เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 เดียวดาย (4)

บทที่ 157 เดียวดาย (4)

บทที่ 157 เดียวดาย (4)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 157 เดียวดาย (4)

“······เอ๊ะ? กลิ่นอายเหรอครับ?”

ผู้บริหารค่ายหนังเอียงคออย่างไม่เข้าใจก็นะใครจะไปเข้าใจสิ่งที่ผู้กำกับอันกาบกพูดในทันทีได้กันล่ะ ซึ่งดูเหมือนผู้กำกับอันกาบกเองก็รู้อยู่แล้ว

“ไม่ใช่”

เขาส่ายหัวที่ปกคลุมไปด้วยผมขาวสั้นช้า ๆ

“ฉันแค่พูดคนเดียวเฉย ๆ”

“อา- อย่างนั้นเหรอครับ? อืมถ้าได้เจอกับคังวูจินแล้วหมายความว่าคุณได้บอกเขาเรื่องที่คุณจะไปดูการถ่ายทำ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ด้วยใช่ไหมครับ?”

“บอกไปแล้ว พูดแบบผ่าน ๆ วันนี้น่าจะบอกกับนักแสดงคนอื่น ๆ ผ่านผู้กำกับควอนแล้วล่ะ”

ผู้บริหารค่ายหนังพูดต่อ ขณะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา

“เข้าใจแล้วครับผมจะเตรียมตัวให้พร้อม อ่าแล้วเรื่องภาษามือ คุณได้ถามคังวูจินหรือยังครับ?”

“ถามแล้ว ได้ยินมาว่า นอกจากภาษามือเกาหลี ญี่ปุ่นแล้ว เขายังพูดภาษามืออเมริกันได้นิดหน่อยด้วย”

ดวงตาของผู้บริหารค่ายหนังเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

“หือ- จริงเหรอครับ? เขาคนนี้ช่างน่าเหลือเชื่อจริง ๆ ภาษาอังกฤษที่คล่องแคล่วก็ว่าไปอย่าง แต่นี่ยังภาษาญี่ปุ่น แถมภาษามืออีก······”

“เขามีดีเยอะ แต่ปกติแล้ว คนที่โลภมากมักจะกางเกงขาด แต่เขานี่ไม่ใช่ไม่มีแม้แต่รอยขาด ไม่รู้สึกอะไรเลยด้วยซ้ำ”

“อายุยังน้อยเขาเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ยังไงเยอะแยะขนาดนั้น บางคนแค่ภาษาอังกฤษภาษาเดียวก็เรียนกันทั้งชีวิต นี่เขายังแสดงเก่งขนาดนั้นอีก”

“เรียนรู้ด้วยตัวเอง”

“ครับ?”

“ได้ยินผู้กำกับควอนบอกมาเรียนรู้ด้วยตัวเอง”

ผู้บริหารค่ายหนังขมวดคิ้วราวกับไม่เข้าใจ

“คุณเชื่อเรื่องไร้สาระแบบนั้นจริง ๆ เหรอครับ? เรียนรู้ด้วยตัวเองเนี่ยนะ?”

ผู้กำกับอันกาบกยิ้มจาง ๆ ตามแบบฉบับของคนอาวุโส แต่แฝงไปด้วยความหนักแน่นในน้ำเสียง

“ไม่เชื่อแล้วจะทำไม? มีอยู่จริงไม่ใช่หรือไงจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ไม่มีความหมายอะไร ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการได้ดูการแสดงของเด็กนั่นด้วยตาตัวเอง”

ถ้อยคำมากมายแฝงไปด้วยการทดลอง ผู้กำกับอันกาบกแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่ภายในกลับวางแผนการเอาไว้เรียบร้อย ทั้งเรื่องที่เขาต้องการรวมตัวท็อปสตาร์ ซึ่งเป็นคนที่เขาตามหามาด้วยตัวเอง รวมถึงการเปิดเผยตัวตนอย่างโจ่งแจ้งแทนการแอบดูอยู่เงียบ ๆ

เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวง

แล้วในสถานการณ์เช่นนี้ สัตว์ประหลาดหน้าใหม่อย่างคังวูจินจะแสดงออกมาเป็นเช่นไร พลังที่เขาระเบิดออกมาในสถานที่จริง ไม่ใช่บนจอเงินหรือจอแก้วจะเป็นอย่างไร การประสานงานระหว่างนักแสดงล่ะ นอกจากฝีมือการแสดงที่แปลกประหลาดและบ้าคลั่งแล้ว เขายังมีดีอะไรอีก

‘ภาชนะ’

สิ่งที่ผู้กำกับอันกาบก ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นประวัติศาสตร์แห่งวงการภาพยนตร์เกาหลีใต้อยากยืนยันมากที่สุดคือความสามารถของคังวูจิน ซึ่งเปรียบได้ดั่งภาชนะของนักแสดง การจะประเมินว่าเหมาะที่จะเป็นคู่หูในระยะยาวหรือไม่นั้นจะดูแค่ฝีมือการแสดงอย่างเดียวย่อมไม่พอ

‘ขนาดและประเภทของภาชนะ’

ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น อย่างน้อยที่สุดก็ในความคิดอันแน่วแน่ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของผู้กำกับอันกาบก อย่างไรก็ตาม สำหรับตัวแทนบริษัทภาพยนตร์

“ครับ ผมเข้าใจแล้ว งั้นหลังจากตรวจสอบสถานที่ถ่ายทำ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ เสร็จ ก็จัดตารางบินกลับได้เลยใช่ไหมครับ?”

“อืม แล้วพรุ่งนี้นายจองตั๋วหนัง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ไว้ด้วยนะ ไปดูด้วยกัน”

“ครับจะให้ทีมงานหลัก ๆ รวมถึงคนเขียนบทไปด้วยเลยนะครับ”

หลังจากพูดคุยกับผู้กำกับอันกาบกพอสมควร เขาก็เดินออกจากห้องไป ผู้กำกับอันกาบก ซึ่งถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว กอดอกพลางถอนหายใจเบา ๆ

- กลิ่นอายสินะ

การได้พบกับคังวูจินที่ร้านอาหารเมื่อครู่ ทำให้ผู้กำกับอันกาบกอดนึกถึงเรื่องนี้ไม่ได้ บทบาทที่เขาเคยแสดง ผลงานภาพยนตร์และคลิปวิดีโอทั้งหมดที่เขาเคยดู รวมถึงการพบกันครั้งแรกในวันนี้ เมื่อนำทุกอย่างมารวมกัน ผู้กำกับอันกาบกก็ได้ ข้อสรุปข้อหนึ่ง

‘มีกลิ่นอายบางอย่างแปลกปลอมซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์ ในตอนนี้’

ดูเหมือนจะมีบางอย่างที่แปลกไปเกี่ยวกับคังวูจิน

แน่นอนว่ายังไม่มีอะไรแน่นอน นี่เป็นเพียงการคาดเดาของผู้กำกับอันกาบกเท่านั้น แต่ในฐานะคนที่ให้คะแนน ไม่ใช่แค่การแสดง แต่รวมถึงตัวตนของนักแสดงด้วย เขาจึงละสายตาไปไม่ได้

‘บางครั้ง บางคราว ฉันก็เห็นบางอย่างที่แปลกประหลาดในแววตาที่แน่วแน่คู่นั้น ราวกับว่าเขากำลังซ่อนของมีค่าเอาไว้ในอก ไม่รู้ว่าจะเป็นสิ่งของเล็ก ๆ หรือของชิ้นใหญ่โต’

สัญชาตญาณของผู้กำกับมากประสบการณ์ผู้นี้ช่างเฉียบแหลม

หลังจากนั้น

เมื่อเห็นว่า "พ่อค้ายาเสพติด" ขึ้นอันดับ 1 บ็อกซ์ออฟฟิศในวันแรกที่เข้าฉาย คังวูจินก็

‘โอ้โห! นี่ฉันจะได้ดูหนังเรื่องนี้บนจอใหญ่ ๆ เลยเหรอเนี่ย! แถมยังเป็นหนังที่ฉันแสดงเองด้วย! ไม่ ๆ ใจเย็น ๆ คังวูจิน ตอนนี้ต้องโฟกัสกับงานตรงหน้าก่อน’

