- หน้าแรก
- ฉันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุดยอดนักแสดงอัจฉริยะผู้น่าสะพรึง
- บทที่ 188 สหรัฐอเมริกา (3)
บทที่ 188 สหรัฐอเมริกา (3)
บทที่ 188 สหรัฐอเมริกา (3)
[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]
[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]
[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]
บทที่ 188 สหรัฐอเมริกา (3)
ท่ามกลางท้องนภาอันกว้างใหญ่ เครื่องบินโดยสารลำมหึมากำลังทะยานสู่จุดหมายปลายทาง ณ สนานบินนานาชาติแอลเอ เวลาล่วงเลยมาแล้วกว่าสองชั่วโมง นับตั้งแต่ออกจากสนามบินอินชอน เหลือเวลาอีกเพียงสิบเอ็ดชั่วโมงเท่านั้น ก็จะได้เหยียบผืนแผ่นดินแห่งเสรีภาพ
ภายในห้องโดยสารที่โดยปกติจะเต็มไปด้วยผู้โดยสารมากหน้าหลายตา บัดนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนในแวดวงบันเทิง ทีมงานถ่ายทำรายการ และเหล่าคนดังต่างมุ่งหน้าสู่จุดหมายเดียวกัน
‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’
นั่นคือชื่อรายการที่รวบรวมผู้คนมากมายให้มาอยู่บนเครื่องบินลำนี้ เฉพาะทีมงานก็ปาเข้าไปหลายสิบชีวิต ยิ่งรวมกับทีมงานของดารารับเชิญแต่ละคน ยิ่งทำให้จำนวนคนบนเครื่องพุ่งสูงขึ้นไปอีก ท่ามกลางผู้คนมากมายเหล่านั้น มีชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่งนั่งอยู่ริมหน้าต่าง คังวูจิน ทอดสายตามองออกไปยังท้องฟ้ากว้างเบื้องล่าง ภายนอกอาจดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจของเขานั้นกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
‘เมฆเยอะเป็นบ้าเลย โอ้โห วิวแบบนี้มันสุดยอดไปเลย!’
วินาทีนี้ ราวกับเขากลายเป็นเด็กชายตัวน้อยที่กำลังตื่นเต้นกับการไปทัศนศึกษา วูจินในฐานะคนเกาหลีแท้ ๆ แทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองกำลังจะได้ไปเหยียบแผ่นดินอเมริกา ภาพที่ไม่เคยแม้แต่จะฝันถึง สมัยยังทำงานเป็นพนักงานบริษัทออกแบบเมื่อต้นปี กลับกลายเป็นความจริงขึ้นมาแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น
‘ฉันกำลังจะได้ไปถ่ายรายการที่อเมริกาเนี่ยนะ’
ไม่ใช่แค่ไปเที่ยวพักผ่อนธรรมดา แต่เขากำลังจะได้ไปถ่ายรายการในฐานะดารารับเชิญในรายการของ ยุน บยองซอน ผู้กำกับรายการบันเทิงระดับแถวหน้าของประเทศ บนเครื่องบินลำนี้ วูจินได้แต่คิดว่าชีวิตคนเรานี่ช่างไม่แน่นอนเอาเสียเลย
ทันใดนั้น เสียงหวานใสก็ดังขึ้นข้างกาย
“คุณวูจินคะ”
ฮงฮเยยอน หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีดำขลับยาวสลวย มัดรวบไว้อย่างเป็นระเบียบ เธอเอียงใบหน้าหวานมองมายังใบหน้าด้านข้างของวูจิน ก่อนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เหม่ออะไรอยู่คะ? นึกถึงความหลังอยู่เหรอ?”
ภายในห้องโดยสารที่แบ่งทุกชีวิตขึ้นสู่ท้องฟ้า นักแสดงแต่ละคนต่างเลือกนั่งตามทีมที่คุ้นเคย ฝั่งทีมครัวประกอบด้วยคังวูจิน ฮงฮเยยอน ฮวาลิน และฮากังซู ส่วนฝั่งประธานบริษัทคืออันจองฮักกับยอนแบกกวัง รวมถึงคนประจำทีม ในขณะที่สายตาทุกคู่ต่างเพลิดเพลินกับทัศนียภาพภายนอก คังวูจินกลับละจากวิวแสนสวยหันกลับมามองฮงฮเยยอนที่เอ่ยถามขึ้น
‘ความทรงจำเหรอ? ความทรงจำอะไร’ คังวูจินทวนคำถามในใจ
การเดินทางสู่ดินแดนแห่งเสรีภาพครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา การจะมีความทรงจำใด ๆ ติดตัวมาคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่แล้วเรื่องราวในอดีตก็ผุดขึ้นมาในหัว คังวูจินนึกถึงความเข้าใจผิดที่ทุกคนมีต่อเขา เรื่องที่เขาจบการศึกษาจากต่างประเทศน่ะเหรอ? แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องโกหก แต่การจะมาสร้างเรื่องราวในอเมริกาที่ไม่เคยเกิดขึ้น คงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ การเลี่ยงไปพร้อมกับเติมแต่งความโอ้อวดลงไปเล็กน้อย น่าจะเป็นคำตอบที่เหมาะสมที่สุดแล้ว
“เปล่าครับ แค่คิดเรื่องงานนิดหน่อย” คังวูจินเปล่งเสียงต่ำทุ้มอย่างเป็นธรรมชาติ
ฮงฮเยยอนหัวเราะอย่างงุนงง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “นี่นายคิดเรื่องงานตอนนี้เลยเหรอ? ฉันรู้ว่านายเป็นอัจฉริยะที่ขยันนะ แต่พักบ้างก็ได้”
“ผมก็พักไปด้วยครับ” คังวูจินตอบ
พักกายข้างนอก แต่ในมิติว่างเปล่า เขาไม่ได้พักเลยสักนิด
“เมื่อไหร่กัน? ฉันไม่เห็นคุณพักเลยนี่ ตอนที่ถ่าย ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ที่ดานัง ฉันเห็นคุณเอาแต่ดูบทไม่หยุดเลยนะ”
ก็นั่นน่ะสิ ตอนนั้นเขากำลังเข้าไปในมิติว่างเปล่าอยู่นี่นา
“ผมพักตอนที่คุณไม่เห็นครับ”
“ตลกน่า ฉันมองคุณตลอดเวลานะ······เอ่อ อืม! ยังไงซะคิดเรื่องอื่นบ้างเถอะ” ฮงฮเยยอนเปลี่ยนเรื่องกะทันหัน “คุณปรับตัวกับเวลาได้ไหม? หรือว่าไม่เป็นไร เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คุณมาอเมริกา”
การปรับตัวกับเวลา? ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าสู่แอลเอ ซึ่งเวลาต่างจากเกาหลีถึง 16 ชั่วโมง แต่สำหรับเขาคงไม่เป็นปัญหา เพราะยังมีมิติว่างเปล่าเป็นตัวช่วยอยู่แล้ว
ทันใดนั้นเอง PDยุนบยองซอน ผู้กำกับรายการผู้ซึ่งกำลังสนทนากับนักเขียนเมื่อครู่ ก็ยกแว่นขึ้นก่อนจะลุกจากเก้าอี้ ดูเหมือนว่าเขามีเรื่องจะแจ้งให้กับผู้ร่วมรายการได้รับทราบ
“เอ่อ...ทุกคนครับ” เขาเอ่ยขึ้น
“ช่วงนี้รายการเขาไม่ค่อยนิยมตัดต่อฉากขึ้นเครื่องบินกันแล้วล่ะครับ แต่เพื่อความไม่ประมาท ผมเลยแอบติดตั้งมินิแคมไว้ใกล้ ๆ คุณแล้ว ช่วยคุยอะไรกันสักหน่อยนะครับ”
อันจองฮักส่ายหน้าอย่างระอา ก่อนจะบ่นออกมาเบา ๆ
“ถ้าไม่ค่อยได้ใช้ก็ไม่ต้องถ่ายก็ได้ นี่”
“โธ่ คุณอันจองฮักครับ กว่าจะรวบรวมคนดัง ๆ อย่างพวกคุณมาได้ ผมปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปแม้แต่วินาทีเดียวไม่ได้หรอกครับ” PDยุนบยองซอนรีบแก้ต่าง
“บ้าจริง นี่นายกะจะรีดเอาให้ถึงหยดสุดท้ายเลยสินะ เออ ๆ ว่าแต่จะบอกจุดหมายปลายทางได้รึยัง”
“ครับ ๆ กำลังจะบอกอยู่พอดีเลยครับ” ยุนบยองซอนยิ้มกริ่ม ก่อนจะหันไปพูดกับผู้ร่วมรายการรวมถึงคังวูจินต่อ
“อย่างที่ผมบอกไปแล้วนะครับ ว่าสองวันแรกเราจะไปถ่ายทำกันที่ร้านขายอาหารตามสั่ง สถานที่คือสวนสาธารณะฮอลลีวูดทางเหนือ ที่นั่นมีโซนร้านขายอาหารตามสั่งอยู่ ที่พักก็อยู่ใกล้ ๆ กันเลยครับ พอถึงสนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิส พวกเราก็จะไปดูรถขายอาหารที่เตรียมไว้ให้ก่อน แล้วค่อยไปที่พักกัน”
หัวใจของคังวูจินเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ทว่าPDยุนบยองซอน ผู้ซึ่งไม่มีทางล่วงรู้ถึงความรู้สึกนั้นได้ ก็ยังคงอธิบายกำหนดการต่อไป
“พอไปถึงสนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิสก็คงเป็นช่วงเช้าตรู่ แถมยังต้องปรับตัวกับเวลาอีก วันแรกเราก็เลยจะไปแบบสบาย ๆ ก่อนครับ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องถ่ายทำตอนแนะนำรถขายอาหาร แนะนำที่พัก แล้วก็เดินสำรวจรอบ ๆ ที่พักกันด้วยนะ อินเซิร์ตถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่วนการถ่ายทำจริงจังจะเริ่มในวันที่สองครับ”
ยุนบยองซอนผู้อธิบายกำหนดการอยู่หันไปถามอันจองฮักที่นั่งกอดอกอยู่
"ว่าไงครับคุณลีดเดอร์ วันที่สองเราควรจะเริ่มทำอะไรกันดี"
อันจองฮักยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจก่อนจะตอบ
"ทำไมฉันต้องเป็นลีดเดอร์ด้วย"
"ก็นายเป็นเจ้าของร้านไม่ใช่เหรอ"
"เจ้าของร้านหุ่นเชิดต่างหาก ธีมมันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าลีดเดอร์ต้องเป็นเชฟ ซึ่งก็คือวูจินไง"
"ถ้างั้นนายจะทำอะไรล่ะ"
"ก็หนุนหลังเชฟไง เดิมทีไปร้านอาหารที่อเมริกาที่ไหน เชฟเขาก็เป็นใหญ่สุดอยู่แล้ว"
"ไม่เป็นไรจริงดิที่ต้องมารับคำสั่งจากรุ่นน้องน่ะ คุณวูจินน่ะไม่น่าจะมาสนใจเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้องตอนออกคำสั่งหรอกนะ"
"ช่างมันเถอะ จริง ๆ แล้วการเป็นคนรับคำสั่งน่ะสบายสุดแล้ว"
"ความในใจหลุดออกมาแล้วสิ อยากสบายล่ะสิท่า"
"ก็บอกแล้วไงว่าเป็นเจ้าของร้านหุ่นเชิด"
ไม่นานเสียงหัวเราะเบา ๆ ก็ดังขึ้นท่ามกลางเหล่าทีมงาน จากนั้นอันจองฮักก็ยื่นคอไปข้างหน้าแล้วสบตากับคังวูจิน
"งั้นคุณวูจิน เริ่มออกคำสั่งเลยครับ"
ทันใดนั้นสายตาของทุกคนในเครื่องบินก็จับจ้องไปที่คังวูจินผู้เงียบขรึม จู่ ๆ ก็เป็นแบบนี้เนี่ยนะ ปกติคนทั่วไปต้องทำตัวไม่ถูกแน่ ๆ แต่คังวูจินกลับไม่ได้รู้สึกอะไร เขาเรียกดู ‘สูตรอาหารของเชฟ’ จากนั้นคำตอบอันเหมาะสมก็ผุดขึ้นมาในทันที
"หลังจากเลือกเมนูแล้ว ก็ต้องไปเลือกซื้อวัตถุดิบกันก่อนสินะครับ"
PD ยุนบยองซอน ตบมือสองข้างราวกับเป็นคำตอบที่ยอดเยี่ยม
"สมกับเป็นหัวหน้าเชฟ! สมกับเป็นหัวหน้าเชฟ! ว่าแต่จะขายทุกเมนูที่เลือกไว้ตอนขายอาหารบนรถเลยเหรอครับ เชฟ"
"คงลำบากน่าดูครับ ทั้งพื้นที่แคบ แล้วยังต้องทำเวลาอีก เอาแบบเรียบง่ายแค่ 2 อย่างก็น่าจะพอแล้วครับ"
“สองอย่าง! โอเค งั้นเชฟเป็นคนเลือกเมนูที่จะทำเลยก็แล้วกันครับ พอได้เมนูแล้วเราจะได้ไปซื้อวัตถุดิบกัน พอถึงแอลเอนี่ คุณวูจินต้องเป็นคนคุมทั้งหมดเลยนะ”
ชั่วขณะนั้น คังวูจินไม่ใช่นักแสดงหน้าใหม่ แต่เขาคือเชฟคังวูจิน
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง
“ไปกันเถอะ! เคลื่อนพลได้!!”
ทีมงาน ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ และคังวูจินทยอยปรากฏตัวออกมาจากประตูทางออก ผู้คนมากมายขวักไขว่เต็มไปทั่วบริเวณโถงกว้างของสนามบิน แม้จะเป็นเวลาเช้า แต่ก็เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน ภาพตรงหน้าสร้างความตกตะลึงให้คังวูจินเป็นอย่างมาก
‘โอ้โห...สุดยอด...ไม่สิ สุดยอดไปเลย!’
ไม่เพียงแต่จะตื่นตาตื่นใจกับผู้คนมากหน้าหลายตาหลายเชื้อชาติแล้ว เขายังรู้สึกเหมือนกับว่าชาวอเมริกันที่เห็นอยู่นั้นช่างใหญ่โตไปเสียหมด ไม่ว่าจะมองมุมไหน ทั้งความสูงและขนาดร่างกาย เมื่อเทียบกับพวกเขาแล้ว คังวูจินรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่ฮอบบิทตัวน้อย ๆ เท่านั้นเอง
‘เมื่อกี้...คนที่เดินผ่านไป แขนอย่างเดียวก็ใหญ่เท่าหัวฉันแล้วมั้งเนี่ย?!’
ความตื่นเต้นก่อตัวขึ้นภายในใจ นี่มันไม่ต่างอะไรกับการได้มาเหยียบดาวดวงใหม่เลยทีเดียว ขณะที่กำลังยืนนิ่งอยู่ จู่ ๆ ก็มีใครบางคนมาสะแตะไหล่เขาอย่างแรง
“ยืนเหม่ออะไรอยู่”
วูจินสะดุ้งสุดตัวก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบาหวิว
“อ๊ะ อ๋อ เปล่าครับ”
ถึงอย่างนั้น ความตื่นเต้นในใจก็ยังไม่จางหายไปแม้แต่น้อย
‘บ้าไปแล้ว นี่มันที่ไหนกันเนี่ย!! นี่โลกใบเดียวกันกับที่ฉันเคยอยู่จริง ๆ เหรอ??’
คังวูจินและทีมงาน ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ เดินทางมาถึง LA เป็นที่เรียบร้อย
ขณะเดียวกันที่เกาหลี...
แม้ในอเมริกาจะเป็นเวลาเช้าตรู่ แต่ที่เกาหลีใต้เวลานั้นปาเข้าไปเกือบห้าทุ่ม บ้านเมืองยังคงจอแจไปด้วยเรื่องราวมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหตุการณ์บุกรุกฮวาลิน ยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ข่าวลือ ข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยัน คำพูดเลื่อนลอยไร้ที่มาที่ไป ถูกเติมแต่งเสริมต่อเข้าไปราวกับก้อนหิมะที่กำลังกลิ้งไปเรื่อย ๆ จนใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
แน่นอนว่า การมาถึงอเมริกาของ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ ก็เป็นที่สนใจของสื่อไม่แพ้กัน และในเวลานี้เอง ได้มีผู้ใช้รายหนึ่งโพสต์ข้อความลงในเว็บบอร์ดชื่อดังแห่งหนึ่ง
วิดีโอคลิปเหตุการณ์สุดตะลึง! บันทึกจากกล้องหน้ารถของฉันเอง (ไม่ใช่การล่อเป้า).avi
เพียงแค่ชื่อกระทู้ก็รู้แล้วว่าเนื้อหาข้างในเป็นแบบไหน เรื่องมันกำลังเป็นกระแส แถมยังเป็นคอมมูนิตี้ยักษ์ใหญ่ ยอดวิวเลยพุ่งไปสามร้อยกว่า ๆ ภายในเวลาไม่นาน คงจะมีคนคลิกเข้ามาดูเพราะคิดว่าโดนหลอกซะครึ่งหนึ่ง เห็นว่าปกติแล้วมักจะมีโพสต์หลอก ๆ ที่เรียกว่า 'โพสต์ล่อเป้า' โผล่มาบ่อย ๆ
แต่พอผ่านไปราวสามสิบนาที ยอดวิวก็พุ่งไปถึงหนึ่งพันกว่า ๆ
- เอ๊ะ? นี่มันอะไรกันเนี่ย จริงดิ!!
คอมเมนต์ใต้โพสต์เริ่มถล่ม
- โอ้ยยยยยยย นึกว่าตัดต่อ ที่แท้เป็นเรื่องจริงเรอะ??????
นั่นแหละ คือหลักฐานยืนยันว่าไม่ใช่โพสต์ล่อเป้า
รุ่งขึ้น เวลาแปดโมงเช้า
สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่คย็องนัม จินจู ร้านโจ๊กแถว ๆ สถานีขนส่ง เป็นสถานที่ที่คุ้นเคย เพราะเป็นร้านที่พ่อแม่ของคังวูจินเปิดอยู่ บรรยากาศในร้านยังไม่มีลูกค้า เพราะเพิ่งจะเปิดร้าน
แต่พ่อแม่ของวูจินกลับยุ่งกันใหญ่
คังวูชอลกับซอฮยอนช่วยกันเช็ดโต๊ะในร้านซึ่งเปลี่ยนไปอย่างผิดหูผิดตา อุปกรณ์ทำครัว เครื่องปรับอากาศ ทุกอย่างล้วนเป็นของใหม่เอี่ยม ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือของคังวูจิน ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของทั้งคู่นั่นเอง
ที่พิเศษไปกว่านั้นคือโปสเตอร์ของวูจินที่ติดอยู่เต็มร้าน ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์จากนิตยสาร โฆษณา หรือแม้แต่โปสเตอร์หนัง "พ่อค้ายาเสพติด" และ "เพื่อนชาย" ที่เขาแสดง ผนังด้านหนึ่งของร้านถูกประดับประดาไปด้วยรูปโพลารอยด์ คงเป็นของแฟนคลับที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยียนร้านนี้ที่เหมือนจะกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตไปเสียแล้ว
ซอฮยอนวางมือจากการขัดโต๊ะ เดินไปหยิบโบรชัวร์รถยนต์เล่มบางจากเคาน์เตอร์ ภายในเล่มเต็มไปด้วยรูปรถรุ่นใหม่ ๆ เธอเดินไปนั่งที่ประจำข้างเคาน์เตอร์ คังวูชอลมองภรรยาพลางถอนหายใจ
"ดูอีกแล้วเหรอ?" เขาเอ่ยถาม
"ลูกชายจะซื้อรถให้ทั้งที ก็ต้องเลือกดี ๆ หน่อยสิ" เธอตอบโดยไม่ละสายตาจากโบรชัวร์
"ก็เมื่อวานก็เลือกแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"พอตื่นเช้ามา ฉันก็รู้สึกว่ารถที่เลือกไว้เมื่อวานมันไม่ค่อยโอเค"
"นี่มันกี่วันแล้วเนี่ย เลือกมาตั้งสองอาทิตย์แล้วนะ"
"ก็ช่างสิ! ก็คนมันชอบ คนมันอยากได้นี่นา" เธอเงยหน้าขึ้นมาสบตาเขา
"ชอบไปมากกว่านี้ ระวังจะจำชื่อรถได้หมดทุกคันก็แล้วกัน" เขาพูดติดตลก
"จำได้หมดแล้วล่ะ" เธอตอบสั้น ๆ ก่อนจะก้มมองโบรชัวร์ในมือต่อ คังวูชอลเห็นท่าทางภรรยาแบบนั้นก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างระอา เขาเดินไปนั่งข้าง ๆ เธอ หยิบริโมตที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ขึ้นมาเปิดทีวีจอใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง ซึ่งทีวีเครื่องนี้ก็เป็นเครื่องใหม่ที่คังวูจินซื้อให้เช่นกัน
คังวูชอลหาวหวอดเบา ๆ ในขณะที่กดรีโมทเปลี่ยนช่องโทรทัศน์ไปเรื่อย ๆ ก่อนจะมาหยุดลงที่ช่องสาธารณะช่องหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าในช่วงเช้านี้ต้องเป็นช่วงเวลาของข่าวเช้า คังวูชอลมักจะดูข่าวไปพลางในขณะที่เปิดร้านเป็นประจำ ภาพที่เขากับภรรยานั่งดูข่าวทีวีด้วยกันในตอนเช้าเช่นนี้ จึงเป็นภาพชินตาที่ไม่ต่างไปจากทุกวัน
และนั่นทำให้ท่าทางของซอฮยอนมีและคังวูชอลในเช้าวันนี้ก็ดูไม่ต่างไปจากเมื่อวาน
ทว่า...
[ “ข่าวต่อไปเป็นความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกทำร้ายร่างกายฮวาลิน นักร้องและนักแสดงชื่อดังเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อวานนี้เองก็ได้มีการเปิดเผยข้อเท็จจริงบางอย่าง” ]
ทันทีที่ผู้ประกาศข่าวรายงานจบ ราวกับมีคลื่นยักษ์ซัดเข้าใส่ชีวิตประจำวันที่เคยสงบสุขของซอฮยอนมีและคังวูชอล
[ “มีรายงานว่า ผู้ที่เข้าขัดขวางคนร้ายที่ถือมีดจะเข้าทำร้ายคุณฮวาลิน ไม่ใช่คนอื่นใด แต่เป็นนักแสดงหนุ่ม คังวูจิน จากแหล่งข่าวในเว็บไซต์ชุมชนแห่งหนึ่ง พลเมืองดีที่จอดรถอยู่ในที่เกิดเหตุได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถ เป็นภาพขณะที่คุณคังวูจินเข้าควบคุมตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว โกมินฮีรายงานข่าวค่ะ” ]
ทันใดนั้น ดวงตาของคังวูชอลที่ถือรีโมทอยู่ในมือก็เบิกกว้าง
“หา? ว่าไงนะ?”
ริมฝีปากของเขาค่อย ๆ เผยอออกอย่างตกตะลึง
ข้าง ๆ กัน ซอฮยอนมีภรรยาของเขาก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างกัน เธอโยนนิตยสารโฆษณาที่อ่านอยู่ลงบนโต๊ะ ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืน
“ว่า ว่าไงนะ?! ลูกชายฉันไปทำอะไรน่ะ?! คุณ! ข่าวเมื่อกี้ วูจิน โดนพูดชื่อด้วย!!”
“เอ่อ เออ ฉันก็ได้ยิน”
ไม่ว่าเขาจะตอบรับหรือไม่ ภาพในโทรทัศน์ก็เปลี่ยนไปเสียแล้ว ผู้ประกาศข่าวหายไป ถูกแทนที่ด้วยภาพจากกล้องวงจรปิดที่ทุกคนรู้จักดี มันคือภาพที่ถูกอัปโหลดขึ้นบนเว็บไซต์ชุมชน
ภาพวิดีโอปรากฏขึ้นพร้อมเสียงบรรยาย "คุณฮวาลินและคุณคังวูจินกำลังสนทนากันอยู่ที่ลานจอดรถ ทันใดนั้นเอง คนร้ายก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธมีด"
บนหน้าจอ คังวูจินดึงร่างฮวาลินเข้ามาอยู่ด้านหลังอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาเดียว เขาก็เข้าจัดการกับคนร้ายที่พุ่งเข้ามาอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็วจนน่าตกใจ
"คุณคังวูจินปกป้องคุณฮวาลินไว้ด้านหลัง ก่อนจะคว้าข้อมือของคนร้ายเอาไว้ด้วยท่วงท่าราวกับฉากแอ็กชั่นในภาพยนตร์ เขารวบแขนคนร้าย บิดอย่างแรงจนอีกฝ่ายล้มลงไปกองกับพื้น ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก แต่คุณคังวูจินก็ยังคงควบคุมสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง"
ภาพเหตุการณ์ถูกฉายซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ โฟกัสไปที่การเคลื่อนไหวที่เฉียบคมของคังวูจิน ก่อนจะตัดไปที่ภาพที่เขาแย่งมีดจากมือคนร้ายได้สำเร็จ
"หลังจากที่สามารถจับตัวคนร้ายได้แล้ว คุณคังวูจินก็ได้แย่งอาวุธ ซึ่งก็คือมีด มอบให้กับพนักงานที่อยู่บริเวณนั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงรุดเข้ามาควบคุมสถานการณ์ และสามารถจับกุมตัวคนร้ายไปได้ในที่สุด"
บรรยากาศของข่าวดูตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย
"อย่างที่ทุกท่านเห็น ผู้ที่ช่วยเหลือคุณฮวาลินในครั้งนี้ก็คือคุณคังวูจิน แต่กลับไม่มีใครล่วงรู้เรื่องนี้มาก่อน ทำให้หลายคนคาดเดาว่า คุณคังวูจินอาจเป็นฝ่ายขอไม่ให้เปิดเผยเรื่องราวในครั้งนี้ต่อสาธารณชน"
ภาพตัดไปที่คอมเมนต์มากมายในโลกออนไลน์ บ้างก็แสดงความตกใจ บ้างก็ชื่นชมในความกล้าหาญของคังวูจิน
“คลิปวิดีโอนี้มียอดคอมเมนต์จากชาวเน็ตหลายร้อยคอมเมนต์แล้วครับ เช่น นึกว่าดูหนังอยู่, เทคนิคการจับกุมคนร้ายไม่ธรรมดา, นี่มันตัดต่อหรือซีจีแน่ ๆ , การที่ปิดบังเรื่องราวดี ๆ แบบฮีโร่แบบนี้นี่ยิ่งเท่เข้าไปใหญ่ ฯลฯ” เสียงรายงานข่าวดังเล็ดลอดออกมาจากโทรทัศน์
ไม่นานนัก ข่าวก็เริ่มรายงานข่าวอื่น แต่คังวูชอลกับซอฮยอนมียังคงนั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ได้แต่มองทีวีตาค้าง ราวกับถูกสาปให้หยุดนิ่ง คนที่ตั้งสติได้ก่อนและเอ่ยปากพูดก่อนคือซอฮยอนมี
“นั่น... นั่นวูจินลูกเราหรือเปล่า” เธอถามเสียงสั่น
“······ใช่” คังวูชอลตอบรับเสียงเรียบ แต่แววตายังคงฉายแววตกตะลึงไม่ต่างกัน
“ถ่าย··· ถ่ายทำอยู่หรือเปล่า” ซอฮยอนมียังคงไม่ปักใจเชื่อ ถามต่อด้วยความหวัง
“ไม่ใช่” คังวูชอลยืนยัน
เมื่อได้ยินคำตอบ ซอฮยอนมีก็หันไปสบตากับคังวูชอล ดวงตาทั้งคู่เบิกกว้างด้วยความตกใจ ความคิดมากมายตีรวนอยู่ในหัว สมองประมวลผลไม่ทัน
“······วูจินเรียนฮับกิโดนานแค่ไหนนะ” ซอฮยอนมีพึมพำกับตัวเอง ภาพของลูกชายคนเดียวที่ดูบอบบาง กับภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งเห็นในทีวี ช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว
คังวูชอลนึกถึงภาพวูจินในวัยเด็ก เด็กชายตัวน้อยที่เอาแต่ใจ ขี้กลัว ไม่ชอบการออกกำลังกาย ก่อนจะตอบกลับไปสั้น ๆ
“3 เดือน”
-จบ-