- หน้าแรก
- ระบบสั่งให้ข้าไร้เทียมทาน
- บทที่ 5 คุณปู่ในตำนานงั้นเรอะ?!
บทที่ 5 คุณปู่ในตำนานงั้นเรอะ?!
บทที่ 5 คุณปู่ในตำนานงั้นเรอะ?!
บทที่ 5 คุณปู่ในตำนานงั้นเรอะ?!
"สหายน้อยโปรดหยุดก่อน!"
ให้ตายสิ ผมตกใจแทบแย่ ในใจก็บ่นอุบว่าวันนี้หัวใจดวงน้อยๆ ของผมคงได้วายตายเพราะความตกใจเป็นแน่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ เพื่อหาคนที่ส่งเสียงเรียกจนผมตกใจ
เพียงแต่พอผมกวาดตามองไปทั่วทุกทิศทุกทาง ทั้งบนล่างซ้ายขวาหน้าหลัง ก็ยังหาคนคนนั้นไม่เจอ ไม่ใช่แค่หาไม่เจอ แต่ผมยังพบว่าเชียนจิ่วเอ๋อร์หายตัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้
ทั้งๆ ที่รอบๆ ไม่มีที่กำบังเลยแม้แต่น้อย แต่ผมกลับคลาดกับนางไปเสียได้ พวกท่านว่าน่าโมโหไหมล่ะ
ผมได้แต่เงยหน้ามองฟ้าอย่างพูดไม่ออก ครู่ต่อมาก็ก้าวเดินไปข้างหน้า ผมคิดว่าถ้าเดินไปอีกหน่อยก็น่าจะเจอเชียนจิ่วเอ๋อร์ได้
คาดไม่ถึงว่าพอผมก้าวเท้าออกไป ทันทีที่เท้าแตะพื้น ร่างทั้งร่างของผมก็มาปรากฏอยู่ที่อื่นเสียแล้ว
นี่เป็นสถานที่ประหลาด ดูคล้ายกับสถานีอวกาศที่บอสตัวสุดท้ายในเกมเดอะคิงออฟไฟท์เตอร์สไปอยู่มาก ทั่วทุกทิศทางกระทั่งใต้ฝ่าเท้าล้วนเป็นท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวสุดลูกหูลูกตา แต่แปลกที่ทั้งการเดินหน้าถอยหลังกลับให้ความรู้สึกเหมือนเหยียบอยู่บนพื้นจริงๆ ผมที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ถึงกับลองกระโดดดูสองที
"ฮ่าๆๆๆ สหายน้อยช่างเป็นคนน่าสนใจจริงๆ!"
เสียงที่เคยได้ยินข้างหูเมื่อครู่ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของคนผู้หนึ่ง
จะว่าไปแล้ว เป็นวิญญาณดวงหนึ่งน่าจะถูกต้องกว่า?
พลันปรากฏร่างของชายวัยกลางคนผู้มีใบหน้าเด็ดเดี่ยวหล่อเหลาค่อยๆ เดินเข้ามาหาผม ผมสีขาบที่แซมด้วยสีขาวของเขาสะบัดพริ้วไหวโดยไม่มีลม สวมชุดนักพรตสีขาวจันทร์ สวมมงกุฎแก้วสีม่วงทอง เหยียบรองเท้าปักลายมังกรทอง เอวห้อยจี้หยกดำรูปงู เป็นการแต่งกายแบบยอดฝีมือผู้บรรลุเต๋า ทำให้ผมแอบกดไลค์ให้เขาในใจ
ช่างเป็นคุณอาวัยกลางคนที่ดูสง่างามอะไรเช่นนี้ เพียงแต่ร่างกายโปร่งใสไปหน่อย
"แจ้งเตือนระบบ ยินดีด้วยโฮสต์ได้เข้าสู่แดนลับมิติเวลา [ภารกิจสุ่มสอง] สำเร็จแล้ว กำลังมอบรางวัลช่องเก็บของ... มอบรางวัลเสร็จสิ้น"
"...?" การแจ้งเตือนของระบบครั้งนี้มาอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำเอาผมอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี
อาจจะเป็นเพราะเห็นผมยืนนิ่งอึ้งอยู่ คุณอาวัยกลางคนจึงยิ้มเบาๆ แล้วถามว่า "สหายน้อยตกใจกับรูปลักษณ์ของข้าในตอนนี้รึ?"
ผมส่ายหน้าปฏิเสธ แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี เลยได้แต่เงียบ
เมื่อเห็นผมไม่ตอบ คุณอาวัยกลางคนก็เผลอหลุดหัวเราะออกมา ส่ายหน้าแล้วเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น "ข้าเห็นสหายน้อยเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม น่าจะเป็นคนรุ่นหลังของเผ่ามนุษย์ เหตุใดจึงมาอยู่กับเผ่าอสูรได้? มนุษย์กับอสูรมีเส้นทางที่แตกต่างกัน สหายน้อยยังต้องไตร่ตรองให้มาก"
ตั้งแต่เล็กจนโต ผมอ่านนิยายหรือดูละครแนวจักรๆ วงศ์ๆ ประหลาดๆ มาก็มาก สิ่งที่ผมเบื่อที่สุดก็คือประโยคที่ว่ามนุษย์กับอสูรมีเส้นทางที่แตกต่างกันนี่แหละ มนุษย์กับอสูรจะแตกต่างกันได้อย่างไร ก็แค่ไม่เหมือนคนปกติไม่ใช่รึ ถึงกับต้องเหมารวมทั้งหมดเลยหรือ?
ถ้าจะให้พูดจริงๆ ที่เรียกว่าอสูรก็คือสัตว์ที่บำเพ็ญเพียรจนกลายเป็นภูต ส่วนสัตว์กับคน ก็ล้วนเกิดจากการเวียนว่ายตายเกิดของดวงวิญญาณไม่ใช่รึ? ใครจะไปรู้ว่าคนที่ท่านเห็นอยู่นี้ ชาติที่แล้วอาจจะเป็นอสูรก็ได้ แล้วแบบนี้จะนับอย่างไร?
พอคิดได้ดังนั้น ผมจึงโต้แย้งคำพูดของคุณอาวัยกลางคนทันที "คำพูดของท่านอาวุโสผิดแล้ว อะไรคือคน อะไรคืออสูร? สิ่งมีชีวิตที่ประเสริฐที่สุดคือคน ภูตผีปีศาจกลายร่างเป็นอสูร แต่คนกับอสูร นอกจากร่างกายภายนอกแล้ว การกิน ดื่ม ขับถ่าย นอนหลับพักผ่อน พอตายไปก็กลายเป็นผีเหมือนกัน แล้วจะแตกต่างกันตรงไหน?"
คุณอาวัยกลางคนได้ยินดังนั้นก็เงียบไปนานแสนนาน นานจนหัวใจผมเต้นระรัว กลัวว่าคุณอาวัยกลางคนจะคิดตามไม่ทัน แล้วตบฉาดเข้าให้
ตอนนี้ผมพอจะรู้แล้วว่า ผมไม่ได้ทะลุมิติมายังยุคสิ้นโลก แต่มายังโลกแฟนตาซีตะวันออก ดูจากที่คุณอาตายไปแล้วยังรักษาวิญญาณไว้ได้สมบูรณ์และมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน ต้องเป็นยอดฝีมืออย่างไม่ต้องสงสัย ถ้าโดนเขาตบเข้าให้สักฉาด ไม่แน่ว่าชีวิตน้อยๆ นี้อาจจะต้องจบสิ้นลงที่นี่
"ฮ่าๆๆๆๆ ดี! ช่างเป็นการกิน ดื่ม ขับถ่าย นอนหลับพักผ่อน พอตายไปก็กลายเป็นผีเสียจริง! คิดไม่ถึงว่าข้าจู๋ไป๋ ผู้กุมแก่นแท้แห่งกาลเวลามานับหมื่นปี ผู้คนต่างยกย่องให้เป็นเทพแห่งกาลเวลา สุดท้ายกลับมองไม่ทะลุปรุโปร่งเท่าเด็กน้อยคนธรรมดาผู้หนึ่งจริงๆ ช่างยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอกเสียจริง!"
คุณอาวัยกลางคนผู้เงียบขรึมจู่ๆ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา คำพูดที่เขาพูดออกมาทำเอาผมทรุดลงไปนั่งกับพื้น
ดูเหมือนว่า... เมื่อกี้... ผมจะได้ยินเรื่องที่ไม่ธรรมดาเข้าเสียแล้ว??
นี่มันยอดฝีมือของจริง... แบบที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ไม่มีอีกแล้ว...
ในใจผมตื่นตระหนกสุดขีด เมื่อกี้ดันไปโต้เถียงกับยอดฝีมือระดับนี้เข้า ดูสิว่าตอนนี้กระตุ้นเขาเข้าให้แล้ว ไม่รู้ว่าในใจเขาตอนนี้คิดอะไรอยู่ ถ้าเกิดฟาดฝ่ามือลงมาเหมือนพี่สาวของเชียนจิ่วเอ๋อร์จริงๆ ล่ะ จะทำยังไง??
แขนขาลีบๆ ของผมก็หลบไม่พ้นเสียด้วยสิ
ผมที่นั่งแปะอยู่บนพื้นได้แต่คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อย ส่วนจู๋ไป๋ยังคงหัวเราะเสียงดังอยู่ไม่ไกล บรรยากาศช่างน่ากลัวจนอธิบายไม่ถูก
แล้วระบบก็ดังขึ้นมาอย่างไม่ถูกที่ถูกเวลาอีกครั้ง
"แจ้งเตือนระบบ ยินดีด้วยโฮสต์ได้เปิดใช้งานภารกิจลับ [คัมภีร์ชะตากรรมที่สาบสูญ] รายละเอียดโปรดตรวจสอบที่หน้าต่างภารกิจ"
"...?" ผมไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกของตัวเองตอนนี้ยังไงดี คิดไปคิดมาก็ช่างมันเถอะ ค่อยๆ เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นว่าคุณอาวัยกลางคนไม่มีปฏิกิริยาอะไร ผมถึงได้กล้าดูภารกิจลับที่ว่า
[ภารกิจลับ: คัมภีร์ชะตากรรมที่สาบสูญ]
[รายละเอียดภารกิจ: กล่าวกันว่าตั้งแต่แรกเริ่มสร้างโลกมา มีคัมภีร์ชะตากรรมเล่มหนึ่งตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน บนนั้นบันทึกเหตุและผลของสรรพสิ่งมีชีวิตในโลกไว้ แต่กลับไม่เคยมีผู้ใดได้ครอบครอง เมื่อสี่พันปีก่อน มีข่าวลือจากแดนเทพที่ไม่ทราบที่มาว่า คัมภีร์ชะตากรรมถูกเทพแห่งกาลเวลาจู๋ไป๋ได้ไป ตลอดสี่พันปีที่ผ่านมา จู๋ไป๋ถูกสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนล้อมปราบสังหาร หลังจากนั้นก็หายสาบสูญไป]
[ภารกิจนี้ต้องการให้โฮสต์ได้รับคัมภีร์ชะตากรรมจากเทพแห่งกาลเวลาจู๋ไป๋ จำกัดเวลาหนึ่งวัน]
[รางวัล: เปิดใช้งานฟังก์ชันสุ่มรางวัล]
[บทลงโทษ: ไม่มี]
ถูกไล่ล่ามาสี่พันปี แต่ยังสามารถรักษาวิญญาณไว้ได้อย่างสมบูรณ์ คุณอาวัยกลางคนเป็นสุดยอดยอดฝีมือจริงๆ ผมควรจะเข้าไปเกาะแข้งเกาะขาเขาดีไหมนะ?
พอเห็นว่าล้มเหลวแล้วไม่มีบทลงโทษ ผมก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในใจก็สบายขึ้น ไม่อย่างนั้นนะ คัมภีร์ชะตากรรมเชียวนะ นั่นมันของอะไรกัน นั่นมันของวิเศษที่สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนต้องการเลยนะ ผมจะไปขอจากจู๋ไป๋ได้อย่างไร?
ไม่ต้องพูดถึงว่าจะขอได้หรือไม่ ต่อให้ได้มาจริงๆ แล้วจะทำยังไง? คนตัวเล็กๆ อย่างผม เพิ่งจะเดินออกจากมิตินี้ไปก็คงจะถูกยอดฝีมือคนอื่นตบฝ่ามือเดียวตายเลยไม่ใช่รึ?
"คิดว่า สหายน้อยคงจะเป็นเจ้าของคนใหม่ที่ของวิเศษชิ้นนี้ตามหามาเองกระมัง ช่างเถอะ วันนี้ข้าจะมอบของวิเศษชิ้นนี้ให้แก่สหายน้อย หวังว่าสหายน้อยจะศึกษาอย่างตั้งใจ และบรรลุถึงความอิสระที่แท้จริงได้ในเร็ววัน"
ขณะที่ผมกำลังคิดฟุ้งซ่าน เสียดายที่อดเปิดฟังก์ชันสุ่มรางวัลของระบบ จู๋ไป๋ก็หยุดหัวเราะในที่สุด เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วยื่นมือไปข้างหลังหยิบหนังสือเย็บด้ายเล่มหนาเตอะออกมาพลางพูดกับผม
ผมมองอย่างตะลึง คิดว่าหนังสือเล่มใหญ่ขนาดนี้ ท่านผู้นี้ซ่อนไว้ที่ไหนกัน?
ไม่ต้องไปสนใจว่าเมื่อกี้เขาซ่อนหนังสือไว้ที่ไหน แต่เมื่อกี้ท่านผู้นี้พูดว่าอะไรนะ? จะให้ของวิเศษผม? หนังสือเล่มหนาเตอะ? ดูยังไง? คนที่เรียนไม่เก่งอย่างผม อ่านจบก็คงจะแก่ตายพอดีมั้ง?
ในใจบ่นกระปอดกระแปด แต่บนใบหน้าทำได้แค่ยิ้มแหยๆ เมื่อก่อนไม่รู้ไม่ผิด แต่ตอนนี้ท่านผู้นี้ผมจะไปล่วงเกินไม่ได้เด็ดขาด
ผมมองจู๋ไป๋สะบัดมือทีหนึ่ง หนังสือเย็บด้ายก็ลอยมาที่มือผมอย่างแผ่วเบา ผมยื่นมือไปรับอย่างไม่เต็มใจนัก แต่สิ่งที่เห็นแวบแรกก็ทำเอาผมตกตะลึงจนอ้าปากค้าง
บนหนังสือเย็บด้ายเล่มนั้นมีอักษรห้าชนิดเขียนชื่อเดียวกันเรียงกันอยู่ห้าบรรทัด คืออักษรเทพ มาร อสูร มนุษย์ และอักษรอีกชนิดที่ผมอ่านไม่ออก
[คัมภีร์ชะตากรรม]
"แจ้งเตือนระบบ ยินดีด้วยโฮสต์ได้รับ [คัมภีร์สวรรค์●คัมภีร์ชะตากรรม] ภารกิจลับสำเร็จแล้ว ฟังก์ชันสุ่มรางวัลเปิดใช้งาน"
ผมรู้สึก... อื้ม เหมือนอยู่ในความฝัน นี่มันลาภลอยชัดๆ? แบบที่ในลาภยังห่อทองคำไว้อีกชั้น
ทว่าการแจ้งเตือนของระบบที่ตามมาอีกครั้ง ทำให้ผมแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
"ตรวจพบโฮสต์ทำภารกิจลับสำเร็จภายในสิบนาที ประเมินภารกิจเป็นระดับยอดเยี่ยม มอบรางวัลสุ่มรางวัลหนึ่งครั้ง"
มุมปากที่ยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ถูกจู๋ไป๋เห็นเข้า เขาประหลาดใจเล็กน้อยแล้วเอ่ยถาม "หรือว่าสหายน้อยก็รู้จักคัมภีร์ชะตากรรมนี้ด้วย?"
จะให้บอกว่าผมยิ้มเพราะระบบแจกของขวัญส่งความอบอุ่นให้ก็คงไม่ได้? ทำได้แค่พยักหน้าอย่างแข็งทื่อ แล้วตอบว่า "เคยได้ยินมาบ้างขอรับ แต่ไม่ทราบว่าเมื่อครู่ท่านอาวุโสหมายความว่าอย่างไร? หรือว่าคัมภีร์ชะตากรรมเลือกข้าเอง?"
จู๋ไป๋ได้ยินดังนั้นก็ประหลาดใจยิ่งนัก มองผมอย่างงุนงง แต่คำพูดของเขาก็ให้คำตอบ "สหายน้อยได้ของวิเศษเช่นนี้แล้วยังสามารถสงบนิ่งอยู่ได้ รู้จักสืบหาต้นสายปลายเหตุ ไม่เลวๆ"
ผมอายแทบตาย แต่ก็บอกไม่ได้ว่าเพราะผมไม่รู้ว่าคัมภีร์ชะตากรรมนี้มีประโยชน์อะไร ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ ขณะเดียวกันก็ใช้ความคิดสั่งให้หน้าต่างระบบเปลี่ยนไปที่หน้าสุ่มรางวัล
เอ่อ พอเห็นวงล้อสุ่มรางวัลของระบบ ผมก็ผิดหวังในทันที ลองนับดูคร่าวๆ บนวงล้อมีเพียงสิบช่อง แต่ละช่องมีขนาดและรูปร่างไม่เท่ากัน คิดว่าคงจะแสดงถึงอัตราการออกของแต่ละไอเทม
นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือ ของสิบอย่างบนนั้น ผมไม่รู้จักสักอย่างเลย! แล้ววงล้อสุ่มรางวัลนี้ยังขี้เหนียวขนาดไม่มีคำอธิบายไอเทมให้อีก...
เฮ้อ คงต้องอาศัยรูปร่างในการตัดสินแล้ว ในนี้ควรจะมีดาบสองเล่ม กระบี่เล่มหนึ่ง หอกยาวหนึ่งด้าม หินสามก้อน และขวดสามใบ
"..."
แต่ผมรู้ไปแล้วจะมีประโยชน์อะไรเล่า! ช่างมันเถอะ! สุ่มไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
ในใจรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เลือกเริ่มสุ่มรางวัลทันที
(จบตอน)