- หน้าแรก
- ข้าคือราชาแห่งเทคโนโลยี
- บทที่ 1301 - ผู้ใดบังอาจเรียกข้า?
บทที่ 1301 - ผู้ใดบังอาจเรียกข้า?
บทที่ 1301 - ผู้ใดบังอาจเรียกข้า?
-เมืองหลวง อาร์คาดิน่า-
~เปาะแปะ เปาะแปะ เปาะแปะ เปาะแปะ
เสียงฝนพรำกระทบลงบนบ่าของชายหนุ่มร่างกำยำในชุดสีดำอย่างแผ่วเบา
นี่คือช่วงหลายสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ฤดูร้อนจะสิ้นสุดลง ดังนั้นฤดูใบไม้ร่วงจึงยังเหลือเวลาอีกสองสามสัปดาห์กว่าจะมาถึง
ทว่าในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ สายฝนกลับโปรยปรายลงมาอย่างนุ่มนวลราวกับจะเตือนถึงสิ่งที่กำลังจะตามมา
พื้นดาดฟ้าเรือลั่นเอี๊ยดอ๊าดและเคลื่อนไหวอยู่ใต้ฝ่าเท้าของชายหนุ่ม และเสียงของเหล่านกทะเลกลางคืนก็รีบกระพือปีกบินหนีไปจากท่าเรือที่เก่าคร่ำคร่า
เขาต้องยอมรับว่ากลิ่นยังคงเหม็นเหมือนเดิม
กลิ่นน้ำเค็ม ปลาเน่า มูลม้า ยางมะตอย/น้ำยาอุดเรือ สัตว์ปีก และกลิ่นสารพัดชนิดผสมปนเปกันจนเกิดเป็นกลิ่นเฉพาะตัวที่โชยเข้าจมูกของเขาอย่างไม่ปรานี
ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ "โบรดี้... นโยบายยังไม่ถูกบังคับใช้หรือ?"
"ฝ่าบาท บังคับใช้ไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนพ่ะย่ะค่ะ แต่ยังมีบางคนที่ดื้อรั้น แอบทิ้งขยะและสิ่งปฏิกูลทุกชนิดลงในน้ำและพื้นดินรอบๆ ท่าเรือ" โบรดี้กล่าว เขาเป็นหนึ่งในเลขาของวิลเลียมซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ที่สุดของบิดาของเขา
กลิ่นเหม็นเน่ามาจากสิ่งของที่เน่าเปื่อยซึ่งถูกทิ้งเกลื่อนกลาดไปทั่ว
ถึงแม้จะมีการออกกฎ แต่หลายคนก็ยังเห็นว่าการทิ้งขยะลงในมหาสมุทรหรือบริเวณชายฝั่งหินทรายนั้นสะดวกกว่า
และส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎดูเหมือนจะเป็นพวกที่มาจากทวีปอื่น ไม่ว่าจะมาอย่างลับๆ หรือเปิดเผย คนพวกนี้มองว่าอาร์คาดิน่าและดินแดนอื่นๆ ในไพโนเป็นที่ทิ้งขยะขนาดใหญ่ และแม้กระทั่งตอนที่พวกเขามาเพื่อประมูล 'ยา' วิเศษและสิ่งของต่างๆ จากมอร์กานีหรือภูมิภาคอื่น พวกเขาก็ดูเหมือนจะทำตามใจตัวเอง
โดยปกติแล้ว บางคนอาจเตรียมตัวนอนบนเรือของตนหากมันสะดวกสบายมากพอ เรื่องการขับถ่ายบนพื้นดาดฟ้าเรือเป็นเรื่องปกติ พอถึงตอนเช้า คนที่ได้รับมอบหมายให้ทำความสะอาดดาดฟ้าเรือก็จะต้องพายอุจจาระออกไป แต่พวกเขาไม่ได้รับค่าจ้างมาเพื่อเป็นคนทำความสะอาดห้องน้ำ ดังนั้นบางสิ่งจึงต้องเปลี่ยนแปลง
แน่นอนว่า ยังมีพวกที่ยังคงขับถ่ายโดยการห้อยก้นไว้ที่ข้างเรือ และหากมันเปรอะเปื้อนเรือของพวกเขาก่อนจะตกลงไปในน้ำ ก็เชื่อได้เลยว่ากลิ่นเหม็นนั้นจะยังคงอยู่
แต่สิ่งที่น่ารำคาญที่สุดคือพวกเขาจะโยน 'ฟองน้ำชำระล้าง' ที่สกปรกลงในน้ำหลังจากใช้งานจนเก่าแล้ว และของเหล่านั้นก็จะลอยน้ำ ทำให้ทั้งบริเวณดูเหมือนสถานที่ทิ้งขยะลอยน้ำ
ผู้คนใช้ฟองน้ำชำระล้างร่วมกัน ทุกคนต่างใช้เช็ดก้นเดียวกันด้วยของสิ่งนั้น และตอนนี้ เมื่อลองนึกภาพว่าพวกเขาเคยใช้ชีวิตกันอย่างไรมาก่อน วิลเลียมและผู้คนจำนวนมากในไพโนก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นด้วยความขยะแขยง
เหลือเชื่อ เป็นไปได้อย่างไรที่พวกเขาเคยใช้กิ่งไม้ หญ้า ฟองน้ำ และผ้าแข็งๆ เหล่านั้นมาเช็ดก้น? ยิ่งไปกว่านั้น เป็นไปได้อย่างไรที่พวกเขายังใช้ของเหล่านี้ร่วมกันภายในบ้านหลังเดียวกัน?
อี๋… น่าขยะแขยง!
หลังจากได้ใช้กระดาษชำระที่นุ่มและละเอียดอ่อนจากเบย์มาร์ด พวกเขาก็รู้สึกว่าหากต้องกลับไปใช้วิธีการเดิมๆ ก้นของพวกเขาคงจะคันและเป็นแผลจากการใช้วิธีทำความสะอาดที่หยาบกระด้างเช่นนั้น
โอ้พระเจ้า! พวกเขาเคยใช้ของพวกนี้ร่วมกันได้อย่างไร? สกปรกสิ้นดี!... โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีไวรัสระบาดเช่นนี้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยิ่งพวกเขารู้มากเท่าไร ก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นว่าสุขอนามัยและการดูแลที่ไม่ดีเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บมากมาย ตั้งแต่น้ำนิ่งที่เต็มไปด้วยสิ่งของเน่าเปื่อยที่ก่อโรคไปจนถึงสถานการณ์ต่างๆ รอบตัว แล้วพวกเขาจะไม่ป่วยได้อย่างไร?
สัตว์ หนู และแม้แต่น้ำรอบๆ ตัวพวกเขาต่างก็เป็นพาหะของโรคร้ายแรง และตอนนี้ เมื่อเห็นฟองน้ำชำระล้างและสิ่งสกปรกมากมายลอยอยู่บนผิวน้ำ ก็ชัดเจนพอที่จะเห็นได้ว่าผู้ก่อมลพิษส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ
และพอถึงตี 5 เหล่าคนงานท่าเรือก็จะต้องนำเรือและเรือแคนูของพวกเขาออกไปเก็บของที่ลอยน้ำทุกชิ้น รวมทั้งทำความสะอาดพื้นท่าเรือและชายฝั่งทรายด้วย... ทั้งหมดนี้เป็นเพราะคนบางกลุ่มไม่มีมารยาทหรือไม่เคารพกฎที่ติดอยู่บนป้ายขนาดใหญ่ทั่วทั้งท่าเรือ
วิลเลียมแค่นเสียงเหยียดหยาม
หึ ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเพิ่มค่าปรับสำหรับชาวต่างชาติที่ถูกจับได้ว่าทำผิดกฎ
บางทีพวกเขาอาจยังทำเช่นนี้เพราะรู้สึกว่าค่าปรับในปัจจุบันเป็นแค่เศษเงิน ถ้าอย่างนั้น ทำไมไม่เพิ่มขึ้น 200% สำหรับชาวต่างชาติล่ะ?
หึหึ
จะเรียกเขาว่าคนพาลก็ตามใจ แต่ถ้าเขาไม่ทำจนเกินไป พวกนั้นก็จะรู้สึกว่าสามารถดูถูกเขาและโยนเศษเงินใส่หน้าได้ทุกเมื่อ
สำหรับพลเมืองไพโนคนอื่นๆ พวกเขาก็มีค่าปรับของตัวเองซึ่งแตกต่างจากของชาวอาร์คาดิน่า แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็มีกฎทั่วไปที่ระบุว่าหลังจากถูกจับได้เป็นครั้งที่สอง ค่าปรับของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน
และหากเป็นคนในสมาคมพ่อค้า ก็จะมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติมที่จะถูกยึดไปด้วย ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงไม่กล้าฝ่าฝืน นอกจากนี้ พวกเขายังได้รับการ 'ขัดเกลา' มาตลอดหลายปีให้ทิ้งขยะลงในถังขยะจำนวนมากทั่วทั้งท่าเรือ
มีเพียงชาวต่างชาติเท่านั้นที่ดูเหมือนจะไม่สนใจ
เลยเที่ยงคืนไปแล้ว
~ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง~
วิลเลียมและทีมชั้นยอดของเขาเคลื่อนไหวท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายเบาๆ
และตรงหน้าของพวกเขาคือเรือต่างชาติขนาดมหึมาหลายลำที่จอดเรียงรายกันอย่างสง่างาม
ดวงตาของโบรดี้และคนอื่นๆ เปล่งประกายด้วยความไม่พอใจ
ไอ้พวกสารเลว!
กล้าดีอย่างไรถึงได้เรียกฝ่าบาทราวกับพระองค์ไม่มีตัวตน?
หลายคนอยากจะชักดาบออกมาฟันไอ้พวกระยำนี่ให้สิ้นซาก แล้วจมเรือของพวกมันลงสู่ก้นทะเลลึก
ให้ตายสิ! ให้ตายสิที่พวกมันดูถูกไพโนและฝ่าบาท!
พวกเขาเข้าใจว่าเหตุใดฝ่าบาทจึงตัดสินใจเสด็จมาด้วยพระองค์เอง แต่ก็ยังคงรู้สึกคับข้องใจกับเรื่องนี้
วิลเลียมมองไปที่เรือแกลลีย์ขนาดมหึมาที่ใหญ่กว่าเรือหลวงของเขาเล็กน้อย พลางรู้สึกว่าเขาต้องพัฒนาอาร์คาดิน่าให้เร็วกว่านี้!
ส่วนพวกชาวมอร์กที่เรียกเขาออกมา การแก้แค้นของสุภาพบุรุษสิบปีก็ยังไม่สาย แล้วทำไมไม่ทำตามวิถีอันโด่งดังของแลนดอน ลูกพี่ลูกน้องของเขา ที่แสร้งทำเป็นหมูเพื่อล่อเสือล่ะ?
วิลเลียมเลียริมฝีปากอย่างขี้เล่น
น่าสนใจ....