- หน้าแรก
- เริ่มต้นจากยุทธภพ สู่การเป็นราชันวิถีแห่งเต๋าด้วยความพากเพียร
- บทที่ 20: ขึ้นสู่ตำแหน่ง
บทที่ 20: ขึ้นสู่ตำแหน่ง
บทที่ 20: ขึ้นสู่ตำแหน่ง
บทที่ 20: ขึ้นสู่ตำแหน่ง
เพราะการพูดเล่นตลกของวานรวารี ทำให้อี้เซี่ยนเทียนและคนอื่นๆ อดหัวเราะไม่ได้ ความขุ่นมัวในใจก็สลายไปไม่น้อย
ครู่ต่อมา คฤหาสน์ที่ชื่อว่า ‘ลานปลาวาฬดำ’ ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทุกคน
ภาพของเหล่าอันธพาลจากหอต่างๆ ที่เคยรวมตัวกันอย่างคับคั่งในวันวานได้หายไป มีเพียงอันธพาลบางส่วนของหอเหนือที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู
“ฟางซวน”
เมื่อมองไปยังฟางซวนที่เดินมาดุจดาวล้อมเดือน สวีซาน ยอดนักสู้มือหนึ่งของหอเหนือ ก็อดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าซับซ้อน
เขาอยู่หอเหนือมาสิบกว่าปีเต็ม ไม่รู้ว่าต้องเผชิญความเป็นความตายมากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ตอนนี้อายุเลยสามสิบแล้ว กลับยังเป็นได้แค่ยอดนักสู้ใต้สังกัดของหวงเจิ้น
ส่วนฟางซวน เพิ่งจะเข้าร่วมพรรคปลาวาฬดำได้เพียงไม่กี่ปี อายุยังไม่ถึงวัยสวมกวาน (วัยผู้ใหญ่) ด้วยซ้ำ ก็กำลังจะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้าหอแล้ว
ความแตกต่างเช่นนี้ ทำให้ในใจของเขารู้สึกซับซ้อนบอกไม่ถูก
“พี่ซาน ข้าจำเวลาผิดไปหรือเปล่า? วันนี้พรรคเปิดประชุมใหญ่ ทำไมถึงได้เงียบเหงาขนาดนี้?”
ฟางซวนเดินเข้าไป ทักทายสวีซานด้วยรอยยิ้ม
หอตะวันออกกับหอเหนือสนิทสนมกันมาตลอด ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับสวีซานก็ค่อนข้างดี
“เรื่องนั้นต้องถามแกแล้ว เมื่อวานแกโค่นเซี่ยฮั่นกับอวี๋จื่อฟู ทั้งพรรคกำลังร่ำลือถึงความเก่งกาจของแกอยู่เลย! วันนี้เห็นได้ชัดว่าเป็นวันขึ้นสู่ตำแหน่งของแก คนของหอใต้กับหอประจิม จะมีหน้ามาได้อย่างไร”
สวีซานทุบหมัดลงบนอกของฟางซวน แล้วลดเสียงลงต่ำ “เจ้าเด็กนี่ แอบเข้าสู่ขอบเขตเงียบๆ ไม่บอกข้าสักคำเลยนะ? จำเป็นต้องซ่อนลึกขนาดนี้เลยรึ?”
ฟางซวนแสร้งทำสีหน้าเจ็บปวด ลูบหน้าอกแล้วกล่าว “หมัดของพี่ซานยังหนักเหมือนเดิมเลย! ข้าก็เพิ่งจะเข้าสู่ขอบเขตได้ไม่กี่วัน ไม่มีเวลาบอกท่านเลยนี่น่า”
“แกอย่ามาเลย! เพิ่งเข้าสู่ขอบเขตไม่กี่วัน จะสู้กับเจิ้งเจวี๋ยสงได้โดยไม่แพ้รึ?”
พลางพูด พลางส่ายหน้า “ช่างไม่เข้าใจจริงๆ แกอายุเท่านี้ ทำไมถึงได้ใจเย็นขนาดนี้? เรื่องใหญ่ขนาดเข้าสู่ขอบเขตแล้วยังไม่ประกาศให้ใครรู้อีก? เฮ้ แกพูดมาตามตรงเลยนะ แกแอบรอวันนี้มานานแล้ว เพื่อจะตลบหลังเจิ้งเจวี๋ยสงสักครั้งใช่ไหม?”
