เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 344 ตำบลจัดแข่งแบบใหม่

บทที่ 344 ตำบลจัดแข่งแบบใหม่

บทที่ 344 ตำบลจัดแข่งแบบใหม่


วันที่สอง การฝึกยิงปืนยังคงดำเนินต่อไป

วันที่สาม ก็ยังฝึกยิงปืนต่อ

พอถึงวันที่สี่ ก็เปลี่ยนเนื้อหาการฝึกเป็นการฝึกขว้างระเบิดมือ

ระเบิดมือที่ใช้นั้นเป็นแบบด้ามไม้ ซึ่งในช่วงเวลานั้นยังไม่ถือว่าล้าสมัย

“การฝึกขว้างระเบิดมือกับการขว้างระเบิดจริงจะมีแค่วันเดียว ตอนเช้าฝึก ตอนบ่ายขว้างจริง” สวี่เฉิงจวินพูดขึ้น ข้างเท้าของเขาวางกล่องกระสุนเอาไว้กล่องหนึ่ง หลี่หลงเหลือบมองไปเห็นที่กล่องมีคำว่า “ลูกซ้อม” เขียนไว้

“ตอนนี้ให้แต่ละคนผลัดกันขว้าง ใครที่ขว้างเกินสี่สิบเมตรก็ไปพักได้ ส่วนใครยังไม่ถึงก็ต้องขว้างต่อไป”

หลี่หลงจำได้ว่าเคยได้ยินมาว่า หลังยุค 90 การฝึกขว้างระเบิดมือของทหารใหม่ในกองทัพนั้น ใช้ระยะผ่านเกณฑ์แค่สามสิบเมตร แต่ตอนนี้สวี่เฉิงจวินกลับตั้งมาตรฐานไว้ที่สี่สิบเมตร ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะมีสักกี่คนที่ผ่านเกณฑ์นี้

สวี่เฉิงจวินแสดงตัวอย่างให้ทุกคนดู ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตรก็ยังมีคนยิงเป้าอยู่ เขื่อนฝั่งเหนือของบึงน้ำใหญ่มีลักษณะเป็นรูปครึ่งวงกลม ความยาวรวมกันน่าจะประมาณสองถึงสามกิโลเมตรเพราะฉะนั้นจึงสามารถใช้เป็นพื้นที่ฝึกพร้อมกันได้หลายหมู่บ้านในเวลาเดียวกัน

เมื่อทุกคนได้ฝึกยิงปืนกันมาก่อนหน้านี้แล้วเสียงปืนจึงไม่ได้สร้างความตกใจอะไรนัก สวี่เฉิงจวินพูดเสียงดังฟังชัด ด้วยภาษาท้องถิ่นของพื้นที่

"ดูให้ดีนะ ฉันจะแสดงให้ดูแค่ครั้งเดียว ตอนนี้พวกเราอยู่ที่นี่ ขว้างจากพื้นราบ ตรงจุดที่มีธงสีแดงข้างหน้า ระยะสี่สิบเมตร ขว้างไปถึงก็ถือว่าใช้ได้ ทุกคนมีโอกาสขว้างได้สามครั้ง แล้วจะใช้ระยะที่ใกล้ที่สุดเป็นเกณฑ์"

โอ้โห หลี่หลงได้ยินแล้วก็รู้สึกว่ามาตรฐานยิ่งเข้มงวดขึ้นไปอีก โดยทั่วไปแล้วในการฝึกมักจะใช้ระยะที่ไกลที่สุดในสามครั้งเป็นคะแนน แต่คราวนี้กลับใช้ระยะที่ใกล้ที่สุดแทน

สวี่เฉิงจวินใช้รองเท้าเขี่ยเส้นบนพื้นอย่างง่ายๆแล้วก็เตรียมท่าขว้าง เขารูปร่างสูงใหญ่ ตั้งท่าขว้างให้ดูอย่างสง่างามจากนั้นก็ขว้างระเบิดมือออกไปกลางอากาศ ลูกระเบิดหมุนลอยไปและตกลงไปบนพื้นหิมะจนเกิดฝุ่นหิมะฟุ้งขึ้น

ทุกคนเห็นได้ชัดว่า ระยะที่ขว้างไปไกลกว่าธงแดงที่ตั้งไว้ถึงสิบกว่าเมตร รวมแล้วระยะเกือบห้าสิบกว่าเมตร

สวี่เฉิงจวินส่ายหน้าแล้วพูดว่า

"ไม่ฝึกมาหลายปี กำลังแขนก็อ่อนลงหน่อย เอาล่ะ พวกเธอมาเรียงกันทีละคน หมวดหนึ่งขว้างเสร็จแล้วค่อยเก็บลูกกลับมา แล้วให้หมวดต่อไปขว้างต่อ ใครที่ยังขว้างไม่ถึงสี่สิบเมตรให้ยืนแยกไปอีกด้าน"

ที่สวี่เฉิงจวินตั้งมาตรฐานเข้มขนาดนี้ก็เพราะว่าใช้เกณฑ์ของทหารอาสาประจำการ ซึ่งถ้ายังทำไม่ได้ก็ต้องฝึกให้มากขึ้น

หมวดหนึ่งขึ้นไปขว้างกันสิบคน มีหกคนขว้างได้เกินสี่สิบเมตร อีกสี่คนไม่ผ่านและในจำนวนนั้นมีถึงสามคนที่อายุต่ำกว่ายี่สิบปีซึ่งอายุน้อยกว่าหลี่หลงอีก หลี่หลงสังเกตว่าระยะที่ใกล้ที่สุดของพวกเขายังทำได้ถึงสามสิบห้าเมตรอยู่เลยและที่ขว้างได้ไม่ถึงก็เพราะเทคนิคการขว้างยังไม่ถูกต้องเท่านั้นเอง

การขว้างระเบิดมือไม่ใช่แค่ใช้แรงอย่างเดียวต้องอาศัยมุมและเทคนิคในการออกแรงด้วย ถ้าใช้แรงเต็มที่แต่ขว้างสูงเกินไประยะก็จะไม่ไกล ถ้าขว้างต่ำเกินไปก็ไม่ได้เหมือนกัน

สี่คนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ถูกส่งไปเก็บระเบิดฝึกพอกลับมาก็มีแค่คนเดียวที่ยังยิ้มแย้มคุยเล่นกับคนอื่นอยู่ ส่วนอีกสามคนหน้าตาเต็มไปด้วยความผิดหวัง

สวี่เฉิงจวินไม่ได้พูดอะไร ปล่อยให้หมวดที่สองเริ่มขว้างต่อ

หลี่หลงนึกในใจว่า ตัวเองน่าจะขว้างได้เกินสี่สิบเมตรนะ

เขาเป็นหัวหน้าหมวดจึงเป็นคนแรกที่ต้องขว้างโชคดีที่เขามีประสบการณ์กับเรื่องนี้อยู่บ้าง เขาลองขยับเท้าหาที่ยืนที่มั่นคงบนพื้น ค้นหาพื้นที่ที่ไม่ลื่น — เพราะก่อนหน้านี้ในกลุ่มสี่คนแรกมีคนหนึ่งขว้างตอนเท้าลื่น ทำให้ลูกระเบิดตกห่างจากธงแดงไปหลายเมตร แม้สองครั้งที่เหลือจะขว้างถึงแต่เพราะวัดจากระยะที่ใกล้ที่สุดก็เลยถือว่าสอบไม่ผ่าน

เขาลองยืนดูแล้วรู้สึกว่าพื้นแข็งดี ไม่ลื่น จึงหยิบลูกระเบิดขึ้นมาทดลองน้ำหนักดูก็รู้สึกว่าไม่หนักมาก จึงยืดแขนไปข้างหลังแล้วออกแรงขว้างออกไป

ระยะอยู่ที่ประมาณสี่สิบสองถึงสี่สิบสามเมตร

เขารู้สึกว่ายังมีแรงเหลืออยู่จึงก้มลงหยิบอีกลูกขึ้นมา คราวนี้ปรับท่าทางจนคุ้นมือแล้วจากนั้นก็ขว้างออกไปอีกครั้ง ได้ประมาณสี่สิบห้าถึงสี่สิบหกเมตร

ลูกที่สามที่ขว้างออกไป ได้ระยะเกินห้าสิบเมตร

หมวดก่อนหน้านี้คนที่ขว้างได้ไกลที่สุดยังขว้างได้น้อยกว่าสวี่เฉิงจวินอยู่เมตรสองเมตร แต่หลี่หลงขว้างครั้งนี้ระยะพอดีอยู่กึ่งกลางระหว่างทั้งสองคน

“ไม่เลวเลย” สวี่เฉิงจวินยิ้มแล้วพูดว่า “เสี่ยวหลงใช้ได้เลยนะ”

หลี่หลงยิ้มรับแล้วโบกมือเรียกให้คนต่อไปเข้ามาก่อนจะเดินไปนั่งรวมกับคนที่ขว้างเสร็จแล้ว

คนอื่นๆก็นั่งคุยกันอยู่ มีอยู่สองคนชมเขาด้วยว่า ขว้างได้ไกลดีถ้าอยู่ในกองทัพอาจจะได้เลือกไปเป็นมือขว้างระเบิดก็ได้

หลี่หลงรู้ดีว่าในกองทัพจริงๆแล้วไม่มีตำแหน่งที่เรียกว่ามือขว้างระเบิดหรอก เขาก็แค่ยิ้มแล้วนั่งคุยเรื่องทั่วไปกับคนอื่นๆไปเรื่อย

ถึงแม้ว่าหลี่หลงจะเป็นเหมือนตำนานในทีม ใครๆต่างก็รู้จักแต่ปกติเขาจะไม่ค่อยคุยกับคนอื่นมากนัก ทว่าเมื่อได้นั่งรวมกลุ่มคุยกันแล้ว ทุกคนก็พูดคุยเรื่องต่างๆกันอย่างออกรส ที่จริงก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่ที่ทำให้หลี่หลงโดดเด่นกว่าคนอื่นก็คือ เขาที่บ้านมีวิทยุ จึงรู้เรื่องข่าวสารบ้านเมืองมากกว่าคนทั่วไปจนในที่สุดเขาก็กลายเป็นจุดศูนย์กลางของวงสนทนาโดยปริยาย

คนจีนไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เริ่มให้ความสนใจกับเรื่องบ้านเมืองเป็นพิเศษ เมื่อก่อนบางทีก็จะได้ยินจากลำโพงเสียงตามสายหรือมีหนังสือพิมพ์วนเวียนกันอ่านอยู่ในทีม

แต่ตอนนี้มีวิทยุแล้ว ทำให้รู้ข่าวทันเหตุการณ์ได้มากขึ้น เช่น ปีนี้ทีมวอลเลย์บอลหญิงของจีนคว้าแชมป์โลกได้อีกครั้ง เป็นแชมป์สองสมัยซ้อน ปีนี้มีการสำรวจประชากร พบว่าจำนวนประชากรจีนทะลุหนึ่งพันล้านคนแล้ว ปีนี้เริ่มมีการจัดตั้งกองกำลังตำรวจติดอาวุธแห่งชาติ การประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 12 ก็จัดขึ้นในปีนี้ ขีปนาวุธจากเรือดำน้ำประสบความสำเร็จในการยิงจากใต้น้ำ และหัวหน้าผู้ออกแบบก็ได้พบกับ “หญิงเหล็ก” (Iron Lady) (นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของสหราชอาณาจักร) ในปีนี้ด้วย

แม้หลายเรื่องประชาชนทั่วไปอาจจะยังไม่รู้ชัดเจนแต่เพราะหลี่หลงมีวิทยุและมีความรู้จากอนาคตในยุคสื่อออนไลน์และคลิปวิดีโอสั้นแพร่หลายทำให้เขารู้รายละเอียดของเรื่องเหล่านี้มากพอสมควร

เขาก็เลยเล่าเรื่องพวกนี้ให้เพื่อนๆฟังไปด้วย ถือว่าเป็นการเผยแพร่ข่าวสารบ้านเมืองในกลุ่ม

ฝั่งหลี่หลงยังเล่าไม่จบเลย ฝั่งหมวดสองก็ฝึกขว้างเสร็จแล้วปรากฏว่ามีอยู่สองคนที่ไม่ผ่านเกณฑ์

หลี่หลงยิ้มแล้วพูดกับคนสองคนนั้นว่า

“พวกนายสองคนต้องตั้งใจฝึกให้ดีนะ รอบหน้าพยายามขว้างให้ผ่านตั้งแต่ครั้งแรกให้ได้ ตอนเมื่อกี้พวกนายควรจะดูท่าทางการขว้างของหัวหน้าดีๆทั้งการใช้แรงและมุมที่ขว้าง มันไม่ใช่แค่ขว้างสุ่มขึ้นไปบนฟ้าหรือขว้างตรงๆ แล้วจะไปได้ไกล…”

เขาพูดไปก็ทำท่าทางประกอบไปด้วยให้ทั้งสองคนดูทิศทางและรูปแบบการขว้างให้ชัดเจน

ในฐานะที่เป็นแค่หัวหน้าหมวดชั่วคราวหลี่หลงเองก็ไม่ได้หวังจะสร้างชื่อเสียงอะไรนัก พูดไปก็เพียงแค่ให้คำแนะนำตามหน้าที่เท่านั้น

สวี่เฉิงจวินยืนอยู่ด้านข้าง มองดูอยู่โดยไม่พูดอะไร จากนั้นก็เรียกหมวดสามให้มาเริ่มฝึกขว้างต่อ

เถาต้าเฉียงอยู่ในหมวดสามหลี่หลงเลยให้ความสนใจเป็นพิเศษ เขาขว้างระเบิดออกไปได้ระยะราวห้าสิบห้าถึงห้าสิบหกเมตร ซึ่งไกลกว่าที่สวี่เฉิงจวินขว้างเสียอีก

เรียกได้ว่าแรงเยอะจริงๆ

หยางหย่งเฉียงซึ่งอยู่ในหมวดเดียวกับหลี่หลงขว้างได้ราวสี่สิบเอ็ดถึงสี่สิบสองเมตร พอดีผ่านเส้นเกณฑ์ไปได้แบบเฉียดฉิว

“เอาล่ะ พวกที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์มาทางนี้ ทุกคนให้ขว้างอีกคนละห้าครั้ง” สวี่เฉิงจวินในฐานะเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมการฝึกจัดการเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง ไม่มีการถามความเห็นจากใคร เขาตัดสินใจเองทุกอย่างตามแบบฉบับของเขา

หลี่หลงกับพวกจึงถูกพาไปที่บริเวณยอดเขื่อน

ตรงนั้นมีลังใส่ระเบิดมือวางไว้สองลัง

แต่ตอนนี้แน่นอนว่ายังไม่สามารถขว้างได้ ต้องรอให้คนที่ขว้างไม่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดฝึกขว้างให้เสร็จก่อนแล้วค่อยให้ทุกคนมารวมกันเพื่อฝึกขว้างระเบิดพร้อมกัน

เพราะสิ่งนี้มีรัศมีการระเบิดที่ค่อนข้างกว้าง เศษระเบิดกระจายได้ไกลมาก ถ้าขว้างไปสุ่มๆอาจจะระเบิดใส่คนอื่นได้

ตอนนี้น้ำในบึงน้ำใหญ่ยังไม่ถึงสองในสามของช่วงฤดูร้อนแต่ด้านเหนือของบึงค่อนข้างลึก ชั้นน้ำแข็งก็หนามาก หลี่หลงคิดอยู่ในใจว่าไม่รู้ตอนขว้างจริงจะสามารถระเบิดให้พื้นน้ำแข็งแตกได้ไหม

ตอนนี้ใกล้จะถึงช่วง “เจียวจิ่ว” แล้ว (ช่วงสุดท้ายของฤดูหนาวตามปฏิทินจีน) น้ำแข็งชั้นนี้น่าจะหนาสักยี่สิบถึงสามสิบเซนติเมตร ระเบิดมือด้ามไม้มีอานุภาพไม่น้อย หลี่หลงตั้งใจว่าเดี๋ยวจะลองดูหน่อยถ้าระเบิดน้ำแข็งให้แตกได้บางทีอาจจะได้ปลาแถมมาก็ได้

สิบกว่านาทีต่อมาสวี่เฉิงจวินเดินหัวเราะพูดคุยมากับกลุ่มคนที่ฝึกเสร็จแล้ว มีสองคนช่วยกันยกกล่องระเบิดมือสำหรับฝึกมาเห็นได้ชัดว่าซ้อมกันเรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีเนื้อกินแต่เวลาทำงานก็เอาจริงเอาจัง เด็กหนุ่มส่วนใหญ่ในวัยสิบกว่าปีก็เริ่มทำงานหนักที่บ้านกันแล้ว แรงก็ย่อมมีมาก

"เอาล่ะ ไม่ต้องพูดมาก เดี๋ยวฉันจะอธิบายเทคนิคให้ฟัง พวกนายส่วนใหญ่เคยฝึกขว้างมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้มาตรฐานสูงขึ้นอีกหน่อย ตอนขว้างอย่าลืม บิดฝาครอบด้านล่างออก ดึงห่วงออกมา เกี่ยวไว้กับนิ้วก้อย จากนั้นก็จับด้ามไม้ไว้เหมือนอย่างที่ซ้อมกัน แล้วขว้างลงไปด้านล่าง"

"จำไว้นะ ขว้างได้ไกลที่สุดยิ่งดี—แล้วก็อย่าตื่นตระหนก ฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบปีที่แล้วที่ในหมู่บ้านอื่นมีคนขว้างระเบิดลงไปที่เท้าตัวเอง เกือบจะโดนระเบิดใส่ซะแล้ว!”

หลังจากพูดจบสวี่เฉิงจวินก็หยิบระเบิดมือจริงออกมาจากกล่องที่เปิดอยู่ แล้วยกขึ้นมาให้ทุกคนดูเป็นตัวอย่าง

เขาบิดฝาครอบออก เจาะกระดาษไขข้างใน แล้วดึงห่วงออกมา ก่อนจะเกี่ยวห่วงกับนิ้วก้อย จากนั้นใช้มือขวาจับให้มั่น แล้วยกขึ้นให้ทุกคนดูเป็นสัญญาณเล็กน้อยแล้วก็ขว้างไปยังทิศทางที่มีชั้นน้ำแข็งของเขื่อน

ตอนนี้ตรงบริเวณนั้นยังไม่มีธงแดงปักไว้ แต่หลี่หลงกะด้วยสายตาได้ว่าระยะขว้างครั้งนี้น่าจะมีไม่ต่ำกว่าห้าสิบเมตร

ระเบิดมือตกลงบนพื้นน้ำแข็งที่มีหิมะปกคลุม กลิ้งอยู่สองสามทีแล้วจึงหยุดจากนั้นก็เกิดระเบิดดัง “ตูม!” ขึ้นมา ควันและผงหิมะฟุ้งกระจายไปในอากาศ ถูกลมพัดปลิวไปอย่างช้า ๆ ก่อนจะค่อย ๆ จางหายไป

"หัวหน้าหมวดทั้งสามมาขว้างก่อน คนละลูก ขว้างเสร็จแล้วถ้ามีเหลือค่อยว่ากันอีกที"

หัวหน้าหมวดหนึ่งเป็นคนขว้างก่อน ขว้างได้ระยะกว่าสี่สิบเมตร ระเบิดได้สำเร็จ ถัดมาคือหลี่หลง

หลี่หลงไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เขาถือระเบิดมือขึ้นมาดูเล็กน้อย ระเบิดไม้ด้ามรุ่นหกเจ็ดน้ำหนักพอๆกับแบบฝึก เขาบิดฝา เจาะกระดาษแล้วดึงห่วงออกมาจากข้างใน ก่อนจะสอดนิ้วเกี่ยวไว้ แล้วลองเล็งไปยังเป้าหมายที่ไกลออกไป

ที่จุดไกลลิบๆ มีเสียงปืนดังแว่วมาเปาะแปะ ถึงแม้จะเป็นเวลากลางวันมองไม่เห็นแสงไฟจากปากกระบอกปืนแต่เสียงก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วเขื่อน

หลี่หลงยกระเบิดมือขึ้นเล็งก่อนจะออกแรงขว้างลงไปทางด้านล่างของเขื่อน

เพราะเขาอยู่สูง ขว้างลงไปในทิศต่ำ ระยะที่ได้จึงเกือบจะหกสิบเมตร เล่นเอาเจ้าตัวเองยังตกใจ!

“ตูม!”

ระเบิดมือลูกนั้นระเบิดขึ้นตรงจุดที่ไกลที่สุด สวี่เฉิงจวินยิ้มแล้วพูดว่า “เสี่ยวหลงไม่เลวเลยนะ มุมขว้างใช้ได้เลย เอาล่ะ ต่อไปหมวดสาม”

หัวหน้าหมวดสามดูจะประหม่าอยู่ไม่น้อย มือสั่นตอนบิดฝาครอบ สวี่เฉิงจวินเห็นแล้วก็รู้สึกว่าไม่เข้าท่าเลยตบเขาเข้าให้หนึ่งทีแล้วพูดว่า

“ตั้งสติหน่อย! ลูกน้องในหมวดกำลังดูอยู่ อย่าทำตัวเหมือนผู้หญิงนักสิ!”

หลังจากถูกตบเรียกสติ หัวหน้าหมวดสามก็เหมือนได้สติคืนมา ตอนขว้างจริงก็สามารถขว้างได้ไกลประมาณสี่สิบเมตร

แม้จะเป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป แต่ก็ยังโดนสวี่เฉิงจวินเตะเข้าให้หนึ่งที

เมื่อหัวหน้าหมวดทั้งสามทำเป็นตัวอย่างให้แล้ว คนอื่นๆส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รู้สึกกลัวหรือประหม่ามาก กลับกันยังตื่นเต้นเสียด้วยซ้ำ ท้ายที่สุดแล้วความรู้สึกใฝ่หาความแข็งแกร่งที่ฝังลึกอยู่ในกระดูก สำหรับของแบบนี้ ใครกันจะไม่อยากลองขว้างเองสักลูกสองลูก?

หลี่หลงถึงกับคิดเล่นๆว่า ถ้าได้สักลูกสองลูกไปขว้างใส่บึงน้ำเล็กในช่วงฤดูร้อน จะสามารถระเบิดให้ปลาลอยขึ้นมาเป็นฝูงๆได้ไหมนะ?

จนถึงตอนนี้ ระเบิดมือที่ขว้างไปยังไม่มีลูกไหนที่สามารถระเบิดให้พื้นน้ำแข็งแตกได้เลย ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะน้ำแข็งหนาเกินไป หรือว่าอานุภาพของระเบิดยังไม่พอ

แน่นอนว่ายังมีอีกความเป็นไปได้ คือจุดที่ระเบิดตกกระจายกันเกินไปไม่รวมกันเป็นกลุ่ม จุดที่ระเบิดจึงทำได้แค่ระเบิดให้เป็นรอยร้าวบนน้ำแข็ง ซึ่งของแบบนี้พอถึงวันรุ่งขึ้นน้ำก็แข็งตัวปิดรอยร้าวหมดแล้ว

หลังจากทุกคนขว้างเสร็จหมดแล้ว ก็ยังเหลือระเบิดอยู่อีกไม่กี่ลูก สวี่เฉิงจวินจึงเรียกหัวหน้าหมวดทั้งสามกับคนที่ขว้างได้ไกลอย่างเถาต้าเฉียง ไปขว้างกันอีกรอบคนละลูกแล้วจึงสั่งยุติการฝึก

ฟังดูเหมือนการฝึกครั้งนี้จะออกแนวเล่นๆแต่ถ้าได้ลองด้วยตัวเองแล้วจะรู้เลยว่า การฝึกด้วยกระสุนจริงแบบนี้ ขอแค่อย่าเกิดอุบัติเหตุก็ถือว่าสำเร็จลุล่วงแล้ว ครั้งนี้พอกลับไปสวี่เฉิงจวินก็ยังต้องรายงานเรื่องนี้กับทางหมู่บ้านอยู่ดี

แล้วในวันรุ่งขึ้นหลี่หลงก็ได้รับแจ้งจากสวี่เฉิงจวินว่า การฝึกครั้งนี้สิ้นสุดลงแล้วและการแข่งขัน หรือจะเรียกว่าการประเมินผลของทางหมู่บ้านก็มีการเปลี่ยนแปลงใหม่

โดยจะมีการตั้งเป้ายิงแบบแผ่นเหล็กกลม 5 แผ่นไว้ที่ยอดเขื่อนสำหรับการฝึกยิงเร็ว—แน่นอนว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น

ที่เหลืออย่างการยิงแบบแม่นยำอะไรพวกนั้น ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของแต่ละคนล้วนๆ

“เสี่ยวหลง ความเห็นของฉันก็คือ นายไม่ต้องไปแข่งรายการอื่นแล้วล่ะ แข่งแค่รายการนี้รายการเดียวก็พอ ฉันว่านายทำได้แน่นอน!”

หลี่หลงนึกในใจ หัวหน้าหมู่ท่านนี่ช่างให้ความสำคัญกับฉันจริงๆนะ!

(จบบท)

*กลับมาแล้วค่าหลังจากที่หายไปผ่าตัดนิดหน่อย หลังจากนี้จะรีบแปลและมาอัพบ่อยขึ้นนะคะ*

จบบทที่ บทที่ 344 ตำบลจัดแข่งแบบใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว