- หน้าแรก
- อุตสาหกรรมข้ามพิภพ
- บทที่ 32 กลุ่มนักผจญภัย
บทที่ 32 กลุ่มนักผจญภัย
บทที่ 32 กลุ่มนักผจญภัย
บทที่ 32 กลุ่มนักผจญภัย
พอล เกรย์แมน พา มอร์ริสัน ออกจากห้อง พลางถาม "ที่นี่ไม่มีสมบัติอะไรพวกนี้เลยรึ?"
"เรื่องนี้ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกัน การเงินของแก๊งชาร์คถูกควบคุมอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด มีเพียงคนในแกนหลักไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ แต่เมื่อประมาณสองชั่วโมงก่อน มีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามา ขนหีบเล็กใหญ่หลายใบออกไป"
"ดูท่าว่าจะเป็นการขนเงินหนีไปจริงๆ สินะ ช่วยข้าสวดภาวนาต่อจ้าวแห่งแสงสว่างให้สกัดพวกเขาไว้ได้ทีเถอะ แต่ว่าช่วงเวลาสำคัญขนาดนี้แล้วยังเกิดความขัดแย้งภายในกันอีก ช่างไม่รู้จักความเป็นความตายเสียจริง"
มอร์ริสันเมื่อได้ฟังก็รู้สึกแปลกใจ "ความขัดแย้งภายใน? ไม่เห็นจะมีโจรสลัดขัดแย้งกันเองเลยนะ"
พอลถาม "แล้วศพโจรสลัดสองสามศพนี่มันเรื่องอะไรกัน?"
มอร์ริสันทำหน้างุนงง "ไม่ใช่คนของท่านลอร์ดทำหรอกรึ? ข้าได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็รีบไปซ่อนตัวแล้ว"
พอลเมื่อได้ฟังก็ร้อนรนขึ้นมาทันที รีบสั่งทหารรอบๆ "ระวังตัว ที่นี่อาจจะมีคนอื่นซุ่มอยู่" พูดจบก็ควักขวดดินปืนออกมาบรรจุกระสุนให้ปืนพกของตนเอง
เหล่าทหารต่างก็มีสมาธิขึ้นมาสิบสองส่วน คุ้มกันท่านเคานต์มายังโถงใหญ่ชั้นหนึ่ง
ในตอนนี้ทหารนายหนึ่งก็วิ่งออกมาจากโถงทางเดินข้างๆ มาหยุดตรงหน้าพอลแล้วรายงาน "รายงาน! ท่านผู้ดูแลเซซิลพบห้องใต้ดินแห่งหนึ่ง ข้างในมีบุคคลน่าสงสัยบางคน ตอนนี้ปลดอาวุธทั้งหมดแล้ว แต่ฝ่ายตรงข้ามอ้างว่าตนเองไม่ใช่โจรสลัด เขาขอคำสั่งจากท่านว่าจะจัดการอย่างไร"
"โอ้? ที่แท้ในโบสถ์นี้มีคนอื่นอยู่จริงๆ ด้วย ไปสิ นำข้าไปดูหน่อย"
...
"ก็บอกไปกี่ครั้งแล้วว่าพวกเราไม่ใช่โจรสลัด เจ้าเคยเห็นโจรสลัดสาวสวยโดยธรรมชาติอย่างข้าด้วยรึไง?"
หัวหน้ากลุ่มนักผจญภัยลิชแมน เมรู ไฮเมอร์ ขมวดคิ้วประท้วงเสียงดัง ตอนนี้สองมือของเธอถูกมัด ทำได้เพียงระบายความไม่พอใจของตนด้วยวิธีนี้
แต่ไม่ว่าเธอจะประท้วงอย่างไร ชายผู้มีใบหน้าเคร่งขรึมคนนั้นก็ทำเป็นหูทวนลม เพียงแค่กอดอกยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
"ไม่ปล่อย ไม่ฆ่า พวกเจ้าจะทำอะไรกันแน่?" เมรูถามเสียงดังอีกครั้ง แต่ก็เหมือนหินจมทะเลเช่นเคย
เด็กสาวผมสีเขียวที่สวมหมวกนักปราชญ์ปลอบ "เมรู อย่าเพิ่งตะโกนเลย คาดว่าคนคนนี้คงกำลังรอให้ผู้บังคับบัญชาของเขามาจัดการพวกเรา"
เฮ้อ ครั้งนี้มันเรือล่มในหนองน้ำจริงๆ! ดีนที่อยู่ข้างๆ ถอนหายใจในใจ
ตอนแรกแผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น หลังจากที่นอกเมืองมีเสียงดังสนั่นแปลกๆ สองครั้ง โจรสลัดส่วนใหญ่ที่เฝ้าโบสถ์อยู่ก็ถูกเรียกตัวไป พวกเขาซุ่มอยู่ใกล้โบสถ์และรออย่างเงียบๆ อีกพักหนึ่ง โชคดีอย่างยิ่งที่โจรสลัดที่เหลืออยู่ไม่มากในโบสถ์กลับแบ่งคนกลุ่มหนึ่งออกมาขนหีบใหญ่หลายใบขึ้นรถม้าไปยังทิศทางของท่าเรือ พวกเขาตัดสินว่าโจรสลัดคงจะต้านไม่ไหวแล้วคิดจะชิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว รอต่อไปไม่ได้แล้ว ต้องฉวยโอกาสนี้ หากโจรสลัดย้ายตัวประกันไปด้วยก็จะแย่แล้ว
สมาชิกของกลุ่มนักผจญภัยต่างก็แสดงฝีมือของตน จู่โจมโบสถ์ โจรสลัดที่ยังเหลืออยู่ในโบสถ์มีเพียงไม่กี่คน คาดว่าคงกำลังตรวจสอบว่ามีของสำคัญอะไรตกหล่นอยู่ในโบสถ์หรือไม่ แต่ถ้าพูดถึงฝีมือการต่อสู้ก็เป็นแค่พวกไก่อ่อน ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย ถูกจัดการอย่างรวดเร็ว หลังจากต่อสู้เสร็จสิ้น พวกเขาก็ตรวจค้นโบสถ์อย่างละเอียด ที่ปลายสุดของโถงทางเดินสายหนึ่งก็พบทางเข้าห้องใต้ดิน หลังจากลงไปก็พบว่าข้างในมีเพียงคุณปู่นายกเทศมนตรีของซูซานเท่านั้น ชายชราถูกทรมานจนหมดสติไปแล้ว ส่วนเป้าหมายแรกของพวกเขา—คุณชายใหญ่เบิร์นแห่งสหพันธ์ฮอร์นเบย์กลับไม่ได้อยู่ที่นี่
หัวหน้ากลุ่ม เมรู ไฮเมอร์ ตัดสินใจทันทีให้เด็กสาวผมเขียวลาตีพยุงคุณปู่ของซูซานกลับไปก่อน ส่วนคนอื่นๆ ก็ไปไล่ตามโจรสลัด แต่ขณะที่ทุกคนกำลังจะกลับขึ้นไปข้างบน ข้างบนก็มีเสียงฝีเท้าหนาแน่นดังขึ้น พวกเขาจึงทำได้เพียงซ่อนตัวกลับเข้าไปในห้องใต้ดิน
หลังจากที่เซซิลหัวหน้าหน่วยข่าวกรองนำทหารบุกเข้าไปในห้องใต้ดิน ก็สังเกตเห็นว่าข้างในมีคนอยู่ จึงรีบสั่งให้ "โจรสลัด" กลุ่มนี้ยอมจำนนและปลดอาวุธทันที และประกาศว่ากองทัพใหญ่ที่นำโดยลอร์ดแห่งอัลดาได้มาถึงแล้ว การขัดขืนจนถึงที่สุดมีแต่ทางตายสถานเดียว เป็นต้น
กลุ่มนักผจญภัยถึงได้เข้าใจว่าผู้ที่มาโจมตีท่าเรือแฟรงคลินคือกองทัพของลอร์ดท้องถิ่น จึงรีบอธิบายว่าตนเองไม่ใช่โจรสลัด แต่เป็นนักผจญภัยที่มาเพื่อช่วยเหลือตัวประกันที่ถูกลักพาตัวไป
หัวหน้าหน่วยข่าวกรองผู้ขี้ระแวงโดยธรรมชาตินจะเชื่อได้อย่างไร ยืนกรานให้กลุ่มนักผจญภัยวางอาวุธ หัวหน้ากลุ่มเมรู ไฮเมอร์ก็เป็นคนใจร้อน ทั้งสองคนโต้เถียงกันไปมาจนเกิดการเผชิญหน้ากัน ในขณะที่ทั้งสองฝ่ายกำลังจะลงไม้ลงมือกัน ดีนและลาตีผู้ที่สุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอดในกลุ่มนักผจญภัยก็ได้ช่วยกันห้ามหัวหน้ากลุ่มของตนไว้ ทุกคนจึงยอมมอบอาวุธ เซซิลสั่งให้คนมัดมือของพวกเขา แล้วส่งคนไปขอคำสั่งจากพอล
เวลาผ่านไปทีละวินาที หลังจากที่กลุ่มนักผจญภัยรู้สึกว่าเป็นการรอคอยที่ยาวนานอย่างยิ่ง ในที่สุดก็มีคนเดินลงบันไดเข้ามาในห้องใต้ดิน
"เด็กผู้ชาย?" ทุกคนเมื่อเห็นหน้าตาของผู้มาเยือนอย่างชัดเจนก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่ง
พอลถาม "นี่คือบุคคลน่าสงสัยที่เจ้าจับมาได้รึ?" เด็กสาวผมสีชมพูอกแบน เด็กหนุ่มหน้ามนคนสวยผมสีฟ้า เด็กหนุ่มผมเหลืองทรงพังก์ และเด็กสาวผมสีเขียวที่สวมหมวกนักปราชญ์อีกคน เพราะหมวกบดบังและแสงสลัวเกินไป เลยมองหน้าตาไม่ค่อยชัด
เซซิลตอบอย่างนอบน้อม "ใช่แล้ว ท่านลอร์ด พวกเขาอ้างว่าเป็นนักผจญภัยจากทางใต้ มาที่นี่เพื่อช่วยเหลือตัวประกันที่ถูกโจรสลัดลักพาตัวไป แต่ผู้ใต้บังคับบัญชาเห็นว่าควรจะรอบคอบไว้ก่อนจะดีกว่า"
พอลพยักหน้า "อืม เจ้าทำถูกมากแล้ว"
เขาหันไปทางกลุ่มนักผจญภัย "พูดมาสิ พวกเจ้าจะพิสูจน์ตัวตนของตัวเองได้อย่างไร?"
คนในกลุ่มนักผจญภัยลิชแมนตกใจอย่างยิ่ง ฟังจากเสียงของเด็กชายคนนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่ายังอยู่ในช่วงเสียงแตก แสดงว่าอายุคงจะประมาณสิบห้าปีเท่านั้นเอง การเป็นลอร์ดนี่มันเด็กเกินไปแล้วไม่ใช่รึ
หัวหน้ากลุ่มเมรูพูดอย่างร้อนรน "เจ้าคือลอร์ดของที่นี่รึ? พวกเรามาช่วยคนจริงๆ นะ รีบปล่อยพวกเราสิ"
ดีนเมื่อได้ฟังก็อยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา รีบกระซิบข้างหูเมรูเบาๆ "ท่านหัวหน้ากลุ่ม ตอนนี้พวกเราก็คือเนื้อบนเขียงของเขานะ อย่างน้อยท่านก็ช่วยใช้คำเรียกอย่างให้เกียรติหน่อยสิ อีกฝ่ายเป็นขุนนางศักดินาเหมือนกับแกรนด์ดยุคไจลส์ผู้ละโมบนะ เขาคือผู้ปกครองในดินแดนของตัวเอง ไม่เหมือนกับพวกขุนนางเสื้อคลุมที่บ้านเราที่พูดจาง่ายๆ ได้ยินว่าพวกเจ้าผู้ครองแคว้นทางเหนือนี้ทั้งป่าเถื่อนทั้งเผด็จการ หากทำให้เขาไม่พอใจขึ้นมา แค่หาข้ออ้างส่งเดชมาฆ่าพวกเราทิ้งจะไปฟ้องร้องใครได้"
เมื่อเห็นพวกเขากระซิบกระซาบกัน พอลก็เริ่มระแวงขึ้นมา "พวกเจ้าทำอะไรกัน? ข้าเตือนแล้วนะว่าห้ามนัดแนะคำให้การ!"
ดีนกำลังจะเอ่ยปากอธิบาย เพื่อนร่วมทีมลาตีที่เงียบมาโดยตลอดก็พูดขึ้นทันที "ท่านลอร์ดผู้สูงศักดิ์ ข้าเห็นว่าท่านควรจะใส่ใจกับความปลอดภัยของราษฎรของท่านก่อน ชายชราที่ถูกโจรสลัดทรมานจนหมดสติที่อยู่ข้างๆ ผู้นี้คือนายกเทศมนตรีของที่นี่ โปรดให้ความช่วยเหลือแก่เขาด้วย ครอบครัวของเขาสามารถพิสูจน์ตัวตนของพวกเราได้"
พอลมองไปยังเด็กสาวผมสีเขียวที่กำลังพูด เด็กสาวก็จ้องมองมาที่เขาเช่นกัน เผยให้เห็นใบหน้าของตน
นางสวมชุดนักเดินทางนักปราชญ์ทั้งตัว ห่อหุ้มร่างกายไว้อย่างมิดชิด ใบหน้าที่อยู่เหนือปกเสื้อตั้งขึ้นนั้นแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ที่เหนือกว่าสตรีทั่วไปอย่างมาก ในดวงตาของนางคือม่านตาสีแดงที่หาได้ยากอย่างยิ่งแม้แต่ในโลกนี้
ขณะที่พอลกำลังสบตากับนาง ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าม่านตาของเด็กสาวสว่างวาบขึ้นมาอย่างแทบจะมองไม่เห็น หรือว่าจะเป็นภาพลวงตา?
ความรู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อยถาโถมเข้ามา เขาเขย่าศีรษะเพื่อขับไล่ความรู้สึกนั้นออกไป ในใจคิดอย่างเงียบๆ "เฮ้อ เมื่อคืนเพราะตื่นเต้นกับศึกตีเมืองในวันรุ่งขึ้น เลยนอนไม่หลับทั้งคืน ตอนนี้สติเลยไม่ค่อยจะดี ต้องหาเวลานอนชดเชยดีๆ สักงีบแล้ว"
เขากลั้นความอยากหาวไว้อย่างสุดความสามารถแล้วพูดว่า "ก็ได้ เจ้าพูดมีเหตุผลอยู่บ้าง เซซิล เจ้ารู้จักนายกเทศมนตรีของท่าเรือแฟรงคลินหรือไม่?"
เซซิลทำหน้าลำบากใจ "ขออภัยท่านลอร์ด ข้ารู้ว่านายกเทศมนตรีเป็นชายชรา แต่หน้าตาเป็นอย่างไรนั้นข้าไม่ทราบจริงๆ"
"เจ้าไปหาหมอมาช่วยรักษาชายชราผู้นี้หน่อย ถือโอกาสหาชาวเมืองมาช่วยยืนยันตัวตนของเขาด้วย" ท่านผู้ดูแลฟอร์ดผู้รับผิดชอบงานราชการของดินแดนอาจจะรู้จักนายกเทศมนตรีของที่นี่ แต่เขาก็ไม่ได้มากับกองทัพด้วย
"รับทราบ!" เซซิลรับคำ แล้วเรียกทหารสองนายมาช่วยกันหามชายชราออกไป
พอลหันไปทางกลุ่มนักผจญภัย "ส่วนพวกเจ้า รอให้ชายชราฟื้นขึ้นมา แล้วพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพวกเจ้าก่อนถึงจะไปได้" เขาจะไม่เชื่อคำพูดเพียงฝ่ายเดียวเพียงเพราะในนั้นมีสาวสวยอยู่หรอกนะ
ดีนกล่าว "ท่านลอร์ด ตอนที่พวกเรามาถึง นายกเทศมนตรีก็หมดสติไปแล้ว เขาไม่รู้จักพวกเราหรอก แต่ท่านสามารถไปหาหลานสาวของเขา ซูซาน มาเป็นพยานให้พวกเราได้" จากนั้นก็บอกที่อยู่ของบ้านซูซานไป
พอลรับปาก "ข้าจะส่งคนไปตามนางมาเดี๋ยวนี้ หวังว่าพวกเจ้าจะบริสุทธิ์จริงๆ นะ"
ไม่มีใครสังเกตเห็นว่า เด็กสาวผมสีเขียวที่อยู่ข้างๆ แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
(จบตอน)