“พี่ซาน ท่านคิดว่าข้าหยั่งรู้ฟ้าดินรึไง? คิดว่าข้าซับซ้อนเกินไปแล้ว!” ฟางซวนหัวเราะอย่างจนใจ
“ช่างเถอะ เจ้าเด็กนี่ฉลาดยิ่งกว่าลิง ในปากไม่มีคำพูดจริงใจสักคำ ข้าขี้เกียจจะมาต่อล้อต่อเถียงกับแก ยินดีล่วงหน้านะ หัวหน้าหอฟาง”
“เออ การขึ้นสู่ตำแหน่ง เข้าสู่ขอบเขต หัวหน้าตาย สามเรื่องดีๆ ในยุทธภพแกเจอหมดเลยนะ โชคดีจริงๆ!”
สวีซานยิ้มพลางประสานมือคารวะฟางซวน มองแผ่นหลังของฟางซวนที่เดินจากไป ในแววตากลับมีความอิจฉาและหดหู่ที่ปิดไม่มิด
เขาไม่ขาดความสามารถ ไม่ขาดอาวุโส ขาดเพียงแค่โอกาสที่จะขึ้นสู่ตำแหน่ง
และโอกาสนี้ เขารอมาหลายปีแล้ว
...
ฟางซวนเดินเข้าไปในลานปลาวาฬดำ เมื่อเทียบกับความเงียบเหงาข้างนอก ข้างในกลับค่อนข้างคึกคัก
ในโถงใหญ่ที่แขวนป้ายคุณธรรมกว้างไกลดั่งทะเลจรดฟ้า มีเก้าอี้เพิ่มขึ้นมากว่าสิบตัว บนเก้าอี้นั่งอยู่ด้วยชายชราหลายคน
คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้อาวุโสของพรรคปลาวาฬดำ ในอดีตเคยร่วมสร้างอาณาจักรในเมืองผิงเจียงกับหลงฮว่าสิงมาด้วยกัน เพียงแต่ต่อมาบางคนอายุมากแล้ว จึงวางใจใช้ชีวิตบั้นปลาย ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวในยุทธภพอีก
ยังมีบางคนที่ได้รับบาดเจ็บตอนต่อสู้ ฝีมือไม่เหมือนเดิม จำต้องเลือกที่จะถอนตัว
“ฟางซวนแห่งหอตะวันออก ขอคารวะท่านลุงท่านอาทุกท่าน”
สูดหายใจเข้าลึกๆ ฟางซวนประสานนิ้วโป้งทั้งสองข้างกำหมัด ทำความเคารพอย่างเป็นทางการ
“อาซวนมาแล้วรึ? ทุกท่าน นี่คือฟางซวนที่ข้าเพิ่งจะพูดถึงกับพวกท่านเมื่อครู่ เขาเป็นคนหนุ่มที่มีความสามารถมาก...”
หัวหน้าหอเหนือหวงเจิ้นรีบดึงฟางซวนมา แนะนำให้กับผู้อาวุโสในพรรคเหล่านี้อย่างกระตือรือร้น
ท่านลุงท่านอาแต่ละคนพยักหน้าให้ฟางซวนเล็กน้อย พลางยิ้มกล่าว
“พวกเราน่ะนะ กระดูกแก่ๆ แล้ว ใช้การอะไรไม่ได้แล้ว ในอนาคตโลกเป็นของพวกเจ้าคนหนุ่มสาว”
“อาซวนสินะ? ในพรรคก็ขาดคนหนุ่มสาวอย่างเจ้าอยู่นี่แหละ ข้าเห็นแววในตัวเจ้า ในอนาคตต้องเป็นเสาหลักของพรรคได้อย่างแน่นอน”
หลังจากแนะนำกันไปรอบหนึ่ง หวงเจิ้นก็ลดเสียงลงต่ำ กล่าวอย่างขุ่นเคือง
“อาซวน แม่มันเอ๊ยเจิ้งเจวี๋ยสง เมื่อวานมันรังแกเด็กลงมือกับเจ้า! ถ้าข้าได้รับข่าวเร็วกว่านี้ ต้องพาคนมาหนุนหลังเจ้าแน่!”
“ขอรับ ขอรับ”
ฟางซวนยิ้มบนใบหน้า แต่ในใจกลับเบ้ปาก หากไม่ใช่เพราะเมื่อวานเขาได้รับข่าวมาว่า อันธพาลของหอเหนือกำลังเคลื่อนไหวอย่างมีเลศนัย รอเพียงแค่เขาพ่ายแพ้ก็จะเข้ามาแบ่งเค้กที่หอตะวันออกแล้วล่ะก็ เขาก็คงจะเชื่อคำพูดผีๆ ของหวงเจิ้นไปแล้ว
“อาซวน วันนี้เป็นวันขึ้นสู่ตำแหน่งของเจ้า ตามกฎแล้วหัวหน้าหอทุกหอต้องมาเป็นสักขีพยาน เจิ้งเจวี๋ยสงกับเซี่ยงเฉิงเจียงไม่มา เห็นได้ชัดว่าไม่ให้เกียรติเจ้า เดี๋ยวข้าต้องไปพูดกับท่านประมุขแน่ สองคนนี้ไม่รักษากฎเกณฑ์...”
ยังไม่ทันที่หวงเจิ้นจะพูดจบประโยค
“พอได้แล้ว จะว่ากันเรื่องรักษากฎเกณฑ์ ตอนนี้พวกเจ้าคนไหนยังรักษากฎเกณฑ์อยู่บ้าง?”
น้ำเสียงเรียบๆ ดังขึ้น
ในวินาทีต่อมา หลงฮว่าสิงในชุดยาวสีครามหลวมๆ ในมือถือลูกประคำไม้จันทน์ ก็เดินออกมาจากหลังฉากกั้นของโถงใหญ่
“ท่านประมุข”
ทุกคนรีบลุกขึ้นยืน ทำความเคารพพร้อมกัน
“นั่งลงเถอะ”
บนใบหน้าของหลงฮว่าสิง ราวกับจะมีความเหนื่อยล้าเจือปนอยู่เสมอ เขาโบกมือให้ทุกคนนั่งลง แล้วจึงมองไปยังฟางซวน กล่าวเสียงขรึม
“สิบวันก่อน ข้าบอกว่าอาซวนหากเจ้าสามารถเข้าสู่ขอบเขตได้ หรือสู้จนไม่มีใครกล้าไม่ยอมรับเจ้า เจ้าก็จะได้รับตำแหน่งหัวหน้าหอตะวันออก”
“ในเมื่อตอนนี้เจ้าทำได้ทั้งสองอย่างแล้ว ก็ดี มานี่ ตั้งแท่นบูชาจุดธูป!”
...
แท่นบูชาแท่นหนึ่งถูกคนยกมาตั้งไว้ที่ลานกว้างนอกโถง บนแท่นบูชาวางไว้ด้วยกระถางธูป เทียน ผลไม้ เหล้าที่เตรียมไว้แล้วอย่างครบครัน ด้านบนสุดยังแขวนภาพวาดของเทพเจ้าที่เหน็บดาบถือทวน สวมชุดเกราะ พุงพลุ้ยอยู่ภาพหนึ่ง
คนในภาพวาดนี้มีนามว่าเทียนหวังอู่ฮว่า หรือเรียกว่าขุนพลอู่ฮว่า
ในอดีตสมัยที่ราชวงศ์ต้าหยางก่อตั้งประเทศ ขุนพลผู้เต็มไปด้วยตำนานท่านหนึ่ง ได้รับความนับถือจากคนในยุทธภพเพราะความยึดมั่นในคุณธรรม!
แม้ว่าฟางซวนจะรู้มานานแล้วว่าวันนี้คือวันขึ้นสู่ตำแหน่งของเขา แต่เมื่อคำพูดนี้ออกมาจากปากของหลงฮว่าสิงจริงๆ ลมหายใจของเขาก็อดที่จะถี่ขึ้นเล็กน้อยไม่ได้
หัวหน้าหอ!
พรรคปลาวาฬดำอันยิ่งใหญ่นี้รวมสี่หอเข้าด้วยกัน เฉพาะสมาชิกอย่างเป็นทางการที่ลงชื่อในทะเบียนของพรรค ก็มีเกือบสองพันคน!
แต่หัวหน้าหอ กลับมีเพียงสี่คนเท่านั้น!
เมื่อได้เป็นหัวหน้าหอ แม้ว่าโดยพื้นเพแล้วจะยังคงเป็นอันธพาล แต่หากมองในภาพรวมของเมืองผิงเจียง ก็ถือได้ว่าเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่ง!
แม้แต่ขุนนางผู้สูงศักดิ์ที่อาศัยอยู่ในเมือง เห็นเขาก็ต้องชั่งใจให้ดี ไม่กล้าล่วงเกินมากเกินไป
เพราะตำแหน่งหัวหน้าหอนี้ เป็นตัวแทนของหน้าตาของพรรคปลาวาฬดำ!
ใครที่กล้าเหยียบย่ำเขา ก็เท่ากับเหยียบย่ำพรรคปลาวาฬดำทั้งพรรค!
อิทธิพลของคนเกือบสองพันคนนั้น มากพอที่จะทำให้ใครก็ตามต้องเดือดร้อนได้!
นอกจากสถานะแล้ว สวัสดิการของหัวหน้าหอพรรคปลาวาฬดำ ก็ยังห่างไกลจากที่อันธพาลธรรมดาจะเทียบได้
ไม่เพียงแต่จะได้รับคฤหาสน์สี่เรือนในเมือง เงินเดือนที่ได้รับจากพรรคทุกเดือนก็มีถึงห้าร้อยตำลึงเงิน
และนี่ เป็นเพียงส่วนที่น้อยที่สุดของรายได้ของหัวหน้าหอเท่านั้น
เงินที่รีดไถมาจากหอทุกเดือนต่างหาก คือรายได้หลักที่แท้จริง!
อาจกล่าวได้ว่า เมื่อได้เป็นหัวหน้าหอ ก็เท่ากับก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าไปในแวดวงชั้นสูงของเมืองผิงเจียงแล้วอย่างแท้จริง!
“ขอบคุณท่านประมุข!” ฟางซวนโค้งคำนับหลงฮว่าสิงอย่างสุดซึ้ง
จากนี้ไป เขาจะไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองอีกต่อไป พี่น้องทั้งสามคนของพวกเขาก็จะไม่ต้องอัดกันอยู่ในบ้านดินโคลนเล็กๆ อีกต่อไป
หลายปีมานี้เขาเลียเลือดจากคมดาบ เอาชีวิตเข้าแลกอนาคต ก็เพื่อวินาทีนี้ไม่ใช่หรือ?
หลงฮว่าสิงเผยรอยยิ้มออกมา พยักหน้าให้ฟางซวนเล็กน้อย
ทันใดนั้น เขาก็ลุกขึ้นจากที่นั่งก่อนใคร เดินลงมายังนอกโถง
ท่านลุงท่านอาเหล่านั้นก็ก้าวเดินเช่นกัน ยืนอยู่สองข้างของแท่นบูชา
“มาแล้ว มาแล้ว!”
“จะเปิดแท่นบูชาแต่งตั้งพี่ซวนขึ้นสู่ตำแหน่งอย่างเป็นทางการแล้ว!”
“ฮ่าฮ่าฮ่า พี่ซวนได้เป็นหัวหน้าหอ พวกเราก็จะได้ดิบได้ดีไปด้วย ได้เป็นหัวหน้าหน่วยเล็กๆ คุมแผงต่างๆ ของหอตะวันออก ไม่ใช่ลูกกระจ๊อกอันธพาลระดับล่างสุดอีกต่อไป!”
“เป็นอะไรไปวะ รู้สึกเหมือนกูดีใจกว่าพี่ซวนอีก!”
นอกลานปลาวาฬดำ ประตูใหญ่แปดบานเปิดออกทั้งหมด อันธพาลหอตะวันออกนับไม่ถ้วนอออยู่หน้าประตู มองเข้ามาข้างในด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น
...
บนลานกว้าง แสงแดดเจิดจ้า
หลงฮว่าสิงหยิบธูปสามดอกขึ้นมาจุดที่เทียนก่อน จากนั้นก็ทำความเคารพภาพวาดของเทียนหวังอู่ฮว่าสามครั้งด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม แล้วปักธูปสามดอกลงในกระถางธูปบนแท่นบูชา
“สวรรค์คือสวรรค์ใด?” เขาหันกลับมา มองฟางซวน แล้วตวาดเสียงต่ำ
“สวรรค์คือสวรรค์แห่งคุณธรรม!”
ฟางซวนคุกเข่าอยู่หน้าแท่นบูชา สองมือประคองธูปสามดอก ก้มหน้าตะโกนลั่น
“ทะเลคือทะเลใด?” หลงฮว่าสิงถามต่อ
“ทะเลคือทะเลแห่งภราดรภาพ!” ฟางซวนตอบเสียงดัง
หลงฮว่าสิงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วกล่าวต่อ “คารวะเทียนหวัง!”
ฟางซวนลุกขึ้นจุดธูปสามดอกให้เทียนหวังอู่ฮว่า
“ถอดเสื้อ อาบกาย!” หลงฮว่าสิงตวาดเสียงต่ำอีกครั้ง สีหน้าก็พลอยดูจริงจังขึ้นมาอย่างหาได้ยาก
จากนั้น ฟางซวนก็ถอดเสื้อผ้าออก คุกเข่าอยู่หน้าภาพวาดของเทียนหวังอู่ฮว่า เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่น่ากลัวทั่วร่าง
ท่านอาคนหนึ่งนำน้ำที่วางอยู่บนแท่นบูชา ราดลงบนร่างของฟางซวนอย่างต่อเนื่อง
นี่คือพิธีอาบกาย เป็นสัญลักษณ์ของการชำระล้างเรื่องราวดีร้ายในอดีตของฟางซวน จากนี้ไปเขาคือศิษย์ของพรรคปลาวาฬดำอย่างแท้จริง!
จากนั้นก็เป็นพิธีถามตอบต่างๆ คำสัตย์ปฏิญาณนานัปการ พิธีจึงจะแล้วเสร็จ
“ประทานเสื้อแดง มอบตราบุปผา!” หลงฮว่าสิงตวาด
สิ้นเสียงของหลงฮว่าสิง
สาวรับใช้หน้าตางดงามสองคน ถือถาดสีแดงสองใบ เดินออกมาจากหลังฉากกั้น
ถาดหนึ่งวางเสื้อยาวสีแดงตัวหนึ่งไว้ ที่อกเสื้อปักด้วยด้ายสีทองเป็นรูปปลาวาฬดำตัวใหญ่กระโจนขึ้นจากผิวน้ำ อีกถาดหนึ่งวางไว้ด้วยจี้หยกรูปดอกจื่อเวย
สาวรับใช้ทั้งสองคนเหลือบมองฟางซวนที่กล้ามเนื้อทั่วร่างสมส่วน ใบหูแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว รีบสวมเสื้อยาวสีแดงให้ฟางซวนอย่างระมัดระวัง แล้วช่วยเขาจัดแต่งทรงผมและใบหน้า สุดท้ายก็ผูกจี้หยกไว้ที่เอวให้เขา
ในพริบตาเดียว ฟางซวนที่เมื่อครู่ยังสวมชุดสั้นสีคราม พอเปลี่ยนมาสวมเสื้อยาวที่ทอจากผ้าไหมราคาแพงแล้ว กลิ่นอายของคนยุทธภพก็ดูเหมือนจะจางหายไป มีความสูงศักดิ์ขึ้นมาหลายส่วน
“พี่ซวน ท่านใส่ชุดนี้หล่อมาก!!”
นอกลานกว้าง วานรวารีตะโกนออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความตื่นเต้น
สวีซานที่ยืนอยู่ไม่ไกล ในแววตาฉายแววหดหู่ วันนี้เขาซ้อมในหัวมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ไม่นึกว่าคนที่จะได้ขึ้นสู่ตำแหน่งจะไม่ใช่เขา แต่เป็นฟางซวน
“เงียบ!”
หลงฮว่าสิงเหลือบมองวานรวารีที่ตะโกนโหวกเหวกแวบหนึ่ง แล้วมองไปยังฟางซวน พยักหน้าอย่างพึงพอใจเล็กน้อยแล้ว สีหน้าก็กลับมาเคร่งขรึมดังเดิม กล่าวทีละคำ
“ปีต้าหยางที่สองร้อยเก้าสิบเจ็ด เดือนอ้าย วันที่ยี่สิบห้า ศิษย์พรรคปลาวาฬดำรุ่นที่สาม ฟางซวน ดำรงตำแหน่งหัวหน้าหอตะวันออก!”
“จากนี้ไป พี่น้องในพรรคคือพี่น้องร่วมสายเลือด เรื่องในพรรคคือเรื่องในบ้าน!”
“ห้ามเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนัก มิเช่นนั้นต้องทัณฑ์สามดาบหกรู ถูกฟ้าดินลงทัณฑ์!”
“เจ้าจดจำไว้หรือไม่?”
นอกลานกว้าง อันธพาลที่มาเป็นสักขีพยานนับไม่ถ้วนบนใบหน้าฉายแววแปลกประหลาด
ห้ามเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนัก?
ตำแหน่งหัวหน้าหอของฟางซวนนี้ ก็ได้มาจากการเข่นฆ่าศิษย์ร่วมสำนักไม่ใช่รึ
“ศิษย์จดจำไว้แล้ว!” ฟางซวนสีหน้าไม่เปลี่ยน ตะโกนลั่น
“เสร็จพิธี!” หลงฮว่าสิงพยักหน้า
อันธพาลสองคนยกแท่นบูชานั้นออกไป
ขณะที่ฟางซวนเตรียมจะลุกขึ้นกล่าวขอบคุณ หลงฮว่าสิงกลับหันหลังเดินไปยังหลังฉากกั้นในโถงใหญ่แล้ว
“อาซวน เจ้าตามข้ามาคนเดียว” น้ำเสียงที่เหนื่อยล้าดังมาจากข้างหน้า
ฟางซวนตะลึงไปเล็กน้อย แล้วก็พยักหน้า รีบเดินตามไป