- หน้าแรก
- อุตสาหกรรมข้ามพิภพ
- บทที่ 19 คำสัตย์ปฏิญาณของอัศวิน
บทที่ 19 คำสัตย์ปฏิญาณของอัศวิน
บทที่ 19 คำสัตย์ปฏิญาณของอัศวิน
บทที่ 19 คำสัตย์ปฏิญาณของอัศวิน
พอลอัดอั้นตันใจอย่างยิ่ง ฉากที่ขุนนางกับโจรเป็นพวกเดียวกันซึ่งเคยมีอยู่แค่ในหนังสือประวัติศาสตร์ในชาติก่อน กลับมาเกิดขึ้นจริงต่อหน้าต่อตาเขา
จากการให้การของควิก เดิมทีเมื่อหลายเดือนก่อนเอ็ดเวิร์ดได้นำกองเรือคนสนิทของตนออกเดินทางไปอย่างกะทันหัน ส่วนจะไปทำอะไรนั้น ลูกกระจ๊อกนอกสายตาอย่างพวกเขาย่อมไม่มีสิทธิ์รู้ เมื่อไม่มีเสือในป่า ลิงก็ตั้งตัวเป็นใหญ่ กลุ่มโจรสลัดที่กระจัดกระจายและไร้การควบคุมก็พลันก่อความวอล่า กลุ่มที่สู้กันเองก็สู้กันไป กลุ่มที่แย่งชิงดินแดนก็แย่งกันไป ก่อนหน้านี้ภายใต้คำสั่งที่เข้มงวดของเอ็ดเวิร์ดยังไม่กล้าที่จะกอบโกยจนไม่เหลืออะไร แต่ตอนนี้ดีแล้ว ช่างหัวมันปะไร จะปล้นได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ส่วนกลุ่มโจรสลัดหลายกลุ่มที่อยู่ใกล้ดินแดนเกรย์แมน ก็ใจกล้าบุกรุกเข้ามาในแผ่นดินใหญ่ที่ไม่ได้ย่างกรายเข้ามาเกือบยี่สิบปีแล้ว
หลังจากสอบปากคำควิกต่อไปอีกพักหนึ่ง พอลก็สั่งให้โยนเจ้านี่เข้าคุกใต้ดิน แล้วประกาศต่อหน้าทุกคนด้วยใบหน้าที่ดำคล้ำว่า เขาเตรียมจะฉวยโอกาสที่กำลังหลักของโจรสลลัดไม่อยู่ กวาดล้างโจรสลัดที่เหลืออยู่ในแถบชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือให้สิ้นซาก คืนความสงบสุขให้แก่ดินแดน
ท่านผู้ดูแลฟอร์ดกล่าวอย่างไม่ไร้กังวล "ข้าเข้าใจความโกรธแค้นของท่านในตอนนี้ การกวาดล้างกลุ่มโจรสลัดที่กระจัดกระจายในปัจจุบันไม่น่าจะมีปัญหา แต่ถ้ากองเรือหลักของเอ็ดเวิร์ดกลับมาจะทำอย่างไร? เมื่อไม่กี่วันก่อนท่านก็ได้เห็นแล้ว ตระกูลอื่นๆ ก่อนที่ตนเองจะไม่ถูกรุกรานก็จะไม่ช่วยเรา เพียงลำพังดินแดนของเราแห่งเดียว การต่อต้านเอ็ดเวิร์ดเกรงว่าจะไม่มีโอกาสชนะ"
"ดังนั้นเราต้องสร้างกองทัพเรือที่แข็งแกร่งขึ้นมา เพื่อใช้ความสดเข้าสู้กับความเหนื่อยล้าเอาชนะพวกเขาหลังจากที่เอ็ดเวิร์ดกลับมา" เหล่าขุนนางของอาณาจักรอัลโด้ไม่มีความเข้าใจในอำนาจทางทะเลเลยแม้แต่น้อย ถึงได้ปล่อยให้โจรสลัดเติบโตจนใหญ่โตได้
"ท่านลอร์ด การต่อเรือต้องใช้เงินไม่น้อยเลยนะ แถมยังต้องฝึกฝนลูกเรือ การบำรุงรักษาในแต่ละวันจริงๆแล้วคือหลุมที่ไม่มีก้น"
"วางใจเถอะทุกท่าน เดี๋ยวขนมปังก็จะมี เดี๋ยวนมก็จะมีเอง" ท่านเคานต์น้อยรับประกันอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
ที่เขาต้องการจะกวาดล้างโจรสลัด ไม่ใช่เพียงเพราะความโกรธแค้นต่อการที่ขุนนางไม่สนใจความเป็นความตายของชาวบ้านชายฝั่งเท่านั้น แต่ยังมีเหตุผลอื่นอีก
จากการทำความเข้าใจในช่วงเวลานี้ เขาพบว่าโลกนี้ล้าหลังอย่างยิ่ง นอกจากเวทมนตร์ที่เลื่อนลอยในตำนานแล้ว ระดับเทคโนโลยีโดยรวมเทียบเท่ากับยุคกลางของยุโรปบนโลก สิ่งของต่างๆ โดยพื้นฐานแล้วต้องอาศัยช่างฝีมือทำด้วยมือ ดังนั้นเขาจึงครุ่นคิดอย่างหนักถึงแผนการทำเงิน หลังจากตัดความคิดแปลกๆ ที่ไม่สามารถทำได้จริงออกไปหลายอย่าง ในที่สุดก็เจาะจงไปที่อุตสาหกรรมสองสามอย่างที่สามารถทำเงินได้ในทันที เช่น การทำกระดาษ การพิมพ์หนังสือ และเครื่องปั้นดินเผา
แต่ปัญหาก็มาถึง พื้นที่ตะวันตกเฉียงเหนือของอัลโด้ยังค่อนข้างล้าหลัง ชาวบ้านโดยทั่วไปอ่านหนังสือไม่ออกสักตัว ในมือก็ไม่มีเงินสักเท่าไหร่ ใครจะมาซื้อของที่เขาสร้างขึ้นมา ขุนนางอาจจะสนใจของแปลกใหม่ ซื้อไปประดับบารมีอะไรทำนองนั้น แต่แค่ขายให้ขุนนางอย่างเดียวก็ทำเงินได้ไม่มากนัก ดังนั้นเขาจึงต้องนำสินค้าไปขายในพื้นที่ที่พัฒนาทางเศรษฐกิจมากกว่าทางตอนใต้ เช่น เมืองหลวงป้อมปราการคริสตัลไชน์ หรือสหพันธ์ฮอร์นเบย์ที่อยู่ไกลลงไปทางใต้อีก หรืออาจจะอาศัยมือของสหพันธ์ฮอร์นเบย์ส่งสินค้าไปยังที่ที่ไกลออกไปอีก
จะขนส่งสินค้าไปได้อย่างไร? การเดินทางทางบกเป็นไปไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงว่าทางใต้กำลังมีสงคราม ราชวงศ์กับไจลส์สู้กันจนฟ้าดินมืดมิด ต่อให้เป็นช่วงเวลาสงบสุข ก็ยังมีด่านเก็บค่าผ่านทางมากมาย ลอร์ดทั้งเล็กและใหญ่โดยพื้นฐานแล้วก็เป็นพวกห่านบินผ่านยังถอนขน ดังนั้นเขาจึงหันไปมองเส้นทางทางทะเล เพียงแค่กำจัดโจรสลัดให้สิ้นซาก เปิดเส้นทางเดินเรือทางทะเล ก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบของการขนส่งทางทะเลที่บรรทุกสินค้าได้มากอย่างเต็มที่ และยังไม่ต้องทนกับการขูดรีดซ้ำซ้อนของเหล่าลอร์ดในแต่ละพื้นที่ สามารถไปถึงจุดหมายปลายทางได้โดยตรง
และเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ การสร้างกองกำลังทางทะเลที่สามารถทั้งรุกและรับได้จึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แม้ว่านอกจากประเทศที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการค้าอย่างสหพันธ์ฮอร์นเบย์แล้ว ประเทศอื่นๆ ก็ไม่มีความเข้าใจในอำนาจทางทะเลมากนัก แต่ทว่าน่านน้ำในโลกที่รู้จักกันก็ไม่ใช่พื้นที่สุญญากาศทางอำนาจ โจรสลัดทั้งเล็กและใหญ่มีมากราวดั่งขนวัว เอ็ดเวิร์ดผู้ครอบครองทะเลเหนือก็เป็นหนึ่งในนั้นที่มีชื่อเสียง อาชญากรที่ถูกกฎหมายลงโทษ ทาสติดที่ดินที่อยู่ต่อไปไม่ได้เพราะการปกครองที่โหดร้าย ผู้ลี้ภัยที่ถูกสงครามขับไล่ นักผจญภัยที่แสวงหาความตื่นเต้น และคนธรรมดาที่ถูกบังคับให้เข้าร่วม ต่างก็เป็นสายเลือดใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามาในกลุ่มโจรสลัดอย่างไม่ขาดสาย
"ท่านเคานต์เกรย์แมน ข้าขอเป็นตัวแทนของชาวบ้านในบ้านเกิดขอบคุณท่านสำหรับบุญคุณอันใหญ่หลวงนี้" อัศวินชราลุกขึ้นยืนทันที โค้งคำนับให้พอลอย่างสุดซึ้ง เสียงของเขาถึงกับสั่นเครืออยู่บ้าง
"ที่ไหนกัน นี่เป็นหน้าที่ในฐานะลอร์ดของข้า"
"ในอนาคตข้ายินดีที่จะรับใช้ท่าน ขอโปรดอย่าได้รังเกียจว่าข้าแก่ชราและไร้ประโยชน์" แม้จะไม่ใช่คำประกาศสวามิภักดิ์ของอัศวินอย่างเป็นทางการ แต่ความหมายในนั้นใครๆ ก็ฟังเข้าใจ
อัศวินชรากล่าวประโยคนี้อย่างจริงจังแล้ว ก็นั่งลงไม่ขยับเขยื้อน ราวกับกำลังหวนรำลึกถึงอะไรบางอย่าง
เกิดอะไรขึ้น หรือว่ารัศมีของตัวเอกของข้าจะระเบิดออกมาอย่างกะทันหัน? พอลเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามในหัว ในตอนนี้พ่อบ้านฟิลิปก็เข้ามากระซิบข้างหูอีกครั้ง "ตอนที่อัศวินชโรเดอร์ยังหนุ่ม ครอบครัวของเขาถูกโจรสลัด..."
เป็นเช่นนี้นี่เอง ไม่น่าแปลกใจที่อารมณ์ของอัศวินชราจะพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เขากระแอมแล้วพูดว่า "ต่อไปเรามาหารือเกี่ยวกับการดำเนินการในอนาคตกัน"
ผู้พันคล็อดแห่งกองพันที่สองกล่าวขึ้นเป็นคนแรก "ท่านเคานต์ ฉวยโอกาสที่ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ขวัญกำลังใจของกองทัพกำลังดี สู้รวดเดียวเข้ายึดท่าเรือแฟรงคลิน ขับไล่พวกโจรสลัดออกจากแผ่นดินไปเลยดีกว่า"
ทันใดนั้นก็มีคนคัดค้าน "จะประมาทดูแคลนศัตรูไม่ได้นะ ตามคำให้การของเชลย พวกเขารวมกันแล้วอย่างน้อยก็ยังมีเจ็ดแปดร้อยคน จำนวนคนของเรายังคงเสียเปรียบอยู่"
ท่านเคานต์น้อยสั่งทันที "ไบรซ์ เจ้ารับผิดชอบเกณฑ์ทหารใหม่ทันที ภายในหนึ่งเดือน ข้าต้องการเห็นกองพันทหารราบที่เต็มอัตราสองกอง"
ไบรซ์ลุกขึ้นรับคำ "รับทราบ ท่านลอร์ด"
อัศวินชราที่เมื่อครู่ยังคงหวนรำลึกถึงอดีตอยู่ก็กล่าวขึ้นทันที "จำเป็นต้องฝึกทหารที่เชี่ยวชาญการรบทางน้ำจำนวนหนึ่ง ทหารใหม่ควรจะเกณฑ์มาจากครอบครัวชาวประมงให้มากๆ อย่างไรเสียศัตรูของเราก็คือโจรสลลัด ก็ถือว่าเป็นการเพาะเมล็ดพันธุ์สำหรับกองทัพเรือในอนาคตไปด้วย"
"เห็นด้วย ควรจะจัดสรรสองกองร้อยมาสร้างเป็นหน่วยรบทางน้ำโดยเฉพาะ ฝึกฝนทักษะการต่อสู้ทางน้ำเช่นการรบแบบบุกขึ้นเรือให้มากๆ ครั้งต่อไปที่เจอโจรสลัดจะได้ไม่ต้องตั้งรับอย่างเดียวแบบนี้"
"ข้าว่าอาวุธปืนที่ท่านเคานต์ประดิษฐ์ขึ้นมาใช้ทางน้ำได้เหมาะสมมากนะ โดยเฉพาะระเบิดมือนั่น ต้องติดตั้งให้มากๆ พอเข้าใกล้เรือศัตรูก็โยนไปสักสองสามลูก รับรองว่าอีกฝ่ายโดนกันถ้วนหน้า"
"ปืนไฟก็ไม่เลว ข้าเห็นกับตาเลยว่ามีเจ้าโชคร้ายสี่คนโดนยิง โดนเข้าไปนัดเดียวก็จบเห่แล้ว"
"ต่อเรือกรรเชียงติดเหล็กกระทุ้งสักสองสามลำ หรือไม่ก็ยึดเรือประมงมาดัดแปลง ล่องไปตามแม่น้ำวิส..."
"ที่ทุกท่านพูดมาก็ไม่เลวเลย ข้าจะจัดสรรคนไปเพิ่มกำลังการผลิตอาวุธปืน เรือรบก็จะต่อเช่นกัน"
บรรยากาศในการประชุมร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ชัยชนะที่เพิ่งจะได้รับมาทำให้ทุกคนอารมณ์ดีอย่างยิ่ง ต่างก็เสนอความคิดเห็นและกลยุทธ์
ขณะที่พอลกำลังรับฟังและพิจารณาข้อเสนอของทุกคนอยู่นั้น คนรับใช้คนหนึ่งก็เข้ามาอย่างเงียบๆ แล้วพูดอะไรบางอย่างกับพ่อบ้านฟิลิป ฟิลิปก็รีบดึงชายเสื้อของเขาทันที
"เกิดอะไรขึ้นรึ?"
"ท่านลอร์ด ช่างหล่อระฆังที่ท่านต้องการหาเจอแล้ว"
พอลตบขาอ่อน ดีใจจนเนื้อเต้น "โอ้? ฮ่าฮ่า ในที่สุดก็มาถึงแล้ว" จากนั้นก็พูดกับทุกคนที่กำลังหารือกันอยู่ "พวกท่านหารือกันไปก่อนนะ ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็มา"
จากนั้นก็เร่งให้คนรับใช้ที่มารายงานนำทาง แล้วก็วิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว
ทุกคนที่ถูกทิ้งไว้ต่างก็งงเป็นไก่ตาแตก ยังมีเรื่องอะไรที่สำคัญกว่าการรับมือกับโจรสลัดอีกรึ?
(จบตอน)