- หน้าแรก
- การกำเนิดของเทพตีเหล็กยุคปฐมกาล
- บทที่ 44 การมาถึงของคลื่นมอนสเตอร์
บทที่ 44 การมาถึงของคลื่นมอนสเตอร์
บทที่ 44 การมาถึงของคลื่นมอนสเตอร์
เมื่อมองไปยังมีดที่บิดเบี้ยวซึ่งถูกยื่นมาให้ ทริสตันอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะประเมินความพยายามครั้งแรกของวัลเลียร์ในการตีเหล็ก เขาเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อหาคำพูดที่เหมาะสมจะพูด ก่อนจะเอ่ยขึ้นในที่สุด
"สำหรับครั้งแรกของเจ้า ข้าขอบอกว่านี่ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว"
ได้ยินดังนั้น วัลเลียร์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มบาง ๆ และพยักหน้าตอบรับ แต่ในใจกลับคิดว่า ‘ถ้าไม่ติดว่าการหลอมอาวุธสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกมันดูน่าสงสัย ข้าจะอ้างว่ามันเป็นแค่เรื่องฟลุ๊กก็ได้ แต่หากปล่อยไว้แบบนี้ ทริสตันจะจับได้แน่ว่าข้ามีประสบการณ์มาก่อน’
"จริงๆ แล้ว ท่าทางของเจ้าตอนเริ่มต้นมันยอดเยี่ยมมาก" ทริสตันพูดต่อ "เจ้ารักษาจังหวะการตีได้อย่างมั่นคง อีกทั้งยังลงค้อนแต่ละครั้งด้วยความตั้งใจและเป้าหมายที่ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่างตีเหล็กทุกคนควรมุ่งหวังให้ได้"
จากนั้นเขาถอนหายใจเบาๆ "แต่พอเวลาผ่านไป มันเหมือนข้ากำลังดูอีกคนมาตีเหล็กแทน เจ้าเริ่มตีได้แย่ลง จังหวะช้าลง การควบคุมแรงก็ยุ่งเหยิง กล่าวโดยรวมคือ ทุกอย่างแย่ลงเรื่อยๆ"
"หากเจ้ารักษาท่าทางเดิมไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ ป่านนี้ข้าคงได้ถือมีดทองแดงที่สมบูรณ์แบบอยู่ในมือแล้ว" ทริสตันกล่าว ทำให้วัลเลียร์ก้มหน้าลง "แน่นอนว่าหลังจากนั้นมันยังมีอีกหลายกระบวนการกว่าจะกลายเป็นมีดที่สมบูรณ์ แต่เจ้าคงเข้าใจความหมายของข้า"
"ตอนแรกข้านึกว่าตัวเองกำลังทำได้ดี ข้าก็เลยเดินหน้าต่อไป" วัลเลียร์พูดขึ้นในเวลาต่อมา พร้อมแต่งข้ออ้างสำหรับการตีเหล็กที่แย่ลงเรื่อย ๆ "แต่พอเวลาผ่านไป ข้าก็เริ่มไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ข้าทำมันถูกต้องหรือไม่ ข้าจึงพยายามปรับแก้ตัวเอง และสุดท้ายข้าก็ไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ข้าทำมันถูกหรือเปล่า"
ขณะที่วัลเลียร์ถอนหายใจ ทริสตันมองไปยังมีดในมือก่อนจะหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า สลับไปมาอยู่สักพักก่อนจะให้คำแนะนำแก่เขา
"วัลเลียร์ เรื่องมันเป็นแบบนี้ พวกเราช่างตีเหล็กไม่มีทางหนีจากความลังเลสงสัยได้หรอก"
"แต่สิ่งที่แยกช่างตีเหล็กที่แท้จริงออกจากมือใหม่ก็คือ ช่างตีเหล็กที่แท้จริงจะไม่ปล่อยให้ความลังเลมาทำให้ไขว้เขว พวกเขารับรู้ถึงความสงสัยของตัวเอง แต่จะไม่ปล่อยให้มันมีอิทธิพลต่อการกระทำของพวกเขา พวกเขาจะเดินหน้าต่อไปจนถึงจุดจบของกระบวนการ"
ทริสตันจ้องตรงเข้าตาของวัลเลียร์ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "สิ่งที่ข้ากำลังบอกเจ้าคือ จงมั่นใจในตัวเอง อย่าปล่อยให้ความสงสัยมารบกวนการกระทำของเจ้า จงเดินหน้าต่อไป และทำให้มันสำเร็จจนถึงที่สุด"
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ วัลเลียร์ก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเห็นด้วย นึกย้อนกลับไปถึงหลายครั้งในอดีตที่เขาเคยได้ยินคำพูดแบบเดียวกันนี้ แม้มันจะดูเป็นคำแนะนำที่ธรรมดา แต่ความจริงแล้วนี่คืออุปสรรคสำคัญที่กีดกันมือใหม่ไม่ให้ก้าวไปสู่การเป็นช่างตีเหล็กที่แท้จริง
ในอดีตของเขา วัลเลียร์เองก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำแนะนำนี้ และต้องผ่านความล้มเหลวเป็นร้อยๆ ครั้งก่อนที่จิตใจของเขาจะตั้งมั่นได้อย่างถูกต้อง
ไม่น่าแปลกใจที่พอได้รับคำแนะนำนี้อีกครั้ง ไฟในตัววัลเลียร์ก็ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้ง เขารู้สึกกระตือรือร้นที่จะลองตีเหล็กอีกครั้งทันที
ทว่าทริสตันที่สังเกตเห็นความกระตือรือร้นที่ฉายชัดออกมาทางสีหน้าของวัลเลียร์ก็ส่ายหัวเบาๆ "แม้ว่าข้าจะอยากให้เจ้าฝึกฝนการตีเหล็กต่อ แต่ตอนนี้เราทำอย่างนั้นไม่ได้"
"ทำไมล่ะ?" วัลเลียร์ถามด้วยความสงสัยว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ทริสตันไม่ให้เขาฝึกต่อ
"เจ้าลืมไปแล้วรึว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้าอะไรจะเกิดขึ้น?" ทริสตันตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง "คลื่นมอนสเตอร์ไงล่ะ! เจ้าจะไม่ฝึกฝนทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน่อยรึ?"
"อา…" วัลเลียร์ตอบรับด้วยท่าทีเฉยเมย จนทริสตันต้องเลิกคิ้ว "แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะหยุดข้าจากการลองตีเหล็กอีกรอบไม่ใช่รึ?"
"วัลเลียร์ ไม่มีเวลากำหนดในเควสต์ของเจ้า" ทริสตันเตือน "เจ้าสามารถกลับมาทำเควสต์นี้หลังจากคลื่นมอนสเตอร์ผ่านไป หรือแม้แต่หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนก็ได้"
"ตอนนี้ สิ่งที่เราต้องโฟกัสคือการรับมือกับคลื่นมอนสเตอร์ เพราะถ้าเราเอาตัวรอดไม่ได้ เควสต์ของเจ้าก็ไม่มีความหมายอะไรอีก"
ได้ยินคำพูดนั้น มันเหมือนมีบางอย่างถูกกระตุ้นในจิตใจของวัลเลียร์ แม้ว่าเขาจะอยากลองอีกครั้ง แต่เขาก็รู้ดีว่าทริสตันพูดถูก
แต่ก่อนที่เขาจะก้าวออกจากโรงตีเหล็กพร้อมกับความผิดหวัง ทริสตันก็ถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้นมาอีกครั้ง
"เอาเป็นแบบนี้ละกัน ข้าจะให้เจ้าลองตีเหล็กวันละครั้งจนกว่าคลื่นมอนสเตอร์จะมาถึง หลังจากนั้น ถ้าโรงตีเหล็กยังอยู่รอด เจ้าจะได้ฝึกเท่าที่เจ้าต้องการ"
ในพริบตา สีหน้าหม่นหมองของวัลเลียร์พลันเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่น เขาหันไปมองทริสตันด้วยแววตาแน่วแน่ "ตกลง!"
ฟิ้ววว!
วัลเลียร์พุ่งออกจากโรงตีเหล็กตรงไปยังค่ายทหาร ปล่อยให้ทริสตันยืนงงอยู่เพียงลำพัง
"รู้สึกเหมือนโดนหมอนั่นเล่นงานยังไงก็ไม่รู้แฮะ…" ทริสตันพึมพำกับตัวเอง แต่สุดท้ายก็ยักไหล่ "เอาเถอะ ถ้ามันช่วยป้องกันหมู่บ้านจากคลื่นมอนสเตอร์ได้ ข้าก็ไม่ว่าอะไร"
จากนั้นเขาหันกลับไปสนใจกับงานของตัวเอง หยิบใบดาบที่ผ่านการชุบแข็งขึ้นมาวางบนทั่งเหล็ก ถึงตอนนี้ งานที่ยากที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือการเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาวุธที่สมบูรณ์
เมื่อกลับมาถึงค่ายทหาร วัลเลียร์มุ่งหน้าไปที่โรงอาหารเพื่อหาอะไรกิน หลังจากกินเสร็จ เขาก็เดินตรงไปยังสนามฝึกเพื่อลับฝีมือกับหอกของเขา เขาสังเกตเห็นว่าผู้คนในสนามฝึกมีจำนวนมากกว่าปกติ
แต่ไม่นานเขาก็เข้าใจว่าคนเหล่านี้กำลังเร่งพัฒนาทักษะการต่อสู้ของตนให้มากที่สุดก่อนที่คลื่นมอนสเตอร์จะมา
หลังจากฝึกฝนอยู่ในสนามราวสองชั่วโมง วัลเลียร์ก็กลับไปที่ห้องพักเพื่อพักผ่อน ก่อนจะลุกขึ้นไปปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนในยามค่ำคืน
กิจวัตรของวัลเลียร์ตลอดสี่วันต่อจากนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ช่วงเช้า – ไปโรงตีเหล็กและลองตีมีดสั้นวันละครั้ง
ช่วงบ่าย – กลับมาค่ายทหาร ฝึกฝนการต่อสู้ในสนามฝึก
ช่วงค่ำ – ออกลาดตระเวนยามค่ำคืน
คืนก่อนคลื่นมอนสเตอร์
วัลเลียร์ตรวจสอบหน้าจอสถานะของตัวเอง และเห็นว่าเขายังมีค่าประสบการณ์เหลืออยู่ประมาณ 10,000 หน่วย นึกถึงรางวัลจากเควสต์เกี่ยวกับคลื่นมอนสเตอร์ และความจำเป็นที่จะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อปกป้องโรงตีเหล็ก เขาตัดสินใจอัปเกรดทักษะการต่อสู้สองทักษะที่เขามีอยู่
ติ๊ง!
[ต้องการใช้ 4433 XP เพื่ออัปเกรด 'แทง' เป็นเลเวล 5 หรือไม่?]
[ต้องการใช้ 4433 XP เพื่ออัปเกรด 'เชี่ยวชาญการใช้หอกขั้นพื้นฐาน' เป็นเลเวล 5 หรือไม่?]
"ใช่"
หลังจากตอบรับการแจ้งเตือน วัลเลียร์หลับตาลงและนอนพักผ่อน เพื่อเตรียมตัวสำหรับการต่อสู้อันดุเดือดที่กำลังจะมาถึง
ติ๊ง!
[เควสต์ฉุกเฉิน 'คลื่นมอนสเตอร์' ถูกเปิดใช้งาน!]
[ไปที่กำแพงหมู่บ้านอัสตาร์โตโดยเร็วที่สุด!]