เขาพยายามระงับความตื่นเต้นที่พลุ่งพล่านเอาไว้ แล้วหันไปจดจ่อกับการแสดงใน "เกาะแห่งผู้สูญหาย" แทน แต่ในขณะเดียวกัน นักแสดงคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นรยูจองมิน ต่างก็พากันฮือฮา หรือจะพูดให้ถูกคือ ทีมงาน "เกาะแห่งผู้สูญหาย" ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นกันยกใหญ่

“ได้ยินหรือยัง? ว่าผู้กำกับอันกาบกจะมาที่กองถ่าย?”

“หา? จริงดิ? ไม่มีทางหรอก! ทำไมตำนานแบบนั้นถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?”

“จริง ๆ นะ ฉันได้ยินมาจากตากล้อง เขาบอกว่าผู้กำกับอันกาบกมาเที่ยวเวียดนาม แล้วจะแวะมาที่นี่แป๊บนึง”

การมาเยือนของผู้กำกับอันกาบกกลายเป็นข่าวลือไปทั่วต้นตอมาจากผู้กำกับควอนกีแท็กส่วนคนที่เสริมให้ข่าวใหญ่โตก็คือเหล่านักแสดงทุกคนล้วนเป็นนักแสดงระดับท็อป แต่สำหรับพวกเขาแล้ว การมาเยือนของผู้กำกับอันกาบกถือเป็นเรื่องใหญ่หลวง

ดังนั้นนักแสดงระดับท็อปอย่างรยูจองมินฮายูราต่างก็รู้สึกเครียดและเตรียมใจกันแตกต่างกันไป

ผู้กำกับควอนกีแท็กมองดูพวกเขาอย่างพิจารณา

‘เห็นอยู่หรอกน่าว่าแต่ละคนคิดอะไรกัน’

มีเพียงคนเดียวมีแค่คนเดียวเท่านั้นที่ยังคงเป็นเหมือนเดิม

คังวูจิน

เหตุผลน่ะหรือง่ายมาก แน่นอนว่าคังวูจินก็รู้สึกอึดอัดและกลัวผู้กำกับอันกาบกอยู่บ้าง

‘ช่างแม่งเหอะ คิดซะว่าเป็นแค่คุณปู่ที่ไหนก็ได้ที่เจอได้ทั่วไป’

การสะกดจิตตัวเองด้วยคอนเซ็ปต์ของวูจินนั้นต้องเรียกว่าระดับเทพเลยก็ว่าได้ ผู้กำกับอันกาบกตำนานแห่งวงการภาพยนตร์เกาหลีก็ถูกลดระดับเป็นแค่ ‘คุณปู่’ ภายในพริบตา

ในขณะเดียวกัน ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ที่เพิ่งประกาศรายได้วันแรกไปก็กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างมากในเกาหลี

『จินแจจุน พัคพันซอ คังวูจินนำแสดง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ กวาดอันดับหนึ่งบ็อกซ์ออฟฟิศทันทีที่เข้าฉาย! 』

เป็นเรื่องยากมากที่หนัง ‘สำหรับผู้ใหญ่’ จะไต่อันดับหนึ่งของบ็อกซ์ออฟฟิศได้ภายในวันเดียว บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความคึกครื้นและเมื่อกระแสมาหลายคนที่ยังลังเลใจก็เริ่มตามไปดู ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ในวันที่29 ซึ่งเป็นวันที่ภาพยนตร์เข้าฉายวันที่สอง

“อี่หยา- นี่มัน ‘พ่อค้ายาเสพติด’ บรรยากาศไม่ธรรมดาเลยนี่ครับ ผู้กำกับเราไปดูกันหน่อยดีไหมครับ?”

“······เฮ้อ ก็ได้”

“อ๋อ ว่าแต่ผู้กำกับกับผู้กำกับคิมโดฮีสนิทกันเหรอครับ?”

“สนิทบ้านแกสิ แค่ศัตรูน่า แค่ศัตรู”

‘พ่อค้ายาเสพติด’ เป็นหนังที่ได้รับความสนใจอย่างสูงในวงการหนังเกาหลี ไม่ใช่แค่เพราะเป็นหนังเรทอาร์นาน ๆ ครั้ง หรือเพราะมีนักแสดงมากฝีมืออย่างจินแจจุน พัคพันซอมาร่วมงาน แต่ที่ดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดเห็นจะเป็นคังวูจิน นักแสดงหน้าใหม่นั่นเอง

『จินแจจุน ‘พ่อค้ายาเสพติด’ เอ่ยปากชม คังวูจิน ผู้รับบทรับเชิญ “ในกองถ่ายเหมือนมี ‘อีซังมัน’ ตัวจริงอยู่” ( ‘Hello FM’ )』

ด้วยเหตุนี้ ผู้กำกับและบุคคลในวงการบันเทิงมากมายจึงตบเท้าเข้าชม ‘พ่อค้ายาเสพติด’ กันอย่างล้นหลาม

『นักเขียนชื่อดัง พัคอึนมี ถูกพบขณะอยู่ในโรงภาพยนตร์ “มาดู ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ค่ะ” / ภาพ』

『[ภาพถ่าย] PDซงมันวู มือทองแห่งวงการ ‘นิติจิตวิทยา’ และนักเขียน พัคอึนมี เดินทางมาถึงโรงภาพยนตร์/ภาพ』

ไม่ใช่แค่ผู้กำกับPD นักเขียน บริษัทหนัง บริษัทบันเทิงเท่านั้น ผู้กำกับชินดงชุนกับทีมงานก็เช่นกัน เพราะ ‘เพื่อนชาย’ กำลังเข้าฉายอยู่พอดี การมาดูหนังของคังวูจินจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ อีกทั้งผู้กำกับชินดงชุนที่ขึ้นชื่อเรื่องขากรรไกรเหลี่ยมก็ยังกระหายที่จะหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ อีกด้วย

‘ไม่ใช่แค่การแสดงของนักแสดงที่ยอดเยี่ยม แต่การกำกับก็ทำได้ดีมาก โดยเฉพาะเทคนิคการควบคุมจังหวะของเรื่องที่โดดเด่นสะดุดตา’

และคังวูจินก็ได้ แสดงเป็นอีซังมัน

เมื่อละครดำเนินเรื่องราว อีซังมัน ก็ค่อย ๆเปลี่ยนไป บารมีของเขาลดลง เสียงก็เปลี่ยนเป็นแบบขอไปที ซึ่งดูเป็นธรรมชาติมากเสียจนคนดูไม่ทันสังเกต แต่อีซังมันในจอกำลังส่งสัญญาณบางอย่าง

ผู้กำกับชินดงชุนเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น

‘แววตาเลื่อนลอย เกาตัวบ่อยขึ้น เดินอย่างหมดแรง กำลังจะตายสินะ’

ใช่แล้ว ชีวิตของอีซังมันกำลังจะดับสูญ แม้จะเติมเต็มด้วยยาเสพติดชั่วคราว

[ “ไอ้พวกยุ่นแม่งเรื่องมากชิบ” ]

[ “เออ รู้ แต่ถ้าแกมาทำงานให้ฉัน มันก็ดีกว่าไง” ]

[ “ก็มาลองทำดูสิ ไหนดูซิว่าแกจะทำอะไรได้บ้าง” ]

ในเวลาเดียวกัน ความรุนแรงก็แปลกประหลาดขึ้น

[ “ฮ่า ๆ เพชรนี่หว่า” ]

แปลกที่ความน่าขนลุกนั่นกลับดึงดูดผู้ชมหลายร้อยคน

“อีซังมัน ดูเปลี่ยนไปนะ?”

“จริงป่ะวะ? แต่ตอนนี้แม่งน่ากลัวกว่าตอนแรกอีก”

“งั้น อีซังมัน ก็คงร่วมมือกับจองซองฮุนสินะ ในเมื่อเป็นพวกติดยาเหมือนกัน”

แล้วจุดพลิกผันก็เกิดขึ้น

[ “แววตาแกไม่ใช่พวกติดยา” ]

บนหน้าจอเต็มไปด้วยใบหน้าของอีซังมันที่ถือมีดซาซิมิ มือของเขาสั่นเล็กน้อย คนดูรู้สึกราวกับมีมีดซาซิมิจ่ออยู่ตรงหน้า

[ “แกนั่นแหละตำรวจ ไอ้ตำรวจ” ]

เพราะแบบนั้น

“!!!”

ดวงตากลมโตของผู้ชมเบิกโพลงด้วยความตื่นตะลึง หลายคนถึงกับอ้าปากค้าง ความรู้สึกทั้งหมดของอีซังมัน ทั้งสายตาและลมหายใจ ราวกับมัดตรึงทุกคนไว้ แม้จะรู้สึกขยะแขยง แต่กลับยากที่จะต้านทานผู้กำกับชินดงชุนเอ่ยขึ้น ประหนึ่งเป็นตัวแทนของทุกคน เพื่อตัดสินอีซังมัน ในตอนนี้

‘การเปลี่ยนแปลงที่ลื่นไหลแบบนี้ คงถ่ายทอดออกมาได้ยากมาก ทั้งต้องรักษาตัวตนดั้งเดิมเอาไว้ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น โดยไม่ทำให้คนดูรู้สึกแปลกแยก ค่อย ๆ ปลอบประโลมพาไป’

นั่นคือ จุดที่ทำให้หนังเรื่องนี้คงความน่าติดตามไว้ได้อย่างต่อเนื่อง กล่าวคือเป็นเทคนิคที่ต้องพึ่งพาการแสดงของนักแสดงอย่างแท้จริง

‘ก็วูจินนี่นา ถึงทำได้ ขนาดไม่เห็นภาพ ก็คงแสดงได้อย่างสบาย ๆ’

ยิ่งฉายหนังเรื่อง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ นานขึ้นเท่าไหร่ ความนิยมในตัวละคร ‘อีซังมัน’ ก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น มีหลักฐานเป็นคำพูดจากปากของผู้ชมที่ออกมาจากโรงหนังที่ต้องเอ่ยชื่อของคังวูจินออกมาทุกคน

กระทั่งเริ่มมีการเคลื่อนไหวใหม่ ๆ เกิดขึ้น

เริ่มจากสถาบันสอนการแสดง โรงละคร หรือแม้แต่ภาควิชาการแสดงของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ

“ทุกคน ก่อนจะเริ่มเรียนคาบบทต่อไปไปดูหนังเรื่อง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ กันมาก่อนนะ งานที่ต้องทำก็คือ ตั้งใจดูการแสดงของนักแสดง แต่ละคน แล้วเขียนความรู้สึกว่า ถ้าเป็นตัวเองจะแสดงออกมาแบบไหน ส่วนตัวฉันดูจบไปแล้วคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์นะ”

“อาจารย์คะ! นักแสดงทั้งหมดที่แสดงเลยเหรีอคะ?”

“เรื่องนักแสดง ปล่อยให้เป็นการตัดสินใจของแต่ละคนแล้วกัน แต่ฉันว่าทุกคนน่าจะสะดุดตากับการแสดงของคังวูจินนะ”

“อ่า...คังวูจิน”

“ก็นะ เขาก็คือนักแสดงที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายของพวกเธอมากที่สุดไม่ใช่เหรอ?”

สำหรับเด็กหนุ่มสาวที่ใฝ่ฝันอยากเป็นนักแสดง คังวูจินคือเป้าหมายที่พวกเขาตั้งไว้ เปรียบได้กับการที่คังวูจินได้ปูทางลัดอันน่าตื่นตะลึงในวงการนักแสดงของประเทศนี้ไปแล้ว

“ช่วงนี้ คังวูจิน คังวูจินกันจังเลยนะ รู้ใช่มั้ย ‘เดบิวต์ทั้งทีต้องพลิกวงการบันเทิงเกาหลี’ เนี่ย ดูสิเป็นไปไม่ได้หรอก แต่ดูคังวูจินเป็นตัวอย่างสิ เห็นไหมเป็นไง?”

โรลโมเดล ถ้าอยากเป็นนักแสดงก็ต้องมีอิมแพคต์ระดับคังวูจินสิ นี่คือความคิดของเด็กฝึกส่วนใหญ่

และแล้วคนเหล่านั้นก็แห่กันไปโรงหนัง

ในที่สุดวันที่29 ก็ผ่านไป วันที่30 ก็มีการประกาศรายได้วันสองของ ‘พ่อค้ายาเสพติด’

[ยอดผู้ชมภาพยนตร์ประจำวันที่29 ตุลาคม 2020] [บ็อกซ์ออฟฟิศเกาหลีประจำวัน]

1. พ่อค้ายาเสพติด/ วันที่เข้าฉาย: 28 ตุลาคม/ ยอดผู้ชม: 339,166 คน/ จำนวนโรง: 1,002 โรง/ ยอดผู้ชมสะสม: 590,115 คน

2. นักบวชมือปราบผี/ วันที่เข้าฉาย: 28 ตุลาคม/ ยอดผู้ชม: 110,452 คน/ จำนวนโรง: 998 โรง/ ยอดผู้ชมสะสม: 198,995 คน

3. แสงตะวันคลั่ง/ วันที่เข้าฉาย: 1 ตุลาคม/ ยอดผู้ชม: 30,113 คน/ จำนวนโรง: 1,011 โรง/ ยอดผู้ชมสะสม: 3,344,063 คน

4. จิตวิปลาสเพชฌฆาต/ วันที่เข้าฉาย: 23กันยายน/ ยอดผู้ชม: 8,808 คน/ จำนวนโรง: 881 โรง/ ยอดผู้ชมสะสม: 2,010,261 คน

.

.

.

ยังคงครองอันดับหนึ่งอย่างต่อเนื่อง แถมยอดผู้ชมยังเพิ่มขึ้นกว่าวันก่อนมากด้วย ทั้งกระแสจากคังวูจินและคำบอกเล่าปากต่อปากต่างก็แสดงพลังออกมา

แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่หยุดอยู่แค่นี้

『 ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ยอดผู้ชมทะลุ 590,000 คนภายในสองวัน···ภาพยนตร์เรท R ที่ทำรายได้สูงสุดหรือไม่? 』

ฝั่ง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ปล่อยข่าวตามน้ำอย่างบ้าคลั่ง แน่นอนว่าสื่อต่างก็กระตือรือล้นที่จะกระจายข่าวออกไปด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น

- โอ๊ย …ดูเรื่องนี้แล้วฉี่ราดกางเกงเลย…หนังเดินเรื่องเร็ว+สนุกจนวางไม่ลง! [รีวิว พ่อค้ายาเสพติด]|R Movie

ในโลกของแพลตฟอร์มวิดีโอ ไม่ว่าจะเป็นYoutube หรือที่ใด ๆ ต่างก็เต็มไปด้วย ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด บ้างก็เป็นการโปรโมทอย่างจงใจ บ้างก็เป็นความโลภที่หวังยอดวิว จนก่อตัวเป็นกระแสขึ้นมา

ทว่า เมื่อใดที่กระแสพัดพัดแรง ก็ย่อมเกิดเสียงซุบซิบตามมาเป็นธรรมดา

และแล้ว เรื่องก็เริ่มขึ้นอย่างเชื่องช้า

『 "คังวูจินเล่นยาจริงรึเปล่า" เสียงร่ำลือจากผู้ชม หลังชมภาพยนตร์เรื่อง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ที่กำลังโกยรายได้อย่างถล่มทลาย』

『[ประเด็นร้อน] ‘พ่อค้ายาเสพติด’ เปิดตัวแรง แต่กลับมีข่าวลือแปลก ๆ เกี่ยวกับ ‘คังวูจิน’ ว่าอาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติด』

『ชาวเน็ตในชุมชนคนรักหนังต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ต้องตรวจสอบแล้วล่ะ" หลังจากที่ได้เห็นการแสดงอันบ้าคลั่งของคังวูจินใน ‘พ่อค้ายาเสพติด’ 』

พูดง่าย ๆ ว่าเรื่องไร้สาระก็ถูกขยายให้ใหญ่โตขึ้นมาได้ แหล่งที่มาของข่าวลือนั้นมีมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นชาวเน็ตที่ไม่ระบุตัวตน

-หนังเรื่องนี้ฉันโคตรเหม็นเลยว่ะ555555

-เห็นข่าวลือเรื่องคังวูจินเล่นยาแวบ ๆ มาเป็นเรื่องจริงปะวะ

-↑ข่าวโคมลอยทั้งเพแหละโว้ย

-5555 แต่ก็นะ ใครจะไปรู้5555ถ้าตรวจแล้วเจอยาจริงขึ้นมา คงบันเทิงน่าดู55555

-ปล่อยไปเถอะ เเดี๋ยวมันก็เงียบไปเองแหละ ทำเป็นอะไรกันนักหนา???

-หนังที่กระแสแรง ๆ ตอนแรกก็แบบนี้แหละ เเต่เดี๋ยวก็ซาไปเอง

-เพิ่งดู ‘พ่อค้ายาเสพติด’ จบ คังวูจินแม่งโคตร ๆ บ้าเลยสัส555555

-คนโดนฟ้องแน่ ๆ ฉันว่าเยอะ555555

หรือแม้กระทั่งสื่อต่าง ๆ ที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อยอดคลิก รวมถึงบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์คู่แข่งของ ‘พ่อค้ายาเสพติด’

“ไม่นะ!! ‘นักบวชปราบผี’ ของเรากำลังจะแพ้หนังเรทเหรอเนี่ย?!”

“เอ่อ คือ... พวกเราก็ค่อนข้างประหลาดใจครับ ยอมรับว่าวันแรกที่เข้าฉาย หนังเราอาจจะเพลี่ยงพล้ำเพราะกระแสของคังวูจินและประเด็นอื่น ๆ แต่ไม่คิดว่าวันที่สองหนังของเรายังจะสู้ไม่ได้ขนาดนี้······”

“ไม่ใช่เวลามาตื่นตระหนก แต่ต้องวางแผนรับมือสิโว้ย! อะไรเนี่ย? แบบนี้ไม่ต้องพูดถึงจุดคุ้มทุน แม้แต่ค่าบุหรี่ยังไม่พอจ่ายเลยนะ!”

“ครับ ๆ ผมคุยกับทางค่ายหนังแล้วว่าจะเพิ่มโปรโมตเป็นสองเท่าจากที่วางแผนไว้แล้วครับ ตารางงานของนักแสดงก็เช่นกัน”

“อะไรที่ทำได้ก็ต้องทำ!”

“แต่ยังไง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็คงจะกระแสซาลงไปในเร็ว ๆ นี้แหละครับ หนังเรต R ยังไงก็มีข้อจำกัดอยู่แล้ว รอดูสถานการณ์ไปก่อนสักอาทิตย์นึงจนถึงสุดสัปดาห์นี้เถอะครับ”

เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ในที่สุดก็ถึงเช้าวันศุกร์ที่สดใสของวันที่30

โดยปกติแล้วหนังจะเข้าฉายวันพุธหรือพฤหัสบดี และในวงการภาพยนตร์ก็มีคำกล่าวที่ว่า ‘พุธ พฤหัสบดีเป็นแค่อาหารเรียกน้ำย่อย ของจริงคือวันศุกร์ต่างหาก’

『[คุยฉ่ำภาพยนตร์] ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ครองจอ ภาพยนตร์เรื่องอื่นต้องทิ้งห่างในวันศุกร์นี้ให้ได้』

เหตุผลนั้นชัดเจน เมื่อเทียบกับวันพุธและพฤหัสบดีแล้ว

『เล็งช่วงเวลาทองวันศุกร์ ภาพยนตร์เรื่องอื่น ๆ นอกจาก ‘พ่อค้ายาเสพติด’ เดินหน้าทำสงครามโปรโมตอย่างดุเดือด』

『[ประเด็นร้อน] ตั้งแต่วัยรุ่นยันครอบครัว… ถ้าไม่ใช่ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ หนังเรต Rงั้นไปดู ‘นักบวชปราบผี’ กันดีกว่า』

เพราะพลังของวันศุกร์มันมหาศาล

วันรุ่งขึ้น วันเสาร์ที่31 ตุลาคม เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม

เวลาเช้าตรู่เป็นเช้าวันสุดท้ายของเดือนตุลาคม พอผ่านวันนี้ไปก็เข้าสู่เดือนพฤศจิกายนแล้ว ที่เกาหลีคงเริ่มมีลมเย็น ๆ พัดผ่านบ้างแล้ว แต่ที่เวียดนามยังคงอบอ้าว

ด้วยเหตุนี้

-ฟิ้ว

แอร์ในห้องที่คังวูจินนอนซุกตัวอยู่บนเตียงจึงทำงานอย่างแข็งขัน

ในเวลาเดียวกันนั้น

-♬♪

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือของวูจินที่วางไว้ข้างหมอนดังขึ้น หรือจะพูดให้ถูกก็คือเสียงนาฬิกาปลุก เสียงสั่นพร้อมกับเสียงร้องดังทำให้คังวูจินที่เหมือนตายไปแล้ว ลืมตาขึ้นมาทันที

“โอ๊ย ตายแน่ อึก!”

คังวูจินครางออกมาพลางยืดเส้นยืดสาย เส้นผมยุ่งเหยิงดูราวกับคนพ่ายแพ้ในใจอยากจะปิดนาฬิกาปลุกแล้วนอนกลิ้งบนเตียงต่อ แต่ก็ทำแบบนั้นไม่ได้

‘นัดไว้สิบเอ็ดโมงนี่นา’

วันนี้การถ่ายทำ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ มีคิวเร็วกว่าปกติ ไม่ใช่แค่คังวูจินเท่านั้น นักแสดงนำทั้งหมดของ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ก็ต้องมาเจอกันในเวลาเดียวกัน

พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ่ายรูปรวม

นาน ๆ ทีจะได้มาเจอกันครบทีม ถ้าคังวูจินที่เป็นนักแสดงหน้าใหม่มาสายคงไม่งามแน่ คังวูจินที่กำลังหาวอย่างเอื่อยเฉื่อยจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วลุกออกจากเตียง

ในตอนนั้นเอง

- วูววว

โทรศัพท์มือถือในมือสั่นขึ้นมา แจ้งเตือนข้อความปรากฏขึ้น เมื่อดูหน้าจอก็พบว่าเป็นข้อความจากซอฮยอนมี หรือก็คือคุณแม่ของคังวูจินนั่นเอง

- แม่: วูจิน แม่เห็นข่าวแล้วนะ ยินดีด้วย! พ่อก็ดีใจมาก ดูแลตัวเองดี ๆ กินข้าวด้วยล่ะ

วูจินเอียงคออย่างสงสัยหลังจากที่ อ่านข้อความ

“ยินดีกับอะไร?”

ช่วงนี้มีเรื่องน่ายินดีเยอะก็จริง แต่วันนี้มีเรื่องอะไรอีกหรือ? วูจินกำลังจะตอบกลับคุณแม่ แต่ก็สังเกตเห็นว่ามีข้อความและการแจ้งเตือนค้างอยู่เยอะมาก

“โอ้โห”

ข้อความมากมายนับไม่ถ้วน ทุกคนต่างส่งข้อความแสดงความยินดีมาให้ และในตอนนั้นเอง

- วูววว

มีข้อความส่งมาอีกครั้ง คราวนี้เป็นผู้กำกับคิมโดฮี ที่น่าสนใจคือข้อความที่เธอส่งมามีแค่ลิงก์ข่าวเท่านั้น ด้านล่างเป็นตัวอย่างข่าว คังวูจินลืมตาโตเมื่อเห็นพาดหัวข่าว

“บ้าไปแล้ว 1 ล้านเนี่ยนะ?!”

ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

『[ข่าวสารสื่อหนังละคร] ทะลุ 1 ล้านคนดูใน 3 วัน! ‘พ่อค้ายาเสพติด’ แสดงเทพ ดึงคนดูถล่มทลาย เขียนประวัติศาสตร์หนังเรต R หรือไม่? 』

เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขาได้เห็นยอดผู้ชมถึง 1 ล้านคน

จบ

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 157 เดียวดาย (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว