เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 156 เดียวดาย (3)

บทที่ 156 เดียวดาย (3)

บทที่ 156 เดียวดาย (3)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 156 เดียวดาย (3)

ดวงตาของผู้กำกับคิมโดฮีเบิกกว้างขึ้น เธอเพิ่งเช็กอันดับบ็อกซ์ออฟฟิศในประเทศวันนี้จากในโน้ตบุ๊ก ผมของเธอดูยุ่งเหยิงกว่าเดิม

“······ที่1 『พ่อค้ายาเสพติด』ได้ที่1 งั้นเหรอ? ใช่ไหม? ฉันไม่ได้ดูผิดไปใช่ไหม?”

เธอพึมพำอย่างเหม่อลอย แต่พนักงานบริษัทผู้ผลิตและบริษัทจัดจำหน่ายภาพยนตร์ที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็อยู่ในสภาพเดียวกัน

“ครับ ผู้กำกับผม···ผมก็เห็นว่าได้ที่1 ครับ”

“ฉันก็เห็นแบบนั้น”

“ลองกดรีเฟรชดูสิ เผื่อว่าจะเป็นข้อผิดพลาด”

ไม่มีทางหรอก พนักงานที่กำลังใช้โน้ตบุ๊กอยู่กดปุ่มรีเฟรช แต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม

“ได้ที่1 จริง ๆ ครับ ผู้กำกับใช่แล้ว”

จากตรงนี้ไป พนักงานของบริษัทผู้ผลิตและบริษัทจัดจำหน่ายก็ยอมรับความจริง

“ฮ่า ๆ ๆ! ฉันว่าแล้วว่าผลลัพธ์ต้องออกมาดี! ได้ที่1 เลยเหรอเนี่ย!”

“ผมก็พูดแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ?!! โอ้โห- แค่วันเดียวที่เข้าฉายก็ได้ ที่1! นานมากแล้วนะเนี่ยที่เห็นแบบนี้!!”

“ผู้กำกับ! ยินดีด้วยนะครับ!! 『พ่อค้ายาเสพติด』เบียดหนังเรื่องอื่นที่เข้าฉายวันเดียวกันหมดเลย! ฮ่า ๆ ๆ แล้ว 『พ่อค้ายาเสพติด』ก็เป็นหนังเรตผู้ใหญ่อีกต่างหาก!”

“แบบนี้มันต้องฉลอง ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม??!”

พวกเขาเริ่มส่งเสียงโวยวายด้วยความยินดี ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนคนสติแตก พวกเขาตื่นเต้นกันมาก ก็สมควรแล้วล่ะ เพราะ 『พ่อค้ายาเสพติด』เบียดหนังเรื่องอื่น ๆ ไปได้เยอะแยะ ทั้งหนังที่กำลังมาแรง หนังที่เป็นคู่แข่งที่เข้าฉายวันเดียวกัน หนังที่น่าจับตามอง ฯลฯ 『พ่อค้ายาเสพติด』เหยียบทุกเรื่องจนขึ้นมาอยู่ที่1 ได้อย่างสง่างาม

ถึงจะเป็นแค่หนึ่งวัน แต่มันก็คือที่1

แต่ที่แปลกก็คือ

“จริงเหรอ? จริง ๆ น่ะเหรอ?”

ผู้กำกับคิมโดฮียังคงมีสีหน้าราวกับฝัน เพราะตัวเธอเองก็รู้ดีถึงข้อจำกัดของภาพยนตร์เรทRดี ต่อให้มีนักแสดงระดับท็อปอย่างจินแจจุนหรือมีคังวูจินที่เป็นกระแสอยู่ตลอดเวลาก็ตาม แต่การจำกัดผู้ชมให้แคบลงเป็นแค่ผู้ใหญ่ย่อมส่งผลต่อรายได้อย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่กระนั้น "พ่อค้ายาเสพติด" กลับสวนกระแสราวกับไม่แยแสต่อข้อจำกัดนี้

ในวินาทีนั้น

"อาจจะทำเรื่องใหญ่จริง ๆ ก็ได้"

ผู้กำกับคิมโดฮีสัมผัสได้เลือนรางว่า "พ่อค้ายาเสพติด" กำลังจะสร้างตำนานบทใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์เรทR ถึงเธอจะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่กระแสตอบรับที่ไม่ธรรมดานี้มันชัดเจนเกินกว่าจะมองข้าม

ซึ่งในขณะนั้นเอง

"ข่าว"

"คะ?!"

"ปล่อยข่าวออกไป! คลิปโปรโมตทางYoutubeกับอีเวนท์แจกของบนโซเชียลมีเดียที่เตรียมไว้ก็ด้วย!!"

ผู้กำกับคิมโดฮีตะโกนอย่างร้อนรนฝ่ายทีมงานทั้งจากบริษัทผู้สร้างและผู้จัดจำหน่ายพยายามกลั้นความยินดีเอาไว้พลางรายงาน

"รับทราบครับ! ข่าวจะออกไปก่อนเลย!"

"ทีมโซเชียลมีเดียจัดการได้เลยค่ะ!"

"เดี๋ยวผมติดต่อไปหานักแสดงเองครับ!!"

ทุกคนเริ่มขยับตัวอย่างรวดเร็วเพราะต้องรีบประกาศให้โลกรู้ถึงการพลิกโผล่นี้โดยเร็วที่สุด

ทว่า

"โอ้โห! ดูสิครับ! พวกนักข่าวได้กลิ่นกันแล้ว!"

สื่อต่าง ๆ ได้เริ่มปล่อยข่าวออกไปแล้ว

『[คุยฉ่ำภาพยนตร์] ‘พ่อค้ายาเสพติด’ กวาดผู้ชมวันธรรมดาไปได้ถึง 250,000 คน ··· ครองแชมป์บ็อกซ์ออฟฟิศ! 』

『 ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ทำลายสถิติวันแรกด้วยยอดผู้ชม 250,000 คน .. ‘ทำลายสถิติไปแล้ว 6 รายการ’ 』

แววตาของพวกเขาจ้องมองทุกความเป็นไป ราวกับเสือชีตาห์ที่จ้องมองเหยื่ออันโอชะ หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ พวกเขากำลังหมายหัวมันอยู่ นั่นแหละ 『พ่อค้ายาเสพติด』 แค่ชื่อเรื่องก็เรียกความสนใจได้อย่างล้นหลามอยู่แล้ว แต่ที่เหนือไปกว่านั้นคือการปรากฏตัวของ'คังวูจิน' ทันทีหลังจากที่หนังเรื่อง『เพื่อนชาย』 ดังเป็นพลุแตก การที่เขาถูกยกย่องให้เป็นอสูรกายแห่งวงการแสดงนั้น แค่พลาดนิดเดียวก็อาจกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของนักข่าวได้ไม่ยาก

แต่ทว่า

『พ่อค้ายาเสพติด เปิดตัววันแรกด้วยการกวาดอันดับ 1 บนตาราง Box Office』

『[ประเด็นเด่น] พ่อค้ายาเสพติด หนังเรท R โค่น นักบวชมือปราบผี หนังฟอร์มยักษ์ที่เข้าฉายวันเดียวกัน』

แทบไม่เห็นสื่อสำนักไหนวิจารณ์บท 'ฮันอินโฮ' และ'อีซังมัน'ในแง่ลบเลย

『พ่อค้ายาเสพติดกระแสตอบรับดีเกินคาด! กวาดยอดผู้ชมวันแรกไปกว่า 250,000 คน... คอมเมนต์ส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เห็นแค่คังวูจินคนเดียว” 』

ก็แน่ล่ะในเมื่อเป็นถึงนักแสดงรับเชิญที่เล่นดีจนกลบรัศมีนักแสดงนำขนาดนั้น

ย้อนกลับไปที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม

ผู้กำกับอันกาบกปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ฮงฮเยยอนมองร่างสูงใหญ่ตรงหน้าอย่างงุนงง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน แถมพอบอกว่ามาเที่ยว เธอก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่

“มะ มาเที่ยวเหรอคะ?”

