เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 176 ค่าตัว (1)

บทที่ 176 ค่าตัว (1)

บทที่ 176 ค่าตัว (1)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 176 ค่าตัว (1)

ภายในห้องประชุม สัญญาผูกมัดชเวนานาไว้กับบริษัท บริษัทสื่อบันเทิง DM ค่ายละครยักษ์ใหญ่ ผู้กำกับซงมันวู ทั้งในฐานะ PD และตัวแทนบริษัท จึงเป็นผู้ดูแลเธอโดยตรง หลังจากแยกทางกับกลุ่มนักเขียนพัคอึนมี เธอก็ได้สตูดิโอแห่งนี้จากน้ำมือของ บริษัทสื่อบันเทิง DM บัดนี้ ทั้งสองกำลังประชุมกันถึงบทละครเรื่องใหม่

ทันทีที่ได้ยินตัวเลขค่าตัวของคังวูจิน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นของชเวนานาก็เบิกกว้างขึ้นอย่างลืมตัว

“ตอนละ 40 ล้านวอน...”

‘สำหรับนักเขียนบทหน้าใหม่อย่างเธอ ผู้แจ้งเกิดจากผลงานเรื่อง ‘เพื่อนชาย’ นั้น นับเป็นจำนวนเงินมหาศาล แต่ในทางกลับกัน สำหรับผู้กำกับมากประสบการณ์อย่างซงมันวู ผู้เป็นบุคคลสำคัญในวงการละคร นี่คงไม่ใช่จำนวนที่น่าตกใจอันใด’

“ขั้นต่ำครับ ขั้นต่ำ อย่างน้อยก็สี่พันเป็นตัวตั้ง จากนั้นค่อยต่อรองกันอีกที”

“อ่า... งั้นก็คือ ห้าถึงหกพันก็เป็นไปได้?”

“เป็นไปได้อย่างมากครับ เยอะกว่าตอน ‘เพื่อนชาย’ เยอะเลยใช่ไหมครับ?”

“ฉัน... ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องรายละเอียดเท่าไหร่ ผู้จัดการดงแทชุนเป็นคนจัดการให้”

ผู้กำกับซงมันวู ลูบคางเบา ๆ อย่างใช้ความคิด ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้พลางทบทวนความทรงจำถึงช่วงแรกเริ่มของละคร ‘ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาเสเพล’

‘ตอนนั้นค่าตัวของวูจินอยู่ที่ตอนละ 3.5 ล้านวอน ตอนนี้พุ่งไป 60 ล้านวอนแล้ว’

รอยยิ้มประหลาดใจผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา

‘ไม่ถึงปีก็พุ่งไปยี่สิบเท่า’

ค่าตัว 3.5 ล้านวอน สำหรับนักแสดงหน้าใหม่นั้น ถือว่าสูงมากแล้ว ส่วนค่าตัวตอนละ 40 ถึง 60 ล้านวอนนั้น เป็นราคาของนักแสดงระดับ A ขึ้นไป แน่นอนว่าดูจากแรงผลักดันของคังวูจินในตอนนี้ ค่าตัวแตะพันล้านวอนก็ไม่ไกลเกินเอื้อม แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ในมูลค่าทางการตลาดก็คือประสบการณ์

คังวูจิน เพิ่งจะเดบิวต์ได้เพียงปีเดียวเองนะ

"ถึงอย่างนั้น มูลค่าทางการตลาดของคุณวูจินก็เกินความคาดหมายไปมากแล้ว"

สำหรับนักแสดงหน้าใหม่ที่เพิ่งเดบิวต์ไม่ถึงปี ค่าตัวตอนละ 60 ล้านวอนนั้นเป็นเรื่องเหลวไหล เกินจริง และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวงการ แต่นี่คือสิ่งที่คังวูจินทำสำเร็จ เป็นคนแรกและคนเดียว เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ แต่จะมีใครเหมือนคังวูจินอีกแล้วหรือ

ผลงานของคังวูจินมันช่างน่าทึ่งเกินไป

ผกก.ซงมันวูถอนหายใจแผ่วเบา วางบทละครสองเล่มของนักเขียนชเวนานาลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

"60 ล้านวอน... อืม ถ้าอยากได้ตัวคุณวูจินต้องเตรียมไว้สูงสุดที่ 70 ล้านวอน"

"ทะ เท่าไหร่นะคะ?" นักเขียนชเวนานาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

"แต่ถ้าคุณวูจินไม่รับเล่น เรื่องเงินก็ไม่ต้องพูดถึง งบประมาณไม่ใช่เรื่องที่นักเขียนต้องกังวล บริษัทรับผลิตสื่อ DM ของเรารับผิดชอบเอง เงินทุนเราหนาอยู่ การจัดทีมงานก็ไม่มีปัญหา ทีมงานหลัก ๆ คอนเฟิร์มแล้ว เรื่องนี้พระเอกแบกคนเดียว เพราะงั้น แคสติ้งให้ดี ๆ ก็พอ"

"ค่ะ"

"ไม่เป็นไรหรอก ยังมีความหวัง ที่พอจะรู้มา คุณวูจินเขายังมีแค่ 'เกาะแห่งผู้สูญหาย' กับ 'บุปผาเร้น' นอกจากรายการวาไรตี้"

แน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องของผู้กำกับอันกาบกเลยสักนิด ซึ่งหมายความว่าแผนการของ PD ซงมันวูนั้น ไม่ได้คิดเผื่อเรื่องผู้กำกับอันกาบกไว้ ทันใดนั้นเองใบหน้าของนักเขียนชเวนานาก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด หรือจะเรียกว่าความกดดันดีล่ะ? PD ซงมันวูที่สังเกตเห็นได้ก็แย้มยิ้มออกมาพร้อมเอ่ยถาม

"คุณนักเขียนไม่ต้องคิดมาก แค่โฟกัสกับบทก็พอ"

แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

"เพราะผมจะทุ่มชีวิตให้กับการแคสติ้งเอง"

คังวูจินทอดสายตามองโทรศัพท์มือถือในรถตู้ที่กำลังแล่นฉิวอยู่บนทางด่วน หลังจากที่ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวมากมายเสร็จสิ้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติกิมโป

ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ แต่ภายในใจกลับกำลังเต้นรัวราวกับอยู่ในงานเฉลิมฉลอง

‘7 ล้าน! บ้าไปแล้ว 7 ล้านคนเชียวนะ?!’

เขาเพิ่งตรวจสอบยอดผู้ชมภาพยนตร์เรื่อง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ แบบสะสม ตอนอยู่ที่ญี่ปุ่นก็พอจะได้ยินข่าวคราวมาบ้างว่าทะลุ 6 ล้านคนไปแล้ว แต่เพราะตารางงานที่ญี่ปุ่นนั้นแน่นขนัดจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก แต่พอได้กลับมาเหยียบแผ่นดินเกาหลีแบบนี้ เขาถึงได้สัมผัสได้ถึงกระแสความร้อนแรงของมันอย่างชัดเจน

『[คุยข่าวภาพยนตร์] ในที่สุด ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็สามารถทำลายสถิติที่อยู่ยั้งยืนยาวนานนับสิบปีลงได้ ด้วยยอดผู้ชมทะลุ 7 ล้านคน! 』

‘พ่อค้ายาเสพติด’ ได้สร้างปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ให้กับวงการภาพยนตร์ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งนั่นหมายความว่าวงการภาพยนตร์เกาหลีต่างจับตามองผลงานชิ้นนี้เป็นตาเดียว แน่นอนว่าทั้งผู้กำกับคิมโดฮีของ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ และบริษัทภาพยนตร์ ต่างก็กำลังปลลื้มปริ่มไปกับความสำเร็จของผลงานชิ้นนี้อยู่ไม่น้อย

“ผู้กำกับ! 7 ล้านแล้วครับ 7 ล้าน!!”

“ยินดีด้วยนะครับ!”

“ฮ่า ๆ ๆ! บอกแล้วว่า 7 ล้านน่ะธรรมดา ถ้าไม่ติดว่าเป็น ‘เรท R’ ล่ะก็ 10 ล้านก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอก!”

บนหน้าจอที่พวกเขากำลังดูอยู่นั้น ปรากฏตัวเลขรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศอย่างชัดเจนที่ 7 ล้าน

[บ็อกซ์ออฟฟิศภาพยนตร์เกาหลีประจำวัน]

1. พ่อค้ายาเสพติด / วันที่เข้าฉาย: 28 ตุลาคม / จำนวนผู้ชม: 151,257 / จำนวนโรงภาพยนตร์: 1,002 / จำนวนผู้ชมสะสม: 7,028,995

สื่อบันเทิงต่างก็เร่งรายงานสถิติใหม่นี้ให้ประชาชนได้รับรู้โดยทั่วกัน

『[บันเทิงวันนี้] ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ยอดผู้ชมทะลุ 7 ล้าน...คว้าอันดับ 1 ภาพยนตร์เรท R ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล』

“พ่อค้ายาเสพติด” ภาพยนตร์เรท R สุดร้อนแรง ที่มาปลุกกระแสให้วงการภาพยนตร์เกาหลียิ่งใหญ่กว่าครั้งไหน!

ช่วงที่ผ่านมา ภาพยนตร์หลายเรื่องต่างประสบปัญหา ผลงานส่วนใหญ่ทำรายได้ไม่ถึง 3 ล้านด้วยซ้ำ แต่สำหรับ “พ่อค้ายาเสพติด” กลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับวงการ จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นภาพยนตร์แห่งความหวังที่พลิกฟื้นวงการให้กลับมา5กคักอีกครั้ง ความสำเร็จครั้งนี้นอกจากจะเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางตามสื่อต่าง ๆ แล้ว ยังกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในหมู่นักวิจารณ์ภาพยนตร์อีกด้วย

และแน่นอนว่าคงเป็นไปไม่ได้ หากจะไม่เอ่ยถึงชื่อของ คังวูจิน

『[คุยข่าวดารา] ‘อีซังมัน’ คังวูจิน ผู้คว้ารางวัลใหญ่จากความสำเร็จ 7 ล้าน? 』

อย่างไรก็ตาม แม้ “พ่อค้ายาเสพติด” จะสามารถทำลายกำแพงรายได้ไปถึง 7 ล้านคนดูได้อย่างสวยงาม แต่กระแสตอบรับกลับแผ่วลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะทุกสิ่งย่อมมีขึ้นและมีลง

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ทำให้หลายฝ่ายในวงการต่างคาดการณ์ว่า “พ่อค้ายาเสพติด” คงไปไม่ถึง 8 ล้านคนดู

ท่ามกลางบทสนทนาของเหล่าคนในวงการภาพยนตร์ที่ต่างพูดถึง “พ่อค้ายาเสพติด” อย่างออกรสออกชาติ ในอีกมุมหนึ่ง ชื่อของ คังวูจิน ก็ถูกกล่าวถึงไม่แพ้กัน ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะวันนี้เป็นวันที่เขากลับจากประเทศญี่ปุ่น

『[ภาพถ่ายดารา] คังวูจิน เดินทางกลับจากญี่ปุ่น สนามบินเนืองแน่นไปด้วยนักข่าวที่มารอสัมภาษณ์··· ‘บุปผาเร้น’ บทสนุกมากครับ/ ภาพถ่าย』

การได้ร่วมงานกับผู้กำกับระดับปรมาจารย์ของญี่ปุ่น ถือเป็นก้าวสำคัญของนักแสดงหน้าใหม่อย่างเขา เมื่อปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน คังวูจิน จึงถูกจับตามองเป็นพิเศษ

-55555 ชาตินี้เกิดมารุ่งโรจน์สุด ๆ ไปเลย 55555

"คังวูจินนี่เป็นนักแสดงเกาหลีคนเดียวในเรื่องเลยนะ สุดยอดไปเลยแฮะ 555555"

"ว่าแต่จะเริ่มถ่ายทำกันเมื่อไหร่นะ ขอให้ไปเหยียบนักแสดงญี่ปุ่นซะจมดินไปเลย!!!"

"แล้วถ้าคังวูจินพลาดท่าแพ้ขึ้นมาล่ะ?"

"↑ โง่รึไง นักแสดงระดับท็อปของเกาหลีอย่างคังวูจินเชียวนะ แค่พวกญี่ปุ่นจะไปยากอะไร??"

"ตรงนี้แอบชาตินิยมไปหน่อยนะ 555555"

"เอาจริง ๆ สำหรับฉัน คังวูจินก็ไม่ได้เก่งอะไรมากหรอกนะ แต่ไม่อยากให้แพ้พวกญี่ปุ่นมากกว่า 555555"

ภาพของคังวูจินที่ยืนอยู่ท่ามกลางผู้กำกับเคียวทาโร่ และเหล่านักแสดงชื่อดังของญี่ปุ่นนั้น ช่างดูแปลกตา น่าประหลาดใจ และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นี่เป็นก้าวที่แปลกใหม่สำหรับวงการ

สองวันต่อมา

วันที่ 20 เวลาบ่ายคล้อย ณ เมืองปูยอ

"คัต โอเค" เสียงของผู้กำกับควอนกีแท็ก ดังลอยมาจากใจกลางป่ารกชัฏ ด้านนอกของฉากขนาดมหึมา 'เกาะแห่งผู้สูญหาย'

ทันใดนั้น เสียงตะโกนของผู้ช่วยผู้กำกับที่ได้รับคำสั่งบางอย่างก็ดังขึ้น

"โอเคครับ!! เก็บของแล้ว อีก 10 นาที มาสแตนด์บายนะครับ!!"

เหล่าทีมงานหลายสิบชีวิตที่หยุดนิ่งอยู่ ต่างก็กลับมาเคลื่อนไหว วิ่งเข้าไปในฉากเพื่อทำหน้าที่ของตัวเอง ทีมกล้องตรวจเช็กการตั้งค่ากล้อง ทีมไฟและทีมศิลป์ตรวจสอบบทและลำดับภาพกับผู้กำกับควอนกีแท็ก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับฉากถัดไป ทีมแต่งหน้าก็เข้าไปดูแลรยูจองมิน และนักแสดงคนอื่น ๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้น

ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น

-สวบ

คังวูจินในชุดทหารที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดกำลังจะลุกออกจากที่นั่ง ฉากต่อไปไม่มีเขารวมอยู่ด้วย

คังวูจินเพิ่งกลับมาร่วมกองถ่ายละคร "เกาะแห่งผู้สูญหาย" ได้ราวสามวัน ตารางงานเบื้องต้นคือถ่ายทำแถบที่พักไปก่อนสามวัน จากนั้นอีกเจ็ดวันเขาต้องเดินทางไป ๆ กลับ ๆ โซล เพื่อจัดการกับงานส่วนตัวที่คั่งค้าง

แต่ประเด็นหลักคือการถ่ายทำละคร "เกาะแห่งผู้สูญหาย" ต้องดำเนินต่อไป

ด้วยกองถ่าย "เกาะแห่งผู้สูญหาย" ยอมเอื้อเฟื้อผ่อนปรนตารางให้ เขาจึงต้องทุ่มเทกับการถ่ายทำมากขึ้นเป็นเท่าตัว ทว่าดูเหมือนทีมงานจะไม่ได้รู้สึกถึงช่องว่างจากการหายไปของวูจินมากนัก

"หรือเพราะคุณวูจินแทบจะไม่เคยเทคเสียเลย? ตารางถ่ายทำเลยราบรื่น"

"แปลกดีนะ ปกตินักแสดงที่ต้องพักกองไปทำธุระ แล้วกลับมาร่วมถ่ายทำใหม่ อารมณ์มันต้องสะดุดบ้างสิ แต่นี่คุณวูจินไม่มีเลย"

"นักแสดงคนอื่น NG เยอะกว่าอีก ถ้าฉันเป็นผู้กำกับฉันจะต้องปลื้มคุณวูจินมากแน่ ๆ"

ไม่ว่าเหล่าทีมงานจะพูดคุยอะไรกัน คังวูจินที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ซึ่งอยู่ห่างออกมาจากกองถ่ายเล็กน้อยก็ได้แต่ครุ่นคิด

'เป็นเพราะอยู่ในป่าหรือเปล่านะ หรือเพราะอากาศเริ่มหนาว? ทำไมรู้สึกเย็น ๆ พิกล'

เขากำลังสัมผัสได้ถึงฤดูกาลที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่เฤดูหนาว ทันใดนั้นเอง

"พี่ครับ!"

ร่างกายกำยำของจางซูฮวานปรากฏขึ้นจากที่ไหนสักแห่ง เขาก้าวฉับ ๆ เข้ามาหาคังวูจิน

"ขอบคุณที่เหนื่อยนะครับ! น้ำกับโทรศัพท์มือถือครับ!"

จางซูฮวานยื่นโทรศัพท์มือถือและขวดน้ำให้วูจิน วูจินพยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะเปิดขวดน้ำดื่ม ในเวลาเดียวกัน โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังสั่นยาวเหยียด วูจินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยทันทีที่เห็นชื่อผู้โทรเข้า

'ซอกูซอบ... อ่า ใช่แล้ว ลืมไอ้บ้านี่ไปเลย'

หลังจากเหยียบย่างกลับถึงแผ่นดินเกาหลี คังวูจินก็เริ่มจัดการเรื่องราวมากมายที่ค้างคา หนึ่งในนั้นคือการติดต่อกลับไปยังบริษัทบันเทิงน้อยใหญ่ที่เคยติดต่อให้เขาเซ็นสัญญาเป็นนักแสดง ซึ่งแน่นอนว่าเขาเลือกที่จะปฏิเสธอย่างสุภาพ ทว่าในระหว่างนั้น สมองของเขาก็พลันนึกขึ้นได้ถึงบุคคลหนึ่งที่เขาลืมไป ซอกูซอบแห่ง GGO บริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่

‘ช่างเถอะ โทรไปแล้วก็โทรไปเลย คุยให้รู้เรื่องไปทีเดียว’

วูจินคิดในใจ ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วกดโทรศัพท์ออกไป

“สวัสดีครับ”

ทันทีที่ปลายสายกดรับ เสียงเข้มทรงพลังของซอกูซอบก็ดังลอดออกมา

“เฮ้ย วูจิน นี่เราต้องได้เจอกันแล้วนะ นัดกันไว้แล้วไม่ใช่รึไง ฮ่า ๆ ๆ รอคุณจนเบื่อแล้วเนี่ย เลยต้องโทรมาหาก่อน”

“ครับ ผมเองก็ว่าจะโทรหาคุณพอดีเลยครับ”

“จริงเหรอ งั้นดีเลย เจอกันวันไหนดีล่ะ เร่ง ๆ หน่อยก็ดี พวกเราก็งานยุ่ง ๆ กันทั้งคู่”

“คือ เรื่องนั้น... ผมต้องขอโทษด้วยครับ ผมตัดสินใจไปแล้ว ไว้โอกาสหน้าค่อยเจอกันนะครับ”

ทันใดนั้น น้ำเสียงที่เคยเป็นมิตรก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาลงอย่างฉับพลัน

“... ตัดสินใจแล้ว? หมายความว่าคุณตัดสินใจเลือกต้นสังกัดใหม่แล้วอย่างนั้นสินะ?”

“ครับ”

“ทำไมล่ะ ยังไม่ทันจะได้เจอหน้ากันเลย ทำไมถึงตัดสินใจไปแล้ว หรือว่านายไปเซ็นสัญญากับชเวซองกุน?”

“ตอนนี้ผมยังตอบไม่ได้ครับ”

น้ำเสียงของซอกูซอบเริ่มหยาบกระด้าง แต่สำหรับคังวูจินที่ผ่านโลกกว้างมามากกว่า บทสนทนาเช่นนี้ไม่ได้ทำให้เขาหวั่นไหวแม้แต่น้อย ความเงียบเข้าปกคลุมบทสนทนา และคนแรกที่ทำลายความเงียบลงก็คือซอกูซอบ

“ดูเหมือนฉันกับนาย วูจิน เราคงไม่ได้ร่วมงานกันสินะ รู้ใช่ไหม นี่ไม่ใช่แค่ครั้งเดียว แต่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เราคลาดกัน”

“…”

“เข้าใจแล้วครับ”

- ตุ๊ด

วูจินมองโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไป รอยย่นเล็ก ๆ ผุดขึ้นระหว่างคิ้ว

‘ไอ้บ้านี่ นิสัยแย่ชะมัด’

ทันใดนั้นเอง เขาก็รู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่คุ้นเคย กำลังยืนอยู่ด้านหลังเขา

"วูจิน นายทำอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ"

วูจินหันกลับไปมอง ชเวซองกุน ผู้มัดผมเปียกำลังเดินเข้ามาพลางติดกระดุมเสื้อโค้ท พอมาถึงเขาก็ชูโทรศัพท์ในมือแล้วเข้าเรื่องทันที

"PD ซงโทรมา บอกว่าจะมาหานายที่พูยอเอง ประมาณสองวันนี้น่ะ"

"อย่างนั้นเหรอครับ"

"อืม ดูเหมือนตั้งใจจะเอาบทมาให้เหมือนครั้งที่แล้ว นั่นแหละ บอกว่าตัวเองไม่สะดวกไปไหนมาไหน เลยจะมาหานายทีเดียวเลย แต่ทำไมครั้งนี้ฉันรู้สึกเหมือน PD ซงวางแผนอะไรบางอย่าง นายพอจะรู้บ้างไหม"

ก่อนหน้านี้ PD ซงมันวู เคยบอกว่าอยากให้วูจินช่วยดูบทอื่น ๆ ด้วย แต่หลัง ๆ มานี้ PD ซงก็ไม่ได้ติดต่อวูจินอีกเลย

"ไม่รู้สิครับ"

"งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นเขาก็บอกให้นายไปหาสินะ ถ้าไม่สะดวกก็บอกเขาไปว่าค่อยเจอกันก็ได้"

"ไม่เป็นไรครับ"

"โอเค งั้นค่อยเจอกันก่อนถ่ายทำก็แล้วกัน"

ชเวซองกุนพยักหน้ารับพลางยิ้มออกมา

"นักแสดงคังนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ นะ ทำเอา PD ซงมันวู คนดังแห่งวงการละครถึงกับต้องมาหาถึงพูยอเชียว แต่ว่า เกิดอะไรขึ้นน่ะ ใครโทรมา"

"ซอกูซอบ จากบริษัทบันเทิง GGO ครับ"

ชเวซองกุนขมวดคิ้วทันที

"ไอ้ตัวแสบ นั่นโทรมาทำไม"

คังวูจินเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับซอกูซอบให้ฟังสั้น ๆ ชเวซองกุนฟังพลางส่ายหัวอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะพึมพำเบา ๆ ว่า

"นิสัยแบบลูกหมาบูลด็อกแบบนั้น ไม่รู้จะทำอะไรอีก คงต้องรีบหน่อยแล้วล่ะ"

รีบ? รีบอะไร? วูจินเอียงคออย่างสงสัยในใจ ก่อนจะถามออกไป

"อะไรเหรอครับ"

"อ้อ เปล่า พูดคนเดียว เอาเป็นว่า เรื่องไอ้หมาบูลด็อก ไม่สิ เรื่องซอกูซอบ นายไม่ต้องสนใจ ฉันจัดการเอง"

คังวูจินตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ ทั้งที่ในใจก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นอยู่แล้ว

"ครับ คุณผู้จัดการ"

ชเวซองกุนเดินตรงไปยังไลน์อาหารเช้าพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเช็คข่าวสารประจำวัน

“ดูซิ วันนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง”

เขากล่าวกับตัวเองเบา ๆ ขณะไล่อ่านข่าวสารบนหน้าจอมือถือ ทันใดนั้น สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับพาดหัวข่าวบันเทิงข่าวหนึ่ง

『[ข่าวอย่างเป็นทางการ] บริษัทสื่อบันเทิง BW ต่อสัญญา 3 ปี กับคังวูจิน』

“เรื่องบริษัทเอเจนซี่ นายก็เป็นข่าวดังอยู่ไม่น้อย คงต้องประกาศข่าวเรื่องนี้พรุ่งนี้ได้แล้วล่ะ” ชเวซองกุนพึมพำกับตัวเอง

ตัดภาพไปที่บริษัท GGO Entertainment

ภายในห้องทำงานขนาดใหญ่โต ซอกูซอบนั่งหน้าแดงก่ำอยู่บนเก้าอี้ตัวใหญ่ เขากัดฟันแน่นจนมุมปากสั่นเทา

“คังวูจิน! ไอ้เด็กนั่น!”

เขาสบถลั่น ก่อนจะทุบโต๊ะทำงานด้วยกำปั้นแน่น

โครม!

“ไอ้เวรเอ๊ย!”

สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ จนใบหน้าบูดบึ้งนั้นดูคล้ายกับหมาบูลด็อกมากขึ้นไปอีก

“เรื่อง ‘เทศกาลหนังมิสอองแซง’ ฉันก็ยอมเงียบ ปล่อยมันไปแล้ว แท้ ๆ กล้าดียังไงมาหักหน้าฉันถึงสองครั้งแบบนี้!”

แน่นอนว่าเป็นความคิดของซอกูซอบฝ่ายเดียว ที่คิดว่าโดนคังวูจินหักหน้าถึงสองครั้ง ทั้งเสียหน้า เสียศักดิ์ศรี แล้วยังท่าทางกวน ๆ ตอนคุยโทรศัพท์อีก!

‘ดังหน่อยเดียว ทำกร่างใส่ฉันเลยเหรอ?’

ดวงตาของซอกูซอบลุกเป็นไฟ

“ได้ คอยดูเถอะ ไอ้เด็กเวร!”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ก่อนจะกดอินเตอร์คอมเรียกใครบางคน ไม่นานนัก บรรดาผู้บริหารระดับสูงก็ทยอยกันเข้ามาในห้องทำงาน ซอกูซอบออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ไปขุดคุ้ยเรื่องคังวูจิน มาให้หมด! เรื่องแย่ ๆ ที่มันเคยทำ เอามาให้ฉันทั้งหมด!”

เช้าวันรุ่งขึ้น

ณ โรงแรมรีสอร์ตหรู ที่พักของทีมงานและนักแสดง ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’

เวลาประมาณ 8 โมงเช้า ถึงจะเช้าไปหน่อย แต่ก็เห็นชเวซองกุนอยู่ในล็อบบี้ของโรงแรมเสียแล้ว ผมเผ้าของเขายังคงยุ่งเหยิงจากการนอน

“ดูซิ วันนี้มีเมนูอะไรบ้าง”

เขาพึมพำกับตัวเอง ขณะเดินตรงไปยังไลน์อาหารเช้า ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเข้าเว็บไซต์

ประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัทสื่อบันเทิง BW เมื่อไม่กี่สิบนาทีก่อน หมายความว่าคังวูจินจะไม่สามารถเข้าร่วมตลาด FA ได้อีกต่อไป ชเวซองกุนพยักหน้าอย่างพอใจ ขณะไล่อ่านรายละเอียดของข่าว

“เรียบร้อย” เขาพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะกดโทรศัพท์หาใครบางคน

ปลายสายกดรับอย่างรวดเร็ว เสียงหวานใสสั่นเล็กน้อย ดังเล็ดลอดออกมา

“ฮัลโหล พี่ชาย”

“ตื่นรึยัง”

“ยังค่ะ กำลังจะไปร้านทำผม มีถ่ายทำตอนบ่าย”

“พี่จัดการเรื่องเงินทุนเสร็จแล้ว เธอรับได้เลย บริษัทสื่อบันเทิง BW จะต้องเติบโตขึ้นอีกมาก และพี่จะเซ็นสัญญากับเธออย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้”

“···จริงเหรอคะ?”

“จริงสิ เพราะงั้น พี่ว่าเราเร่งแผนการของเรากันเถอะ”

“อ่า”

ชเวซองกุนเดินเลี่ยงไปยังมุมหนึ่งของล็อบบี้ พูดคุยกับปลายสายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเป็นความลับ

“ฮันนา พวกเราไปทำลายซอกูซอบกันเถอะ”

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 176 ค่าตัว (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว