เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 171: คนแปลกหน้า (1)

บทที่ 171: คนแปลกหน้า (1)

บทที่ 171: คนแปลกหน้า (1)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 171: คนแปลกหน้า (1)

คังวูจินทอดสายตามองประตูห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยมาเยือนในฐานะ ‘เพื่อนชาย’ นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขามาเหยียบที่นี่ แต่ความรู้สึกคุ้นเคยกลับไม่มีแม้แต่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น

‘วันนี้ไม่มีฮวาลินอยู่เคียงข้าง…’

ต่างจากครั้งก่อนที่เขาเดินทางมาประเทศญี่ปุ่นในฐานะ ‘เพื่อนชาย’ ครั้งนี้คังวูจินต้องมาเพียงลำพัง ความแตกต่างระหว่างการมีเพื่อนร่วมทางกับการต้องมาคนเดียว ทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ

‘โอ้ พระเจ้า ฉันรู้สึกเหมือนจะอาเจียน’

ความรู้สึกประหม่าแล่นริ้วไปทั่วกาย เมื่อชเวซองกุนบอกกับเขาว่าจะมีสื่อมวลชนและแฟนคลับมารอต้อนรับเขาอย่างล้นหลาม คล้ายกับครั้งก่อน ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย รายการ ‘เพื่อนชาย’ และ ‘คุยหลังฝน!’ ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในญี่ปุ่น เช่นเดียวกับ ‘บุปผาเร้น’ ที่สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วประเทศ

แล้วช่อง ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ที่มียอดผู้ติดตามทะลุ 6 ล้านคนล่ะ?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า คังวูจินกลายเป็นดารายอดนิยมที่ช่วยเสริมสร้างกระแสเกาหลีในญี่ปุ่น ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า วูจินหยุดตรวจดูตัวเองในกระจกอีกครั้ง เส้นผมและการแต่งหน้าของเขาช่างสมบูรณ์แบบไร้ที่ติจากฝีมือของช่างมืออาชีพ เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่คือเสื้อโค้ทเทรนช์โค้ทสีดำสุดหรู

‘ดูยังไงก็ไม่เข้ากันเลยแฮะ’

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คังวูจินที่รายล้อมไปด้วยทีมงานและบอดี้การ์ดจำนวนมาก

- ครืด

ก้าวผ่านประตูห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า

ในขณะเดียวกัน

‘…ว้าว พระเจ้า อะไรเนี่ย! บ้าไปแล้ว!’

คังวูจินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก

“คุณคังวูจิน!! คุณคังวูจิน!!!”

“คุณจะตรงไปที่กองถ่าย ‘บุปผาเร้น’ เพื่ออ่านบทเลยหรือเปล่าครับ!!”

"รู้สึกยังไงบ้างครับที่ 'เพื่อนชาย' โด่งดังเป็นพลุแตกแบบนี้!!"

"ทางนี้ครับ! มองทางนี้หน่อย!!"

"คุณคังวูจิน! นักแสดงญี่ปุ่นเป็นยังไงบ้างครับ ร่วมงานกันราบรื่นดีไหม!!"

ถ้อยคำเป็นภาษาญี่ปุ่นดังระงมราวกับผึ้งแตกรัง นักข่าวหลายร้อยชีวิตเบียดเสียดแย่งกันอยู่ที่รั้วกั้น

"จริงหรือเปล่าครับที่คุณกำลังติดต่อกับเอเจนซี่ที่ญี่ปุ่น เรื่องจะย้ายไปทำงานที่นั่น?!"

แน่นอนว่าแสงแฟลชจากกล้องก็รัวไม่หยุดเช่นกัน

"แชะ!"

"แชะ! แชะ! แชะ!"

แม้จะผ่านประสบการณ์แบบนี้มาบ้าง แต่ใบหน้าเรียบนิ่งของวูจินก็เผยความสับสนออกมาอย่างเห็นได้ชัด พูดตามตรง เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะเจออะไรแบบนี้ แต่ตอนนี้เขาต้องตั้งสติ เอาล่ะ จำไว้ คิดซะว่ากำลังแสดงอยู่ ตรงนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นหน้าแตกแน่

วูจินทำสีหน้าเรียบเฉยราวกับเซียนโป๊กเกอร์มือฉมัง

"สวบ"

เขายกมือทักทายนักข่าวอย่างผ่อนคลายที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่าทางอาจจะดูเก้ ๆ กัง ๆ ไปบ้าง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนอื่น ๆ เสียงกรีดร้องของแฟนคลับจำนวนมหาศาลที่ดังกระหึ่มไปทั่วอาคารผู้โดยสารขาเข้าคือเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดี

"กรี๊ดดดด!!"

"คังวูจิน! คังวูจิน!!!"

"เพื่อนชาย สนุกมากเลยค่ะ!!"

"มองทางนี้หน่อยค่าาา! ไลฟ์สดอยู่นะคะ ทักทายคนดูหน่อยสิคะ! กรี๊ดดด! อย่าเบียดกันสิคะ!"

"ติดตามดูใน Youtube อยู่นะคะ!!"

ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงภาษาญี่ปุ่น แต่ก็มีภาษาเกาหลีสำเนียงแปลก ๆ แทรกเข้ามาเป็นระยะ

"พี่! ซารังเฮโย พี่!!"

แฟน ๆ ที่มารอมีทั้งชายหญิงปะปนกันไป แต่แน่นอนว่าส่วนใหญ่ต้องเป็นหญิงสาวเสียส่วนมาก ผลพวงจากซีรีส์เรื่อง ‘เพื่อนชาย’ ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในขณะนี้ ชื่อของคังวูจินปรากฏอยู่บนโลกโซเชียลและเว็บบอร์ดต่าง ๆ ในญี่ปุ่นอยู่ตลอด แม้กระทั่งเพลงประกอบละครที่เขาร้องยังติดชาร์ตโอริกอนของญี่ปุ่นเสียด้วย สถานการณ์ตอนนี้ชัดเจนอยู่แล้ว

เอาเป็นว่า…

“สวัสดีครับ ขอบคุณครับ”

คังวูจินเอ่ยทักทายเหล่าแฟนคลับและนักข่าวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรีบเดินไปขึ้นรถตู้ที่จอดรออยู่ข้างทาง ท่ามกลางฝูงชนและนักข่าวที่คอยติดตามวูจินและทีมงานอย่างใกล้ชิด

ไม่นานนัก

- บรื้น!

รถตู้สามคันที่จอดเรียงรายกันก็เคลื่อนตัวออกไป รถตู้คันที่คังวูจินนั่งอยู่มีเสียงฮือฮาของเหล่าสไตลิสต์ดังขึ้น

“สุดยอด! พลังดึงดูดของวูจินนี่มันอะไรกันเนี่ย?!” ฮันเยจองเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น

“เห็นด้วย!! ขนาดนี้ต้องบอกว่าสูสีไอดอลดัง ๆ ได้เลยนะเนี่ย?!”

“เห็นBJที่อยู่ปนกับแฟนคลับไหม? ‘เพื่อนชาย’ นี่ดังในญี่ปุ่นจริง ๆ สินะ!”

“ไม่ต่างจากตอนที่มากับฮวาลินเลยนี่?”

“นักข่าวเกาหลีก็มาเยอะเหมือนกันนะ!”

พวกเธอกำลังยินดีแทนคังวูจินที่ทำสีหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจของเขานั้นกำลังดีใจจนตัวลอยอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ภายนอกยังคงไว้ซึ่งสีหน้านิ่งเท่านั้น

สักพัก

“วูจิน”

ชเวซองกุนที่นั่งอยู่ข้างคนขับหันมาเรียกคังวูจิน เพื่อจะคุยเรื่องงาน

“ระหว่างที่อ่านบท ‘บุปผาเร้น’ ฉันเพิ่มตารางงานที่ญี่ปุ่นให้นายอีกนิดหน่อยนะ จำได้ไหมที่เคยบอกไปแล้ว ?”

“ครับ จำได้ครับ” วูจินตอบรับ

ชเวซองกุนเปิดสมุดบันทึกไปอีกหนึ่งหน้า

“อ้อ... เรื่อง 『บุปผาเร้น』 ที่อ่านบทจบไปแล้ว วูจินต้องไปพบกับPDชินโจ เพื่อให้สัมภาษณ์สั้น ๆ เกี่ยวกับรายการ 『รายการคุยหลังฝน!』 นะ รายการนี้จะออกอากาศทั้งทางช่องหลักและ Youtube ด้วย ส่วนเรื่อง 『เพื่อนชาย』 ทาง Netflix ญี่ปุ่น นัดแนะถ่ายทำไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมง คือว่า... 『เพื่อนชาย』 กำลังดังเป็นพลุแตกในญี่ปุ่นเลยล่ะ”

อย่างน้อยก็น่าจะใช้เวลาสักสามวัน ถึงแม้จะอยู่ใกล้กัน แต่ญี่ปุ่นก็เป็นต่างประเทศ การเคลียร์งานทีเดียวแบบนี้น่าจะดีกว่า

“แล้วก็จะมีงานแฟนไซน์ที่ Netflix ญี่ปุ่นเป็นแม่งานจัดด้วย ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรมากหรอก คิดว่าน่าจะประมาณร้อยกว่าคนเห็นจะได้”

อ๊ะ แฟนคลับชาวญี่ปุ่น? ถ้าลองคิดดู นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้พบปะกับแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่น ถึงแม้ว่าเขาจะติดตั้งภาษาญี่ปุ่นเอาไว้แล้ว แต่การได้พบปะกับแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นในงานแฟนไซน์ครั้งนี้ ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นเล็ก ๆ แล้วสิ

‘แฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นจะต่างจากแฟน ๆ ชาวเกาหลีไหมนะ? หรือว่าจะเหมือนกัน?’

ในใจเขาล้นไปด้วยคำถามมากมาย แต่ใบหน้าของเขายังคงนิ่งเฉย

“ไม่มีปัญหาครับ”

“ฮ่า ๆ ๆ ก็แบบนั้นแหละ วูจินน่าจะผ่านมันไปได้อย่างสบาย ๆ อ่า ใช่แล้ว”

ชเวซองกุนปิดไดอารี่แล้วเปลี่ยนเรื่องคุย

“เรื่องของวูจินตอนนี้ ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการใช่ไหม? สื่อกับกระแสสังคมเลยยังคงพูดกันไปเรื่อย... ฉันว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้ก่อน”

“หมายถึงการรักษาประเด็นนี้ให้เป็นกระแสอยู่ใช่ไหมครับ?”

“ใช่ ประเด็นแบบนี้มันช่วยให้ภาพลักษณ์ของวูจินดูดีขึ้น แต่ฉันจะไม่ปล่อยให้มันยืดเยื้อหรอกนะ พอถึงเวลาที่เหมาะสมก็จะเปิดเผยเอง”

“เข้าใจแล้วครับ”

“โอเค ฝากด้วย”

ชเวซองกุน จางซูฮวาน และฮันเยจอง ตลอดจนทีมงานของวูจินที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ต่างพากันหัวเราะเบา ๆ แม้พวกเขาทุกคนจะรู้ข่าวเรื่องที่วูจินจะเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นด้วยกันหมดแล้ว แต่ทุกอย่างก็ยังคงต้องรอการยืนยันขั้นสุดท้าย

ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนั้นเอง

- สวบ

อยู่ ๆ ชเวซองกุนก็ยื่นแฟ้มใสที่เตรียมไว้ให้กับวูจิน คังวูจินเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย ก่อนเอ่ยถามขึ้น

“นี่มันอะไรครับ”

“นายนี่ก็... รู้ใช่ไหมว่าในกองถ่าย ‘บุปผาเร้น’ มีแค่นายที่เป็นนักแสดงเกาหลี พวกเราที่เหลือต่างก็เป็นแค่ทีมงานเกาหลีธรรมดา ๆ ส่วนคนอื่น ๆ น่ะ เป็นทีมงานญี่ปุ่นกันหมด ถึงแม้ว่านายจะไม่ค่อยกลัวคนอยู่แล้ว แต่ฉันว่าก็น่าจะมีบ้างแหละที่รู้สึกไม่คุ้นชิน ฉันเลยรวบรวมข้อมูลนักแสดง ‘บุปผาเร้น’ ที่จะได้เจอกันวันนี้มาให้”

“อ๋อ อย่างนี้นี่เอง” วูจินพยักหน้ารับรู้

“ลองเปิดดูสิ รู้แล้วจะตกใจ มีแต่นักแสดงระดับท็อป ๆ ทั้งนั้น ก็แหงล่ะ ผู้กำกับคือ เคียวทาโร่ ทาโนะงูจิ แถมคนเขียนบทก็ยังเป็นอาจารย์อาคาริอีก เห็นไหมล่ะ มีแต่นักแสดงที่นายน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาทั้งนั้น” ชเวซองกุนพูดอย่างภาคภูมิใจ

แต่ความจริงแล้ว ไม่เลยสักนิด วูจินกวาดสายตามองรายชื่อนักแสดงญี่ปุ่นในแฟ้มใส ทุกคนล้วนเป็นใบหน้าที่เขาไม่คุ้นเคยแม้แต่น้อย ระดับท็อปของญี่ปุ่นอย่างนั้นเหรอ สำหรับคังวูจินแล้ว พวกเขาดูเหมือนคนแปลกหน้าที่เขาไม่เคยพบเจอมาก่อนในชีวิต

‘ก็แค่... อืม ก็แค่คนญี่ปุ่นหน้าตาดีเท่านั้นเอง’ วูจินได้แต่คิดในใจ

จะบอกว่าไม่ตื่นเต้นเลยก็คงเป็นการโกหก แต่ความรู้สึกตื่นเต้นนั้น เทียบไม่ได้เลยกับตอนที่เขากำลังจะได้ไปถ่ายทำ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ อย่างน้อยคังวูจินก็รู้สึกแบบนั้น เขามองออกไปนอกหน้าต่างรถตู้ที่กำลังแล่นไปบนท้องถนนในเมืองหลวงของประเทศญี่ปุ่น ทัศนียภาพที่แตกต่างจากเกาหลีเพียงเล็กน้อย

‘มันช่าง... น่าเหลือเชื่อจริง ๆ ที่ฉันจะได้มาถ่ายหนังของผู้กำกับระดับปรมาจารย์ของญี่ปุ่น’ วูจินครุ่นคิดอย่างเงียบงัน

ถึงแม้จะเป็นแค่การอ่านบท แต่พอถึงเวลาที่ใกล้เข้ามาจริง ๆ กลับให้ความรู้สึกเหมือนไม่ใช่ความจริง แต่นี่ไม่ใช่ความฝัน แน่นอนว่าตอนนี้มีแฟน ๆ ชาวญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยที่คลั่งไคล้คังวูจิน

ความทะเยอทะยานในตัวเขากำลังก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ

‘พอ ‘บุปผาเร้น’ เข้าฉาย แฟนคลับชาวญี่ปุ่นคงเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า’ คังวูจินคิดอย่างมั่นใจ

ณ เวลานั้น ณ คาชิฮิกรุ๊ป สำนักงานใหญ่

ภายในห้องประชุมสุดหรู เหล่าผู้บริหารในชุดสูทเนี้ยบต่างทยอยกันเดินออกมา คนสุดท้ายคือชายชราผมหงอก ประธานฮิเดกิ ท่านติดกระดุมเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปเอ่ยถามเลขาฯ ที่ยืนอยู่ด้านหลังด้วยน้ำเสียงทุ้มแหบ

“กี่โมงแล้ว ริริ”

ริริ เลขาฯ สาวร่างระหงในชุดกระโปรงทรงสุภาพรีบตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“สิบโมงแล้วค่ะ”

“แล้วนัดอ่านบท ‘บุปผาเร้น’ กี่โมง”

“เริ่มสิบเอ็ดโมงค่ะ ถ้าออกเดินทางตอนนี้จะทันเวลาพอดี”

“อืม งั้นไปกันเลย”

“ค่ะ ท่านประธาน”

ประธานฮิเดกิค่อย ๆ เดินออกไป คงจะเป็นการไปร่วมงานอ่านบท ‘บุปผาเร้น’ เป็นแน่ แต่แววตาของริริ ที่รวบผมยาวสลวยเป็นหางม้ากลับฉายแวววิตกกังวลอยู่เล็กน้อย

“ไม่เป็นไรจริง ๆ หรอคะ? ได้ข่าวว่าตอนนี้มีนักข่าวไปรวมตัวกันอยู่ที่นั่นเยอะมาก” ริริกล่าวอย่างกังวลใจ

ประธานฮิเดกิผู้อาวุโสเผยรอยยิ้มจาง ๆ

“ไม่เป็นไรหรอกน่า ฉันแค่ไปทักทายเจ้าของสถานที่ที่ให้ยืมใช้พื้นที่จัดงานเท่านั้นเอง”

จากนั้นในเวลาเดียวกัน…

ไม่ใช่แค่ประธานฮิเดกิเท่านั้น แต่ยังมีผู้คนที่เกี่ยวข้องกับ ‘บุปผาเร้น’ อีกมากมายที่กำลังมุ่งหน้าไปยัง โรงแรมคาชิฮิโตเกียว ซึ่งเป็นสถานที่นัดอ่านบท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มนักแสดงชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักแสดงชื่อดังที่ได้รับคัดเลือกให้แสดงใน ‘บุปผาเร้น’ อย่างเป็นทางการ

ในบรรดานั้น…

“คังวูจินน่ะเหรอ ได้ยินมาเหมือนกันว่าเมื่อเช้านี้ สนามบินฮาเนดะถึงกับแตกตื่นไปหมด เพราะนักแสดงเกาหลีคนนั้นนี่แหละ”

บทสนทนาภายในรถตู้คันหรู พุ่งเป้าไปที่นักแสดงหนุ่มชาวเกาหลี คังวูจิน เป็นที่พูดคุยในหมู่ทีมงานของ มานะ โคซะกุ นักร้องนำวงดนตรีชื่อดังและนักแสดงระดับท็อปของญี่ปุ่น ผู้มีเส้นผมยาวสลวยจนต้องใช้ที่คาดผมรวบเอาไว้ โคซะกุคือ นักแสดงคนที่สองที่ผู้กำกับเคียวทาโร่เลือก นั่นหมายความว่า คังวูจินได้รับความสนใจจากแวดวงบันเทิงญี่ปุ่นมากขนาดไหน

ทว่า ดูเหมือนทีมงานของโคซะกุจะกังวลกับเรื่องนี้มากกว่า

“คังวูจิน... พูดตรง ๆ เลยนะ ถึงในเกาหลีเขาจะดังมาก แต่ก็น่ากังวลอยู่ดีนั่นแหละ” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างครุ่นคิด

“อย่างนั้นเหรอครับ แต่ผมว่าเขาก็พูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องอยู่นะครับ ผมเคยเห็นเขาในรายการ ‘คุยหลังฝน!’” ทีมงานหนุ่มอีกคนแย้ง

“พูดได้คล่องกับแสดงได้ มันคนละเรื่องกันเลยนะ”

“ก็นั่นน่ะสิครับ การแสดงของเกาหลีกับญี่ปุ่นก็ต่างกันอยู่พอสมควร”

“ผู้กำกับเคียวทาโร่นี่ก็แปลกคนดีแท้ เลือกเอาใครไม่เลือก ดันเลือกนักแสดงเกาหลี มารับบทนำใน ‘บุปผาเร้น’ ซะอย่างนั้น”

ความกังวลของทีมงานไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล แม้ชื่อเสียงของคังวูจินในญี่ปุ่นจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังขาดบทพิสูจน์ที่แท้จริง การแสดงโดยใช้ภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาแม่ เป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น ‘บุปผาเร้น’ เป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่ถูกจับตามอง และคังวูจินยังเป็นนักแสดงเกาหลีเพียงคนเดียวในเรื่อง จึงเป็นธรรมดาที่จะต้องตกเป็นเป้าสายตาของทุกฝ่าย

‘หืม...’

โคซะกุเอนหลังพิงเบาะรถ แขนทั้งสองข้างกอดไขว้ไว้หลวม ๆ แม้เห็นด้วยกับความกังวลของทีมงาน แต่ลึกลงไปในใจ เขากลับรู้สึกกดดันและหวั่นเกรง ราวกับสัมผัสได้ถึงอันตรายบางอย่างที่แฝงเร้นอยู่เบื้องหน้า

‘วันนี้จะเป็นครั้งแรกที่ได้สบตากับเขา แต่เหตุใดกันนะ ความรู้สึกถึงอันตรายนี้ถึงได้ก่อตัวขึ้นในใจ’

นั่นเป็นเพราะบารมีของคัง วูจิน บวกกับคำยืนยันจาก ‘อาคาริ’ นักเขียนบท และ ‘ทาโร่’ ผู้กำกับ

‘เพราะเขาคือคนที่ใช่’

มานะ โคซากุ ดาราเบอร์ต้น ๆ ของวงการบันเทิงญี่ปุ่น บัดนี้กลับรู้สึกกดดันอย่างประหลาด

“ทำไม… ถึงต้องเป็นเขา”

ไม่ใช่แค่มานะเท่านั้นที่สงสัย เหล่านักแสดงระดับท็อปกว่า 5 ชีวิต ที่มาร่วมแสดงใน ‘บุปผาเร้น’ ต่างก็ให้ความสนใจในตัววูจินไม่แพ้กัน เพียงแต่ปฏิกิริยาของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันออกไป

อย่างเช่นนักแสดงสาวสวย ผู้แสดงออกถึงความชื่นชอบอย่างเปิดเผย

“ตื่นเต้นจังเลย! อยากดูเร็ว ๆ แล้ว!”

“มิฟุยุ ใจเย็นก่อนสิ ตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น”

“ก็คังวูจินน่ะหล่อมากเลยนี่นา!”

“······ระวังปากหน่อย ที่งานมีนักข่าวเยอะแยะ ไม่อยากโดนข่าวลืออีกแล้วใช่ไหม”

“แล้วไงอ่ะ ว่าแต่ คังวูจิน เขาจะตัวหอมแบบไหนน้า”

“นี่เธอ!”

“ฉันมีโอกาสได้จับมือ ได้กอดเขาไหมนะ”

ในขณะที่นักแสดงหนุ่มอีกคน กลับเลือกที่จะเฝ้ามองการแสดงออกของวูจินอย่างเงียบ ๆ

“การแสดงของเขามันแปลกดีนะ”

“แปลกยังไง”

“แต่ละบทบาทเขาดูเป็นคนละคนกันเลย รู้สึกได้ชัดมาก”

“ขนาดนั้นเลยเหรอ”

“แต่ไม่รู้สินะว่าที่ญี่ปุ่นเขาจะแสดงได้ระดับเดียวกันหรือเปล่า”

ทุกคนดูราวกับแขกผู้มางานเลี้ยง ที่ต่างรอคอยเวลาอันสมควร

อีกประมาณ 1 ชั่วโมงข้างหน้า ณ โรงแรมคาชิฮิโตเกียว

ภายนอกและล็อบบี้ของโรงแรมคาชิฮิโตเกียว ในกรุงโตเกียว คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมาย ส่วนใหญ่คือเหล่ากองทัพนักข่าวที่มารวมตัวกัน แต่ก็ยังมีทั้งแขกของทางโรงแรมและบุคคลใกล้ชิดที่มามุงดูเหตุการณ์อยู่บริเวณรอบ ๆ ฮอลล์

เหตุใดผู้คนมากมายถึงได้มารวมตัวกันที่นี่หนาแน่นหรือ?

นั่นก็เพราะว่า ภายในโถงโอ่อ่าแห่งนี้กำลังมีบุคคลมีชื่อเสียงทยอยเดินทางมาอย่างไม่ขาดสาย แสงแฟลชจากกล้องของนักข่าวสาดส่องพร่างพรายราวกับดวงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้า

*แชะ แชะ แชะ แชะ แชะ แชะ แชะ แชะ!*

*แชะ แชะ แชะ แชะ แชะ!*

หากมองจากภาพ บรรยากาศตรงหน้าคงชวนให้นึกถึงงานเลี้ยงสังสรรค์ขนาดใหญ่โตมากกว่าจะเป็นการอ่านบทเสียอีก ภายในโถงมีผู้คนจับจองที่นั่งกันอย่างเนืองแน่น บริเวณใจกลางมีโต๊ะรูปตัว ‘ㅁ’ ตั้งตระหง่านอยู่ โดยมีป้ายชื่อของนักแสดงแต่ละคนวางเรียงรายบนโต๊ะ รอบ ๆ โต๊ะคลาคล่ำไปด้วยเหล่าทีมงานของนักแสดงและทีมผู้สร้างภาพยนตร์

ยังไม่รวมไปถึงนักข่าวและบุคคลใกล้ชิดอีกนับสิบชีวิต

แม้ว่าจะยังมาไม่ครบทุกคน แต่จำนวนผู้คนก็ทะลุหลักร้อยไปเรียบร้อยแล้ว เบื้องหน้าโต๊ะรูปตัว ‘ㅁ’ นั้น...

- [อิโยตะ คิโยชิ / คังวูจิน]

กลับยังไม่เห็นแม้แต่เงาของคังวูจิน

ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคาดหวังนั้นเอง…

*ฉับ!*

บุคคลสำคัญสองท่านได้ก้าวเข้ามาภายในโถงที่อบอวลไปด้วยผู้คน

“สวัสดีค่ะ คุณผู้กำกับ!”

“ยินดีที่ได้พบครับ คุณนักเขียน”

ชายแก่ผมขาวโพลน ผู้กำกับเคียวทาโร่ และนักเขียนอาคาริ ผู้สวมแว่นตาบนสันจมูกอย่างสง่าผ่าเผย ผู้ประพันธ์ ‘บุปผาเร้น’ เมื่อทั้งสองปรากฏตัว เหล่านักแสดงและทีมงานที่นั่งอยู่ต่างก็ลุกขึ้นยืนเพื่อกล่าวทักทาย แม้แต่นักข่าวยังให้ความสนใจทั้งสองเป็นพิเศษ

“ฮ่า ๆ ๆ สบายดีกันนะครับ คุณนักเขียน คน ๆ นี้คือคุณมานะ โคซะกุ อย่างที่ผมเคยเล่าให้ฟัง”

“รู้จักอยู่แล้วค่ะ ยินดีที่ได้พบนะคะ คุณมานะ”

“เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ คุณนักเขียน”

การแนะนำตัวและการทักทายดำเนินไปหลายต่อหลายครั้ง ทว่ากลับไม่ยืดเยื้อยาวนานนัก สาเหตุนั้นหลุดออกมาจากปากของนักข่าวหลายสิบชีวิต

“เอ่อ… มาแล้ว”

“หือ?”

“ประธานฮิเดกิ โยชิมุระ! นั่นไง มาแล้ว!”

“อะไรนะ?!”

ราวกับราชสีห์ชราผู้สง่างาม ประธานฮิเดกิปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเหล่าเลขานุการ กระแสความรู้สึกตื่นตะลึงแผ่ซ่านไปทั่วงานเลี้ยงราวกับระลอกคลื่น เสียงซุบซิบดังขึ้นเป็นระยะ ด้านนอกคงจะวุ่นวายพอดู ท่ามกลางแสงแฟลชที่วูบวาบไม่หยุด ดวงตาเบิกกว้างของเหล่านักแสดง นัยน์ตาของทีมงานที่ราวกับถูกสาปให้หยุดนิ่ง ทีมผู้สร้างที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เดียวกัน

ไม่มีใครคาดคิดว่า ประธานฮิเดกิจะมาด้วยตัวเอง

ในขณะที่ทุกคนอยู่ในอาการตื่นเต้น ประธานฮิเดกิกลับดูผ่อนคลาย เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ งานเลี้ยงอย่างเงียบเชียบ รอยยิ้มแห่งวัยวาวโรจน์บนใบหน้าสุขุมนั้น ส่งตรงไปยังผู้กำกับเคียวทาโร่ที่เดินเข้ามาใกล้

"สบายดีนะครับ"

"แน่นอนครับ ขอบคุณที่สละเวลามานะครับ"

สายตาของประธานฮิเดกิเลื่อนไปสบตากับนักเขียนอาคาริ

"ผมชอบผลงานของคุณมากเลยครับ คุณนักเขียนเป็นเกียรติจริง ๆ"

"เช่นกันค่ะ ขอบคุณที่กรุณาให้ยืมสถานที่จัดงานนะคะ"

" ‘บุปผาเร้น’ ผมเองก็อ่านอย่างเพลิดเพลินครับ รอคอยอย่างมากเลย"

ประธานฮิเดกิทักทายนักแสดงนำด้วยการจับมือ ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ออร่าของเขากลับดูโดดเด่นกว่าใคร ราวกับเป็นบุคคลที่ทรงอำนาจที่สุดในที่แห่งนี้ สมกับที่เป็นเจ้าของบริษัทระดับท็อปเท็นของประเทศ

ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องโถง

"ขออภัยครับ"

แม้จะเป็นภาษาญี่ปุ่นที่ไม่คุ้นเคย แต่ก็ลื่นไหลชวนฟัง บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัด ทุกสายตาหันไปตามเสียง รวมถึงประธานฮิเดกิและผู้กำกับเคียวทาโร่

ร่างสูงโปร่งของคังวูจินปรากฏขึ้น

"ขอโทษที่ทำให้รอนานครับ รถติดน่ะ"

เสียงของวูจินดังขึ้น ดึงดูดความสนใจจากทุกคนในห้องโถงกว้าง ผู้กำกับเคียวทาโร่ขยับกายเตรียมก้าวออกไปต้อนรับ แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น...

- สวบ -

ประธานฮิเดกิกลับเป็นฝ่ายก้าวเท้าออกไปก่อน รอยยิ้มอบอุ่นแต่งแต้มบนใบหน้าคมคาย ยื่นมือออกไปหาคังวูจินอย่างเป็นมิตร

“ฉันกำลังรอเธออยู่เลย”

รออยู่เลย? ทำไมประธานฮิเดกิถึง...? ผู้กำกับเคียวทาโร่เผยยิ้มบาง ๆ คล้ายกับมองทะลุความคิดของทุกคนในห้องโถง สายตาของเหล่าทีมงานเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ ไม่เว้นแม้แต่นักเขียนอาคาริ ไม่มีใครคาดคิดว่าประธานบริษัทยักษ์ใหญ่เช่นเขา จะมาคอยต้อนรับนักแสดงหนุ่มจากเกาหลีที่เพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรกเช่นนี้

ท่ามกลางความสงสัยของทุกคน คังวูจินยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ออกมา

“...”

เขาเพียงยื่นมือออกไปตอบรับการทักทายของประธานฮิเดกิอย่างเสียไม่ได้ แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยคำถาม

‘ตาแก่นี่เป็นใครกัน?’

-จบ-

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 171: คนแปลกหน้า (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว