เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 บาทหลวงผู้ตกอับ

บทที่ 31 บาทหลวงผู้ตกอับ

บทที่ 31 บาทหลวงผู้ตกอับ


บทที่ 31 บาทหลวงผู้ตกอับ

เหล่าทหารออกไปแล้ว พอลก็ปิดประตูห้อง

บาทหลวงเมื่อเห็นดังนั้นก็พลันไม่สงบแล้ว เหงื่อเย็นผุดขึ้นบนหน้าผาก "ท่านเกรย์แมน แม้ว่าข้าจะรู้ว่าตัวเองหล่อเหลาราวกับต้นหยกต้องลม มีพรสวรรค์โดดเด่น แต่ข้าก็ได้อุทิศทุกสิ่งทุกอย่างของข้าให้แก่จ้าวแห่งแสงสว่างไปแล้ว"

พอล: "เอ๋? ท่านพูดอะไร? ช่างเถอะ ถอดเสื้อผ้าของท่านออกก่อนให้ข้าดู"

จบแล้ว จบแล้ว ดูท่าว่าวันนี้คงจะหนีไม่พ้นแล้ว เฮ้อ หล่อเกินไปก็เป็นบาปอย่างหนึ่งนะ แม้จะได้ยินมาว่าพวกขุนนางและนักบวชชั้นสูงต่างก็ชอบรสนิยมแบบนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าเด็กที่อายุน้อยขนาดนี้จะติดนิสัยชั่วร้ายแบบนี้ไปด้วย

"จ้าวแห่งแสงสว่างเจ้าข้า! โปรดอภัยให้ผู้รับใช้ของท่านด้วยเถิด" บาทหลวงสวดภาวนาในใจอย่างเงียบๆ จากนั้นก็ล้มตัวลงบนเตียง หันหน้ามาหาพอลแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น "โปรดอ่อนโยนหน่อยนะ~"

"แกจะลุกขึ้นมาดีๆ เดี๋ยวนี้!"

พอลโกรธจนตัวสั่น หน้าเปลี่ยนเป็นสีตับหมู ถึงได้รู้ว่าเจ้านี่กำลังคิดอะไรอยู่ เขาควักปืนไฟออกมาคิดจะเป่าสมองมัน ผู้ชายแท้ๆ อย่างข้าจะไปทำเรื่องสกปรกแบบนั้นได้อย่างไร

"หา? หา! ได้ๆๆ เหะๆ ขออภัย" บาทหลวงราวกับได้รับการอภัยโทษครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ถือว่ารักษาพรหมจรรย์ไว้ได้แล้ว

หลังจากพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะระงับความอยากจะยิงคนตรงหน้าทิ้ง พอลก็สูดหายใจเข้าลึกๆ สองสามครั้ง กัดฟันพูดว่า "เสื้อผ้าของท่านขาด ข้าเห็นรอยสักที่น่าสนใจบนตัวท่าน"

"แย่แล้ว! เขารู้จักอันนี้ได้อย่างไร?" บาทหลวงแอบร้องในใจว่าไม่ดีแล้ว

"เหะๆ! ท่านเกรย์แมน ท่านคงจะตาฝาดไปแล้ว"

"ไม่ๆๆ ข้าไม่ได้ตาฝาดอย่างแน่นอน! และข้ายังเคยเห็นรอยสักรูปฉลามแบบนี้บนตัวของสมาชิกแก๊งชาร์คทุกคนด้วย แต่ว่าไปแล้ว ตำแหน่งรอยสักของท่าน 'บาทหลวง' นี่ช่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ นะ"

"นี่... นี่..."

"พูดมา! แกเป็นใครกันแน่?"

พอลพลางคาดคั้น พลางชี้ปากกระบอกปืนที่ดำมืดไปยังชายวัยกลางคนที่อ้างว่าเป็น "บาทหลวง"

"ข้าเป็นบาทหลวงของศาสนจักรจริงๆ!" ชายวัยกลางคนล้มลงบนพื้นขอความเมตตาอีกครั้ง ของในมือของท่านเคานต์ดูแล้วก็รู้ว่าเอาชีวิตคนได้ ไม่รอให้คาดคั้นอีกครั้ง เขาก็สารภาพออกมาเป็นชุดเหมือนเทถั่วออกจากกระบอกไม้ไผ่

ตามคำให้การ ชื่อของเขาคือ จอห์น มอร์ริสัน เดิมทีเป็นบาทหลวงของโบสถ์ในชนบทแห่งหนึ่งในดินแดนใกล้เคียง แต่แล้วแก๊งชาร์คก็มาปล้นสะดม หลังจากปล้นไปอย่างมโหฬารแล้วยังจับตัวเขาไปด้วย เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองจะถูกโยนลงทะเลให้ปลากิน ใครจะคิดว่าชาร์คหัวหน้าโจรสลัดจะบังคับให้เขาเข้าร่วมแก๊งโจรสลัด แม้ว่าโจรสลัดกลุ่มนี้จะฆ่าคนวางเพลิงทำชั่วทุกอย่าง แต่หลายคนรวมถึงหัวหน้าอย่างชาร์คกลับยังมีความต้องการทางจิตวิญญาณที่ไม่ต่ำเลย ต้องการนักบวชตัวจริงมาทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การสารภาพบาป การสวดภาวนาของเหล่าโจรสลัด

เป็นเช่นนี้ บาทหลวงจอห์น มอร์ริสัน จึงได้รับอาชีพเสริมอันทรงเกียรติและมีอนาคตอย่างการเป็นโจรสลัดอย่างไม่มีความละอายใจใดๆ บนตัวยังถูกสักสัญลักษณ์ของแก๊ง—ฉลามที่เผยให้เห็นฟันอันแหลมคม อยู่ในแก๊งโจรสลลัดมาหนึ่งปีเต็ม

สำหรับเรื่องที่โจรสลัดก็มีความเชื่อทางศาสนา พอลกลับไม่รู้สึกแปลกใจอะไร บนโลกก็มีคนบาปหนาบางคนที่ชอบจุดธูปไหว้พระไม่ใช่รึ? และยิ่งก่อกรรมทำเข็ญมากเท่าไหร่ก็ยิ่งงมงายมากขึ้นเท่านั้น

แต่จอห์น มอร์ริสันคนนี้ยังคงต้องสอบสวนให้ดี เขาหยิบพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เล่มหนาที่ตกอยู่ข้างตู้ขึ้นมา เจ้านี่คาดว่าคงจะกอดหนังสือเล่มนี้ไว้ตลอดเวลาที่อยู่ในตู้

"ข้าถามเจ้า ในหน้าที่หนึ่งร้อยสามสิบสองของหนังสือเล่มนี้พูดถึงเรื่องอะไร?"

"ทั่วทั้งฟ้าดินพลันสว่างราวกับกลางวัน เสียงอันทรงอำนาจดังก้องขึ้นมาจากความว่างเปล่า..." มอร์ริสันถึงกับท่องออกมาได้ และทั้งหน้าก็ไม่มีผิดแม้แต่ตัวอักษรเดียว

ให้เขาท่องต่ออีกสองสามแห่ง ก็สามารถท่องออกมาได้อย่างไม่ผิดเพี้ยนเช่นกัน

"ก็มีฝีมืออยู่บ้างเหมือนกันนี่นา"

"เหะๆ! ท่านลอร์ดชมเกินไปแล้ว"

"ก็ได้ งั้นก็เชื่อในสถานะบาทหลวงของเจ้าไปก่อนแล้วกัน!"

มอร์ริสันดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ "ขอบคุณท่านเกรย์แมน พอจะส่งคนพาข้ากลับไป..."

"เจ้าอยากตายหรืออยากอยู่?"

พอลชี้ปากกระบอกปืนที่ดำมืดไปที่มอร์ริสันอีกครั้ง

ให้ตายสิ! เพิ่งจะกระโดดออกจากรังหมาป่า ก็เข้ามาในปากเสืออีกแล้วรึ! บาทหลวงมอร์ริสันอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา ตอนนี้พวกเจ้าผู้ครองแคว้นนี่นิสัยเหมือนโจรกันหมดแล้วรึไง?

"ท่านเกรย์แมน ท่านข่มขู่นักบวชเช่นนี้..."

"ปัง!" พร้อมกับเสียงดังสนั่น มอร์ริสันรู้สึกว่ามีบางอย่างบินผ่านตัวเขาไป สัญชาตญาณทำให้เขาหันกลับไปมอง รูโหว่ขนาดใหญ่บนกำแพงปรากฏแก่สายตา

แล้วประตูห้องก็ถูกเตะเปิดออกทันที ทหารจำนวนมากบุกเข้ามา ยกอาวุธขึ้นชี้มาที่มอร์ริสัน

ภาพนี้น่ากลัวเกินไปแล้ว ข้าแต่พระบิดา ท่านต้องคุ้มครองผู้ศรัทธาของท่านนะ มอร์ริสันรีบพยักหน้าอย่างแรง "อยากอยู่! แน่นอนว่าอยากอยู่" หากของในมือของพอลเมื่อครู่เบนไปอีกนิดเดียว คาดว่าหัวของเขาคงจะเปิดไปแล้ว

"ดีมาก! ข้าในนามของท่านเคานต์พอล เกรย์แมน ลอร์ดแห่งอัลดา ขอเกณฑ์เจ้าเข้ามารับใช้ในกองทัพของข้า"

"เอ่อ... แต่ว่าท่านเกรย์แมน ข้ามือไม้อ่อนแอ แบกหามก็ไม่ไหว"

"โอ้ เจ้าไม่เต็มใจรึ? ก็ได้ ข้าก็ไม่ฆ่าเจ้าหรอก ก็แค่ส่งเจ้าให้สังฆราชแห่งทิศตะวันตกเฉียงเหนือจัดการแล้วกัน เหะๆ นักบวชคนหนึ่งคาดไม่ถึงว่าจะอยู่ในรังโจรสลัดมาหนึ่งปี บนตัวยังมีรอยสักของโจรสลัด ไม่รู้ว่าท่านสังฆราชจะตัดสินอย่างไรนะ"

"การรับใช้ท่านคือเกียรติอันสูงสุดของข้า!"

ใบหน้าของมอร์ริสันปรากฏท่าทีราวกับได้ยินสาส์นจากสวรรค์ในทันที

"วางใจเถอะ ก็แค่ให้เจ้าทำงานด้านความคิด ปลอบขวัญทหารตามความต้องการทางศาสนาของพวกเขา เจ้ารู้ดีว่าพวกเราเดินทัพทำสงครามไม่สามารถแบกโบสถ์ไปด้วยได้ บาทหลวงประจำทัพอย่างเจ้าก็จะมีประโยชน์ขึ้นมาแล้ว"

มอร์ริสันไม่ลังเล "ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน ท่านเกรย์แมน" ดูจากท่าทีเมื่อครู่แล้ว ท่านเคานต์น้อยคนนี้ไม่ใช่คนที่พูดจาดีๆ ด้วยได้ง่ายๆ

พอลกล่าว "แต่ว่า ตอนที่เจ้าทำงาน 'ด้านความคิด' มีบางคำที่ควรพูด มีบางคำที่ไม่ควรพูด..."

เขานึกขึ้นได้ว่าในห้องเพิ่งจะมีทหารกลุ่มใหญ่บุกเข้ามา ก็เปลี่ยนเรื่อง "ช่างเถอะ ข้าจะค่อยๆ สอนเจ้าในภายหลังแล้วกัน หากทำได้ดีข้าจะไม่ปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไม่เป็นธรรม แต่ถ้าเจ้ามีลูกเล่นอะไรล่ะก็ อย่าได้หวังว่าข้าจะเก็บ 'ความลับเล็กๆ' ของเจ้าไว้เลย"

มอร์ริสันยกมือขวาขึ้น ใบหน้าดูเคร่งขรึม "ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ข้าขอสาบานต่อพระบิดาบนสวรรค์ ข้าจะเข้ารับใช้ในกองทัพของท่านเกรย์แมน ต่อไปจะภักดีต่อพอล เกรย์แมนไม่เสื่อมคลาย เขาให้ข้าไปตะวันออก ข้าจะไม่ไปตะวันตกเด็ดขาด เขาให้ข้าไล่หมา ข้าจะไม่ไปไล่ไก่เด็ดขาด"

อย่าว่าไปเลย ท่าทีจริงจังของเจ้านี่ก็ดูเหมือนของจริงอยู่เหมือนกัน

เชื่อแกก็เจอผีแล้วสิ! พอลแอบบ่นในใจ แต่ก็ยังคงแนะนำต่อทหารรอบๆ ว่า "นี่คือบาทหลวงที่ถูกโจรสลัดลักพาตัวมา ถูกคุมขังอยู่ที่นี่ โบสถ์เดิมของเขาถูกโจรสลัดเผาทิ้งไปแล้ว เมื่อกี้ที่เขาพูดทุกคนได้ยินไหม? ต่อไปเขาคือบาทหลวงประจำทัพของเรา ฮ่าๆ เสียงปืนเมื่อกี้ข้ากับท่านบาทหลวงแค่ล้อเล่นกันน่ะ"

ทุกคนตอบ "รับทราบ ท่านเคานต์"

...

"ศักราชศักดิ์สิทธิ์ที่ 1990 เดือนมิถุนายน วันที่ X นั่นคือครั้งแรกที่ข้าได้พบกับนักบุญพอล ในตอนนั้นข้าถูกโจรสลัดคุมขังอยู่ในโบสถ์ของท่าเรือแฟรงคลิน พวกเขาบีบบังคับให้ข้ารับใช้แก๊งโจรสลัด แต่ด้วยใจที่ภักดีต่อจ้าวแห่งแสงสว่าง ข้าจะยอมจำนนต่ออำนาจชั่วร้ายได้อย่างไร พวกโจรสลัดทรมานและดูหมิ่นข้าสารพัด ข้ารู้ว่านี่คือการทดสอบของพระเจ้า จึงได้แต่ทนฝืนด้วยกำลังใจมาโดยตลอด ขณะที่ข้ากำลังจะสิ้นใจ ก็เป็นท่านนักบุญพอลที่นำทัพมาช่วยข้าไว้ ตอนที่ข้าพบเขครั้งแรก มีลำแสงอ่อนโยนสาดส่องลงบนร่างของเขา ในความมืดมิดมีเสียงอันทรงอำนาจดังก้องในหัวข้าว่า: จงติดตามเขา จงช่วยเหลือเขา ข้ารู้ว่านั่นคือสาส์นจากสวรรค์ที่จ้าวแห่งแสงสว่างประทานให้ข้า ข้าจึงเข้าร่วมกองทัพของเขาโดยไม่ลังเล ช่วยเหลือเขาสร้างผลงานอันยิ่งใหญ่ที่ในตอนนั้นแม้แต่จะคิดก็ยังไม่กล้าคิด"—คัดจากบันทึกความทรงจำของจอห์น มอร์ริสัน พระสันตะปาปาองค์ที่ 250 แห่งศาสนจักรแห่งแสงสว่าง

"นั่นคือวันแห่งบาป รายละเอียดที่แท้จริงไม่สามารถตรวจสอบได้แล้ว แต่ที่แน่ๆ คือตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา มอร์ริสันผู้ทรยศได้ขายวิญญาณของตนให้แก่ปีศาจเกรย์แมน กลายเป็นหมากตัวหนึ่งของเขา ความชั่วร้ายเริ่มกัดกร่อนศาสนจักรแห่งแสงสว่าง พร้อมกับการทุจริตและการเสื่อมทราม ในที่สุดก็ตกเป็นเครื่องมือของปีศาจเกรย์แมนที่ใช้ควบคุมจิตใจผู้คน"—คัดจากใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อของนิกายใต้ดินที่อ้างตนว่าเป็นสายเลือดที่แท้จริงของศาสนจักรแห่งแสงสว่าง

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 31 บาทหลวงผู้ตกอับ

คัดลอกลิงก์แล้ว