตาม เราจะหยุดแค่ที่รองเท้าคู่นี้"
เมื่อมาถึงการตัดสินใจนี้ วัลเลียร์ก็ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเหลือบมองไปยังที่นั่งของทริสตัน
จากข้อมูลที่ทริสตันรู้ วัลเลียร์มีความสามารถแค่หลอมอุปกรณ์ระดับ ธรรมดา+ ซึ่งแค่นั้นก็ทำให้ทริสตันตกตะลึงมากพออยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ทริสตันยังเป็นคนรู้จักของวัลเลียร์ ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะเลื่อนขึ้นมาเป็นแรงค์ 1 หากวัลเลียร์เผยให้เห็นว่าเขาสามารถหลอมอุปกรณ์ระดับเหนือสามัญได้โดยไม่มีปัญหา ทริสตันอาจเริ่มสงสัยในตัวเขา และไม่ใช่เรื่องแปลกหากทริสตันจะกระจายข่าวนี้ไปทั่วหมู่บ้าน ซึ่งอาจทำให้ทุกคนในหมู่บ้านตั้งคำถามถึงที่มาที่ไปของเขา
แน่นอน วัลเลียร์รู้ดีว่าความคิดแบบนี้อาจเข้าขั้นหวาดระแวงไปบ้าง และในความเป็นจริง หมู่บ้านอาจจะดีใจเสียด้วยซ้ำที่เขามีฝีมือมากถึงขนาดนี้
แต่หลังจากผ่านอะไรมามากในชีวิตก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "สงครามครั้งสุดท้าย" ที่เปิดตาให้เขาเห็นถึงความจริงของธรรมชาติของมนุษย์ เขาก็เลือกที่จะระมัดระวังตัวให้ถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำอะไรแบบนี้
เพราะที่ผ่านมาทั้งหมด การเดินทางของเขาล้วนตั้งอยู่บนพื้นฐานของความคิดเช่นนี้
เขาแค่ไม่แสดงมันออกมาให้เห็นเท่านั้นเอง...