เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 20: การมาเยือน

Chapter 20: การมาเยือน

Chapter 20: การมาเยือน


 

“ฟู่ววว...”

ฟางหยวนฝึกการหายใจขณะที่พระอาทิตย์ค่อย ๆ ขึ้นสูง

“เพราะความช่วยเหลือจากข้าวหยกแดง ข้าคืบหน้าเร็วขึ้นมากมายนัก!”

ระยะหลังมานี้เขาเริ่มเสพติดการฝึกวิทยายุทธ์ อย่างไรเสีย ความรู้สึกของการได้รับค่าประสบการณ์เพิ่มและกลายเป็นผู้แข็งแกร่งกว่าเดิมก็เป็นสิ่งที่ชวนให้เสพติดจริง ๆ

“บางที... ถ้าจะฝึกกรงเล็บอินทรีกับการหายใจอย่างหยาบเลยตอนนี้ก็อาจจะง่ายขึ้นก็ได้”

เขาเคยรู้สึกกลัวว่าจะไม่สามารถรับมือกับหลาย ๆ วิชาพร้อมกันได้ แต่ตอนนี้เขาไม่มีอะไรให้ต้องกังวลมากแล้ว

เมื่อคนผู้หนึ่งมีระดับวิทยายุทธ์สูงถึงระดับหนึ่งแล้ว ก็อาจจะเคยสัมผัสประสบการณ์การพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับยิงพลุไฟเมื่อเลือกฝึกวิทยายุทธ์ชนิดอื่น

“หรือบางทีข้าอาจจะรอจนกว่าจะผ่านประตูทองที่ 5 ได้ก่อนค่อยลอง...”

ฟางหยวนมองค่าสถานะ:

“ชื่อ: ฟางหยวน

พลังกาย: 1.8

พลังลมปราณ: 1.6

พลังเวทย์: 1.5

อายุ: 18

ระดับการฝึกตน: [ผู้ฝึกยุทธ์ (ประตูทองที่สาม)]

วิทยายุทธ์: [ฝ่ามือทรายดำ (ระดับ 3)]

ทักษะ: [การแพทย์ (ระดับ 1)], [การดูแลพืช (ระดับ 3)]”

“การเพิ่มขึ้นของพลังกายและพลังลมปราณของข้าถึง 0.3 หลังผ่านประตูทองที่สามได้นั้น ล้วนเป็นผลจากข้าวหยกสีชาด...”

“แต่พลังเวทย์ของข้าไม่เพิ่มขึ้นเลยหลังจากได้กินชาชำระจิตแล้ว และยังคงอยู่ที่เดิมแม้จะผ่านประตูที่สามแล้ว...”

ฟางหยวนให้ความสำคัญกับพลังเวทย์ในฐานะที่เพิ่มขึ้นได้ยากที่สุด

แต่แค่มีพลังเวทย์มากกว่าคนทั่วไปก็ทำให้ฟางหยวนรู้สึกแตกต่างแล้ว

ถ้าเขาสามารถเพิ่มพลังเวทย์ได้มากขึ้นไปอีก จะเกิดผลที่ไม่สามารถจินตนาการได้อย่างไรบ้างกันนะ?

ฟางหยวนตื่นเต้นอยากรู้

“ชาชำระจิตก็จะติดดอกแล้วเร็ว ๆ นี้.. แล้วข้าวหยกแดงก็ด้วย ข้าต้องเตรียมพื้นที่สำหรับปลูกข้าวเพิ่ม... อย่างเดียวที่ยังขาดอยู่ก็คือปุ๋ยวิญญาณ!”

ปุ๋ยเกล็ด ๆ ที่ฮวาหูเตียวนำมานั้นมีประสิทธิภาพน่าตื่นตะลึงในการเพิ่มการเจริญเติบโตของพืชวิญญาณ

และตอนนี้ที่ฟางหยวนตรากตรำฝึกฝนวิทยายุทธ์ เขาต้องการข้าวหยกแดงจำนวนมาก ซึ่งก็ต้องพึ่งพาปุ๋ยวิญญาณอีกทีหนึ่ง

“ฉันต้องการปุ๋ยวิญญาณ! มาก ๆ เลยด้วย! ไม่อย่างนั้นข้าวหยกแดงกับชาชำระจิตก็จะไร้ประโยชน์แล้ว...”

ฮวาหูเตียวนั้นได้บรรยายให้ฟางหยวนฟังแล้วว่าการเข้าไปเอาปุ๋ยมานั้นอันตรายอย่างไร และมันจะดีที่สุดถ้าจะไม่พยายามไปเอามาในขณะที่วิทยายุทธ์เขายังอยู่แค่ระดับนี้

“แต่ข้าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ผ่านประตูทองที่สามแล้ว และถ้าเพ่งสมาธิยังสามารถรับรู้ตำแหน่งแห่งที่ของฮวาหูเตียวได้ด้วย... มันดูเหมือนว่าอันตรายนั่นจะอยู่ที่ระดับประตูที่สองกับสามเท่านั้นเอง!”

ไม่มีผู้ฝึกยุทธ์คนไหนจะหลีกหนี 12 ประตูทองไปได้

ฟางหยวนนั้นผ่านสามประตูรุ่งโรจน์ได้เรียบร้อยแล้ว ถ้าสามารถผ่านประตูตู่ได้ ก็จะเข้าสู่ขอบเขตถัดไปของการฝึกวิทยายุทธ์

จากเคล็ดการหายใจอย่างหยาบนั้น ถ้าผู้ฝึกยุทธ์ในสามประตูแรกนับเป็นผู้เริ่มต้น เช่นนั้นผู้ที่สามารถผ่านประตู ตู่ และ จิ่ง ได้ ย่อมนับได้ว่ามีความสามารถอย่างแท้จริง

ขณะที่ผู้ที่สามารถผ่าน 3 ประตูวิกฤต ประตูชาง จิง และสื่อ ได้นั้น สามารถเชิดหน้าสูงกับทุกผู้คนได้และยังอาจเป็นผู้ที่คู่ควรกับตำแหน่งผู้อาวุโสในสำนักกุยหลิงได้

ผู้หนุนหลังซ่งจื๋อเกา ซ่งจง นั้นเป็นตัวอย่างของผู้ฝึกยุทธ์ที่ประสบความสำเร็จที่สามารถผ่าน 3 ประตูวิกฤตได้

และด้วยอายุของเขา ก็อาจจะผ่าน 3 ประตูวิกฤต และเข้าสู่ 4 ระดับแห่งสวรรค์ได้

“กี๊กี๊!”

“กี๊กี๊!”

ฮวาหูเตียวปรากฏตัวขึ้น กระตุกชายเสื้อคลุมของฟางหยวนก่อนจะวิ่งออกจากหุบเขา

“หืม? มีคนมา!?”

ฟางหยวนเริ่มรู้สึกรำคาญแต่ก็ไม่มีทางเลือกนอกจากออกไปดู

ที่ตรงหน้าเขานั้นเป็นผู้คนกลุ่มใหญ่ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าสุดคือผู้ดูแลหลิน แม้แต่สองพี่น้องตระกูลโจวก็อยู่ที่นั่นด้วย

แล้วยังมีผู้คุ้มกันท่าทางแข็งแกร่งอีกสี่คนด้านหลัง แบกเกี้ยวที่ดูเหมือนจะมีเงาร่างผู้ใดสักคนอยู่ด้านใน

“คุณชายน้อย!”

ผู้ดูแลหลินยืนอยู่ที่ปากทางโบกมือให้ “ท่านมีความมั่นใจจริง ๆ ใช่ไหม?”

“ความมั่นใจอะไร?”

ฟางหยวนถามงง ๆ

“ก็ มั่นใจว่าจะช่วยชีวิตไว้ได้อย่างไรเล่า! ตระกูลโจวยอมเดิมพันพาเหล่าโจวมาถึงที่นี่!”

หลินเปิ่นชูดูจริงจัง “เมื่อวันก่อนท่านส่งเหล่าเถียนมาฝากข้าส่งจดหมาย บอกว่าท่านมีวิธีช่วยชีวิตเขา แต่บนเงื่อนไขให้พาเขามาที่หุบเขาสันโดษนี่... อ้ะ ท่านคงลืมไปสินะ!”

“จดหมาย?”

หัวใจฟางหยวนตกลงไปตาตุ่มรู้สึกพูดไม่ออก เขารับจดหมายมาอ่าน จดหมายกล่าวไว้อย่างที่ผู้ดูแลหลินบอก ใจความหลักก็คือมีวิธีรักษาชีวิตของเหล่าโจว แต่จำเป็นต้องพาตัวเขามาที่นี่

เรื่องตลกก็คือ ลายมือบนจดหมายนั้นเหมือนลายมือเขาไม่มีผิด

“เหล่าเถียน...”

ฟางหยวนรู้แล้วว่าปัญหาอยู่ที่ไหน

ในฐานะคนที่เคยทำการค้ากับฟางหยวน เขาย่อมมีจดหมายลายมือของฟางหยวนมากมายให้ลอกเลียนแบบ

นอกจากนั้น ผู้ดูแลหลินยังเคยพบเหล่าเถียนมาก่อน รู้จักเบื้องหลังของเขาและให้ความเชื่อถือในตัวเขา

แต่เขาไม่ได้มีความแน่ใจในตัวเอง และไม่รู้อาการของเหล่าโจวเลยสักนิด!

“จิ้งจอกเจ้าเล่ห์นั่น!!”

ฟางหยวนรู้สึกกลัว “เป็นแผนที่ไร้ช่องโหว่ ตอนนี้ข้าแก้ต่างให้ตัวเองไม่ได้เลย!”

เหล่าโจวนั่นแทบจะเหลือแค่ลมหายใจสุดท้ายแล้ว และยังถูกหลอกให้ต้องเดินทางไกลมาถึงที่หุบเขานี่ เหล่าโจวอาจจะตายอยู่ในหุบเขานี่ และเขาก็จะถูกกล่าวโทษเรื่องการตายของเหล่าโจว!

แม้ว่าเขาจะแก้ต่างว่าจดหมายนี่เขาไม่ได้เขียน ก็คงไม่มีใครเชื่อ

จากสภาพไร้หนทางไปแล้วของตระกูลโจว ฟางหยวนก็ได้แต่เงียบ

เขาคิดกับตัวเองว่า ถ้าเขาเป็นผู้วางแผนอยู่เบื้องหลัง ก้าวสุดท้ายของเขาก็คือจะจัดการฆ่าปิดปากเหล่าเถียนเพื่อให้แผนการนี้ไร้ช่องโหว่อย่างแท้จริง!

“นี่คงถูกวางแผนมาเป็นอย่างดีเพราะว่าเหล่าโจวเป็นศัตรูเก่าแก่ของซ่งจง แต่ซ่งจื๋อเกาคงไม่กล้าทำเรื่องนี้...”

“ทำไมรึ คุณชายน้อย อย่าบอกข้านะว่า...”

ผู้ดูแลหลินนั้นฉลาดเฉลียวและดูจะเดาอะไรบางอย่างได้ เขามีท่าทางกังวลมากขึ้น

ดูเหมือนว่าตระกูลโจวนั้นจะหมดปัญญาแล้วและสุดท้ายก็ตัดสินใจฟังผู้ดูแลหลิน ทำสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องปกติ และส่งเหล่าโจวมาถึงที่หุบเขานี่

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ล้วนเป็นผู้ดูแลหลินสาบานและให้การรับรองแก่ตระกูลโจวว่านี่เป็นทางเลือกที่ถูกต้อง

ถ้าเขากลับคำตอนนี้ สิ่งที่ตามมานั้นคงจะคิดภาพไม่ออกเลยทีเดียว!

“ให้ข้าตรวจอาการเขาก่อน!”

ฟางหยวนเหลือบมองผู้ดูแลหลินอีกครั้งและรู้ได้ว่าไม่สามารถโทษเขาได้เลย

อย่างไรเสีย มันก็จริงที่เขาให้เหล่าเถียนเป็นผู้ส่งสารหลายครั้งก่อนหน้านี้ เพราะว่าติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกได้ลำบาก

“ได้แน่นอน!”

ผู้ดูแลหลินรู้สึกกลัวขึ้นมานิด ๆ และนำฟางหยวนไปที่เกี้ยว

“คุณชายฟาง ฝากเขาไว้ในมือเจ้าแล้ว!”

ที่ข้าง ๆ เกี้ยว โจวเหวินอู่กับโจวเหวินซินกับคนในตระกูลโจวอีกสองสามคนก็กล่าวทักทายเขา ยังมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงอีกหลายคนอยู่ใกล้ ๆ

ฟางหยวนเห็นแล้วก็หัวเราะกับตัวเอง นี่ไม่มีเหตุผลเลย เพราะว่าถ้าเขามีความสามารถจริงและรักษาเหล่าโจวได้นั้นก็คงจะดี แต่ถ้าเขาล้มเหลว... ความคาดหวังมากมายที่ฝากไว้ที่เขาก็คงจะพาเขาไปสู่ความตาย

ยังต้องอธิบายอะไรอีก?

สมาชิกในตระกูลโจวยังจะฟังคำแนะนำอื่นอีกหรือตอนนี้?

“โลงศพหลังใหญ่เลยทีเดียว ผู้บงการคงไม่พ้นซ่งจื๋อเกา!”

ตอนนี้ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้แล้ว เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากดำเนินต่อไป

ฟางหยวนก้าวไปข้างหน้า เปิดม่านออก กลิ่นเหม็นเน่าลอยออกมา

“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย! เหล่าโจวต่างจากคนตายตรงไหนกัน?”

ฟางหยวนรู้สึกเย็นวาบลงไปตามสันหลัง ขณะที่บังคับตัวเองให้มองดู

ในเกี้ยวมีชายแก่คนหนึ่งนอนอยู่เหมือนว่าเขาจะกำลังหลับลึก มีลมหายใจแผ่วเบามากและเหมือนกับว่าจะตายได้ทุกเมื่อ

หมอมีประสบการณ์ที่ไหน ๆ ก็สรุปว่ารักษาไม่ได้แล้ว

บาดแผลอยู่ที่หน้าอกของชายแก่ และดูไม่ใช่แค่การบาดเจ็บเล็กนอก แต่มันดูดีขึ้นเมื่อได้ทำแผล

“เอ๋? นี่แปลก!”

ฟางหยวนสังเกตและพูดออกมาโดยไม่รู้ตัว

“คุณชายน้อย ท่านพ่อของข้าเป็นอย่างไรบ้าง? มีหนทางรักษาหรือไม่?”

โจวเหวินอู่ถามอย่างกระวนกระวาย และคนในตระกูลที่เหลือทั้งหมดก็เหลือบมองฟางหยวนด้วย

ฟางหยวนทำให้คนคาดหวังในตัวเขาสูงเกินไป!

ความเย่อหยิ่งของเขาทำให้ทั้งตระกูลต้องเดินทางรอนแรมเข้ามาในป่าและหุบเขา ทำให้ทั้งหมดนั้นทั้งด่าทอและสาปแช่งฟางหยวนไปเรียบร้อยแล้ว ถ้าเขาเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป พวกเขาคงจัดการเขาไปแล้ว!

“ข้ามีความคิดบางอย่างแล้ว แต่ในเรื่องรายละเอียดนั้น ข้าต้องตรวจดูมากกว่านี้ก่อน!”

ฟางหยวนกลับเข้าไปในหุบเขา และไม่นานก็ออกมาพร้อมกับกล่องเข็มเงิน เขาคว้าแขนเหล่าโจวขึ้นมาอย่างและแทงเข็มลงไปง่าย ๆ

ควับ!

เพียงครู่เดียวเขาก็ดึงเข็มออกมาและมันดูเปลี่ยนไป ฟางหยวนเพ่งที่ปลายเข็ม หยิบคบเพลิงออกมาแล้วเผาเข็มเงินเล่มนั้น เขาดมที่ปลายเข็มและได้กลิ่นหอมสดชื่น

“เหล่าโจวไม่ได้บาดเจ็บ เหล่าโจวถูกพิษ!”

ฟางหยวนมองที่ชายชราอ่อนแรงและคิด “เป็นไปได้ไหมว่า... พิษคู่รักเมามายที่ท่านอาจารย์เคยพูดถึงเมื่อก่อนนี้...”

อาจารย์เวิ่นซินเป็นหมอที่เก่งกาจมีประสบการณ์การช่วยชีวิตคนมากมาย ท่านเคยเล่าการรักษาบางโรคให้ฟางหยวนฟังสั้น ๆ มาก่อน และพิษคู่รักเมามายก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ยังติดอยู่ในความทรงจำของเขา

พิษนี้ไร้สีไร้รส และยังไม่มีอาการแสดงในช่วงแรก มันแค่ทำให้ผู้ถูกพิษนั้นค่อย ๆ ผอมลง สับสน และค่อย ๆ ซึมลงคล้ายอาการอกหัก ซึ่งทำให้พิษนี้แปลกไปกว่าพิษอื่นมาก

และเมื่อได้รับพิษนี้ ก็ยากที่จะตรวจสอบเจอ มีแค่เมื่อลนไฟที่ปลายเข็มเงินแล้วจะได้กลิ่นอ่อน ๆ ที่บอกการมีอยู่ของพิษนี้

เพราะว่าฟางหยวนสนใจในพิษคู่รักเมามายนี้ เขาก็เลยจดที่อาจารย์พูดเอาไว้ แต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะเจอผู้ถูกพิษคู่รักเมามายนี้เข้าเองกับตัว

“ว่าอย่างไรนะ?”

ฟางหยวนเครียดขึ้นมาทันที ก่อนจะผ่อนคลายลง และคนตระกูลโจวก็ไม่กล้ารบกวนตอนเขากำลังคิด

“ข้ารักษาเหล่าโจวได้!”

ฟางหยวนพยักหน้ากับตัวเอง

ถ้าเขาเผชิญกับการป่วยรุนแรงอื่นเขาอาจจะไม่มีความสามารถพอที่จะช่วย แต่นี่ต่างออกไป

ครู่ต่อมา ฟางหยวนก็พูด “แต่ข้ามีเงื่อนไขข้อหนึ่ง!”

จบบทที่ Chapter 20: การมาเยือน

คัดลอกลิงก์แล้ว