“อืม มาเที่ยว”

ดูจากสภาพ แล้วก็ดูเหมือนจะมาเที่ยวจริง ๆ เสื้อผ้าสบาย ๆ กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ เหมือนเพิ่งเดินกลับมาจากร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยไม่มีผิด แต่ถึงอย่างนั้น ชายแก่ตรงหน้าเธอก็คือผู้กำกับอันกาบก ตำนานแห่งวงการภาพยนตร์เกาหลีอย่างไม่ต้องสงสัย

โอกาสที่เธอจะบังเอิญเจอเขากลางเมืองดานัง ประเทศเวียดนามมีมากแค่ไหนกัน?

ทันใดนั้นฮงฮเยยอนก็รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ใช่ ผู้กำกับอันกาบก อาจจะมาเที่ยวเวียดนามก็ได้ แต่นี่ดันเป็นเมืองดานังที่กำลังถ่ายทำหนังเรื่อง『เกาะแห่งผู้สูญหาย』 โลเคชั่นต่างประเทศอยู่ แถมยังพักโรงแรมเดียวกันอีก?

‘หรือว่า······เกาะแห่งผู้สูญหายมีใครมาหาคนในกองถ่ายงั้นเหรอ? หรือว่ามาหาผู้กำกับควอน?’

ไม่หรอกผู้กำกับควอนกีแท็กคงไม่น่าใช่หรอก ถึงทั้งคู่จะเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน แต่ก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น งั้นก็เหลือแค่คนในกองถ่ายสินะ? แล้วดวงตากลมโตของฮงฮเยยอนก็เบิกกว้างขึ้นมองไปทางคังวูจินที่ยืนนิ่ง

ทันใดนั้น

“คนอื่นมองแปลก ๆกั นหมดแล้ว นั่งก่อนเถอะ นั่งคุยกัน”

ผู้กำกับอันกาบกนั่งลงอย่างเชื่องช้า ฮงฮเยยอนก็พลอยนั่งลงไปด้วยส่วนคังวูจินก็นั่งลงข้าง ๆ ผู้กำกับอันกาบกใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเหมือนกับทุกที

แต่ทว่า

‘ตาแก่คนนี้- ไม่สิผู้กำกับคนนี้มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน?!’

ภายในใจของเขากำลังเต็มไปด้วยคำถามผู้กำกับอันกาบก ตำนานแห่งวงการภาพยนตร์เกาหลีหรือประวัติศาสตร์ที่มีชีวิต เขาเพิ่งได้ยินชื่อของบุคคลระดับตำนานคนนี้จากชเวซองกุนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เองแล้วอยู่ ๆ บุคคลในตำนานก็โผล่มานั่งอยู่ตรงหน้าเขาแบบนี้เนี่ยนะ

ใส่รองเท้าแตะด้วย

‘แต่พอมาอยู่แบบนี้แล้ว ต่อให้เป็นตำนานแค่ไหนก็ดูเหมือนคุณลุงข้างบ้านธรรมดา ๆ คนนึงเลยแฮะ อืมดูเป็นกันเองดี’

ไม่นานนักความตื่นเต้นเล็ก ๆในใจของวูจินก็จางหายไปเอาจริง ๆ มันก็ไม่ได้ช็อกเท่ากับตอนที่ฮงฮเยยอนเห็นหรอกนะ วูจินคิดว่าบางทีการที่เขาเป็นคนธรรมดา ๆ คนนึงมันก็ช่วยได้เหมือนกันนะเนี่ย

-สวบ

เขาโค้งคำนับให้กับผู้กำกับอันกาบกอย่างนอบน้อม

“สวัสดีครับผู้กำกับ ผมคังวูจินครับ”

ผู้กำกับอันกาบกที่กำลังใช้ส้อมจิ้มไส้กรอกอยู่เงยหน้าขึ้นมาตอบรับอย่างเนิบ ๆ

“อืม รู้จักผมด้วยเหรอครับเนี่ย? ผมก็ดีใจที่ได้เจอคุณเหมือนกันครับ”

“พูดเป็นกันเองก็ได้นะครับ”

“จริงเหรอครับ? ฮ่า ๆ ๆ ถึงอย่างนั้นเพิ่งเจอกันครั้งแรก พูดแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ โอ- ว่าแต่ที่นี่อาหารอร่อยดีนี่”

ผ่อนคลายเป็นธรรมชาติ ช่างสง่างามสมกับเป็นผู้กำกับระดับตำนานจริง ๆ นั่นสิ ก็กำกับภาพยนตร์มาแล้วตั้ง 99 เรื่องนี่นะ ผู้กำกับอันกาบกเคี้ยวไส้กรอกไปพลาง เอ่ยปากถามฮงฮเยยอนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ผมดู ‘นิติจิตวิทยา’ แล้วนะ ฝีมือการแสดงพัฒนาขึ้นเยอะเลย”

“ข ขอบคุณค่ะ ยังต้องพัฒนาอีกเยอะค่ะ”

“รู้อยู่แล้วทำไมถึงไม่แก้เสียทีล่ะ? ผมหมายถึงวิธีหายใจที่เหมือนกันในทุกบทบาทน่ะ”

“······”

“ทำไมยังติดนิสัยที่ผมเคยบอกอยู่อีก หืม? หรือว่าพอใจอยู่กับตำแหน่งนักแสดงหญิงแถวหน้าแล้ว”

ฮงฮเยยอนนักแสดงหญิงแถวหน้าถึงกับพูดไม่ออกเมื่อจู่ ๆ ก็โดนตำหนิ เธอเคยร่วมงานกับผู้กำกับอันกาบกครั้งหนึ่งตอนที่เธอรับบทเล็ก ๆในภาพยนตร์ของเขา คำติชมเรื่องการแสดงก็เกิดขึ้น ในตอนนั้น

“เธอใจร้อนเกินไป บทพูดก็ชัดเจนดี แต่ถ้าการหายใจยังไม่นิ่งพอ จุดเด่นก็จะถูกกลบหมด”

“จะพยายาม···ค่ะ”

“น่าเสียดายจริง ๆ”

ผู้กำกับอันกาบกทอดสายตาเจ้าเล่ห์ พลางวางส้อมลงก่อนจะหันไปหาคังวูจิน

“แปลกดีนะ”

‘แปลกอะไร? ใคร ๆ ก็ดูออกว่าตอนนี้การปรากฏตัวของคุณปู่ต่างหากที่แปลกที่สุด’ วูจินคิดในใจ ก่อนตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ

“หมายถึงการแสดงของผมเหรอครับ?”

“ไม่ใช่ ‘Sport Day’ ต่างหาก”

“··· ‘Sport Day’ เหรอครับ?”

“ใช่แล้ว ผมเห็นแววตาที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา มันไม่เหมือนกับแววตาตอนนี้น่ะ บอกว่าดูผ่อนคลายกว่าก็ได้แต่เวลาแสดง แววตาของเธอกลับเป็นของตัวละครทั้งหมดเลย”

“······”

แม้จะไม่ได้แสดงออกชัดเจนนัก แต่วูจินก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย สายตาแบบนั้น? หรือว่าเขาจะมองทะลุตัวตนที่แท้จริงของเขาเข้าแล้ว? ตาแก่คนนี้มีวิชาอะไรกันแน่? แต่ไม่ว่าจะยังไง เสียงแหบพร่าของผู้กำกับอันกาบกก็ยังคงดังต่อเนื่อง

“แนวทางแบบเมธอดแอ็คติ้งสินะ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เธอควบคุมมันไม่ได้ต่างหาก เธอถึงขั้นฝึกฝนวิธีการสลับสับเปลี่ยนบุคลิกได้อย่างอิสระตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”

ถ้อยคำชวนปวดหัวพรั่งพรูออกมา วูจินจึงตั้งใจฟังอย่างไม่คลาดสายตา ชายชราที่นั่งอยู่ตรงหน้าคือผู้เชี่ยวชาญตัวจริง ดังนั้นเขาจึงต้องเร่งสวิตช์ความมั่นใจเข้าไปอีก

“ผมไม่ได้จดจำเรื่องพรรค์นั้นหรอกครับ”

“จดจำ? หมายความว่าเธอจำการแสดงน่ะเหรอบันทึกบทบาทที่ได้รับไว้ในหัวอย่างนั้นสินะ นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอสลับอารมณ์ได้รวดเร็วสินะ”

“...”

“เป็นวิธีการแสดงที่แปลกใหม่สำหรับฉันเสียจริง”

ผู้กำกับอันกาบกหัวเราะเบา ๆ ขณะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องสนทนา

“ทำไมเธอถึงเรียนภาษามือล่ะ”

“ผมไม่ได้ให้ความหมายอะไรกับการเรียนรู้หรอกครับ”

“ท่าทางของเธอดูสง่าราศีมากเลยทีเดียว เท่าที่เห็นเธอใช้ภาษามือเกาหลีและญี่ปุ่นได้ คงไม่ได้มีแค่นั้นหรอกใช่ไหม?”

“ภาษาอังกฤษ ผมก็พอได้บ้างครับ”

ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วครู่ ฮงฮเยยอนได้แต่นั่งมองบทสนทนาของทั้งสอง ส่วนผู้กำกับอันกาบกก็จ้องมองดวงตาของคังวูจินนิ่ง คำว่า ‘จ้อง’ คงยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายสายตาที่ราวกับต้องการมองทะลุเข้าไปในตัวตนของเขาได้ การจ้องมองดำเนินต่อไปราว 10 วินาที

-ได้เวลาแล้ว

ผู้กำกับอันกาบกลุกขึ้นจากเก้าอี้ พร้อมกับหยิบหมวกและแว่นกันแดดขึ้นมาสวม

“ฉันอิ่มแล้ว ขอบใจสำหรับมื้ออาหารนะ”

เขากล่าวลาฮงฮเยยอน

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ เธอด้วย อ้อ พวกเธอสองคนกำลังถ่ายทำผลงานของผู้กำกับควอนอยู่แถวนี้ใช่ไหม?”

“อ่า ใช่ค่ะ ผู้กำกับ”

“อืม ระหว่างทางกลับบ้านฉันอาจจะแวะไปก็ได้นะ”

ในตอนนั้นเอง

“วูจิน!”

ชเวซองกุนเจ้าของผมเปียวิ่งดุ๊ก ๆ เข้ามาในร้านอาหาร

“ผลหนังออกแล้ว! 『พ่อค้ายาเสพติด』ได้ที่หนึ่ง···เอ๊ะ?”

เขานิ่งไปทันทีเมื่อเห็นว่าใครเป็นผู้กำกับที่ยืนอยู่ตรงหน้า ราวกับเห็นผีไม่มีผิด

“ผะ ผู้กำกับอันกาบกนี่ครับ?!”

“ใช่แล้ว คุณชเว เจอกันที่นี่เอง บังเอิญจังนะ”

“···บังเอิญ?”

ชเวซองกุนถึงกับไปไม่เป็นสมองประมวลผลไม่ทัน ผู้กำกับอันกาบกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? แล้วยังมาเจอกับคังวูจินอีก

‘หรือว่าเขามาหาวูจิน?’

ไม่น่าใช่ ชเวซองกุนเป็นคนโทรคุยกับผู้กำกับอันกาบกเองแท้ ๆ แล้วทำไมผู้กำกับระดับตำนานถึงได้มาไกลถึงเวียดนามด้วยตัวเอง? แถมยังมาเพื่อคังวูจินคนเดียวอีก? ทันใดนั้นชเวซองกุนก็นึกอะไรขึ้นได้อย่างหนึ่ง

ยังไงก็ต้องทักทายให้เรียบร้อยก่อน

“อ๊ะ! สวัสดีครับ!”

“ฮ่า ๆ ไม่ต้องมากพิธีขนาดนั้น ฉันไปก่อนล่ะ”

“ครับ?”

ผู้กำกับอันกาบกเดินผ่านชเวซองกุนไป พร้อมกับเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“คุณชเว ไว้คุยกันอีกทีนะครับ”

“เอ่อ···ครับ ผู้กำกับ”

ผู้กำกับอันกาบกเดินลากออกจากร้านไปพร้อมกับเสียงลากรองเท้าแตะ ชเวซองกุนจ้องมองแผ่นหลังนั้นด้วยสีหน้าว่างเปล่า ก่อนจะหันขวับไปหาคังวูจินกับฮงฮเยยอน

“เมื่อกี้คุยอะไรกับผู้กำกับอันกาบก! แล้วเขา···มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!”

คำตอบของฮงฮเยยอน หลุดออกมาอย่างรวดเร็วหลังจากที่เธอถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย

“เขาบอกว่า มาเที่ยวค่ะ”

“เที่ยว? เที่ยวเนี่ยนะ?”

ถัดมา คังวูจินก็ตอบกลับมาเสียงเบา

“ใช่ครับ มาเที่ยว”

“สมเหตุสมผลตรงไหนกัน?”

ชเวซองกุน พูดพึมพำขณะที่จ้องมองไปยังคังวูจินที่มีสีหน้าเรียบเฉย

‘มาเที่ยวเนี่ยนะ ฟัง ยังไงก็ไม่ใช่ แค่ดูจากเวลาหรือสถานการณ์ก็บอกได้เลยว่าร้อยเปอร์เซ็นต์ ต้องมาหาวูจินแน่ ๆ ผู้กำกับอันกาบก คนนั้นลงทุนมาถึงเวียดนามเชียวเหรอ?’

แน่นอนว่าฮงฮเยยอนก็มองไปยังวูจินที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเช่นกัน

‘คำถามที่ถาม คุณวูจิน ไป······มันดูไม่เหมือนถามไปเรื่อย ๆ เลยภาษามือ? ทำไมถึงถามถึงภาษามือนะ หรือว่า ยังไงก็ตาม คุณวูจินก็มีโอกาสมากกว่านักแสดงคนอื่น? หรือว่าดูการแสดงของคุณวูจินมาแล้ว? หรือว่าจะดูในเร็ว ๆ นี้?’

เธอก็รู้สึกได้เช่นกัน

‘···หรือว่าจะเอาคุณวูจินมาเล่นในผลงานเรื่องที่100?’

ณ เวลาเดียวกัน กองถ่าย ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ที่เมืองดานัง

ภายในป่ารกทึบ เต็มไปด้วยเต็นท์ขนาดใหญ่ทีมงาน ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ หลายร้อยชีวิตกำลังวุ่นวายกับการเตรียมตัวถ่ายทำ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะอีกไม่กี่สิบนาทีข้างหน้า เวลา 9 โมงเช้า การถ่ายทำก็จะเริ่มขึ้นแล้ว โดยฉากแรกของวันนี้วางแผนไว้ว่าจะถ่ายทำโดยมีเพียง รยูจองมิน ฮายูรา และคิมอีวอน เท่านั้น

ดังนั้น คังวูจิน และชอนอูชาง จึงไม่ได้อยู่ที่กองถ่าย

เหล่านักแสดงอย่าง รยูจองมิน ต่างวุ่นอยู่กับการเตรียมตัวถ่ายทำภายในเต็นท์ แต่งหน้า ไม่ว่าจะเป็นการ แต่งหน้า สวมชุดทหาร ตรวจสอบเสื้อผ้า ท่องบท และซ้อมบท

ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น

“เฮ้อ-”

นอกเต็นท์ ผู้กำกับควอนกีแท็กนั่งอยู่อย่างผ่อนคลาย เสื้อยืดแขนสั้นที่เขาสวมเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ผู้กำกับควอนกีแท็กมองดูทีมงานหลายร้อยชีวิตที่วิ่งวุ่นไปทั่วกองถ่ายที่กำลังจัดเตรียมฉากอย่างเงียบงันในฐานะผู้รับผิดชอบสูงสุด การที่เขาคอยดูภาพรวมทุกอย่างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ตอนนี้ผู้กำกับควอนกีแท็กกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่

สิ่งที่เขานึกถึงคือภาพของผู้กำกับอันกาบกที่ปรากฏตัวที่เวียดนามอย่างกะทันหันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

สถานที่ที่พวกเขาพบกันคือร้านกาแฟใกล้กับโรงแรม

“ไม่ทราบว่าฉันขออนุญาตไปดูที่กองถ่ายหน่อยได้ไหม?” นั่นคือคำพูดแรกของผู้กำกับอันกาบกหลังจากที่เขาปรากฏตัวต่อหน้าผู้กำกับควอนกีแท็กที่เพิ่งถ่ายทำเสร็จ

“ได้สิครับ แต่ว่า นักแสดงที่ท่านอยากเจอคือคุณวูจินใช่ไหมครับ?”

“เอาเป็นว่า ฉันขอพบกับนักแสดงทุกคนละกัน”

“ครับ ตอนนี้คุณวูจินกลับไปพักแล้วครับ พรุ่งนี้เขาจะมาถ่ายทำตอนบ่ายครับ”

“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันหมายถึงฉากรวมที่มีนักแสดงทุกคนมารวมตัวกันถ่ายทำ ฉากนั้นถ่ายทำวันไหน?”

“อืม… ฉากรวมน่าจะอีกหลายวันเลยครับ”

“งั้นก็วันนั้นแล้วกัน บอกกับนักแสดงคนอื่น ๆ ด้วยละกัน”

“จะให้บอกว่าท่านมาเที่ยวแล้วแวะมาหาดีไหมครับ?”

ผู้กำกับอันกาบกยิ้มราวกับเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

“ใช่ บอกว่ามาเที่ยวแล้วกัน แต่ว่า คังวูจิน คนนั้น ได้รับบทอะไรหรอ?”

ผู้กำกับควอนกีแท็กเองก็ยิ้มออกมาเช่นกัน

“ยังไงซะท่านก็ต้องมาดูด้วยตัวเองอยู่แล้ว ถ้ารู้ทีหลังย่อมตื่นเต้นกว่าไม่ใช่เหรอครับ?”

“ฮ่าฮ่า งั้นก็ได้ ฉันจะรอคอยด้วยใจจดจ่อแล้วกัน”

“รับรองว่าเป็นบทบาทที่คุ้มค่าแก่การรอคอยแน่นอนครับ”

ในตอนนี้เอง ผู้กำกับควอนกีแท็กก็ดึงสติของเขากลับมาสู่กองถ่าย ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ อีกครั้ง เขาพึมพำเบา ๆ

“ฉากรวมสินะ อยากจะดูฟอร์มตอนที่ทุกคนอยู่ด้วยกันทั้งหมดงั้นหรือ”

เขาเดินไปที่เต็นท์ขนาดใหญ่ ซึ่งเหล่านักแสดงอยู่ ขณะที่รยูจองมิน ฮายูรา คิมอีวอนกำลังวุ่นอยู่กับการเตรียมตัวถ่ายทำ พวกเขาก็สบตากับผู้กำกับควอนกีแท็ก

“อ่า ผู้กำกับใกล้เสร็จแล้วครับ”

“ผมเสร็จแล้ว ขอออกไปรอก่อนได้ไหมครับ?”

“ฉันก็ใกล้เสร็จแล้วค่ะ”

ทว่า คำตอบของผู้กำกับควอนกีแท็กนั้นต่างออกไป

“ไม่ ๆ ค่อย ๆ ทำก็ได้ อีกไม่กี่วันจะมีถ่ายทำฉากรวม แถมวันนั้นจะมีแขกมาด้วย”

ฮายูราที่กำลังสวมเสื้อทหารอยู่ ถามขึ้นอย่างรวดเร็ว

“แขกเหรอครับ ใครคะ?”

ดูเหมือนว่ารยูจองมินและคิมอีวอนเองก็สงสัยเช่นกัน พวกเขาหันไปมองผู้กำกับผู้กำกับควอนกีแท็กควอนกีแท็กจึงตอบกลับอย่างใจเย็น

“ผู้กำกับอันกาบกน่ะ”

เหล่านักแสดงต่างตกใจอย่างมาก

“······เอ๋ เอ๋?!”

“ผู้กำกับอันกาบกเหรอครับ ทันทีแบบนี้เลย?!”

“จริงเหรอครับ ผู้กำกับอันกาบกจะมาที่นี่?!”

จากนั้น

“อืม เขาบอกว่ามาเที่ยวเวียดนาม แล้วแวะมาหาน่ะ”

ผู้กำกับควอนกีแท็กยิ้มอย่างอ่อนโยน

“เขาจะมาดูการถ่ายทำสักพัก”

เหล่านักแสดงต่างอ้าปากค้าง

หลังจากนั้นไม่กี่สิบนาที

ผู้กำกับอันกาบกนั่งอยู่คนเดียวบนโต๊ะในห้องพักหรูของโรงแรม ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความคิดมากมาย

“······”

เพราะคังวูจินที่เพิ่งเจอเมื่อครู่หรือเปล่านะ? ถึงแม้จะไม่แน่ใจนัก แต่เขาก็นิ่งเงียบ ขบกรามแน่น ไม่เอ่ยวาจาใด ๆ ออกมา

-ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประดาดังขึ้น ชั่วครู่ต่อมา ผู้กำกับอันกาบกก็ลุกขึ้นไปเปิดประตู บุรุษวัยกลางคนปลายสี่สิบที่คุ้นหน้าคุ้นตาก็ปรากฏขึ้น เขาคือบุคคลที่เคยสนทนากับผู้กำกับอันกาบกเรื่องคังวูจินเมื่อคราวก่อน อันที่จริงแล้ว เขาคือประธานบริษัทภาพยนตร์นั่นเอง ชายผู้นั้นเอ่ยถามผู้กำกับอันกาบกด้วยรอยยิ้ม

“ทานอาหารเช้าหรือยังครับ ผู้กำกับ”

ทว่า ผู้กำกับอันกาบกกลับส่ายหน้าพลางทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตามเดิม

“ไม่ล่ะ ฉันทานแล้ว นายไปทานกับพนักงานคนอื่น ๆ เถอะ”

“หา? ทานอาหารเช้าแล้วเหรอครับ? ทานตอนไหนครับเนี่ย?”

“เมื่อกี้ ไปเดินเล่น แล้วก็เลยแวะทานโจ๊กมา”

“ว่าไงนะครับ! ไปคนเดียวแบบนั้นอันตรายนะครับ”

“อันตรายอะไรกัน ก็ไม่ได้มาเวียดนามครั้งแรกซะหน่อย นึกถึงสมัยก่อนตอนมาถ่ายทำหนังที่นี่ก็สนุกดีนะ”

ว่าแล้วผู้กำกับอันกาบกก็ยกแขนขึ้นกอดอก ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย

“ว่าแต่ ฉันเจอคังวูจินมาด้วยล่ะ”

“หา? เจอเขาแล้วเหรอครับ?! ผมนึกว่าจะเจอกันตอนถ่ายทำซะอีก”

“บังเอิญเจอกันก่อนจะไปทานข้าวเช้า เลยทักทายกันหน่อย เห็นว่ามากับฮงฮเยยอนด้วย”

“ฮงฮเยยอนด้วย······ คงกะทันหันสำหรับทั้งคู่น่าดู คงตกใจน่าดูเลยนะครับ”

ผู้กำกับอันกาบกส่ายหน้าพลางเผยยิ้มลึก

“ก็ไม่เชิงหรอก พวกเขามองฉันเหมือนฉันเป็นตาแก่ข้างบ้านยังไงยังงั้น”

“ใคร ใครมองครับ? ฮงฮเยยอนไม่น่าทำแบบนั้น! หรือว่าคังวูจินกันแน่?! กล้าดียังไง! ไม่มีมารยาท!”

“ไม่นี่ ทำไมต้องตื่นตูมขนาดนั้นด้วยล่ะ ก็แค่ดูเหมือนตาลุงข้างบ้านเอง แถมฉันมองต่างไปอีกเรื่องด้วยนะ เขาเป็นนักแสดงที่มีสีสันแปลก ๆ ดี คนแบบนั้นฉันเพิ่งเคยเห็นเลย แต่ว่านะ……”

ผู้กำกับอันกาบที่พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้น นึกถึงคังวูจินที่เขาเคยพบแล้วพูดต่ออย่างช้า ๆ

“เขาคนนั้นน่ะมีกลิ่นบางอย่างซ่อนอยู่”

จบ

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 156 เดียวดาย (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว