- หน้าแรก
- ย้อนกลับไปเพื่อใช้ชีวิตให้เป็นตัวเอง
- บทที่ 302 แย่งเหยื่อของนักล่า รู้สึกสะใจจริงๆ!
บทที่ 302 แย่งเหยื่อของนักล่า รู้สึกสะใจจริงๆ!
บทที่ 302 แย่งเหยื่อของนักล่า รู้สึกสะใจจริงๆ!
เมื่อเดินทางมาถึงหุบเขาน้ำพุร้อน หลี่หลง จงใจชะลอฝีเท้าลงและอ้อมผ่านป่าด้านข้าง
เมื่อเขาไปถึงบริเวณเหนือบ่อน้ำพุจุดที่เคยใช้ซุ่มดูสัตว์ เขาวางถุงสัมภาระลงก่อนจะยกปืนขึ้นส่องตรวจสอบแต่กลับไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ
ทว่ากลับมีกลิ่นคาวเลือดที่ค่อนข้างแรงลอยอยู่ในอากาศ
มีบางอย่างอยู่ที่นี่… เพียงแต่เขายังมองไม่เห็น
หรือว่า… มีใครมาล่าสัตว์ที่นี่ก่อนเขาและเขามาช้าไป?
หลี่หลงยกปืนขึ้นพร้อมและค่อยๆเคลื่อนตัวไปที่ริมบ่อน้ำพุอย่างระมัดระวัง
เมื่อออกจากแนวป่าและมาถึงขอบบ่อน้ำพุ หลี่หลงก็พบว่าที่ริมลำธารใกล้ๆมีกวางโรตัวหนึ่งนอนอยู่กับพื้น มันมีขนาดไม่ใหญ่มากแต่ร่างกายยังคงกระตุกเป็นระยะ
เลือดไหลพุ่งออกมาจากลำคอไม่หยุด เห็นได้ชัดว่ามันเพิ่งถูกกัดตายไปไม่นาน
และนักล่าที่กัดกวางโรตัวนี้จนตายไปก็น่าจะได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเข้ามันคงตกใจหนีไปแล้ว ตอนที่วิ่งหนีไปเหมือนจะพยายามลากเหยื่อไปด้วย จากรอยบนพื้นดูเหมือนว่ามันพยายามดึงซากกวางออกจากลำธาร แต่สุดท้ายอาจจะลากไม่ไหวหรืออาจมีเหตุผลอื่นทำให้มันต้องทิ้งซากกวางไว้ตรงนี้
หลี่หลงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเล็กน้อย จากนั้นก็หันหลังกลับไปยังจุดที่เขาซุ่มอยู่ก่อนหน้านี้ ยกปืนขึ้นเตรียมพร้อมแล้วนั่งรอ
เขาคิดว่านักล่าตัวนั้นต้องกลับมาแน่ๆหรือไม่ก็กำลังซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งรอให้เขาออกไปจากที่นี่ ถ้าเขาไม่เอาเหยื่อไป มันก็คงจะกลับมาเก็บ
แต่หลี่หลงไม่รีบร้อน เขานั่งอยู่ตรงนั้นจับปืนเอาไว้โดยเปิดเซฟตี้ออก กระสุนบรรจุพร้อมรอให้เหยื่อปรากฏตัว
จากรอยบาดแผลของกวางโรและร่องรอยการต่อสู้รอบๆ หลี่หลงคิดว่านักล่าตัวนั้นไม่น่าจะเป็นสัตว์ใหญ่มาก อาจจะเป็นหมาป่าตัวเล็กหรือแมวป่าชนิดหนึ่งก็ได้เพราะถ้าเป็นสัตว์ที่ใหญ่กว่านี้คงไม่ตกใจเสียงของเขาจนต้องหนีไป
ถ้าเป็นอย่างหลัง… และมันกลับมาจริงๆ วันนี้เขาอาจจะได้กำไรเพิ่มอีกก็ได้
เวลาผ่านไปสิบกว่านาทีป่าทั้งสองข้างยังคงเงียบสงัด หลี่หลงเริ่มสงสัยว่าตัวเองเดาผิดหรือเปล่า?
แต่มันไม่ควรเป็นแบบนั้นนี่นา… ไม่มีนักล่าตัวไหนยอมปล่อยเหยื่อของตัวเองให้คนอื่นไปง่ายๆ
และตอนนี้ซากกวางโรยังคงแช่อยู่ในลำธาร ถ้ามันเป็นสัตว์กินเนื้อจริงๆปกติแล้วคงอดใจไม่ไหวและกลับมาจัดการเหยื่อแล้ว
ตำแหน่งที่หลี่หลงซ่อนอยู่ห่างจากลำธารประมาณ 20 กว่าเมตร อีกทั้งเขายังอยู่ใต้ลมไม่น่าจะถูกค้นพบได้ง่ายขนาดนั้น… ใช่ไหม?
เขาคิดแบบนั้น แต่ความจริงจะเป็นอย่างไรนั้นเขาเองก็ไม่แน่ใจ
อย่างมากก็รออีกครึ่งชั่วโมง ถ้าเจ้าตัวนั้นยังไม่ปรากฏตัวหลี่หลงก็จะไม่เกรงใจอีกต่อไปถ้าล่านักล่าไม่ได้ ได้กวางโรกลับไปทำอาหารก็นับว่าไม่เลว
เขารออยู่อีกครู่หนึ่งทันใดนั้นก็มีเสียง “ฮึ่มฮั่ม” ดังขึ้นจากแนวป่าฝั่งตรงข้าม เสียงไม่ได้ดังมากนักแต่หลี่หลงฟังออกว่าเป็นเสียงของหมูป่าที่กำลังเดินเข้ามา
ไม่รู้ว่ามีกี่ตัวแต่ฟังจากเสียงมันไม่น่าจะเป็นฝูงใหญ่แบบที่เคยเจอมาก่อน หลี่หลงคาดว่าน่าจะเป็นหมูป่ากลุ่มเล็กๆไม่เกินสามถึงห้าตัว
ถ้าล่าสัตว์ใหญ่ไม่ได้ ยิงหมูป่าก็ยังถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี
หลี่หลงเล็งปืนไปทางจุดที่เสียงหมูป่าดังขึ้น เตรียมพร้อมยิง
แต่จู่ๆก็มีเสียงประหลาดดังมาจากป่าฝั่งตรงข้าม เสียงนั้นฟังดูคล้ายเสียงแมวแต่ก็เหมือนเสียงของเสือดาวอะไรทำนองนั้น เสียงแหลมบางแต่กลับให้ความรู้สึกคุกคามอย่างรุนแรง
ทันทีที่เสียงนั้นดังขึ้นฝูงหมูป่าก็แตกตื่นขึ้นมาทันทีได้ยินเสียงวิ่งวุ่นไปทั่วป่า หลี่หลงไม่แน่ใจว่ามันกำลังต่อสู้กับเจ้าของเสียงนั้นหรือกำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอด
จากนั้นป่าฝั่งตรงข้ามก็เกิดการสั่นไหวพุ่มไม้และต้นไม้ส่ายไปมา มีบางครั้งที่เศษดินและโคลนกระเด็นขึ้นมาเป็นระยะ
แต่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพียงไม่นานแล้วความวุ่นวายก็ค่อยๆสงบลงพร้อมกับที่เสียงของหมูป่าหายไปจากบริเวณนั้น
ไกลออกไปยังพอได้ยินเสียงหมูป่าร้องโหยหวนเป็นครั้งคราว ไม่รู้ว่ามันสะดุดล้มเองหรือถูกอะไรบางอย่างจับตัวไปแล้ว
หลี่หลงเข้าใจได้ทันทีว่านักล่าตัวนั้นยังอยู่แถวนี้ มันกำลังเล่นสงครามประสาทกับเขารอแข่งความอดทนกันอยู่ที่ป่าฝั่งตรงข้าม
พอเห็นว่าฝูงหมูป่าเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ซากกวางโร นักล่าปริศนาคงกลัวว่าหมูป่าจะมาแย่งเหยื่อของมันไปมันเลยส่งเสียงขู่เพื่อไล่พวกนั้นออกไป
แต่หมูป่าก็ไม่ได้โง่นี่นา? ทำไมถึงยอมวิ่งหนีง่ายๆแบบนั้น?
หลี่หลงเองก็ไม่เข้าใจนักเขาตัดสินใจปรับเป้าหมายใหม่ หันปากกระบอกปืนกลับมาที่ซากกวางโร
แต่แล้ว… เขารอต่อไปอีกสิบกว่านาทีพระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า แต่ป่าฝั่งตรงข้ามยังคงเงียบสงัดไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
หลี่หลงไม่อยากรอต่อแล้ว
เขาลุกขึ้นยืนจับปืนแน่นแล้วก้าวเท้าเดินตรงลงไปยังริมลำธาร
เมื่อมาถึงข้างๆซากกวางโร หลี่หลงเหลือบตามองไปยังป่าฝั่งตรงข้ามแล้วก็รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังจ้องมองเขาอยู่
โดยไม่ลังเลเขายกปืนขึ้นลั่นไกทันที!
"ปัง! ปัง!"
หลังจากเสียงปืนดังขึ้นสองนัด มีเสียงบางอย่างขยับไหวจากป่าฝั่งตรงข้ามก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบสงัดลงอีกครั้ง
หลี่หลงรีบยกปืนขึ้นเตรียมพร้อมแล้วเดินเข้าไปตรวจสอบ
ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งบนก้อนหิน เขาสังเกตเห็นขนสีเหลืองอ่อนๆติดอยู่แต่ไม่มีร่องรอยเลือดเลยแม้แต่น้อย
เขายิงพลาด…
แม้จะรู้สึกเสียดายอยู่ไม่น้อยแต่ตอนนี้การไล่ตามไปคงไม่ทันแล้ว หลี่หลงมองไปรอบๆด้วยความระมัดระวัง แต่ก็ไม่ได้เห็นอะไรผิดปกติ
เขาจึงหันหลังกลับไปที่ลำธาร ดึงซากกวางโรขึ้นมาจากนั้นก็หยิบสัมภาระและอุปกรณ์ต่างๆก่อนจะเดินกลับที่พัก
เมื่อกลับมาถึงกระท่อมไม้ หลี่หลงจัดเก็บตั่งเซินที่ขุดมาไว้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จากนั้นจึงเริ่มลงมือชำแหละกวางโรเพื่อเตรียมทำอาหาร
กวางโร ตัวนี้เป็นลูกกวางที่เกิดในปีนี้เนื้อจึงยังนุ่มขนาดก็ไม่ใหญ่มากเป็นตัวผู้และเขายังไม่งอกออกมา หลี่หลงจัดการลอกหนัง ผ่าท้อง นำหัวใจ ตับ ปอด และอวัยวะภายในอื่นๆแยกใส่กะละมังไว้แล้วไปหยิบพริกแห้งมาล้างและแช่น้ำ
ก่อนหน้านี้เขามักจะนำพวกเครื่องในไปต้มหรือตุ๋นแต่วันนี้เขาตั้งใจจะผัดมันให้เผ็ดร้อน ทำเมนูผัดเครื่องในกวาง
เนื้อกวางโรแยกออกจากกระดูกได้ง่าย หลี่หลงแล่เอาส่วนหนึ่งออกมาส่วนที่เหลือยังติดกระดูกอยู่ เขาแช่ลงไปในกะละมังน้ำแล้วหันไปทำความสะอาดลำไส้กับกระเพาะ
อารมณ์ดีจนลืมหิว พอจัดการทุกอย่างเสร็จหลี่หลงนำหนังของมันไปโรยเกลือจากนั้นนำเข้าไปในห้องเล็กแล้วขึงแขวนไว้บนผนัง
จากนั้นเขาออกมาหั่นพริกแห้งที่แช่น้ำจนพองเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำเครื่องในบางส่วนมาหั่นใส่จานใหญ่ เตรียมกระเทียมและเครื่องปรุงต่างๆ
ใต้เตาไฟเริ่มลุกโชนขณะนั้นดวงอาทิตย์เพิ่งตกไปหลังยอดเขาอีกไม่นานท้องฟ้าก็จะมืดแต่หลี่หลงยังคงอารมณ์ดี
ของที่แย่งมาได้ มันอร่อยกว่าเป็นพิเศษ!
เขาใส่น้ำมันลงในกระทะพอน้ำมันร้อนก็โยนกระเทียมสับลงไปผัดจนหอม จากนั้นตามด้วยพริกแห้งที่หั่นไว้ผัดเร็วๆสองสามที พอไฟลุกโชนขึ้นก็นำเครื่องในที่ล้างสะอาดลงไป
เสียง ฉ่า! ดังขึ้นพร้อมกับไอร้อนที่พุ่งทะลักออกมา หลี่หลงก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวรอให้ไอร้อนจางลงก่อนจะรีบพลิกผัดอย่างรวดเร็ว
เคล็ดลับของการผัดให้หอมอร่อยคือใช้ไฟแรงและต้องผัดให้เร็ว
แต่หลี่หลงไม่ได้ตั้งใจจะกินแบบกึ่งสุกกึ่งดิบ เขาผ่านชีวิตมาแล้วสองชาติและรู้ว่าหลายคนชอบกินเครื่องในแบบกึ่งดิบ เพราะมันนุ่มและชุ่มฉ่ำกว่าแต่สุดท้ายก็ติดเชื้อพยาธิในตับกันไปตามๆกัน
แล้วต้องไปผ่าตัดซ้ำแล้วซ้ำอีก ใครจะอยากเจ็บตัวขนาดนั้นกัน
ยอมเสียรสสัมผัสไปบ้างแต่รักษาสุขภาพของตัวเองเอาไว้ แบบนี้คุ้มค่ากว่าเยอะ
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่กวางโรอ้วนที่สุด เครื่องในของมันมีไขมันสะสมอยู่มากพอเอาลงกระทะน้ำมันก็ออกมาเยอะ ผัดไปได้สักพักกลิ่นหอมก็เริ่มโชยออกมา หลี่หลงค่อยๆเติมเครื่องปรุงต่างๆลงไป
ถึงแม้เขาจะชอบกินพวกเครื่องในสัตว์แต่เขาไม่ใช่พวกที่ชอบกลิ่นสาบหรือกลิ่นเหม็นของมันไม่ว่าจะเป็นกระเพาะ ลำไส้ หรือไต เขาจะล้างให้สะอาดหมดจดรวมถึงแผ่นเยื่อบางๆที่ทำให้ไตมีกลิ่นแรงก็ต้องเอาออกให้หมด แบบนี้ถึงจะกินได้อย่างสบายใจ
เมื่อจานผัดเครื่องในกวางเสร็จเรียบร้อยหลี่หลงถึงกับรู้สึกว่าน้ำลายแทบไหล
ได้เวลากินแล้ว!
แต่ก่อนอื่นเขายังมีเรื่องต้องทำ เขาหยิบกระทะไปล้างที่ลำธารให้สะอาดแล้วตักน้ำครึ่งหม้อกลับมาตั้งไฟไว้บนเตา เมื่อตั้งน้ำให้เดือดเรียบร้อยเขาถึงค่อยนั่งลงที่โต๊ะแล้วเริ่มกินอาหารตรงหน้า
เสียดายที่ไม่มีข้าวหรือแป้งมากินคู่กัน
เขาตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ก่อนออกไปขุดตั่งเซินจะต้องหมักแป้งเตรียมไว้ก่อน อย่างน้อยช่วงนี้ต้องมีหมั่นโถวร้อนๆไว้กินบ้าง ส่วนข้าวสวยอะไรพวกนั้นค่อยไปคิดอีกทีหลังจากนี้ก็แล้วกัน
หลี่หลงกินผัดเครื่องในกวางจนหมดทั้งจาน รู้สึกแน่นจนแทบไม่อยากขยับตัวอีก
น้ำในหม้อบนเตาเดือดจนมีไอร้อนลอยขึ้นมาเต็มไปหมด พระอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้าไปแล้วฟ้าค่ำลงอย่างสมบูรณ์ท้องฟ้าไร้เมฆ ไม่มีแสงสีของอาทิตย์อัสดงให้เห็น หลี่หลงนั่งพักอยู่นานก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นไปล้างจานแล้วเก็บเข้าห้องเล็ก
เขาหยิบกาน้ำชาตักน้ำร้อนจากหม้อมาใส่จากนั้นใส่ชาอิฐลงไปให้ค่อยๆแช่ทิ้งไว้ข้างๆรอให้ชาออกสี
จากนั้นจึงหันไปเอาเครื่องในที่เหลือใส่ลงในหม้อแล้วตั้งไฟต้มต่อ
สำหรับเนื้อกวางเขาแบ่งส่วนหนึ่งไว้สำหรับทำอาหารเช้าพรุ่งนี้ ส่วนที่เหลือจะเอาไปทำเนื้อแห้งรมควันไว้กินที่นี่ หากกินไม่หมดก็จะเก็บไว้เผื่อลงจากเขาทีหลัง
ที่จริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะอยู่บนเขานานนักแต่เพราะการขี่จักรยานขึ้นลงจากเขามันลำบากเกินไป ถ้ามีรถสามล้อไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่สามารถขับขึ้นมาถึงที่นี่ได้เขาคงไม่ต้องคิดอะไรเยอะป่านนี้คงขี่รถกลับบ้านไปแล้ว
แต่… น่าเสียดายที่เขายังไม่มีมัน
เขาคิดๆดูแล้ว บางทีปีหน้าอาจลองหาซื้อมอเตอร์ไซค์มือสองมาใช้สักคันดีไหม
ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสารวัตรกัวหากถามหาช่องทางซื้อรถสักคันไม่น่าจะเป็นปัญหาหรือบางทีหลี่เซียงเฉียนอาจจะรู้เรื่องนี้มากกว่าเขาก็ได้
อืม เอาแบบนี้แหละ ตัดสินใจแล้ว!
หลี่หลงหั่นเนื้อเป็นชิ้นๆโรยเกลือให้ทั่ว ก่อนจะหันไปดูหม้อต้มเครื่องใน
ตอนนี้น้ำเดือดเต็มที่แต่เครื่องในยังไม่สุกดีเขาต้องปล่อยให้มันเดือดต่ออีกสักพัก
เสียงหอนของหมาป่าดังขึ้นมาอีกครั้งจากที่ไกลๆ หลี่หลงฟังออกทันทีว่าเป็นพวกหมาป่ากลุ่มเดิมที่ชอบวนเวียนมาที่นี่เป็นประจำ
ครั้งหน้าถ้ากลับขึ้นมาที่นี่อีกเขาต้องเอากับดักมาวางรอบกระท่อมไม้ดูสักหน่อยจะได้ดูว่าพวกหมาป่านี่จะกล้าเข้ามาอีกหรือไม่!
แต่ถึงจะคิดแบบนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะในเมืองไม่มีร้านขายกับดักล่าสัตว์และพวกช่างตีเหล็กก็คงไม่ได้ทำของพวกนี้สักเท่าไร
ที่นี่มีนักล่าสัตว์น้อยมากหรือแทบไม่มีเลยก็ว่าได้และส่วนใหญ่ถ้าจะล่าสัตว์ก็มักใช้ปืนมากกว่ากับดัก หลี่หลงเองยังไม่เคยเห็นใครใช้กับดักเลยด้วยซ้ำ
กับดักหนูน่ะพอหาได้ แต่กับดักสัตว์ใหญ่ไม่มีขายแน่นอน
พอถึงช่วงราวๆห้าทุ่มหลี่หลงลองใช้ตะเกียบจิ้มเครื่องในที่ต้มอยู่ในหม้อ ดูแล้วรู้สึกว่ามันสุกได้ที่แล้วเขาจึงดับไฟจากนั้นก็ตักเครื่องในทั้งหมดใส่กะละมังแล้วนำไปเก็บในห้องเล็ก
ก่อนจะเข้านอนเขายังไม่ลืมที่จะเทน้ำต้มเครื่องในออกไปให้ไกลจากกระท่อมเพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นดึงดูดพวกหมาป่าให้เข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ที่พักของเขาในตอนกลางคืน
หลังจากนั้นเขาก็กลับเข้าไปในกระท่อมแล้วเอนตัวลงนอน
แต่สุดท้ายเขาก็ประเมินสถานการณ์ผิดไป
กลางดึกเสียงหมาป่าหอนดังขึ้นอีกครั้งมันอยู่ใกล้กว่าครั้งก่อนทำให้หลี่หลงสะดุ้งตื่น
เขารีบคว้าปืนขึ้นมาเดินไปที่หน้าต่างแล้วเล็งไปที่เงาดำที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นอกกระท่อมจากนั้นเหนี่ยวไกยิงต่อเนื่องไปหลายนัด!
เสียงปืนดังก้องสะท้อนทั่วทั้งหุบเขาพวกหมาป่าตกใจกลัววิ่งกระเจิงไปไกลก่อนจะหายลับเข้าไปในแนวป่า
หลังจากแน่ใจว่าพวกมันหนีไปแล้ว หลี่หลงก็วางปืนลงแล้วกลับไปล้มตัวลงนอนต่อ
ช่วงหลายวันต่อมาหลี่หลงออกไปตั้งแต่เช้าตรู่และกลับมาตอนเย็นของทุกวัน เขาสามารถเก็บตั่งเซินได้จำนวนไม่น้อย และตั่งเซินชุดแรกที่เขาเก็บมาก็เริ่มแห้งลงเรื่อยๆ ไม่มีลักษณะอวบอิ่มเหมือนตอนที่ขุดขึ้นมาใหม่ๆ
ภายในกระท่อมไม้ตอนนี้เต็มไปด้วยกลิ่นหลากหลายทั้งกลิ่นของตั่งเซิน กลิ่นเนื้อแห้ง และกลิ่นคาวเลือดจากหนังสัตว์ที่แขวนไว้
ทุกเช้าและเย็นหลี่หลงต้องเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท ไม่อย่างนั้นคงถูกกลิ่นเหล่านี้อบจนเวียนหัวแน่
หลังจากอยู่บนเขานานสิบกว่าวันในที่สุดหลี่หลงก็รู้สึกว่าตัวเองทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้วเขารู้สึกเหมือนกำลังจะกลายเป็นคนป่าจริงๆ
เช้าวันนั้นหลังจากตื่นขึ้นมาเขาเก็บตั่งเซินที่ตากแห้งแล้วใส่กระสอบจนเต็มไปครึ่งถุง จากนั้นก็เก็บเนื้อแห้งที่ทำไว้ส่วนใหญ่ใส่ถุงแยกอีกใบแล้วนำไปมัดไว้กับจักรยาน
เขาจูงจักรยานออกมานอกกระท่อม ล็อกประตูให้เรียบร้อย แล้วสะพายปืนขึ้นหลังก่อนจะปั่นจักรยานลงเขาไป
สิ่งแรกที่เขาอยากทำหลังจากกลับไปถึงบ้านคือไปตัดผม
เรื่องอาบน้ำไม่ใช่ปัญหาเพราะเขาไปแช่น้ำพุร้อนมาหลายครั้งแล้วแต่ผมและหนวดเคราที่ยาวรุงรังนี่สิ ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดสุดๆ
แต่พอหลี่หลงกลับมาถึงบ้านพักในลานกว้างยังไม่ทันได้เปลี่ยนเสื้อผ้าสารวัตรกัวก็มาหาถึงที่แล้ว
(จบบท)