เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 21: ลอบสังหาร

Chapter 21: ลอบสังหาร

Chapter 21: ลอบสังหาร


 

“ตระกูลโจวจะเชื่อฟังคำชี้แนะของคุณชายน้อย!”

โจวเหวินอู่ให้สัญญาหลังได้ยินคำพูดของฟางหยวน

“วิธีการรักษาของข้านั้นค่อนข้างพิเศษ เมื่อข้าเริ่มลงมือรักษา ห้ามใครคอยดูที่ด้านข้าง นอกจากนี้ มันจะใช้เวลานานสักหน่อยและห้ามถูกรบกวน ถ้าไม่เช่นนั้น ชีวิตของเหล่าโจวจะเป็นอันตราย!” ฟางหยวนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ทำไมถึง... ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถเฝ้าดูหรือ? แม้กระทั่งข้า?”

ฟางหยวนขมวดคิ้ว

“ไม่! ข้าได้จัดเตรียมห้องสำหรับรักษาเหล่าโจวไว้แล้ว พวกเจ้าที่เหลือสามารถรอด้านนอก!”

ฟางหยวนชักสีหน้า

โจวเหวินอู่หน้าแดงขณะคิดว่าอีกฝ่ายคงรู้แล้วว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ

พวกเขาเกรงว่าฟางหยวนจะไม่รักษาคำพูดและอาจจะหนีหายไปตามรอยไม่ได้

“พวกเจ้าทั้งหมดที่อยากรออยู่ด้านนอกนี่ ถ้ากล้าทำลายอะไรแม้หญ้าสักต้นต้นไม้สักกิ่งในหุบเขาของข้า...” คำพูดของฟางหยวนแฝงความโหดร้ายเอาไว้

“ข้าจะไม่ปล่อยให้ใครทำอะไรบ้านและพืชไร่ของท่าน!”

โจวเหวินอู่ตบอกรับรอง

“ดี เช่นนั้นก็เข้ามา!”

ฟางหยวนนำทุกคนไปที่ห้องศิลาด้านในหุบเขา

ห้องศิลานี้สลักขึ้นจากหินก้อนใหญ่ ไม่มีแม้หน้าต่างสักบาน ขนาดประตูยังทำจากหินขนาดประมาณโม่หิน

ฟางหยวนไม่ค่อยเข้าใจเหตุผลเมื่อเห็นอาจารย์สร้างห้องศิลานี้ขึ้น แต่ตอนนี้ เขารู้แล้วว่าอาจารย์เวิ่นซินใช้ห้องนี้ในการฝึกกำลังภายใน

การฝึกกำลังภายในไม่ได้ง่ายดายเหมือนการฝึกกำลังภายนอก มันเป็นภาวะวิกฤตที่ผู้ฝึกไม่สามารถถูกรบกวนจากโลกภายนอกได้ในขณะกำลังฝึกกำลังภายใน

ห้องถูกสร้างขึ้นตามที่อาจารย์เวิ่นซินวาดเอาไว้ มีเพียงผู้ที่อยู่ด้านในที่สามารถเปิดประตูได้เมื่อมันถูกปิดลง ถ้าคนภายนอกพยายามบุกเข้าไป พวกเขาต้องใช้พลังในการเปิดสูงมาก

“บิดาของท่านจะฟื้นตัวดีขึ้นภายในไม่เกิน 3 วัน!”

ก่อนที่ประตูศิลาจะปิดลง ฟางหยวนบอกแก่พี่น้องตระกูลโจว ก่อนที่จะมองไปที่ผู้ดูแลหลิน

“หลานข้า สบายใจได้ พวกข้ารับใช้พวกนี้จะเดินทางออกไปจากหุบเขา เหลือแค่พวกข้าสามคนที่นี่เท่านั้น!”

ผู้ดูแลหลินสัญญาแม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับความคิดของฟางหยวน

“ดีมาก!”

พร้อมกับเสียงกระแทกดังลั่น ประตูศิลาก็ปิดลง

“ข้าไม่แน่ใจจริง ๆ ว่าท่านนี่โชคดีหรือโชคไม่ดีกันแน่!”

ฟางหยวนจุดตะเกียงขึ้นในความมืด เขามองไปที่เหล่าโจวที่ครึ่งเป็นครึ่งตายที่ถูกแบกเข้ามาในห้องพลางทำหน้าไม่สบอารมณ์

พิษคู่รักเมามายนี้เป็นอันตรายอย่างที่สุด มียาที่แก้พิษได้เพียงชนิดเดียว

ครั้งหนึ่งฟางหยวนเคยได้ยินอาจารย์เวิ่นซินบอกว่าท่านคงจะสามารถช่วยชีวิตคนผู้หนึ่งที่ถูกพิษคู่รักเมามายไว้ได้ถ้าเพียงมีบัญชาพญายมอยู่ในครอบครอง

หญ้าพิษมังกรนั้นมีน้อยและหาพบยากมาก แต่ว่าฟางหยวนนั้นบังเอิญมียาต้านพิษอยู่พอดี เพราะว่าเขามียาต้านพิษนี่อยู่ในครอบครองจึงเรียกว่ามีโชคกว่าอาจารย์เวิ่นซิน

‘ใครเป็นคนวางยาพิษกันแน่? ตอนนี้ข้าเองก็ไม่มีพลังและเวลาจะไปสนใจ...’

ฟางหยวนหยิบยาเม็ดหนึ่งที่มีสีดำราวหมึกออกมาและป้อนเข้าปากเหล่าโจว

“แค่ก แค่ก...”

หลังจากได้รับยา เหล่าโจว ที่ก่อนหน้านี้ยังหอบหายใจกอบอากาศเข้าปากและอยู่หน้าประตูยมโลกอยู่แล้วก็เริ่มหายใจสงบและหลับลึกลงไป

มันใช้เวลากว่าหนึ่งวันในการขับพิษออกจากร่างกายของเขา

‘ตอนนี้ ทั้งหมดที่ข้าต้องทำก็คือรอ... ด้วยคุณสมบัติของบัญชาพญายม น่าจะเพียงพอให้เขาหลับไปสามวันเต็ม’

ฟางหยวนพึมพำ ก่อนจะเดินไปที่มุมหนึ่งของห้องศิลา เขาขุดเอาพื้นชั้นแรกออกก่อนจะพบเชือกขดหนึ่ง เขาดึงเชือกแรง ๆ

แกร่ก!

แผ่นหินถูกยกขึ้นมาจากพื้น เปิดให้เห็นปากอุโมงค์สายหนึ่ง

“อ้า ท่านอาจารย์ ความสามารถในการออกแบบของท่านนั้นสุดยอดจริง ๆ!”

ฟางหยวนพึมพำขณะเข้าไปในอุโมงค์ ไม่นานจากนั้น เขาก็ออกมาทางด้านหลังหุบเขา

อาจารย์เวิ่นซินนั้นสร้างอุโมงค์ลับไว้หลายแห่งด้วยความตั้งใจว่าจะใช้อุโมงค์พวกนี้เป็นทางหลบหนี หนึ่งในอุโมงค์พวกนั้นบังเอิญอยู่ในห้องศิลาที่เขาใช้ฝึกฝน!

อาจารย์เวิ่นซินนั้นนับว่าโชคดีที่สามารถมีชีวิตอยู่จนแก่ก่อนจะเสียชีวิตไป ตอนนี้ ฟางหยวนก็สามารถใช้ประโยชน์จากการทำงานหนักของอาจารย์เวิ่นซินในการสร้างเส้นทางลับพวกนี้

“วิดวิ้ว!”

ฟางหยวนมองเข้าไปในหุบเขาขณะเป่าปากเป็นเสียงนกหวีด

ฝุ่บ!

แค่พริบตาเดียว เงาสีขาวแถบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา เป็นฮวาหูเตียว

“ฟังนะ ฮวาหูเตียว เข้าไปคอยดูและปกป้องชาชำระจิตเอาไว้ ถ้าเจ้าถูกพบตัว จัดการกำจัดคนผู้นั้นเสียไม่ว่าจะเป็นใคร...”

ข้าวหยกแดงนั้นถูกเก็บเกี่ยวไปแล้ว ความกังวลเดียวของฟางหยวนก็คือชาชำระจิต

“จำไว้นะ!”

เขาลูบขนฮวาหูเตียวเบา ๆ ใบหน้าทะมึน

“ถ้าเจ้าไม่ใช่คู่มือของศัตรู ทำลายต้นชานั้นเสีย รักษาชีวิตเจ้าเอาไว้!”

นั่นคือในกรณีเลวร้ายที่สุด

สวนที่ปลูกชาเอาไว้นั้นค่อนข้างอยู่มิดชิด พี่น้องตระกูลโจวที่กังวลเรื่องชีวิตของบิดานั้นมีโอกาสน้อยนิดที่จะทรยศเขา

แต่เตรียมการรับมือทุกสถานการณ์ไว้ก่อนย่อมดีกว่า

หลังจากสั่งการกับฮวาหูเตียวแล้ว ฟางหยวนก็สูดลมหายใจลึกก่อนจะเริ่มวิ่งออกไป

เขาพยายามจัดการเรื่องอย่างยากลำบากเช่นนี้เพื่อสร้างหลักฐานที่อยู่ก่อนจะไปก่อเหตุฆาตกรรม!

‘ซ่งจื๋อเกา!’

ฟางหยวนพุ่งไปอย่างรวดเร็วผ่านเทือกเขาสูงและป่าโบราณทำให้เขาปรากฏตัวแวบไปมาราวกับเงา รอบตัวเปล่งรังสีฆ่าฟัน

ตั้งแต่โบราณ สุนัขกัดมักไม่เห่า ฟางหยวนก็ไม่เคยพบซ่งจื๋อเกา แต่ก็มีความประทับใจในตัวเขา แต่ความประทับใจนั่นอยู่บนพื้นฐานการไล่ล่าในวันนี้!

ทรัพย์สินของฟางหยวนถูกคุกคามและเขาทนมาพอแล้ว!

แต่อย่างไรซ่งจื๋อเกาก็เป็นถึงศิษย์สำนักกุยหลิง ถ้าจะฆ่าเขา ฟางหยวนต้องไม่ถูกรวมเข้าไปเป็นผู้ต้องสงสัย ไม่เช่นนั้นการอยู่ในมณฑลชิงเหอต่อไปจะเป็นเรื่องยากแล้ว

ดังนั้น เมื่อฟางหยวนรู้ว่านี่คือกับดัก เขาก็ตัดสินใจเล่นตามน้ำไปและใช้การรักษาเหล่าโจวสร้างหลักฐานที่อยู่ที่จะยืนยันว่าเขาไม่ได้อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ เช่นนั้น เขาก็สามารถมุ่งเป้าไปที่ซ่งจื๋อเกาได้อย่างไม่มีปัญหา!

...

เมืองชิงเย่

ฟางหยวนสวมหมวกไม้ไผ่กดปีกหมวกต่ำซ่อนใบหน้าไว้ในเงา เขามาที่นี่เพื่อฆ่าคน และไม่ต้องการเปิดเผยใบหน้าหรือทิ้งหลักฐานไว้เบื้องหลัง

‘เหล่าเถียนเองก็ต่ำช้านัก ใช้อำนาจของตัวเองบังคับและช่วยเจ้าคนชั่วนั่น...’

ฟางหยวนมาถึงหน้าร้านขายยาแล้วก็ได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น

เสียงร้องไห้คร่ำครวญได้ยินแผ่ว ๆ ออกมาจากสวนด้านหลังร้านยา เสียงคร่ำครวญนั่นส่งความเย็นเยือกลงไปตามสันหลังของฟางหยวน เขาแน่ใจว่าต้องเกิดอะไรไม่ดีขึ้นแน่ ๆ

“เกิดอะไรขึ้นที่นั่นน่ะ?”

ฟางหยวนดึงคนที่เดินผ่านไปออกมาจากถนนเพื่อถาม

คนผู้นั้นดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรู้สึกว่าการคว้าจับของอีกฝ่ายนั้นแน่นหนาราวกับเหล็ก ใบหน้าซีดทันที “เจ้าของร้าน เหล่าเถียน ป่วยตายไปเมื่อวานนี้น่ะ...”

‘เร็วเช่นนี้เลยรึ!’

ฟางหยวนพูดไม่ออกเมื่อได้ยินข่าว เขาปล่อยคนผ่านทางผู้นั้นที่รีบร้อนซอยเท้าไปทันที

ถ้าเหล่าเถียนยังมีชีวิตอยู่ เขาก็คงถูกลงโทษอยู่ดีไม่ว่าเขาจะถูกบังคับหรือว่าไม่รับคำสั่ง

แต่ดูเหมือนว่าซ่งจื๋อเกาจะเร็วและเหี้ยมโหดกว่าที่คิด

เขาจัดการสังหารเหล่าเถียนหลังจากใช้ประโยชน์จากเขาเพื่อกำจัดพยานหลักฐาน

อย่างไรเสีย เหล่าโจวก็เป็นผู้ดูแลของสำนักกุยหลิง ซ่งจื๋อเกาทำร้ายศิษย์ของสำนัก ถ้าเรื่องนี้เปิดเผยออกไป แม้ผู้อาวุโสซ่งก็คงช่วยเขาไม่ได้

ดังนั้นเหล่าเถียนต้องตาย ยิ่งเร็วยิ่งดี

ฟางหยวนเงียบ ในใจเขา เขาเห็นใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเหล่าเถียน

‘เหล่าเถียนฉลาดเกินไปในเรื่องของตัวเอง ข้าสงสัยนักว่า ก่อนตายเขาได้สำนึกเสียใจบ้างหรือไม่ ว่าถ้าหากเขาพยายามหลบเลี่ยงตอนที่ถูกบังคับให้ทำเรื่องพวกนี้...”

ฟางหยวนถอนหายใจ เขาหมุนตัวเดินออกไปบนถนนโดยไม่เข้าไปในร้านขายยา

...

คฤหาสน์ตระกูลซ่ง

‘ตอนนี้ ตระกูลโจวคงจะถึงหุบเขาแล้วสินะ?’

ซ่งจื๋อเกายิ้ม ยกชาใสแจ๋วในถ้วยขึ้นจิบเป็นครั้งคราวขณะคิด

‘เหล่าเถียนก็ตายไปแล้ว ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าข้าทำข้อตกลงอะไรกับเขา!’

‘ต่อให้ไม่ตาย เขาก็จะถูกลงโทษอย่างหนักอยู่ดี!’

ซ่งจื๋อเกามองไปรอบ ๆ บ้าน เขาฉีกยิ้มกว้างโดยไม่รู้ตัว

เขาภูมิใจในแผนการของตนเป็นที่สุดที่สามารถจัดการฆ่านกสองตัวด้วยกระสุนนัดเดียว เขาแน่ใจว่าคนเบื้องบนก็คงยินดีเช่นกัน!

ถ้าหากเขาได้ความดีความชอบจากเบื้องบน ความสำเร็จของเขาก็จะใกล้เข้ามาอีก

“ไปบอกข่าวให้ข้างบนรับรู้ ถ้าไม่ถึงหู พวกเจ้าทั้งหมดต้องชดใช้!”

ซ่งจื๋อเกาสั่งคนรับใช้ด้วยท่าทางเข้มงวด

“ไม่ต้องกังวลเลยขอรับ นายท่าน!”

คนรับใช้ที่อยู่กับเขามาหลายปียิ้ม “พวกเราจะทำให้แน่ใจว่าทุกอย่างได้รับการดูแลอย่างดี!”

“ดี! ดีมาก!”

จากนั้น ซ่งจื๋อเกาก็รู้สึกใจสั่นรุนแรงขึ้นมาทันที เขารู้สึกกระวนกระวายเหมือนว่ากำลังจะเกิดเรื่องร้ายใหญ่หลวงสักอย่าง

“แปลก... เหตุใดข้าถึงรู้สึกใจสั่นขนาดนี้?”

เขารู้สึกไม่สบายตัวและเดินวนไปมาในสวน เริ่มคิด

‘หรือเป็นเพราะเหล่าเถียน? ข้าปิดปากทุกคนที่รู้เรื่องนี้แล้ว ด้านตระกูลโจว จากนิสัยหุนหันของพวกมัน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเหล่าโจว พวกมันคงจะไว้ชีวิตเจ้าเด็กหลอกลวงนั่นหรอก’

“เหตุใดข้าถึงรู้สึกไม่สบายใจเลย?”

ขณะที่ซ่งจื๋อเกาพึมพำกับตัวเอง เงาหนึ่งก็กระโดดเข้ามาในสวนแล้วพุ่งเข้าหาเขาราวกับเสือ

“นั่นใคร?”

ซ่งจื๋อเกาถอยหลังกรูดร้องโวยวายออกมาเสียงแหลม เขาออกกระบวนท่าฝ่ามือเบญจธาตุของสำนักกุยหลิงหลายฝ่ามือติดกันเพื่อป้องกันตัวเองอย่างเต็มที่

เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ผ่านประตูทองที่สาม และมีความชำนาญในระดับหนึ่ง

“มือลอบสังหาร?”

ซ่งจื๋อเกาคิดกับตัวเอง ‘ถ้าข้าสามารถรอดอยู่ได้อีกสักพัก ข้าก็จะปลอดภัยแล้ว!’

แต่ว่าผู้ชายสวมหมวกไม้ไผ่นั้นไม่ได้โอกาสเขาทันทำอะไร แขนของชายผู้นั้นก็ยืดออกมา ฝ่ามือของมันก็เปลี่ยนเป็นสีดำราวกับเหล็กในพริบตา แขนนั่นกระแทกเข้าที่ซ่งจื๋อเกาอย่างแรง!

จบบทที่ Chapter 21: ลอบสังหาร

คัดลอกลิงก์แล้ว