เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 166 แตกหัก (5)

บทที่ 166 แตกหัก (5)

บทที่ 166 แตกหัก (5)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 166 แตกหัก (5)

ชเวซองกุนเดินไปรับโทรศัพท์ ช่วงเวลานั้นในห้องทำงานเหลือเพียงคังวูจิน ผู้กำกับอันกาบก และตัวแทนบริษัทภาพยนตร์ บรรยากาศดูอึมครึม ผู้กำกับอันกาบกและตัวแทนบริษัทภาพยนตร์ต่างจ้องมองวูจินที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“······”

“······”

คังวูจินก้มมองบทภาพยนตร์เรื่องปลิง ภาพยนตร์เรื่องที่100ของผู้กำกับอันกาบกอย่างเงียบ ๆ เพียงชั่วพริบตา ผู้กำกับอันกาบกก็สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยบนใบหน้าของวูจิน

‘เมื่อกี้… ชะงักไปหรือเปล่านะ’

จึงเอ่ยปากถามออกไป

“ทำไม หรือว่ามีตรงไหนไม่ถูกใจงั้นหรือ”

ทว่าคังวูจินกลับไม่ตอบ เขาเพียงแต่ก้มมองบทภาพยนตร์ ปลิง ในขณะเดียวกันก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในมิติว่างเปล่า

บทภาพยนตร์ที่เพิ่งอัปเดตเข้ามา

ตอนที่เข้าไปในมิติว่างเปล่าอันมืดมิด คำพูดแรกของวูจินนั้นแสนสั้น

‘ชื่อเรื่องปลิง เนี่ยนะ เรียบง่ายชะมัด’

ความรู้สึกแรกที่มีต่อชื่อเรื่องชื่อเรื่องนั้นทั้งดิบเถื่อนและคาดเดายากว่าเนื้อหาจะเป็นอย่างไร แต่ช่างเถอะ ค่อย อ่านทีหลังก็ได้ คังวูจินหันไปมองกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่ลอยอยู่ ตรงมุมสุดเป็นปลิง ที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาใหม่

ทันทีที่เห็น ดวงตาของคังวูจินก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

-[8/บทภาพยนตร์(ชื่อเรื่อง: ปลิง) ระดับ S]

-[*บทภาพยนตร์ที่มีความสมบูรณ์แบบมาก สามารถ อ่านทำความเข้าใจได้ 100%*]

ระดับ S ภาพยนตร์ ‘ปลิง’ นั้นเริ่มต้นมาก็ระดับ S อยู่แล้ว วูจินรู้สึกทึ่งอย่างบริสุทธิ์ใจ

“ว้าว สมกับที่เป็นหนังของยอดฝีมือ”

แน่นอนว่า ผู้กำกับอันกาบก นั้นสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นตำนานของวงการภาพยนตร์เกาหลี แต่ประเด็นที่ทำให้เกิดข้อสงสัยก็คือ แม้จะรู้ว่าหนังเรื่องนี้ยอดเยี่ยมมาก

“แต่หนังเรื่องนี้จะต้องไปเข้าชิงรางวัลไม่ใช่เหรอ?”

แล้ว ‘ปลิง’ จะออกมาในรูปแบบไหนกันนะ ถ้าเป็นแบบ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ที่แค่เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ก็แค่วัดผลที่ยอดคนดูก็พอ แต่ถ้าจะส่งไปประกวดที่คานส์ ผลลัพธ์มันก็จะออกมาทางนั้นอย่างเดียวหรือเปล่านะ

‘ไม่สิ หนังที่ส่งไปคานส์ก็เอามาฉายในโรงได้นี่’

‘สำนักงานนักสืบ’ นั้นเป็นหนังสั้น จึงไม่คิดจะเอาไปฉายในโรงภาพยนตร์ แต่ ‘ปลิง’ นั้นเป็นหนังยาวมีความเป็นไปได้สูงที่จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์เกาหลีหลังจากส่งไปประกวดที่คานส์ จากที่วูจินได้ไปสืบมา หนังบางเรื่องที่ได้รับเชิญไปงานประกาศรางวัลออสการ์ ก็มีการโปรโมตพอเป็นพิธี ก่อนจะนำมาฉายในโรงภาพยนตร์

สรุปคือมันคาดเดาได้ยาก

ทันใดนั้น คังวูจินก็เลิกคิดเรื่องสับสนวุ่นวายพวกนี้ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นแบบไหน ถ้ามันประสบความสำเร็จก็จบแล้วไม่ใช่เหรอหรือบางทีมันอาจจะออกมาดีทั้งสองแบบเลยก็ได้ คังวูจินหยุดความคิดที่พรั่งพรูออกมาจากมิติว่างเปล่า แล้วหันไปหาผู้กำกับอันกาบกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเขาก็กำลังเอียงคอถามขึ้นมาว่า

“เป็นอะไรไปหรือเปล่า มีปัญหาอะไรหรือ?”

คังวูจินทำสีหน้าเรียบเฉย บ่งบอกอารมณ์ใด ๆ ไม่ออก ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ ตอบกลับไปว่า

“ไม่มีอะไรครับ แค่อ่านบทอยู่”

“เหรอ? อ่านไปครู่เดียวคิดว่าเป็นยังไงบ้าง?”

เขาน่ะยังไม่รู้หรอก ก็ยังไม่ได้อ่านบทอย่างจริงจัง มันก็พอดูได้อยู่หรอก แต่นี่จะให้พูดไปลอย ๆ ว่า ‘บทดีมากเลยครับ ระดับ S เลย’ ก็ไม่ได้ จริงอยู่ว่านักแสดงระดับท็อปคนอื่น ๆ อาจจะตอบรับไปก่อน เพราะเป็นบทหนังของผู้กำกับอันกาบก แต่คังวูจินเขามีคอนเซปต์ที่ชัดเจน และเขาก็พูดออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ตอนนี้ผมยังไม่ทราบครับ”

ผู้กำกับอันกาบกดูเหมือนจะเข้าใจในตัวตนของวูจินดี รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอย

“อืม ฉันเข้าใจ ถามตอนนี้มันก็เร็วเกินไป”

ผู้กำกับอันกาบกพูดขึ้นหลังจากใช้นิ้วมือลุยเส้นผมสีดอกเลี้ยงสีเงินของตัวเอง

“อืม งั้นเราคุยเรื่องอื่นกันก่อนดีกว่า ที่ดานังตอนนั้นฉันทำอะไรไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไรคิดซะว่าผมฉันได้ตัวนายมาร่วมงานด้วยจริง ๆ ก็แล้วกัน”

“ขอบคุณครับ”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก”

แววตาผ่อนคลายของผู้กำกับอันกาบกเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที

“ฉันขอเสนออย่างเป็นทางการเลยนะ ฉันอยากให้วูจินมาร่วมแสดงในหนังของฉัน ฉันอยากได้ตัวนายมากจริง ๆ”

ผู้บริหารบริษัทภาพยนตร์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ผู้กำกับอันกาบกรับช่วงต่อทันที

“อย่างที่คุณวูจินได้พูดไว้ที่ดานัง ผมเข้าใจดีว่าคุณไม่ได้สนใจเทศกาลหนังเมืองคานส์เท่าไร ผมรู้ว่าเป้าหมายของคุณอยู่ที่ไหน แต่ด้วยผลงานที่คังวูจินมีตอนนี้ บอกได้เลยว่าคุณไม่มีทางได้รางวัลออสการ์ ผมมั่นใจ”

“······”

“แน่นอนว่าพัฒนาการของคุณวูจิน ในตอนนี้มันเหลือเชื่อมาก แบบที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลยล่ะ แต่ถ้าคุณจะไปแบบธรรมดา ๆ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา 5 ปีเป็นอย่างต่ำ เพราะเอาจริง ๆ แล้ว แม้แต่นักแสดงที่คร่ำหวอดในวงการมา 10-15 ปี ก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามผ่านกำแพงนั้นไปได้เลย”

สายตาของวูจินที่กำลังฟังคำอธิบายอยู่พลันเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ผู้กำกับอันกาบก ซึ่งนั่งไขว้หางอยู่ไม่ไกล ก่อนที่มุมปากของผู้กำกับมากประสบการณ์ผู้นั้นจะยกยิ้มขึ้นเล็ก ๆ

“อา ที่จริงก็มีแค่ฉันกับเจ้าหมอนี่ที่รู้ว่าวูจินสนใจแค่รางวัลออสการ์เท่านั้น เพราะงั้นเรื่องนั้นให้CEOจางเขาจัดการน่าจะถนัดกว่าฉันอีก”

'อะไรเนี่ยคุณปู่? ผมไปต้องการรางวัลออสการ์ตอนไหนกัน' วูจินถอนหายใจในใจยาวเหยียดเมื่อเห็นความเข้าใจผิดก่อตัวขึ้นตรงหน้าอย่างชัดเจน เช่นนี้แล้วต้นตอของเรื่องก็คงหนีไม่พ้นผู้กำกับอาวุโสคนนี้เป็นแน่ ทว่าการเอ่ยปากถามอะไรออกไปในสถานการณ์เช่นนี้ คงไม่ต่างอะไรกับการประกาศให้โลกรู้ว่าเขาโง่เง่าเต่าตุ่น

ทำได้เพียงตีหน้าซื่อ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อไป

“เชิญคุณพูดต่อเลยครับ”

คังวูจินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ผู้แทนบริษัทภาพยนตร์จึงเล่าต่อ

“แต่ถ้าหากว่าเราไปคว้ารางวัลที่เมืองคานส์มาได้ล่ะก็ สถานการณ์จะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยนะครับ เรียกได้ว่าเป็นทางลัดอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้”

ผู้กำกับอันกาบกแทรกขึ้น

“ก็แปลว่าให้ใช้หนังของฉันเป็นบันไดไต่เต้ายังไงล่ะ อยากเห็นเหมือนกันนะว่าคุณวูจินจะไปถึงเป้าหมายได้เร็วแค่ไหน”

ระหว่างที่ความเข้าใจผิดเริ่มจะบานปลายไปกันใหญ่ ผู้กำกับอันกาบกก็ขยับตัวมาข้างหน้า

“เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จะจัดขึ้นช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี แต่ได้ข่าวมาว่าปีหน้าจะเลื่อนไปจัดช่วงเดือนกันยายนแทนเนื่องจากปัญหาภายในของทางคานส์ ถือว่าเป็นโชคของฉันเหมือนกันนะ ไม่อย่างนั้นหนังของฉันอาจจะถูกเลื่อนไปฉายปีถัดไปก็ได้”

“โชคดีจังเลยนะครับ”

ผู้แทนบริษัทภาพยนตร์กล่าวเสริมขึ้น

“แต่เวลามันกระชั้นชิดนะครับ ถึงจะเลื่อนออกไป แต่อย่างน้อยเดือนมกราคมปีหน้าก็ต้องเริ่มถ่ายทำแล้วนะครับ ปิดกล้องเดือนมิถุนายน แล้วก็ตัดต่อให้เสร็จก่อนเดือนกันยายนเพื่อส่งผลงาน ทว่า ทางคานน่ะ ได้รับข้อเสนอมาแล้วล่ะครับ เพราะว่าคุณอันกาบกเคยสร้างผลงานดี ๆในคานเอาไว้เยอะ การพิจารณาน่ะ เข้ารอบอยู่แล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการเข้ารอบสุดท้ายมากกว่า”

มีรายละเอียดปลีกย่อยถูกเอ่ยออกมาเป็นพรวน วูจินได้แต่รับข้อมูลเหล่านั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย

‘โคตรจะแน่นเอี๊ยด’

เวลาเหลือน้อยเต็มที เสียงแหบแห้งของผู้กำกับอันกาบกก็ดังขึ้น

“อย่าไปสนใจเรื่องที่มันจะเป็นผลงานเรื่องที่100ของฉัน หรือสายตาคนรอบข้างเลย คิดถึงแค่อนาคตของวูจินแล้วค่อยตัดสินใจก็พอ”

“ครับ ผู้กำกับ”

จากนั้น

-แกร๊ก

ผู้กำกับอันกาบกลุกขึ้นจากเก้าอี้ และประธานค่ายหนังก็เดินตามออกมา แสดงว่าคุยธุระกันเสร็จเรียบร้อย เหลือแค่คำตอบของคังวูจิน เท่านั้น ชเวซองกุนที่ออกไปคุยโทรศัพท์ก็เดินกลับเข้ามาในห้อง

“อ้าว! คุยกันเสร็จแล้วเหรอครับ?!”

ผู้กำกับอันกาบกยิ้มน้อย ๆ แล้วพยักหน้า

“ครับ ผมรบกวนเวลาคุณนานเลยสินะ วูจินตัดสินใจแล้วให้ติดต่อมาหาผมด้วยละกัน”

“ครับ! ขอบคุณครับ ผู้กำกับ”

ผู้กำกับอันกาบกเดินออกไป บรรยากาศตึงเครียดในห้องก็ผ่อนคลายลง เห็นได้จากชเวซองกุนผมเปียที่ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เฮ้อ วูจิน นายว่าไง?”

“ไม่รู้สิครับ ต้องลองอ่านบทภาพยนตร์ดูก่อน”

“······งั้นเหรอ งั้นอ่านเสร็จแล้วบอกด้วยละกัน”

“ครับ”

“แล้วอีกอย่าง”

ชเวซองกุนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาให้คังวูจินดูอย่างกะทันหัน บนหน้าจอกำลังแสดงบทความจากข่าวอยู่

『[ข่าวพิเศษ] ‘สัตว์ประหลาดหน้าใหม่’ คังวูจินที่แท้เซ็นสัญญา 1 ปี กับบริษัทสื่อบันเทิงbw··· เตรียมตัวลงตลาด FA ต้นปีหน้า? 』

ชเวซองกุนพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ยังไม่รู้ว่ารั่วไหลจากไหน แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ สักพักก็คงวุ่นวายน่าดู”

“อ่า”

แม้สีหน้าของคังวูจินจะดูไม่แสดงความรู้สึกใด แต่ข้างในนั้นเขากำลังตกใจอยู่เล็กน้อย

‘เอ๊ะ? อะไรเนี่ย? อ่า จริงสิ ฉันเซ็นสัญญาแค่ 1 ปีนี่นา’

ดูเหมือนว่าเขาจะลืมไปแล้ว ชเวซองกุนเองก็ดูเหมือนจะไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเช่นกัน

“ยังไงก็ต้องเลื่อนตารางงานออกไปก่อน เดี๋ยวค่อยคุยกันละเอียด ๆ อีกที”

“ครับ ท่านประธาน”

ถึงในใจจะร้อนรน แต่เขาก็ยังพพยายามทำตัวให้เย็นไว้ก่อน

‘ไม่เป็นไร ยังพอมีเวลา ค่อย ๆ จัดการดีกว่า’

คังวูจินตอบกลับอย่างใจเย็น

‘แต่มันกลายเป็นข่าวได้ยังไง แปลกชะมัดยาก’

เขายังไม่รู้สึกตัวเลยว่าเรื่องราวมันใหญ่โตแค่ไหน

หลังจากนั้น

คังวูจินก็มุ่งหน้าไปยังห้องอัดเสียง เพื่อถ่ายทำรายการ ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับการอัดเสียงCoverเพลงและถ่ายทำ Youtubeเป็นประจำ เขาจึงเริ่มคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้แล้ว

ในขณะที่วูจินกำลังไปที่ห้องอัดเสียง

“พี่วูจินเซ็นสัญญา 1 ปี เรื่องจริงเหรอคะ?”

จางซูฮวาน ฮันเยจอง และทีมงานของวูจินที่อยู่ในรถตู้กำลังพูดคุยกันอย่างออกรส หัวข้อสนทนาไม่ต้องเดา ก็คือเรื่องของคังวูจินนั่นเอง

“ฉันว่ามันก็แค่ข่าวลอย ๆ แหละ ใครจะไปเซ็นสัญญาแค่ 1 ปีกัน ไม่มีทางหรอก”

“ก็นั่นสินะ แต่-บรรยากาศมันแบบนี้ ถามไปก็กลัวจะแปลก ๆ”

“วูจิน พี่ก็ต้องเคยเห็นข่าวแล้วแน่ ๆ แต่ทำไมไม่พูดอะไรเลย”

“ข่าวก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทำไมท่านประธานถึงเงียบแบบนี้ล่ะคะ”

ข่าวลือเรื่องสัญญา 1 ปีของวูจินที่ปล่อยออกมา ในตอนเช้า กลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับพวกเธอ

“แต่ถ้าข่าวลือนั้นเป็นเรื่องจริง พวกเราจะเป็นยังไงกันล่ะ”

“ไม่หรอกน่า วูจิน พี่ เขาไม่ใช่แบบนั้นหรอกคิดดูสิ เขาก็เป็นแค่มือใหม่ ปกติมือใหม่จะเซ็นสัญญากัน 5-7 ปีไม่ใช่เหรอ?”

ทันใดนั้น ฮันเยจอง ผมบ็อบสีฟ้าก็แทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“มีใครรู้ขั้นตอนการแคสวูจิน พี่มั้ยคะ?”

“...”

“...”

“ไม่มีใช่มั้ย เพราะงั้นพวกเราก็แค่รอเงียบ ๆ ดีกว่า อย่าพึ่งตื่นตูมไปก่อน”

ในขณะเดียวกัน คังวูจินก็กำลังประชุมอยู่ที่สตูดิโอ บุคคลที่เข้าร่วมประชุมก็คือ ทีมงานแชนแนล ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ PD และชเวซองกุน เนื่องจากตอนนี้แชนแนล ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ มียอดผู้ติดตามจำนวนมาก พวกเขาจึงต้องหาเวลามาอัดคลิปเก็บไว้

วันนี้มีกำหนดอัดคลิปร้องเพลงCoverเพลงป๊อปและเจป๊อปที่เลือกไว้เป็นภาษาเกาหลี

เพื่อเป็นข้อมูล ยอดผู้ติดตามปัจจุบันของแชนแนล ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ คือ

[ชื่อช่อง: ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน] [ผู้ติดตาม 5.87 ล้านคน] [วิดีโอ 17 รายการ]

ตอนนี้ยอดผู้ติดตามพุ่งทะลุ 5.8 ล้านคนไปแล้ว ไม่ใช่แค่แฟนคลับในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากกระแส ‘พ่อค้ายาเสพติด’ แต่แฟนคลับชาวญี่ปุ่นก็เพิ่มขึ้นจากความนิยมของภาพยนตร์เรื่อง ‘เพื่อนชาย’ ด้วย แน่นอนว่าคอมเมนต์ภาษาอังกฤษก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน เพราะมีคลิปCoverเพลงเคป๊อปเป็นภาษาอังกฤษ

ยอดวิวของคลิปวิดีโอต่าง ๆ ยังคงสูงอย่างน่าตกใจ

-【(6) ไมลีย์ คาร่า (Miley Cara)/ ‘Wrecking Ball’ 】Cover (Korean. Ver)|ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน

-ยอดวิว 6.12 ล้านวิว

วิดีโอแต่ละคลิป แม้จะขึ้นอยู่กับรสนิยม แต่โดยพื้นฐานแล้วมียอดวิว 5 ล้านเป็นอย่างต่ำ ด้วยเหตุนี้ ในระหว่างการประชุม ทีมงานช่องสำรอง 'คังวูจิน' จึงตื่นเต้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะPDหลัก

“วิดีโอที่อัปโหลดไปคราวนี้ก็ยอดเยี่ยมมาก! เส้นเสียงดีมากเลย! การที่เลือก 'ไมลีย์ คาร่า' ถือเป็นการตัดสินใจที่ดีเยี่ยมเลยครับ!”

PDที่อยู่หน้าเครื่องบันทึกเสียงกล่าวเสริม

“'ไมลีย์ คาร่า'เองก็เป็นอัจฉริยะนะครับ อาชีพหลักเป็นนักแสดง แถมยังดังระดับท็อปในฮอลลีวูด แต่พอได้แสดงหนังเพลงแค่ครั้งเดียว ก็ทำให้มีที่ยืนในฐานะนักร้องแล้ว”

“อ่า! เป็นอย่างนั้นหรอครับ? ผมนึกว่า 'ไมลีย์ คาร่า' เดบิวต์เป็นทั้งนักแสดงและนักร้องมาพร้อมกันซะอีก”

“ไม่ใช่นะ ที่ฮอลลีวูดน่ะมีแบบนั้นเยอะ นักแสดงกับนักร้องไปพร้อมกัน แต่คนนี้เขาตีตลาดในฐานะนักแสดงได้แล้ว ถึงได้มาเอาดีด้านการร้องทีหลัง”

'ไมลีย์ คาร่า' งั้นเหรอแม้แต่วูจินที่นั่งฟังเงียบ ๆ อยู่ก็รู้จักชื่อนี้ เหมือนเคยได้ยินว่าเป็นนักแสดงที่ดังมากในฮอลลีวูด แถมในเกาหลีนี่ก็มีแฟนคลับเยอะด้วย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รู้จักแค่ผิวเผินเท่านั้น

ตอนนั้น ชเวซองกุนที่กำลังก้มดูไดอารี่อยู่ก็พูดแทรกขึ้นมา

“มีคนขอให้เราCoverเพลงครับ จริง ๆ ช่วงนี้มีคนส่งคำขอให้เราCoverเพลงเยอะมากเลย ตั้งแต่วงไอดอล ยันนักร้องรุ่นใหญ่ เยอะจนต้องคัดออกเลยล่ะ”

“อ่า! จริงสิ คุณเคยบอกผมแล้วนี่ครับ แล้วคราวนี้ใครส่งคำขอมาล่ะ”

“อีจองอา”

“อีจองอา! จริงเหรอ อีจองอาเนี่ยนะ?!”

อีจองอาเป็นนักร้องเดี่ยวหญิงที่โด่งดังระดับท็อป

“เนื้อหาน่าจะเดากันได้อยู่แล้ว เธอออกเพลงใหม่ ก็เลยส่งคำขอมาเป็นการโปรโมตไปในตัว”

ปัจจุบัน ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ นั้นโด่งดังเป็นพลุแตก ใคร ๆ ต่างก็รุมตอมเป็นธรรมดาในที่สุดการประชุมที่ดำเนินอยู่ก็เปลี่ยนหัวข้อไปแน่นอนว่ามาจากปากของชเวซองกุน ชายผมเปียยาวและเกี่ยวกับ ‘รายการทำอาหาร’ ของวูจิน

“รายการทำอาหารน่ะเหรอ- ผมว่าน่าจะตีกรอบให้แคบลงเหลือแค่ 3 อย่าง คือ คุณวูจินสาธิตสอนทำอาหารให้คนดูไปด้วย เชิญแขกรับเชิญมานั่งพูดคุย แล้วก็ทำให้เขากิน แล้วก็อวตารทำอาหาร”

คังวูจินถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

“อวตารทำอาหารเหรอครับ?”

“ใช่มันเป็นไอเดียที่ต่อยอดมาจากการเชิญแขกรับเชิญน่ะ พูดง่าย ๆ ก็คือ แขกรับเชิญที่เราเชิญมาจะเป็นอวตาร ส่วนคุณก็คอยบอกวิธีทำให้เขาจากข้างหลัง”

“อ่า-”

“เป็นไง?”

“ก็น่าสนใจดีนะครับ”

ชเวซองกุนยิ้มกริ่ม

“ถ้าแขกรับเชิญทำอาหารไม่เป็นก็คงสนุกพิลึกน่าดู คุณทำได้แค่อ้าปากบอกเขาอยู่ข้างหลัง”

พูดง่าย ๆ ก็คือ จุดขายมันอยู่ที่ภาพของคังวูจินที่ทำอะไรไม่ถูกอยู่ข้างหลังแขกรับเชิญ

“มันก็คือคอนเทนต์แนววาไรตี้โชว์ นั่นแหละ”

สรุปแล้ว ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ก็ถูกแบ่งออกเป็นสองหมวดหมู่ใหญ่ ๆ คือ ร้องเพลงCover กับรายการอาหาร ซึ่งในแต่ละหมวดหมู่ก็แตกแขนงออกไปอีกหลายรายการรวม ๆ แล้วทั้งรายการCoverและรายการอาหารก็ปาเข้าไปสิบกว่ารายการ

“ว่าแต่วูจิน แขกรับเชิญคนแรกของรายการอาหารนายอยากได้ใครล่ะ”

“ผมว่า ฮวาลิน น่าจะเหมาะนะครับ”

“อืม-ก็จริงเพลงแรกของ ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ก็เป็นของเธอด้วยนี่ มีความหมายดี โอเคเดี๋ยวฉันติดต่อไปทางฮวาลินให้ ส่วนอวตารล่ะ”

“ผมยังไม่แน่ใจครับ”

“งั้นเดี๋ยวฉันเลือกให้ก็แล้วกัน”

“ครับ คุณผู้จัดการ”

ต่อมา เมื่อการประชุมเสร็จสิ้นลง คังวูจินก็เดินเข้าไปในห้องอัดเสียง เพื่อถ่ายทำวิดีโอCoverเพลง และในขณะที่การเตรียมการถ่ายทำกำลังเริ่มต้นขึ้น PDหลักของช่อง ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ก็เอ่ยถามชเวซองกุนอย่างระแวดระวัง

“คือ...ท่านประธาน ผมเห็นข่าวของวูจินน่ะครับ จริงเหรอครับที่เขาจะย้ายค่ายต้นปีหน้า?”

ชเวซองกุน ซึ่งกำลังยืนกอดอกมองวูจินอยู่ภายในห้องอัด ตอบกลับสั้น ๆ ว่า

“ไม่ต้องสนใจหรอกครับ”

“อ่า ครับ ผมแค่กังวลน่ะครับ ฮ่า ๆ ๆ ๆ มันก็คงเป็นข่าวปลอมสินะครับ ?”

ทันใดนั้นเอง

- ตืดดดดดด

โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตของชเวซองกุนก็สั่นยาวเหยียด เมื่อมองดูชื่อผู้โทรเข้าก็พบว่าเป็นฮงฮเยยอน ชเวซองกุนเดินออกมาที่ทางเดินนอกสตูดิโอพร้อมกับยกโทรศัพท์แนบหู

“ว่าไง?”

เสียงตื่นเต้นของฮงฮเยยอนดังลอดออกมาทันที

“พี่! ข่าวของวูจิน พี่เป็นคนปล่อยข่าวเองเหรอ?!”

“คิดว่าฉันบ้าไปแล้วรึไง?”

“แต่ทำไมข่าวนี้ถึงหลุดออกมาได้ล่ะ?!”

“ก็ ไม่รู้นี่หว่า”

“ไม่รู้ได้ไง?!”

ฮงฮเยยอนเป็นนักลงทุนของบริษัทสื่อบันเทิง BW เธอไม่ได้เป็นห่วงแค่เรื่องของวูจินเท่านั้น แต่ยังกังวลในฐานะนักลงทุนของบริษัทอีกด้วย

“นี่มันอะไรกัน...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ แล้ววูจินว่าไงบ้าง?!”

“เธอก็รู้นิสัยวูจิน เขายังไม่พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้สักคำ”

“ถ้าเป็นวูจินที่เด็ดขาดขนาดนั้น ก็น่าจะตัดสินใจไปแล้วหรือเปล่า?”

“ก็น่าจะอย่างงั้นแหละ”

ไม่เลย คังวูจินไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องสัญญาเลยสักนิด

“พี่ สัญญา 1 ปีของวูจินมีเงื่อนไขอะไรบ้าง?”

“ค่าเซ็นสัญญาสี่พันล้าน กับสัญญา 9:1เป็นเวลา 1 ปี บริษัทสื่อบันเทิงbwของเราแค่อยากให้ลองสัมผัสรสชาติก่อน ตกลงกันไว้ว่าจะต่อสัญญาหรือไม่ค่อยตัดสินใจกันทีหลัง”

ภายใน1 ปี ไม่สิ พูดให้ถูกคือไม่ถึง 1 ปีด้วยซ้ำ คังวูจินก็กลายเป็นยิ่งกว่าอสุรกายไปแล้ว นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เสียงของฮงฮเยยอนผ่านหูโทรศัพท์ฟังดูร้อนรนเล็กน้อย

“······เอ่อ คือแบบว่า ถ้าเขายังไม่พูดอะไรออกมา ก็แปลว่าเขาไม่ค่อยพอใจเรางั้นเหรอ?”

“ไม่รู้สิ ใครจะไปรู้ใจวูจินออก จริงสิในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ก็ต้องเดินเกมเร็วกว่าแผนเดิมแล้วล่ะ ฉันจะพยายามอย่างเต็มที่เลย แต่เธอก็รู้ วูจินน่ะตารางงานแน่นเอี้ยด บริษัทเอเจนซี่เจ้าอื่นเลยไม่กล้าหักหน้าเข้ามาติดต่อหรอก”

“ถึงอย่างนั้น มันก็ต้องเกิดสงครามแย่งชิงตัวกันอยู่แล้ว เพราะเท่ากับประกาศให้รู้โดยทั่วกันผ่านข่าวนี้ไปแล้ว พี่รู้ใช่มั้ย วูจินน่ะ ต้องคว้าตัวมาให้ได้”

“เอาน่า ก็มูลค่าพุ่งขึ้นมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าตัวเลยนี่”

ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงนำ ช่องYoutube โซเชียลมีเดีย บุคคลระดับบิ๊กที่อยู่รายล้อม การเข้าสู่วงการบันเทิงญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งรางวัลออสการ์ ชเวซองกุนที่เฝ้ามองอยู่ใกล้ ๆ ย่อมไม่พลาดทุกความเป็นไป

“เอาเป็นว่า ตอนนี้ฉันกำลังรวบรวมกระสุนอยู่”

สองวันต่อมา ช่วงเช้า บริษัทสื่อบันเทิงGGO ย่านฮยอนดง

ตั้งแต่เช้าตรู่ บรรดาผู้คนมากมายต่างมารวมตัวกันที่ห้องทำงานของประธานบริษัทสื่อบันเทิงGGO ขนาดยักษ์แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับหัวหน้า หรือแม้แต่ซอกูซอบ ชายร่างกำยำที่นั่งอยู่บนโซฟา 5 ที่นั่ง หรือก็คือบุคคลที่เคยโดนคังวูจินปฏิเสธจากเรื่อง'เทศกาลหนังมิสอองแซง’

ทุกคนต่างกำลังก้มหน้าก้มตาจ้องแท็บเล็ตในมือ

- - -

"ผู้กำกับคิมอีอ่านข่าวนี้หรือยัง"

ซอกูซอบ ซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หัวโต๊ะเอ่ยถาม ขณะที่ผู้บริหารที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก้มหน้าลง

"ครับท่านประธาน ทางสำนักข่าวดูมั่นใจมากครับ"

"งั้นเหรอ? งั้นก็แปลว่าไม่มั่วยังไงล่ะ-"

"การเคลื่อนไหวของค่ายอื่น ๆ ก็ดูไม่ธรรมดาครับ"

"พวกนั้นคงเตรียมจะกระโจนเข้าใส่อยู่แล้วล่ะ"

ทันใดนั้นซอกูซอบก็หัวเราะออกมาพลางนึกถึงชเวซองกุนที่ชอบมัดผมจุก

"1 ปี? ไอ้บ้าชเวซองกุน มันกักขังตัวมหาอสูรร้ายกาจแบบนั้นไว้ได้แค่ปีเดียวเองเรอะ? สมองมันพังไปแล้ว หรือไง?"

เขายิ้มเยาะออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

'ช่างแม่งสิว่าเหตุผลมันจะเป็นยังไง งานนี้ต้องให้คังวูจินกลืนลงท้องไปซะ'

เขาพึมพำกับตัวเองในใจ

'200 ล้านวอน ไม่สิ อย่างน้อยก็ 300 ล้านวอนน่าจะพอ'

จบ

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 166 แตกหัก (5)

คัดลอกลิงก์แล้ว