เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 162 แตกหัก (1)

บทที่ 162 แตกหัก (1)

บทที่ 162 แตกหัก (1)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 162 แตกหัก (1)

ปลายปี.. ฤดูกาลแห่งการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บรรยากาศรอบตัวช่างครึกครื้นจอแจไปเสียหมด

ยิ่งในวงการบันเทิงด้วยแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ทุกอย่างดูเร่งรีบขึ้นเป็นเท่าตัว ไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์ วาไรตี้ หรือแม้แต่รายการข่าว ต่างก็คึกคักไปด้วยอีเวนต์มากมายที่จัดขึ้นในช่วงปลายปี และแน่นอนว่าสำหรับรายการโทรทัศน์เอง ก็มีรายการพิเศษผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด รวมถึงรายการนำร่องที่เรียกกันว่า "รายการนำร่องใช้ทดลอง"

รายการประเภทนี้ ส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นรายการที่ออกอากาศเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น ช่วงเทศกาล หรือช่วงปลายปีเท่านั้น

จริง ๆ แล้ว วงการบันเทิงเริ่มเตรียมงานสำหรับช่วงปลายปีกันมาตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว พอเข้าเดือนพฤศจิกายน ทุกอย่างก็ยิ่งคึกคักขึ้นไปอีก ไฮไลต์ของช่วงปลายปีคงหนีไม่พ้นงานประกาศรางวัลต่าง ๆ ยิ่งใกล้วันงาน ตารางงานของเหล่านักแสดงและคนในวงการบันเทิงก็ยิ่งแน่นเอี๊ยด

ไม่ว่าจะเป็นงานประกาศรางวัลอะไรก็ตาม "รางวัลภาพยนตร์บลูดราก้อน" ถือเป็นงานประกาศรางวัลภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเกาหลี และในปีนี้ ชื่อของ "คังวูจิน" นักแสดงดาวรุ่งพุ่งแรงที่เพิ่งเดบิวต์ในปีนี้ ก็ถูกเอ่ยถึงโดยประธานคณะกรรมการจัดงาน

"ปีนี้ ชัดเจนเลยว่า คังวูจิน กวาดรางวัลเรียบ"

นี่อาจจะเป็นครั้งแรกของงานนี้เลยก็ได้ ที่นักแสดงหน้าใหม่ได้รับความสนใจมากมายขนาดนี้ ปกติแล้ว นักแสดงหน้าใหม่มักจะยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างในปีที่เดบิวต์ ถึงแม้ว่าจะมีบางคนที่ได้รับความนิยมจนกลายเป็น "รุกกี้มาแรง" และได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานประกาศรางวัลต่าง ๆ อยู่บ้าง แต่การที่ประธานคณะกรรมการจัดงานประกาศรางวัลภาพยนตร์ระดับ "บลูดราก้อน" จะเอ่ยปาก และต้องการตัวนักแสดงหน้าใหม่สักคนมาร่วมงานด้วยตัวเองแบบนี้ แทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

"พวกเราคงไม่ใช่เจ้าเดียวหรอกที่หมายตา คังวูจิน ไว้ ทีมงานที่อื่นก็คงต้องการตัวเขามาร่วมงานเหมือนกัน รีบชิงลงมือก่อนดีกว่า"

นี่คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ปรากฏการณ์คังวูจินในปีนี้ มันยิ่งใหญ่ขนาดไหน และทีมงานของคณะกรรมการจัดงาน "บลูดราก้อน" ก็ยิ่งตอกย้ำความคิดนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก

"ที่พูดมาถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์เลยครับ มีข่าวลือมาด้วยว่า ทางช่อง MBS เอง ถึงแม้จะยังไม่มีรายการไหนที่ได้ร่วมงานกับคังวูจินเลยก็ตาม แต่ก็มีการเตรียมส่งเทียบเชิญไปให้แล้ว"

“อ่า เรื่องนั้นผม ก็ได้ยินมาเหมือนกันครับ ตอนนี้คุณคังวูจินกำลังดังมาก ๆ นี่ครับจะให้ไปแบบออกนอกหน้าโชว์ ๆ งั้นเหรอครับ?”

“จะบอกว่าคุณคังวูจินกำลังมาแรงก็คงไม่พอหรอกครับ เดบิวต์ปีเดียวก็สร้างอิมแพคได้ขนาดนี้ บอกตรง ๆ ว่าไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์เลยนะครับ ?”

“ลองดู ‘เจ้าพ่อค้ายาเสพติด’ สิครับ เมื่อกี้ผมเพิ่งดูรายได้ Box Office มามียอดผู้ชมทะลุ 2,500,000 คนแล้วนะครับ แปลกดีนะครับ คุณคังวูจินทำอะไรก็กลายเป็นสถิติไปหมดเลย”

เหล่าพนักงานต่างเอ่ยชื่อของคุณคังวูจินออกมาด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย ส่วนประธานที่นั่งอยู่บนหัวโต๊ะก็พยักหน้าเห็นด้วย

“เกือบเลยล่ะ จริง ๆ ต้องบอกว่าเป็นปีของคุณคังวูจินเลยแหละ”

“ตามที่ท่านประธานว่าไว้เลยครับ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังอยู่ในช่วงคัดเลือกรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลอยู่ แต่ผมคิดว่าเราน่าจะรีบยื่นข้อเสนอให้กับทางคุณคังวูจินให้เร็วที่สุดเลยนะครับ”

“นั่นสิ ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้วคิดว่าหลาย ๆ ที่คงรุมส่งข้อเสนอให้กับคุณคังวูจินกันให้ควั่ก แต่พอเช็คตารางงานของคุณคังวูจินคร่าว ๆ แล้ว ปีหน้าก็ดูจะแน่นเอี้ยดเลยนะครับ”

มันก็เป็นอย่างที่เขาว่า ตอนนี้คุณคังวูจินมีตารางงานแน่นไปจนถึงอย่างน้อยก็กลางปีหน้า แถมช่วงปลายปียังต้องไปงานมอบรางวัลอีก งานนี้ทางคณะกรรมการจัดงาน รางวัลภาพยนตร์บลูดราก้อน เลยร้อน ๆ หนาว ๆกันเลยทีเดียว

“รีบสรุปรายละเอียดแล้วส่งไปให้ทางคุณคังวูจินโดยเร็วที่สุด แต่ก็อย่าให้ดูเหมือนของถูกเกินไปล่ะ”

สาเหตุที่พวกเขาจ้องจะคว้าตัวนักแสดงที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุด หรือเป็นที่พูดถึงมากที่สุดประจำปี ก็เพราะเหตุผลง่าย ๆ นั่นก็คือ ดึงดูดสายตาของสาธารณชนและเรตติ้งไงล่ะ! แบบนั้นถึงจะมีโฆษณาเข้ามาเยอะ ๆ แล้วเงินก็จะสะพัด ส่วนเรื่องชื่อเสียงและเกียรติยศน่ะเหรอของแถม!

เรื่องน่าสนใจก็คือ

- [วงการบันเทิง] ช่วงปลายปีแบบนี้ วงการโทรทัศน์และภาพยนตร์ต่างก็คึกคักกับการเตรียมงานมอบรางวัลกันยกใหญ่

ปัจจุบันวงการบันเทิงมีบทสนทนาและสถานการณ์ที่คล้ายกับงานประกาศรางวัลบลูดราก้อนมากมาย ก็แน่นอนอยู่แล้ว เพราะมันถึงเวลาที่ทุกอย่างจะเริ่มขยับตัวอย่างจริงจังเสียที

ยกตัวอย่างเช่น

“ทุกคนคงเคยดู ‘พ่อค้ายาเสพติด’ กันมาแล้วสินะ ผมว่าปีนี้ คังวูจินคือคนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเรื่องรายได้จากการจำหน่ายบัตร”

งานประกาศรางวัลแกรนด์เบลล์ที่จัดขึ้นในช่วงเวลาใกล้เคียงกับงานประกาศรางวัลบลูดราก้อนก็เป็นแบบเดียวกัน ถึงแม้ว่าจะมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า แต่ในแง่ของการรับรู้กลับเป็นรอง จึงทำให้ทางรางวัลแกรนด์เบลล์ต้องพยายามมากขึ้น

“ไม่ว่า ยังไงก็ต้องให้คังวูจินมานั่งร่วมงานให้ได้ เข้าใจไหม?”

กล่าวคือในสามงานประกาศรางวัลภาพยนตร์หลักของเกาหลี ทั้งงานประกาศรางวัลบลูดราก้อนและรางวัลแกรนด์เบลล์ต่างให้ความสนใจคังวูจินเป็นอย่างมาก ส่วนแพ็กซังก็คล้าย ๆกัน แต่ตอนนี้ยังเงียบอยู่ เพราะในบรรดาสามงานประกาศรางวัลภาพยนตร์หลัก แพ็กซังจะจัดขึ้นในปีหน้า

ในเมื่อวงการภาพยนตร์คึกคักขนาดนี้ วงการโทรทัศน์จะเงียบเหงาได้อย่างไร

ไม่มีทางอยู่แล้ว วงการโทรทัศน์ก็ไม่ต่างอะไรกับตลาดที่คึกคักวุ่นวาย

สถานีโทรทัศน์ KBSที่กำลังจะออกอากาศรายการ ‘รักน้ำค้างแข็ง’

“ติดต่อคังวูจินได้หรือยัง?!”

“จริงดิ อิจฉาชะมัด”

“แล้วไง ยังไม่แจ้งเรื่องนี้ไปอีกเหรอ?!”

“เหตุผลที่ต้องเชิญเขามาจากเรื่อง ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ก็มีแค่ เคยมาออกรายการแบบพิเศษแค่สองตอนเองนะครับ······”

“เรื่องแบบนั้นช่างมันก่อนสิโว้ย!! บอกให้รีบติดต่อเขาไปไง! ไม่ได้ก็ต้องพยายามต่อไปเรื่อย ๆ!!”

สถานีโทรทัศน์ SBC ที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับรายการ ‘ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาเสเพล’ ก็เช่นกัน

『 "ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาเสเพล" ทำเรตติ้งได้ถึง 25%งานประกาศรางวัล SBC ปีนี้จะกวาดไปได้กี่รางวัลกันนะ? 』

『 "นิติจิตวิทยา" สร้างตำนานแห่งปี ชาวเน็ตต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "รางวัลแดซังของSBC ปีนี้ รองหัวหน้าพัค ต้องได้ไปครองอย่างแน่นอน" 』

- ทางฝั่ง MBSเองก็ดูเหมือนจะเริ่มมีการติดต่อทาบทามบ้างแล้ว แต่ถ้าเทียบกับอีกสองสถานีแล้ว โอกาสก็นับว่าริบหรี่อย่างไรก็ตาม สถานีโทรทัศน์ทั้งสามช่องต่างก็ทุ่มเทกำลังอย่างมหาศาลเพื่อเตรียมตัวสำหรับช่วงสิ้นปี และสิ่งที่พวกเขากำลังโหยหาก็คือ "นักแสดงหน้าใหม่ระดับสัตว์ประหลาด"

คังวูจิน

- พูดได้เลยว่า หากคังวูจินตกลงรับงานประกาศรางวัลทั้งหมดที่เชิญเขาไปในช่วงสิ้นปีนี้ ก็น่าจะมีอย่างน้อย 4 งานเป็นอย่างต่ำ

『[บทความพิเศษ] "คังวูจิน" เขียนประวัติศาสตร์บทใหม่ตั้งแต่เดบิวต์ ปลายปีนี้จะกวาดรางวัลไปได้กี่รางวัล... จับตาดูว่าจะสามารถทำลายสถิติผู้ชนะรางวัลสูงสุดได้หรือไม่ 』

- นี่นับเป็นครั้งแรกสำหรับนักแสดงหน้าใหม่

ตัดภาพกลับมา

- ในขณะที่วงการบันเทิงกำลังวุ่นวายกับการเตรียมงานสำหรับช่วงสิ้นปีคังวูจิน ผู้ที่เป็นศูนย์กลางของพายุลูกนี้กำลังนั่งดูภาพยนตร์เรื่อง "พ่อค้ายาเสพติด" อยู่ในโรงภาพยนตร์แห่งหนึ่ง แม้จะเป็นการชมครั้งที่สอง แต่วูจินก็รู้สึกได้ว่าบรรยากาศของ "พ่อค้ายาเสพติด" ที่ฉายบนจอขนาดใหญ่ย่อมให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป

‘โอ้โห...หนังก็ต้องดูในโรงภาพยนตร์แบบนี้นี่เอง’

- และเมื่อถึงช่วงกลางเรื่องที่ตัวเขาเองปรากฏตัวขึ้น ความรู้สึกเขินอายก็เริ่มก่อตัวขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตาม การได้เห็นปฏิกิริยาของคนดูที่กำลังชม "พ่อค้ายาเสพติด" อยู่ในโรงภาพยนตร์เดียวกัน ก็สร้างความสนุกให้กับเขาได้ไม่น้อย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง

“กรี๊ดดดด”

“อ๊ากกก”

-ตอนที่ฉากเสพยาครั้งแรกของอีซังมัน ทำเอาคนดูในโรงต่างตกใจกับเสียงฟ้าผ่าและฟ้าแลบอันรุนแรง

‘ว้าว...เกือบจะร้องกรี๊ดออกมาแล้วไหมล่ะ!’

คังวูจินรู้สึกถึงความตื่นเต้นแปลกประหลาด ภาพเบื้องหน้าช่างดูวิปริต ผู้ชมกำลังเคี้ยวป๊อปคอร์นพลางมอง "พ่อค้ายาเสพติด" บนจอ แต่ตัวเขากลับกำลังมองดูทั้งภาพยนตร์และปฏิกิริยาของคนพวกนั้นไปพร้อม ๆ กับที่เอาป๊อปคอร์นเข้าปาก ผู้ชมในโรงภาพยนตร์ตอนนี้คงไม่มีทางรู้หรอกว่า "อีซังมัน" ที่เห็นอยู่บนจอ นั่งอยู่ในโรงภาพยนตร์แห่งนี้ด้วย

"บ้าไปแล้ว คังวูจิน แสดงได้ขนลุกมาก"

"ใช่ ๆ ฉันก็ว่าอย่างนั้น โอ้ยหน้าแบบนั้นฉันคงเก็บไปฝันร้ายแน่ ๆ"

คังวูจินออกมาจากโรงภาพยนตร์ก่อนที่ "พ่อค้ายาเสพติด" จะจบ พอกลับถึงบ้านก็ถ่ายรูปพร้อมส่งให้บริษัทและอัปโหลดลงโซเชียลมีเดีย คังวูจินทำธุระส่วนตัวเสร็จก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงพลางพึมพำ

"เรียบร้อย งั้นหลับยาว ๆ เลยละ"

ว่า แล้วก็สลบไหล

หลายชั่วโมงต่อมา

ค่ำคืนของวันเดียวกัน ชเวซองกุน ชายหนุ่มผมเปียยาวนั่งอยู่ในห้องทำงานของบริษัทสื่อบันเทิงbw

"······"

เขานั่งทำหน้าครุ่นคิด พนักงานส่วนใหญ่เลิกงานกลับบ้านกันหมดแล้ว แถมทีมงานที่ไปถ่ายทำ "เกาะแห่งผู้สูญหาย" ที่ต่างประเทศก็ได้ หยุดพักผ่อนสองวัน แต่ชเวซองกุนก็ยังคงทำงานอยู่

เขา

-สวบ

เหลือบมองปฏิทินตัวเล็ก ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะมีตัวหนังสือเขียนอยู่เต็มไปหมด

'พฤศจิกายนแล้วสินะ'

ชเวซองกุนครุ่นคิดถึงช่วงเวลาปลายปีที่กำลังมาถึง สายตาเหลือบมองเอกสารที่กองพะเนินอยู่บนโต๊ะฝั่งตรงข้าม ทั้งหมดเป็นบทละครและบทภาพยนตร์ที่ส่งมาให้คังวูจิน นอกจากนั้นยังมีแฟ้มใสอีกจำนวนมากวางเรียงรายอยู่

ทั้งหมดเป็นข้อเสนองานและการนัดหมายเพื่อพบปะพูดคุยกับคังวูจินทั้งสิ้น

ของฮงฮเยยอนก็มีอยู่บ้าง แต่เทียบกับของคังวูจินเมื่อเร็ว ๆ นี้แล้ว ถือว่าน้อยนิดมาก แน่นอนว่าถ้าเทียบกับนักแสดงคนอื่น ๆกระแสของฮงฮเยยอนก็ถือว่าสูงมากอยู่แล้ว เพียงแต่พลังของคังวูจินมันช่างเกินคาดคิดไปมาก

ไม่นาน ชเวซองกุนก็เดินไปเปิดตู้เก็บเอกสารใกล้ตัว

- แกร็ก

แฟ้มบาง ๆ ถูกหยิบออกมาจากตู้ มันคือสัญญา แล้วจะเป็นสัญญาของใครได้อีกล่ะ

“··· วูจินนี่ก็เหมือนพายุจริง ๆ ผ่านไปเร็วขนาดนี้เชียว”

ก็ต้องเป็นของคังวูจินสิ ชเวซองกุนรวบผมมัดให้แน่นขึ้นอีกครั้งพลางยิ้มบาง ๆ อย่างหม่น ๆ ก่อนจะเปิดสัญญาออก สิ่งที่เขาต้องการเช็คคือวันหมดสัญญา

“15มีนาคม ปีหน้า”

เดือนนี้ก็เริ่มเดือนใหม่แล้ว เท่ากับว่าสัญญาของคังวูจินเหลืออีกแค่ 4 เดือนเท่านั้น สัญญาของวูจินมีอายุ 1 ปี ตอนนี้ผ่านไปมากกว่าครึ่งแล้ว เพราะงานเข้ามาไม่หยุดเลยทำให้ชเวซองกุนไม่ค่อยรู้สึกตัวเท่าไหร่

‘บ้าไปแล้ว นี่มันบ้าไปแล้ว’

เขาลองทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา ตอนนี้พอได้หันกลับมามองดูแล้ว แม้จะเป็นเรื่องที่เขาประสบพบเจอมากับตัว แต่มันก็เหมือนความฝัน

‘แค่ 8 เดือน ······ นี่มันเกิดอะไรขึ้นบ้างเนี่ย มันเหนือความคาดหมายไปหมดแล้ว’

สำหรับนักแสดงหน้าใหม่ทั่ว ๆ ไป 5 ปี หรือ 10 ปี ก็ยังยาก แต่คังวูจินกลับทำได้อย่างสบาย ๆ ภายในเวลาไม่ถึงปี ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีปัญหาใหญ่โตอะไร คังวูจินจะต้อง

“กลายเป็นนักแสดงที่ใครก็เทียบไม่ติดอย่างแน่นอน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ”

อดีตหรืออนาคต ไม่ว่าเมื่อไหร่ มันจะเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่มีวันซ้ำรอย แน่นอน... ความทะเยอทะยานขยายกว้าง ความโลภที่ทวีคูณ ความปรารถนาที่บดบังทุกสิ่ง ชเวซองกุนคิด นี่มันเรื่องของชเวซองกุน ไม่ว่าเมื่อไหร่ เขาปรารถนาให้ตัวเองเป็นเงาที่อยู่เคียงข้าง คังวูจินในวันที่รุ่งโรจน์ที่สุด

แต่ทว่า...

“······ถ้าเรื่องนี้รู้ไปถึงไหนต่อไหน ประเทศคงจะต้องลุกเป็นไฟอีกแน่”

ไม่ใช่แค่ในประเทศ แต่อาจจะลุกลามไปถึงญี่ปุ่น ถ้าข่าวเรื่องสัญญา 1 ปีของวูจินกับเรื่องที่สัญญากำลังจะหมดลงแพร่ออกไป บรรดาบริษัทบันเทิงและเอเจนซี่ต่าง ๆ คงจะต้องรุมทึ้งวูจินอย่างบ้าคลั่งแน่

แล้วไงล่ะ? ฉันจะปกป้องวูจินจากพวกนั้นได้หรือเปล่า?

ความจริง ชเวซองกุนในช่วงแรกที่เซ็นสัญญากับคังวูจินใหม่ ๆ ก็เคยทะนงตัวว่าตัวเองนี่เจ๋งสุด ๆ เคยคิดว่าจะใช้อำนาจบารมีและคอนเน็กชั่นของตัวเอง ดันหลังวูจินให้พุ่งทะยาน

แต่ทว่า นั่นมันก็เป็นแค่ความมั่นใจที่เกิดจากความใจร้อนเท่านั้น

“ใครจะไปคิดว่านายจะเก่งขนาดนี้”

ในตอนนั้น วูจินก็เป็นคนที่แปลกและเก่งกาจมากอยู่แล้ว แต่พอเทียบกับคังวูจิน ในตอนนี้ มันก็เป็นแค่เศษเสี้ยวหนึ่งในร้อยเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่มีใครรู้ว่าขีดจำกัดของวูจินอยู่ตรงไหน

ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้ ความรู้สึกนึกคิดของคังวูจินก็เป็นสิ่งที่คาดเดายาก

ตั้งแต่ระดับความพึงพอใจที่มีต่อ บริษัทสื่อบันเทิงbw ไปจนถึงแผนการหลังจากสัญญาสิ้นสุดลง คังวูจินเป็นคนที่แยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันอย่างชัดเจน แถมยังมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาคงจะตัดสินใจไปเรียบร้อยแล้ว

“อืมม-”

แน่นอนอยู่แล้วว่า ค่าตัวของคังวูจินตอนนี้นั้นสูงลิบลิ่ว และยิ่งถ้าสัญญาฉบับนี้สิ้นสุดลงเมื่อไหร่ มันคงจะพุ่งสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว เมื่อบริษัทบันเทิงต่าง ๆ แห่กันมาติดต่อ ชเวซองกุนครุ่นคิดอย่างหนัก

จนกระทั่ง...

“เอาเป็นว่า ตอนนี้โฟกัสแค่เรื่องขยายบริษัทกับเรื่องของผู้กำกับอันกาบกก็พอ”

ชเวซองกุนตัดสินใจแน่วแน่ ในตอนนี้ ไม่มีใครได้เปรียบไปกว่าเขาแล้ว ชเวซองกุนเปิดข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในโน้ตบุ๊ก ข้างในเต็มไปด้วยแผนการเตรียมตัวมากมายเพื่อขยายบริษัท

ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อนักลงทุนที่จะได้พบ PPT และตารางนัดหมายต่าง ๆ นานา

ชเวซองกุนหยิบแบบสอบถามของผู้กำกับอันกาบกออกมาด้วย ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยังไม่รู้ความรู้สึกที่แท้จริงของคังวูจิน แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องพรั่งพรูออกมาได้ทุกเมื่อ

‘ยิ่งไปกว่านั้น ผู้กำกับอันกาบกต้องติดต่อกลับมาอีกร้อยเปอร์เซ็นต์’

แค่ดูคร่าว ๆ ก็รู้แล้วว่าอย่าหวังว่าจะได้พัก คืนนี้คงต้องนั่งทำงานทั้งคืน แต่ชเวซองกุนก็ยังคงทำสีหน้ามุ่งมั่น ไอ้เจ้าอสูรกาย นั่น

“ยอมตายกันไปข้าง”

เขาต้องทุ่มชีวิตเพื่อคว้าตัวนักแสดงหน้าใหม่คนนี้มาให้ได้

“การจะคว้าตัววูจินได้หรือไม่ได้จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัทสื่อบันเทิงbw ไอ้หมอนั่นอาจจะตัดสินใจจริง ๆ ไปแล้วก็ได้”

ซึ่งคิดผิดถนัด เพราะตอนนี้คังวูจินแค่ซุกตัวอยู่บนเตียง

“······อื้มมม-”

เขากำลังนอนหลับอย่างสบายโดยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร

สองวันต่อมา 6 พฤศจิกายน เช้าตรู่

คังวูจินก้าวลงมาจากรถตู้ที่เพิ่งจอดในลานจอดรถของอพาร์ตเมนต์หรูแห่งหนึ่งในโซล

-ปัง!

เสื้อยืดแขนสั้นสีขาว สวมทับด้วยเสื้อกั๊กไหมพรม กางเกงยีนส์ ผมที่ตัดสั้น แต่ดูเป็นธรรมชาติ และการ แต่งหน้าแบบจัดเต็ม ใคร ๆ ก็ดูออกว่านี่คือมาถ่ายทำ และแน่นอนว่าเขาก็สวมวิญญาณอินเนอร์มาเต็มที่

‘โห้~ ที่นี่มันดูดีกว่าบ้านฉันเป็นร้อยเท่าเลยนี่หว่า’

ในขณะที่วูจินกำลังคิดอย่างชื่นชมในใจ ชเวซองกุนกับทีมงานของวูจินก็เริ่มทยอยกันมา สิ่งที่แปลกก็คือ

-เอี๊ยด!

ทันใดนั้นรถตู้สีขาวคันใหญ่ก็เลี้ยวเข้ามาจอดอย่างรวดเร็ว ประตูรถเปิดออกเผยให้เห็นร่างของนักแสดงสาวชื่อดังอย่าง ฮงฮเยยอนที่มีผมยาวสลวยกำลังก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทีสบาย ๆ เธอมาในลุคสวยจัดเต็มทั้งเสื้อผ้าหน้าผม เสื้อเชิ้ตแบรนด์เนมราคาแพงที่เธอสวมใส่ก็ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์

เหตุผลที่นักแสดงทั้งสองคนมาอยู่ที่ออฟฟิศเทลหรูหราแห่งนี้?

'เพราะได้รับการติดต่อจาก ยุนบยองซอน PDรายการครัวเรือนหรรษาของเรา ไงล่ะ' พูดให้ถูกก็คือเป็นการถ่ายทำก่อนออกอากาศแบบแบ่งทีมตามที่ได้ตกลงกันไว้ต่างหาก คังวูจินกับฮงฮเยยอน ซึ่งอยู่ทีมทำอาหารต้องถ่ายทำรายการล่าช้ากว่าทีมอื่นเพราะติดภารกิจต้องไปถ่ายทำรายการเกาะแห่งผู้สูญหายที่ต่างประเทศ ส่วนทีมอื่น ๆ ถ่ายทำเสร็จไปนานแล้ว

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

"ไปกันเถอะค่ะ" ฮงฮเยยอนพูดพร้อมกับเสยผมยาว ๆ ไปทัดใบหู ก่อนที่เธอและคังวูจินจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ด้วยกัน เนื่องจากภายในลิฟต์มีคนอยู่ค่อนข้างมาก ทำให้เขาและเธอยืนใกล้ชิดกันมาก กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอโชยมาแตะจมูกเขาจนหัวใจของคังวูจินเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย แต่เขาก็พยายามอย่างมากที่จะรักษาสีหน้าให้เรียบเฉย

-ติ๊ง!

คังวูจินกับฮงฮเยยอนกดกริ่งหน้าห้องตามที่ได้รับแจ้ง ตั้งแต่บริเวณทางเข้าก็มีกล้องขนาดเล็กติดตั้งอยู่รอบทิศทางตามคาด

ต่อมา

"โอ้โห!มาถึงแล้วเหรอครับ!"

ทันทีที่ประตูห้องถูกเปิดออก ยุนบยองซอน PDหนุ่มแว่นก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับทีมงานคนอื่น ๆ พวกเขายืนยิ้มแย้มต้อนรับนักแสดงทั้งสองคน ภายในออฟฟิศเทลหรูหราแห่งนี้กว้างขวางกว่าบ้านของคังวูจินเสียอีก แต่การตกแต่งภายในกลับดูไม่เหมือนบ้านคนอยู่ทั่วไป มันให้ความรู้สึกเหมือน...เป็นสถานที่ทำงานมากกว่า

เหตุผลง่ายมาก

เพราะออฟฟิศเทลแห่งนี้เป็นห้องทำงานอย่างเป็นทางการของรายการครัวเรือนหรรษาของเรานั่นเอง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรในวงการโทรทัศน์ช่วงนี้มักนิยมใช้ออฟฟิศเทลเป็นห้องทำงานกัน อย่างไรก็ตาม ชเวซองกุนกับทีมงานคนอื่น ๆ ได้แยกย้ายกันไปแล้ว เหลือเพียงแค่คังวูจินกับฮงฮเยยอนที่เป็นนักแสดงเท่านั้นที่กำลังเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นของออฟฟิศเทล

เขาทรุดตัวลงบนโซฟานุ่ม

ไม่นานคังวูจินก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉย

‘อ่า แบบนี้? แปลกดีนี่’

บอร์ดขนาดใหญ่แปะกระดาษและข้อความมากมาย โต๊ะประชุม หนังสือคู่มือการแสดง อุปกรณ์ประกอบฉากต่าง ๆ และเอกสารที่กระจัดกระจายมีเพียงพื้นที่ว่างเท่านั้นที่แตกต่างออกไป นอกนั้นเหมือนกับห้องบันทึกเทปรายการวาไรตี้ของสถานีโทรทัศน์ กล้องขนาดเล็กหลายตัวถูกติดตั้งไว้บนเพดาน จนถึงโต๊ะด้านหน้าและที่อื่น ๆ อีกมากมาย ดูเหมือนว่าการถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

ในตอนนั้น PD ยุนบยองซอน ที่ปะปนอยู่กับนักเขียนก็ยิ้มกว้างแล้วชูสองนิ้วโป้งให้กับวูจิน

“‘เพื่อนชาย’ ยังดังเป็นพลุแตกอยู่เลย จากนั้นบท ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็ดังพลุแตกต่อซะงั้น”

เหล่านักเขียนต่างก็พากันเอ่ยปากชมไม่หยุดปาก

“ใช่! ฉันดู ‘พ่อค้ายาเสพติด’ แล้วนะ สนุกมาก ตอนอีซังโผล่ออกมา ฉันนึกว่าไม่ใช่คุณวูจินซะอีก รู้ไหม??”

“ฉันด้วย ๆ ยินดีด้วยจริง ๆ นะ! ยอดคนดูทะลุ 3 ล้านไปแล้ว! ทั้ง ๆ ที่เป็นเรท R นะ สุดยอดจริง ๆ!”

“ขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ! ต่อจาก ‘เพื่อนชาย’ ก็ตีโฮมรันอีกแล้ว!”

วูจินรู้สึกเขินอายอย่างที่สุด แต่ก็ยังพยายามทำตัวสบาย ๆ

“ขอบคุณครับ แต่ผมแค่รับเชิญนะ”

“โธ่ บทความสัมภาษณ์ผู้กำกับ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ เขายังบอกเลยว่าเป็นบทสมทบไม่ใช่เหรอคะ?”

ฮงฮเยยอนเสริมขึ้น

“บทที่ดูเหมือนรับเชิญ แต่จริง ๆ แล้วเป็นสมทบมีเยอะแยะไป ถ้ามองอีกมุมก็เหมือนเป็นกลลวงของทีมงานหรือเปล่านะ?”

ในตอนนั้น ยุนบยองซอน PDที่กำลังไพล่หลังมืออยู่ก็เปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

“เอาล่ะ ก่อนจะเริ่มบรีฟหรืออะไรวูจิน คุณคิดเมนูที่บอกไว้คราวก่อนออกหรือยัง?”

อ่า อันนั้นน่ะเหรอ? คังวูจินพลันหันไปมองทางห้องครัวน้ำเสียงทุ้มต่ำอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว

“อันนี้ใช้ได้ไหมครับ?”

จบ

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 162 แตกหัก (1)

คัดลอกลิงก์แล้ว