เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 167 แตกหัก (6)

บทที่ 167 แตกหัก (6)

บทที่ 167 แตกหัก (6)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 167 แตกหัก (6)

ในใจของบูลด็อก ไม่สิ ซอกูซอบกำลังครุ่นคิดถึงเงินสองร้อยล้านวอนบ้าง สามร้อยล้านวอนบ้าง ความจริงแล้วเขาไม่ได้รู้สึกดีนักกับการพบเจอ คังวูจิน ครั้งแรกเท่าไหร่ เพราะการปรากฏตัวของคังวูจิน ทำให้ทุกอย่างที่เกี่ยวกับ ‘เทศกาลมิสอองแซง’ หลุดมือเขาไป

แน่นอนว่า นั่นเป็นแค่ความคิดของซอกูซอบฝ่ายเดียว

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่นั้น คังวูจินก็ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามราวกับคนบ้า สิ่งที่ประธานบริษัท ซอกูซอบ บริษัทสื่อบันเทิงGGOทำได้ก็มีเพียงเฝ้ามองเขาเท่านั้น

‘พูดตามตรง มันกวนใจฉันมาตลอด เพราะมันโผล่มาบ่อยเหลือเกิน’

ยิ่งไปกว่านั้นหลังจาก ‘เทศกาลมิสอองแซง’ ประเด็นของคังวูจินก็จบไม่สิ้น ไม่ว่าจะเป็นนิติจิตวิทยาหรือแม้กระทั่งเรื่อง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ กับญี่ปุ่นเมื่อเร็ว ๆ นี้ แม้แต่ซอกูซอบก็ยังต้องทึ่งในฐานะผู้นำของบริษัทยักษ์ใหญ่ บริษัทสื่อบันเทิงGGO เขายังไม่เคยเห็นนักแสดงแบบคังวูจินมาก่อน

เขาเป็นนักธุรกิจ

บุคคลระดับที่นำพาบริษัทบันเทิงขนาดมหึมาในวงการบันเทิงที่เหมือนป่าดงดิบแห่งนี้ ดังนั้น แทนที่จะโจมตีคังวูจิน เขากลับโลภอยากได้เขามาร่วมงานมากกว่า แต่มันก็ไม่มีช่องว่างให้แทรกเลย

ที่น่าสนใจคือ

‘สัญญา 1 ปี งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้น เรื่องมันก็น่าสนใจขึ้นมาหน่อย’

เส้นทางที่ไม่คาดคิดก็เปิดออกความคิดของบูลด็อกอย่างซอกูซอบ ตอนนี้ เต็มไปด้วยแผนการที่จะดึงคังวูจินมาร่วมงาน

‘แค่ค่าเซ็นสัญญาก็ปาไปสามร้อยล้านวอนแล้ว ยังไม่รวมโบนัสอื่น ๆ แค่นี้ก็น่าจะดึงดูดความสนใจจากเขาได้บ้างล่ะ’

ค่าตัวของนักแสดงระดับท็อปนั้นตกอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านวอนถึง 1,000 ล้านวอน ค่าตัว 300 ล้านวอน บวกกับโบนัสอื่น ๆ แล้วย่อมต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสม มันเป็นอะไรที่นักแสดงหน้าใหม่ไม่มีทางได้แน่นอน

จากนั้นซอกูซอบก็หันไปสบตากับผู้บริหารที่อยู่ตรงหน้า

“ทุกคนรู้ใช่มั้ย?”

“ครับ?”

“ฉันหมายถึงคังวูจินไง นับตั้งแต่ที่ไอ้หมอนี่เดบิวต์มาจนถึงตอนนี้ ฉันสังเกตเห็นว่ามันไม่เคยพลาดเลยสักอย่าง”

“อ่า... นั่นสินะครับ”

“โชคดีแบบแปลก ๆ”

ซอกูซอบผู้มีใบหน้าดุร้ายยิ้มกริ่มพลางออกคำสั่ง

“เรื่องมันแดงขึ้นมาแบบนี้ บริษัทสื่อบันเทิงน้อยใหญ่ต้องแห่กันไปหาคังวูจินแน่ ไอ้หมอนั่นมันแตกต่างจากนักแสดงทั่วไป ทุกย่างก้าวของมันทรงพลังมาก จับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกบริษัทสื่อบันเทิงพวกนั้นไว้ให้ดี”

“ครับ ท่านประธาน!”

ความทะเยอทะยานและความโลภแผ่กระจายไปทั่วทั้งห้อง

“ยังไงครั้งนี้เราก็ต้องคว้าตัวคังวูจินมาให้ได้”

ณ ขณะเดียวกัน ภายในรถตู้สีขาวที่กำลังแล่นไปตามท้องถนน

ฮวาลินที่กำลังเดินทางไปร้านเสริมสวยอยู่ในสภาพหน้าสด หรือเพราะเธอเอาแต่ก้มมองโทรศัพท์มือถือไม่หยุดก็ไม่รู้

สิ่งที่เธอดูก็คือ ‘หัวใจคัง’ แฟนคลับของคังวูจิน

-[ข่าวอย่างเป็นทางการ/ ยินดีต้อนรับสู่ ‘หัวใจคัง’ คาเฟ่แฟนคลับอย่างเป็นทางการของคังวูจิน! ]

-หัวหน้าผู้จัดการ: น้องสาวโลหิต

ในตอนนี้ คาเฟ่ ‘หัวใจคัง’ เต็มไปด้วยโพสต์มากมายกว่าปกติ เหตุผลก็ง่าย ๆ

‘ว้าว โพสต์อะไรถี่ขนาดนี้เนี่ย... ก็อย่างว่าแหละ ฉันเองก็ยังตกใจกับข่าวสัญญา 1 ปีของวูจินเลย’

แน่นอนว่าเป็นเพราะข่าวของคังวูจินที่เพิ่งออกมาเมื่อไม่นานมานี้ ถ้าเป็นปกติการหมดสัญญาของนักแสดงหน้าใหม่คงไม่เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร แต่เพราะคน ๆ นั้นคือคังวูจิน ทุกคนจึงเข้าใจได้เป็นอย่างดี ฮวาลินเองก็เช่นกัน

‘แต่ว่ามันเรื่องจริงเหรอเนี่ย อยากรู้จังเลย ถามตรง ๆ ก็ไม่ได้’

ที่จริงแล้ว บริษัท JML ต้นสังกัดของฮวาลินก็กำลังพยายามติดต่อเพื่อดึงตัวคังวูจินเช่นกัน ไม่ว่ายังไงตอนนี้ประเด็น ‘สัญญาของคังวูจินหมดลง’ ก็กลายเป็นประเด็นร้อนในหมู่บริษัทบันเทิงต่าง ๆ ไปแล้ว

ฮวาลินรู้สึกสับสนกับเรื่องนี้

‘ถ้า สมมติว่าคุณวูจินมาอยู่บริษัทเดียวกันจริง ๆ คงจะดีมากแน่ ๆ แต่พอนึกถึงพี่ฮเยยอนก็…’

แม้ว่าการที่คังวูจินมาอยู่บริษัทเดียวกันจะทำให้ชีวิตติ่งก้าวหน้าขึ้นอีกขั้น แต่ฮวาลินก็อดนึกถึงใบหน้าของฮงฮเยยอน พี่สาวคนสนิทไม่ได้

ทันใดนั้นเอง

-♬♪

โทรศัพท์มือถือในมือของเธอก็ดังขึ้น สิ่งที่แปลกก็คือชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ

“หา?”

อีกฝ่ายคือชเวซองกุน ไม่น่าเชื่อเลย นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ฮวาลินสงสัย เธอจึงกระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นแนบหู

“สวัสดีค่ะ ท่านประธาน”

เสียงของเธอทำให้ผู้จัดการและทีมงานที่อยู่บนรถตู้ต่างหันมามอง เสียงเรียบ ๆของชเวซองกุนดังมาจากโทรศัพท์มือถือของฮวาลิน

“สวัสดีครับคุณฮวาลิน ผมโทรหาแบบกะทันหันไปหน่อย ขอโทษด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ เชิญท่านประธานพูดเลยค่ะ”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ คุณฮวาลิน คือ วูจินอยากให้ผมติดต่อคุณเรื่องเชิญไปออกช่อง ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ น่ะครับ”

ดวงตาของฮวาลินเป็นประกายทันทีที่ได้ยิน คงเป็นเพราะเรื่องของช่องYoutubeสุดฮิตของคนที่เธอรัก

“···เชิญไปออกเหรอคะ หรือว่าจะให้ไปร้องCoverเพลงคู่กัน”

“ไม่ใช่นะครับ อันนี้ยังไม่เปิดเผยที่ไหน แต่ว่าช่อง ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ กำลังจะมีคอนเทนต์ใหม่ครับ”

“ไม่ใช่เรื่องร้องเพลงเหรอคะ แล้วเป็นแบบไหนล่ะคะ”

“คุณฮวาลินน่าจะพอนึกออกนะครับ เพราะเคยถ่ายรายการ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ กับคุณวูจิน รอบนี้จะเป็นคอนเทนต์ทำอาหารครับ ซึ่งวูจินเขาแนะนำคุณฮวาลินเป็นคนแรกเลย”

ฮวาลินรู้สึกตื้นตันใจจนบรรยายเป็นคำพูดไม่ถูก

‘บ้าไปแล้ว’

ตอนที่ถ่ายทำรายการร้านอาหารวันเดียว ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ เธอก็ได้ ลองชิมอาหารที่คังวูจินทำแล้ว และก็ยิ่งตกหลุมรักเขามากกว่าเดิม แล้วแบบนี้จะได้เห็นเขาทำอาหารแบบตัวต่อตัวเลยงั้นเหรอฮวาลินอยากจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ แต่ก็พยายามเก็บอาการเอาไว้สุดชีวิต

“จริงเหรอคะ แต่ว่าพอจะบอกได้ไหมคะว่าเป็นคอนเทนต์แนวไหน”

“ได้สิครับ”

ชเวซองกุนเริ่มอธิบายผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ถึงแม้จะไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด แต่ก็มีใจความสำคัญครบถ้วน ทั้งการพูดคุยแบบตัวต่อตัวกับวูจิน และคังวูจินจะทำให้เธอกินด้วย ซึ่งภาพสุดท้ายคือการกินอาหารที่ทำเสร็จแล้วด้วยกัน

‘มะ ไม่ ไม่ นี่มัน เหมือน เดท เลยไม่ใช่เหรอ!’

สำหรับฮวาลินที่คลั่งไคล้คังวูจินราวกับเป็นศาสนาแล้ว นี่มันคือพรจากสวรรค์ชัด ๆ ดวงตาของเธอเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความดีใจ

“ตกลงค่ะ”

ผู้จัดการร่างท้วมที่นั่งอยู่เบาะข้าง ๆ พูดแบบไม่มีเสียง

- อะไรนะ ตกลงอะไร

ผู้จัดการได้แต่สงสัย ส่วนฮวาลินยังคงพูดโทรศัพท์มือถือกับชเวซองกุนต่อไป

"ยังไงก็ใกล้ช่วงพักแล้ว น่าจะมีเวลาเหลือเฟือเลยค่ะ"

"ฮ่า ๆ ๆ ขอบคุณครับ งั้นเรื่องตารางเวลา ผมให้วูจินเป็นคนจัดการได้เลยใช่มั้ยครับ"

"ต้องคุยกับทางบริษัทดูก่อนค่ะ แต่น่าจะได้นะคะ"

"งั้นเรื่องตารางเวลาเดี๋ยวผมติดต่อไปเองนะครับ จริง ๆ แล้วผมอยากจะถามความเห็นของคุณฮวาลินก่อนเลยน่ะครับ"

"ดิฉันก็ต้องขอบคุณสิคะ ที่ชวนไปออกช่องYoutubeห้าล้านซับ"

"งั้นไว้เจอกันวันถ่ายทำนะครับ -"

"ค่ะ ท่านประธาน"

ฮวาลินตอบกลับอย่างใจเย็นแล้วค่อย ๆ วางโทรศัพท์มือถือลงในเวลาเดียวกัน ผู้จัดการส่วนตัวก็ถามขึ้นอย่างร้อนรน

"นี่ เธอเพิ่งไปรับปากเรื่องตารางงานอะไรมาน่ะ"

ฮวาลินไม่ตอบเขา เพราะในใจตื่นเต้นจนแทบจะลอย

'สุดยอด!! แบบนี้ก็ดีมากสิ?! คุณวูจินจะทำให้ฉันกินคนเดียวเลยเรอะ?!!แล้วจะให้ทำอะไรกินดีนะ??!!'

สองวันต่อมา

ข่าวการสิ้นสุดสัญญาของคังวูจินแพร่กระจายไปทั่ววงการบันเทิงอย่างรวดเร็ว

『 ‘คังวูจิน’ เซ็นสัญญาแค่1 ปี? ข่าวลือสะเทือนวงการบันเทิงเกาหลี』

『[ประเด็นร้อนดารา] ข่าวลือเรื่อง ‘คังวูจินเซ็นสัญญา 1 ปี’ แพร่สะพัดในวงการบันเทิง ถึงขั้นมีการเปิดเผยเนื้อหาในสัญญา? 』

ในตอนแรกสื่อต่าง ๆ ยังคงไม่ปักใจเชื่อ แต่ก็ยังคงติดตามข่าวอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งในที่สุดก็เริ่มมั่นใจและรายงานข่าวออกไป

『ซุปเปอร์รุกกี้ ‘คังวูจิน’ เตรียมอำลาบริษัทสื่อบันเทิงbw แล้วหรือยัง? ด้านบริษัทสื่อบันเทิงbw ยังคงนิ่งเฉย』

สถานการณ์กลับกลายเป็นเรื่องสนุกสนานอย่างรวดเร็ว ด้วยแรงผลักดันของคังวูจินที่กำลังมาแรง แถมยังมีประเด็น 『สัญญา 1 ปี』 ที่แปลกใหม่จนกลายเป็นที่พูดถึง คิดดูสิ นักแสดงหน้าใหม่ที่โด่งดังไปทั่วเกาหลีและญี่ปุ่น ดันมีสัญญาแค่1 ปี มันช่าง…

มีทั้งการคาดเดา ปล่อยข่าวลือใส่ไข่ รวมไปถึงการกุเรื่องมั่วซั่ว

『[ประเด็นข่าวด่วน] สัญญาคังวูจินใกล้หมดสัญญา สื่อบันเทิงต่างจับตามอง』

คังวูจินได้รับตำแหน่ง ‘คนแรก’ ไปครองอีกแล้ว เพราะในวงการบันเทิงไม่เคยมีสัญญา 1 ปีมาก่อน เพียงแต่นี่ไม่ใช่ประเด็นที่เขาจงใจสร้างขึ้นมาหรอกนะ ถ้าเป็นนักแสดงโนเนมก็คงไม่มีใครสนใจ แต่พอเป็นคังวูจินมันก็กลายเป็นประเด็นทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปเลยสิ

เรื่องนี้เริ่มแพร่กระจายไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต

เหล่าYoutuberต่างก็หยิบยกประเด็นนี้มาพูดถึง พร้อมกับปล่อยข่าวลือให้แพร่สะพัด ส่วนในโลกโซเชียลก็คึกคักไม่แพ้กัน

-??? หาาาาา ????

-55555 สัญญา 1 ปี 5555 นี่มันข่าวลือชัด ๆ 5555

-ถ้าเป็นนักแสดงหน้าใหม่ อย่างน้อยก็ต้องเซ็นสัญญา 5 ปี ไม่ใช่เหรอ???

-บริษัทสื่อบันเทิงbw ถึงจะไม่ใช่บริษัทใหญ่โตอะไร แต่ก็ยังมีฮงฮเยยอนอยู่นะเว้ย 55555?

-ไอ้หมอนี่อีกแล้วเหรอ??

- แต่ถ้าเรื่องนี้มันคือเรื่องจริง 5555 บอกเลยว่าบรรดา บริษัทบันเทิงคงจะรุมทึ้งกันน่าดู 5555

-คังวูจิน นี่แม่งไม่มีวันที่อยู่นิ่ง ๆ บ้างเลยนะ

-หรือว่า คังวูจินตั้งใจปล่อยข่าวนี้เอง

-คังวูจิน 5555มองในมุมบริษัทบันเทิง นี่ถือว่าเป็นเด็กที่น่าสนใจมาก ๆ เลยนะ 55555

แต่ที่ดูจะร้อนแรงกว่าสื่อและชาวเน็ต ก็เห็นจะเป็นบรรดาบริษัทบันเทิงทั้งหลาย

“พอจะมีวิธีเช็กเงื่อนไขที่ชเวซองกุนยื่นให้คังวูจิน ตอนเซ็นสัญญากันครั้งแรกหรือเปล่า?”

“ยากครับ”

“อืม ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องลองคาดเดาแล้วเสนอไปก่อนล่ะนะ คุณเตรียมเรื่องนั้นมาหรือยัง ราคาในตลาดของคังวูจินน่ะ”

“ครับท่านประธาน ถ้าดูกันแค่ปีนี้ ข้อมูลที่ว่าเขาอยู่ในระดับท็อปก็ไม่เกินจริงหรอกครับ แรกเริ่มเดิมที การเดบิวต์ที่ญี่ปุ่นของเขาก็เป็นแบบนั้น และสิ่งที่เขาทำสำเร็จมาจนถึงตอนนี้ก็เหนือจินตนาการมากเลยครับ”

“คนรอบข้างที่ติดต่อด้วยก็น่ากลัวไม่ใช่เล่นเลย นี่ต้องค่าเซ็นสัญญาอย่างน้อยพันล้านวอน ไม่งั้นเขาคงไม่แลหรอก”

“คงงั้นมั้งครับ”

“แต่ว่า ยังเช็กเบอร์ติดต่อคังวูจินไม่ได้เลยเหรอ?”

ไม่ว่าจะค่ายใหญ่ ค่ายกลาง หรือค่ายเล็ก ทุกค่ายต่างก็มีการเคลื่อนไหวกันให้ขวัก

“การประเมินค่าตัวโดยประมาณของผลงานที่คังวูจินแสดงมันยากขนาดนั้นเลยเหรอ!”

“กะ ก็ คังวูจินเขากระโดดขึ้นมาเร็วมาก ก่อนที่ข้อมูลจะถูกบันทึกซะอีก”

“แต่มันก็ต้องมีข่าวลืออะไรในตลาดบ้างสิ! อย่าง ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ลองไปคุ้ยทางนั้นดูสิ! ถึงจะต้องเสี่ยงแค่ไหนก็ต้องยื่นข้อเสนอเป็นตัวเลขที่พอเข้าใจได้ไปให้เขาสิ!”

“ครับ! จะรีบไปตรวจสอบเดี๋ยวนี้เลยครับ!”

ไม่ว่าจะเป็นการประชุมหรือการพบปะ พวกเขาก็ไม่มีทางพลาดที่จะพูดถึงเรื่องของคังวูจิน

“ทำไมการหาเบอร์ติดต่อคังวูจินถึงได้นานแบบนี้!”

“คือว่า ข้อมูลของตัวคังวูจินเองก็น้อยมากอยู่แล้วครับ!”

“ก็ไปไล่ดูผลงานที่เขาเคยทำสิ! ไม่ว่าจะเป็นทีมงานหรือนักแสดง ลองไปเค้นเอาจากคนที่เกี่ยวข้องกับคังวูจินดูสิ!”

“ค ครับ ท่านประธาน!”

“เร็ว ๆ เข้าสิ! บริษัทอื่นเขาอาจจะติดต่อคังวูจินไปก่อนแล้วก็ได้!”

บรรยากาศแบบนี้ไม่ได้มีแค่ในหมู่บริษัทเอเจนซี่เท่านั้น แต่ยังแพร่กระจายไปทั่ววงการบันเทิง ทั้งบริษัทภาพยนตร์ บริษัทผู้ผลิต รวมไปถึงบุคลากรในวงการโทรทัศน์ต่างก็พูดถึงคังวูจินกันให้แซ่ด

- ช่วงนี้บริษัทเอเจนซี่กำลังทุ่มเทเพื่อที่จะคว้าตัวคังวูจินกันยกใหญ่เลยนี่

“ถ้าเป็นฉันก็คงทำแบบนั้น 『เหมือนกัน』 อ่านข่าวมาเมื่อปีใหม่ที่แล้ว เค้าสนใจกันทั่วบ้านทั่วเมืองเลยว่าปีนี้ คังวูจินจะกวาดรางวัลไปได้กี่รางวัล”

“ก็จริงนะ ปีนี้ คังวูจินกินเรียบเลย แต่ชเวซองกุน เก่งขนาดนั้นทำไมถึงเซ็นสัญญาแค่ปีเดียวนะ”

“ใคร ๆ ก็อยากรู้ทั้งนั้นแหละ ถ้าเป็นแบบนี้ ปีหน้า คังวูจินต้องเปลี่ยนต้นสังกัดแน่ ๆ เพราะบรรดาเอเจนซียักษ์ใหญ่ต้องแห่กันเอาเงินมาประเคนให้เขาอยู่แล้ว”

ไม่มีเรื่องไหนจะน่าคุยไปกว่านี้อีกแล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่แค่พ่อแม่และเพื่อนสนิทของคังวูจินเท่านั้นที่ให้ความสนใจกับเรื่องนี้ เหล่าคนดังที่เคยร่วมงานหรือกำลังจะได้ร่วมงานกับวูจินก็ให้ความสนใจกับข่าวนี้อยู่ไม่น้อย

โดยเฉพาะบรรดานักแสดงที่รู้จักกับคังวูจิน ยิ่งรู้สึกประหลาดใจเป็นพิเศษ อย่างเช่น นักแสดงจาก ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’

“พี่จองมิน พี่พอจะได้ยินอะไรจากคุณวูจินบ้างไหม? พี่สนิทกับเขานี่ครับ”

“จะสนิทหรือไม่สนิท คุณวูจิน เขาก็ไม่ใช่คนที่จะเล่าอะไรละเอียดลึกซึ้งอยู่แล้ว”

“แต่สัญญา 1 ปี นี่มันแปลกจริง ๆ นะครับ บริษัทเราก็ประชุมกันเรื่องจะดึงตัวคุณวูจินอยู่นะ บอกว่าจะบุกไปหาเขาถึงที่เลย ถ้าไม่ติดว่าผกก.ควอนขอร้องไว้ก่อนนะ มีหวังได้เห็นดีกันไปแล้ว”

แม้จะพูดไปอย่างนั้น แต่ก็อดที่จะคิดกันไปต่าง ๆ นานา

“แต่แบบนี้ สื่อเขาเล่นข่าวกันขนาดนี้แล้ว คุณวูจินก็น่าจะต้องออกมาพูดอะไรบ้าง ไม่น่าจะนิ่งเฉยแบบนี้”

“จะออกมาพูดตอนนี้แล้วได้ประโยชน์อะไรล่ะ ก็เห็น ๆกันอยู่ว่าเหมือนเป็นช่วงเวลาประเมินค่าตัวชัด ๆ แบบนี้นิ่งไว้ก่อนน่ะดีที่สุดแล้ว”

นักแสดงระดับท็อปต่างก็คาดเดากันไปต่าง ๆ นานา เหมือนเป็นเซียน

“อ่า จริงด้วย แบบนี้แหละ ถึงเรียกว่ายิ่งเชิงหนายิ่งแพง”

บรรยากาศมันได้ที่แล้วก็ต้องรีบอัพค่าตัวสิ รู้ทั้งรู้นายนี่ทำอะไรอยู่ วูจิน

กระแสแรงเกินไปจนกระทั่งฝั่งญี่ปุ่นที่จับตาดูคังวูจินอยู่ก็เอาไปเขียนข่าว

『 “คังวูจิน” จาก 「เพื่อนชาย」เป็นข่าวครึกโครมในเกาหลี หลังมีข่าวเซ็นสัญญาแค่1 ปี 』

อย่างไรก็ตาม คังวูจินก็ไม่ได้ออกมาตอบโต้อะไร

เช้าวันที่14 เมืองปูยอ

สตูดิโอถ่ายทำขนาดใหญ่ของ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ หลังจากถ่ายทำต่างประเทศเสร็จ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ก็เริ่มถ่ายทำในประเทศอย่างจริงจังแล้ว ที่จอดรถด้านนอกสตูดิโอจึงเต็มไปด้วยรถตู้และรถบัสมากมาย รถตู้ของคังวูจินก็จอดอยู่ท่ามกลางรถเหล่านั้น

สิ่งที่แปลกก็คือ

"หืม"

ภายในรถตู้มีเพียงคังวูจินที่สวมชุดทหารนั่งอยู่เพียงลำพัง เหตุผลก็ง่าย ๆ ก็เพราะว่าวันนี้เขาต้องเข้าฉากตั้งแต่ฉากแรก และตอนนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงจัดเตรียมฉาก วูจินจึงทำได้แค่นั่งรออยู่แบบนี้

ชเวซองกุนและทีมงานคนอื่น ๆ คงจะอยู่ที่กองถ่ายแล้วล่ะ

ไม่ว่ายังไง คังวูจินก็นั่งจมอยู่กับเก้าอี้ เลื่อนดูโทรศัพท์มือถือไปเรื่อย ช่วงนี้ถ้าว่างเป็นไม่ได้ เขาจะต้องเสิร์ชชื่อตัวเองในอินเทอร์เน็ตทุกที เพราะพอพิมพ์ชื่อ ‘คังวูจิน’ ลงไป ก็จะมีข้อมูลต่าง ๆ ผุดขึ้นมาเต็มไปหมด มันช่างน่าสนุกจริง ๆ

บทความที่วูจินกำลังอ่านอยู่นั้นเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง

『สัญญา 1 ปีของคังวูจินใกล้หมดลง? บรรดาเอเจนซี่ต่างก็ให้ความสนใจ แต่เจ้าตัวยังคงนิ่งเฉย นี่เป็นแผนกดดันให้ขึ้นค่าตัวหรือเปล่า? 』

คังวูจินอ่านเนื้อหาทั้งหมดจบ ก่อนจะสบถในใจ

'ไร้สาระน่า ฉันจะไปแสร้งทำเพื่อขึ้นค่าตัวยังไง ไม่มีอะไรในหัวเลยสักนิด'

มันคือความจริง คังวูจินไม่ได้กำลังครุ่นคิดอะไรมากมายอย่างที่สื่อหรือกระแสสังคมกำลังตีโพยตีพายอะไรกันอยู่ มันเหมือนกับเจ้าตัวน่ะนิ่ง ๆ แต่คนรอบข้างกลับโหวกเหวกโวยวาย คังวูจินก็พึ่งจะเคยเจอกับเรื่อง ‘ต่อสัญญา’ เป็นครั้งแรก นั่นแหละ

และคนที่รู้เรื่องนี้ก็มีเพียงแค่คังวูจินเท่านั้น

แม้แต่ชเวซองกุนก็แค่พูดว่า ‘ลองคิดดูดี ๆ แล้วค่อยมาคุยกัน’ แค่นั้น แต่สำหรับคังวูจินแล้ว เขาไม่ได้มีอะไรให้ต้องคิดมากมายเลยสักนิด เพราะเขาตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้วต่างหาก

‘ช่างมันเถอะ ปล่อยไปเดี๋ยวก็เงียบเองแหละ’

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีอะไรต้องทำอีกเยอะแยะ วันนี้ก็มีถ่ายทำ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ตลอดทั้งวัน แล้วยังต้องบินไปญี่ปุ่นอีกทีในอีกสองวันข้างหน้า นั่นก็คือวันที่16

ทำไมน่ะเหรอ?

ก็เพราะวันที่16 นี้เป็นวันนัดอ่านบทภาพยนตร์ ‘บุปผาเร้น’ อย่างเป็นทางการยังไงล่ะ ดังนั้น ก่อนหน้านั้นเขาจึงต้องทุ่มเทให้กับการถ่ายทำ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ไปก่อน พอถึงวัน อ่านบทก็ค่อยบินไปญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะอยู่ที่นั่นประมาณ 3 วันสำหรับตารางงานอื่น ๆ

‘ว่าแต่เขาจัดงานอ่านบทกันที่โรงแรมหรูขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย ลองเสิร์ชดูแล้ว โรงแรมใหญ่เวอร์วังอลังการมาก แบบนี้ก็เท่ากับว่าจะได้เจอนักแสดงญี่ปุ่นแล้วสิ?’

หัวใจของคังวูจินเริ่มเต้นตึกตักเบา ๆ แต่ขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก การได้เจอกับนักแสดงระดับท็อปของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในชีวิตแบบนี้ มันน่าตื่นเต้นมากก็จริง แต่ความไม่คุ้นเคยนี้กลับทำให้คังวูจินรู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด

ถึงอย่างนั้น เขาก็อดประหม่าไม่ได้กับการต้องแสดงร่วมกับนักแสดงญี่ปุ่นอยู่ดี

พวกเขาจะเป็นยังไงนะ คงจะต่างจากนักแสดงเกาหลีสินะ พวกเขาจะมองฉันยังไงนะ แสดงเก่งไหมนะ ดังแค่ไหนนะ และอื่น ๆ วูจินได้ยินมาบ้างว่ามีนักแสดงคนไหนแคสบ้าง แต่วูจินก็ไม่ได้รู้เรื่องวงการบันเทิงลึกซึ้งขนาดรู้จักท็อปสตาร์ต่างประเทศ

“ไม่หรอกตัวฉัน จะไปสนใจอะไรมาก เดี๋ยวไปถึงก็รู้เองแหละ”

คังวูจินเปลี่ยนเรื่องคุยทันที เขาละสายตาจากโทรศัพท์มือถือที่มองอยู่ ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีใครมารับ วูจินเลยหยิบกองกระดาษที่วางอยู่ข้าง ๆ ขึ้นมาเป็นบทภาพยนตร์เรื่องปลิง ที่คุณปู่ข้างบ้าน เอ่อ ผู้กำกับอันกาบก เอามาให้เมื่อหลายวันก่อน

- ฟึบ

คังวูจินเริ่ม อ่านบท ไม่ใช่แค่ตอนนี้ แต่เขาจะอ่านทุกครั้งที่มีโอกาส ตอนนี้วูจินอ่านบทภาพยนตร์เรื่องปลิง จบไปประมาณ 30% แล้ว

ในตอนนั้นเอง

- วืด

โทรศัพท์มือถือของวูจินสั่นครู่หนึ่ง เขามองบทอยู่ก็เลยก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์เป็นข้อความจากเบอร์ที่ไม่ได้บันทึก วูจินขมวดคิ้วแล้ว อ่านข้อความ

- สวัสดีครับ คุณคังวูจิน ผมคิมนัมแท ประธานบริษัทสื่อบันเทิง BHM ครับ จู่ ๆ ก็ติดต่อมาแบบนี้เพราะอยากขอเวลาอันมีค่าของคุณมาพบกันสักหน่อย······

อยู่ ๆ ก็มีข้อความจากประธานบริษัทบันเทิง คังวูจินกะพริบตาปริบ ๆ

“อะไรเนี่ย”

ข้อความมีความหมายประมาณว่าอยากนัดเจอ

“แล้วเขารู้เบอร์ฉันได้ไง?”

แต่ทว่า

- วืด

ข้อความเมื่อกี้ไม่ใช่ข้อความสุดท้าย

เรียน คุณคังวูจิน สวัสดีค่ะ ดิฉันติดต่อมาจากบริษัทสื่อบันเทิง JML ค่ะ ไม่ทราบว่าสะดวกพูดคุยทางโทรศัพท์ในขณะนี้หรือไม่คะ?

ข้อความจากค่ายบันเทิงที่คล้ายกัน แต่ต่างบริษัทถูกส่งมาอีกครั้ง ทำเอาวูจินขมวดคิ้ว ความสนุกก็คือ

- ตื้ด

- ตื้ด

ไม่ใช่แค่ข้อความ แต่ยังส่งมาทางแชทอีกด้วย เมื่อครู่นี้เองมีข้อความอย่างน้อย 5 ข้อความที่เด้งขึ้นมาติด ๆ กัน ทันใดนั้นคังวูจินก็นึกถึงประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกันนี้ขึ้นมาได้

“อ่า ใช่แล้ว ตอนที่อ่านเรื่องนิติจิตวิทยาเสเพล”

วูจินนึกถึงนามบัตรมากมายที่เขาได้รับจากค่ายบันเทิงต่าง ๆ ในตอนนั้น พอคิดได้แบบนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

- ตื้ด ตื้ดดดด

ครั้งนี้เป็นสายโทรเข้า แน่นอนว่าเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้ คังวูจินรู้สึกสงสัย แต่ก็รับสายเผื่อไว้ก่อน

“ฮัลโหลครับ”

เสียงผู้ชายที่มั่นใจดังมาจากปลายสาย

“โอ้ คุณคังวูจิน สวัสดีครับ ผมซอกูซอบจากบริษัทสื่อบันเทิง GGO โทรหาครับ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุยกันได้ไหมครับ?”

ทว่าน้ำเสียงของคังวูจินนั้นต่ำและเย็นชาจนสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้ง

“ไม่ได้ครับ”

แต่ดูเหมือนซอกูซอบหรือใครก็ตามที่ปลายสายจะไม่รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย

จบ

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 167 แตกหัก (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว