- หน้าแรก
- ฉันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุดยอดนักแสดงอัจฉริยะผู้น่าสะพรึง
- บทที่ 152 ปืนใหญ่ที่ถูกจุด (7)
บทที่ 152 ปืนใหญ่ที่ถูกจุด (7)
บทที่ 152 ปืนใหญ่ที่ถูกจุด (7)
[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]
[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]
[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]
บทที่ 152 ปืนใหญ่ที่ถูกจุด (7)
ช่วงบ่ายแก่ ๆ
ทีม ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ เพิ่งเสร็จสิ้นการถ่ายทำช่วงเปิดรายการและช่วงรับประทานอาหารในร้านอาหารขนาดใหญ่ตอนนี้ทุกคนกำลังแยกย้ายกันไปตามที่ต่าง ๆ อันจองฮักกับยอนแบกกวาง ฮากังซูกับฮวาลิน คังวูจินกับฮงฮเยยอน ต่างก็ถูกแบ่งทีมตามทีมถ่ายทำ
เพราะอาจารย์และสถานที่ถ่ายทำไม่เหมือนกัน
ใน3 ทีมนี้ PDยุนบยองซอน ซึ่งเป็นผู้กำกับหลัก ได้ติดตามทีมของฝ่ายครัว นั่นก็คือทีมของคังวูจินกับฮงฮเยยอนนั่นเอง เพราะ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ นั้นมีธีมรายการเกี่ยวกับการทำอาหาร ดังนั้นการที่PDยุนบยองซอน ซึ่งเป็นPDหลักอยู่ด้วย ย่อมทำให้ภาพรวมของรายการออกมาดูดี
ซึ่งในตอนนั้นเอง
- “เอาล่ะ ๆ ไปหาที่นั่งกันเถอะ!!” - -
สถานที่ที่ทีมของคังวูจินมุ่งหน้าไปนั้น แน่นอนว่าต้องเป็นสตูดิโอถ่ายทำอยู่แล้ว แต่ทว่าไม่ใช่สตูดิโอแบบทั่ว ๆ ไปเป็นสตูดิโอครัวต่างหาก เพราะต้องทำอาหารกันที่นี่ มันก็ต้องเป็นแบบนี้อยู่แล้ว สตูดิโอครัวกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างเหมาะสม ด้านหน้ามีโต๊ะวางเรียงรายมีทั้งจาน ชาม ภาชนะต่าง ๆ อุปกรณ์ทำครัว ตู้เย็น และอื่น ๆ อีกมากมาย
ถ้าไม่นับเรื่องไฟและบรรยากาศของสตูดิโอถ่ายทำ ที่นี่ก็คงไม่ต่างจากครัวดี ๆ นี่เอง
ทีมงาน ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ เริ่มทยอยกันหาที่นั่งในสตูดิโอเนื่องจากเช่าสถานที่ไว้แล้ว การจัดเตรียมฉากจึงเกือบเสร็จสมบูรณ์ เหลือเพียงแค่ติดตั้งไฟและกล้องขนาดเล็กเท่านั้น
ณ ตอนนี้เอง
- - “คุณวูจิน คุณฮเยยอน เสร็จแล้วครับ!!” - -
สมาชิกสองคนของทีมครัว ซึ่งไป แต่งหน้าทำผมด้านนอก เดินเข้ามาในสตูดิโอฮงฮเยยอนที่มัดผมยาวสลวยของเธอเอาไว้และคังวูจินได้รับมอบหน้ากากใส วูจินค่อย ๆ สวมหน้ากากพร้อมกับมองไปรอบ ๆ สตูดิโอครัวอย่างเงียบ ๆ
‘อ่าา การถ่ายทำเกี่ยวกับอาหารแบบนี้ ต้องถ่ายกันในที่แบบนี้สินะ’
แน่นอนว่าสำหรับเขามันเหมือนโลกใบใหม่ แต่เขาก็ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นอะไรออกมา หลังจากที่เขาได้รับไมค์ ก็มีผ้ากันเปื้อนสำหรับรายการ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ ส่งมาให้ทั้งคู่เป็นผ้ากันเปื้อนสีเบจมีโลโก้ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ ปักอยู่ ไม่นานนัก PD ยุนบยองซอน ก็เดินมายืนยิ้มมุมปากอยู่ข้างโต๊ะอาหาร ก่อนจะเริ่มอธิบาย
“ทั้งคู่เคยทำอาหารกันมาบ้างแล้ว- อืม แต่ถ้าดำเนินรายการแบบเรียบ ๆ ง่าย ๆ มันคงจะดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่ งั้นเรามาลองเปิดร้านอาหารกันจริง ๆ เลยดีกว่าครับ ให้ทีมงานเป็นลูกค้า สั่งอาหาร แล้วก็ให้คุณทำอาหาร” ฮเยยอนที่กำลังผูกผ้ากันเปื้อนอยู่ ก็ถามขึ้นอย่างตะกุกตะกัก
“ไม่เอาน่า ฉันไม่ได้ทำอาหารเก่ง แค่ทำให้กินได้เท่านั้นเอง”
“อ่า ๆ แค่นั้นก็พอแล้วครับ”
“แค่นั้นพอแล้วเหรอคะ?”
“เดี๋ยวก็ทำได้เองแหละครับ งั้นเรามาเริ่มทดสอบการทำอาหารของคุณฮเยยอนกันเลยดีกว่า คุณวูจินช่วยดูแลเรื่องการรับออเดอร์กับเป็นผู้ช่วยในครัวนะครับ”
ตอนแรก วูจินมัวแต่ตะลึงกับความน่ารักของฮเยยอนที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อนกว่าจะตั้งสติตอบได้ก็เกือบไป
“ผมรับออเดอร์ แล้วก็เป็นผู้ช่วยในครัวก็พอใช่ไหมครับ?”
“ใช่แล้ว งั้นเราเริ่มกันเลยดีกว่าครับ ทุกคนไปนั่งประจำที่กันเลย”
ทีมงานรวมถึงทีมงานอีกหลายสิบคนพากันเดินไปนั่งที่โต๊ะที่จัดเตรียมไว้ ฮเยยอนที่กำลังจะเดินเข้าครัวด้วยมาดเชฟใหญ่ถึงกับไปไม่ถูก
“แบบนี้เลยเหรอคะ?”
ฮเยยอนพูดตะกุกตะกักอย่างเห็นได้ชัด มาดนักแสดงระดับท็อปหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ แน่นอนว่าตอนนี้เธอกำลังถูกถ่ายทำอยู่ วูจินคิดในใจด้วยความชื่นชม
‘แบบนี้มันต้องเรียกว่าสวยเกินไปแล้ว!’
ไม่ว่ายังไงก็ตาม ในตอนนี้ทีมงานหลายสิบชีวิตก็เข้าประจำที่กันเรียบร้อยแล้ว PDยุนบยองซอนก็ยกมือขึ้นเรียกวูจิน
“ขอสั่งอาหารตรงนี้ครับ-”
เขาแกล้งทำท่าทางเหมือนเป็นลูกค้า คังวูจินจึงเดินเข้าไปหาเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“เชิญพูดเลยครับ”
“ขอคิมบับครับ”
เสียงของฮงฮเยยอนดังมาจากในครัวทันที
“ค-คิมบับเหรอคะ? ไม่เคยทำมาก่อนเลยค่ะ!”
PDยุนบยองซอน ซึ่งรับบทเป็นลูกค้าตอบกลับไปว่า
“ไม่เป็นไรครับ ค่อย ๆ ทำก็ได้ ลองเสิร์ชหาวิธีทำดูก็ได้ ทำอะไรก็ได้ ทั้งนั้นแหละ!”
ฮงฮเยยอนรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันที แต่คำสั่งของลูกค้าไม่ได้มีแค่คิมบับ
“ส่วนพวกเรา ขอต๊อกค่ะ! ขอเป็นต๊อกรามยอน!”
“พาสต้าได้ไหมครับ? ขอเป็นพาสต้าผัดกระเทียมน้ำมันมะกอก!”
“คอนเซ็ปต์ร้านเราเป็นอาหารเกาหลีไม่ใช่เหรอ?!”
“ถ้าไม่ได้ งั้นก็บิบิมบับก็ได้ครับ-”
ออเดอร์อาหารถาโถมเข้ามาไม่หยุด ฮงฮเยยอนถึงกับสติหลุด เธอเม้มริมฝีปากล่างเบา ๆ ส่วนวูจินก็จดรายการอาหารลงบนใบเสร็จอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินไปยื่นให้เชฟ
“คิมบับ ต๊อกรามยอน พาสต้าผัดกระเทียมน้ำมันมะกอก ถ้าพาสต้าไม่ได้ก็บิบิมบับ”
เชฟเห็นใบรายการอาหารที่ถูกยื่นมาให้ถึงกับหน้าซีด
“ไม่ ไม่รู้จักสักอย่างเลย ไม่เคยทำสักอย่าง”
คังวูจินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ไม่เป็นไรครับ ค่อย ๆ ทำก็ได้ ช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร”
“คะ?”
“โดนด่าบ้างก็ไม่เห็นเป็นไรหรอกครับ”
“คุณวูจิน?”
วูจินเห็นฮงฮเยยอนฝืนยิ้มก็ใช้นิ้วชี้ไปที่เมนูหนึ่ง
“ต๊อกรามยอน ผมว่าลองทำรามยอนก่อนดีไหมครับ?”
“ใช่ รามยอน”
“ส่วนเมนูที่เหลือ ลองทำหลังจากที่ทำรามยอนเสร็จ แล้วก็ได้”
“ได้เลยค่ะ!”
ฮงฮเยยอนตัดสินใจ เดินหาหม้อไปทั่วครัว ก่อนจะหยิบหม้อใบหนึ่งขึ้นมา แต่ดูเหมือนจะใหญ่ไปหน่อย วูจินเอ่ยขึ้นเสียงเบา
“ใหญ่ไปครับ”
“ใหญ่ไปเหรอคะ งั้น”
“ข้างใต้ นั่นครับ เอาใบเว้า ๆ นั่นแหละ”
เธอก็เปลี่ยนหม้อใบใหม่ทันที ราวกับเป็นอวาตาร์ แต่โดยรวมแล้ว ท่าทางของเธอดูงุ่มง่ามไปหมด ไม่ว่าจะเป็นตอนฉีกซองรามยอน ตอนเติมน้ำ หรือตอนหยิบโมจิจากตู้เย็น ก็ดูเป็นมือใหม่สุด ๆ ซึ่งก็ทำให้พี่ยุนบยองซอน PD และทีมงานต่างพึงพอใจ
“ดีนี่ครับ”
“ใช่มั้ยล่ะ รู้สึกดีเลย”
ถึงจะผิดพลาดไปหมด แต่ภาพที่ออกมากลับถูกใจพวกเขามาก
“แต่วูจินไม่คิดจะช่วยเลยเหรอ บอกให้ทำแบบนั้นก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะยืนดูเฉย ๆ แบบนี้”
“ทั้งคู่ต่างก็ทำอะไรไม่ค่อยเป็น กลัวว่าถ้าทำด้วยกันแล้วงานจะเข้ามากกว่าเดิมรึเปล่า”
“ก็นะ เดี๋ยวจะกลายเป็นซ้ำเติมกันไปใหญ่”
เวลาผ่านไปราว ๆ 15 นาที
- ตึง!
ฮงฮเยยอนที่ทำหน้าตาขึงขัง วางต๊อกรามยอนที่ทำเสร็จแล้วลงตรงหน้าวูจิน
“ต๊อกรามยอนเสร็จแล้วค่ะ”
วูจินมองหน้าเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะค่อย ๆ ก้มลงมองรามยอน แล้วก็ไม่พูดอะไรออกมา
“...”
แต่ในใจเขาก็แอบวิจารณ์อยู่เหมือนกัน
‘ว่ายน้ำได้สบายเลยมั้งเนี่ย’
ฮงฮเยยอนที่ไม่รู้เรื่องอะไร ได้แต่บ่นอุบอิบ
“อะไรคะ มองแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
“เปล่าครับ ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะจับยังไงดี”
ต๊อกรามยอนที่เธอทำนั้น น้ำซุปแทบล้นชามออกมา ราวกับว่าชามใบนั้นเล็กเกินกว่าจะจุความทะเยอทะยานของเธอได้หมด แต่สุดท้าย รามยอนชามนั้นก็มาอยู่ตรงหน้า PD ยุนบยองซอน จนได้ แล้วเขากับทีมงานก็เริ่มลงมืออย่างเอร็ดอร่อย
- ซู้ด!
สีหน้าของทุกคนดูแปลก ๆ โดยเฉพาะPDยุนบยองซอน เขายื่นตะเกียบให้วูจิน
“คุณวูจิน ลองชิมไหมครับ?”
“อ่า ครับ”
ตอนที่คังวูจินกำลังตักรามยอน ฮงฮเยยอนที่อยู่ในครัวก็เดินมาข้าง ๆ เธอถามวูจินที่กำลังเคี้ยวรามยอนอยู่ ตาโต
“เป็นยังไงบ้างคะ”
วูจินกลืนรามยอนลงคอโดยไม่มีท่าทางอะไรมากมาย ก่อนจะตอบสั้น ๆ
“ก็รสชาติรามยอนครับ”
ทีมงานพยายามกลั้นหัวเราะ ตรงกันข้ามกับฮงฮเยยอนที่ขมวดคิ้ว
“ก็มันเป็นรามยอน มันก็ต้องรสชาติรามยอนสิคะ ฉันถามว่าอร่อยไหมต่างหาก”
“ก็รสชาติรามยอนทั่ว ๆ ไปครับ”
“โอ้ย จริง ๆ งั้นคราวนี้คุณวูจินเข้าไปในครัวเลยค่ะ ฉันจะเป็นคนรับออเดอร์เอง”
PDยุนบยองซอนเหมือนรอจังหวะนี้อยู่ รีบพูดขึ้นทันที
“เปลี่ยนตัว!”
วูจินเดินเข้าครัวไปอย่างใจเย็น แต่เอาจริง ๆ ก็ตื่นเต้นนิดหน่อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ทำอาหารต่อหน้าคนเยอะขนาดนี้
‘หรือว่าที่ท้องไส้ปั่นป่วน เพราะตื่นเต้นกันนะ’
นักเขียนที่เห็นเหตุการณ์พากันหัวเราะคิกคัก
“โอ้ย ดูคุณวูจินทำหน้าสิคะ”
“ทำไมฉันรู้สึกว่ารามยอนรอบนี้จะต้องมีแต่น้ำอีกแน่เลย”
“แต่คุณวูจินตอนทำอาหารนี่ดูเย็นชาเหมือนเดิมเลยนะคะ น่ารักจัง”
“อย่างน้อยวันนี้เราก็คงได้เห็นคุณวูจินทำหน้าลำบากใจบ้างล่ะ”
ทันทีที่คังวูจินเข้ามาในครัว ฮงฮเยยอนก็รับออเดอร์ทันที ออเดอร์เหมือนกับที่เธอได้รับเมื่อกี้
“แพนเค้กกิมจิกับต๊อกรามยอนค่ะ! พาสต้าผัดกระเทียมน้ำมันมะกอก ถ้าไม่ได้ก็ขอเป็นข้าวผัดบิบิมบับค่ะ คุณวูจินจะเริ่มทำรามยอนก่อนเลยใช่ไหมคะ?”
แต่ทว่า คำพูดแรกของเชฟคนนี้กลับเป็นการออกคำสั่ง
“ไม่ใช่ครับ คุณฮเยยอน ช่วยเข้ามาหยิบวัตถุดิบให้หน่อยครับ”
“อะ- อะไรนะคะ วัตถุดิบเหรอคะ?”
“ใช่ครับ จะทำเมนูไปพร้อม ๆ กัน ขั้นแรก กิมจิ ต้นหอม ไส้กรอก พริกเขียว พริกแดง...”
ในขณะที่พูด วูจินก็จัดเตรียมหม้อหลายใบอย่างรวดเร็ว ทั้งแบบผัด แบบลวกเส้น แบบทำพาสต้า สายตาของคังวูจินเปลี่ยนไป
“แล้วก็เส้นพาสต้าครับ อยู่ข้างล่าง นั่นไงครับ”
“อ่า... ค่ะ นี่ค่ะ”
“ช่วยหั่นกระเทียมบาง ๆ ให้หน่อย ทำช้า ๆ ก็ได้ครับ”
ไม่นานนัก ฮงฮเยยอนก็หั่นกระเทียมไปพร้อมกับแอบมองวูจินโดยไม่รู้ตัว
‘อะ อะไรเนี่ย ทำไมถึงทำเป็นล่ะ’
ภาพลักษณ์ของมืออาชีพแผ่ออกมาตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ ทำเอาทั้ง VJ PD ยุนบยองซอน และทีมงานคนอื่น ๆ ต่างพากันประหลาดใจ
“วูจิน ดูเหมือนจะไม่ได้แค่กำลังต้มรามยอนอย่างเดียวนะครับเนี่ย”
“เส้นเหรอจะทำพาสต้าด้วยเหรอเนี่ย”
“อะ อะไรนะ วูจินหยิบมีดแล้ว”
ทันใดนั้นเอง
- ตั๊ก ตั๊ก ตั๊ก ตั๊ก ตั๊ก ตั๊ก ตั๊ก ตั๊ก!
เสียงสับมีดอันรวดเร็วของวูจินดังก้องไปทั่วทั้งสตูดิโอ
“หูย”
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
ผ่านไปหลายสิบนาที
กลิ่นอาหารนานาชนิดก็อบอวลไปทั่วทั้งสตูดิโอ และแล้ว...
- ตึก
“ต๊อกรามยอนจานสุดท้ายครับ”
ต๊อกรามยอนที่ตกแต่งด้วยต๊อกบกกีและต้นหอมถูกวางลงตรงหน้าฮงฮเยยอน หรือจะพูดให้ถูกก็คือ
‘ทำเสร็จพร้อมกันทุกอย่างเลยเหรอเนี่ย’
อาหารทุกจานที่สั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งแพนเค้กกิมจิ พาสต้า บิบิมบับเกาหลี และต๊อกรามยอนตรงหน้า ไม่ได้ใช้เวลานานนัก ถึงแม้ฮงฮเยยอนจะช่วยเล็กน้อย แต่มันก็แทบจะเป็นฝีมือของคังวูจินคนเดียวเลยก็ว่าได้ แต่ทว่า วูจินที่กำลังล้างมือกลับ
“...”
เย็นชาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ในทางกลับกัน PD ยุนบยองซอน และทีมนักเขียนที่ตรวจสอบต็อกบกกีรามยอนแล้วถึงกับเบิกตากว้างไม่สิทุกคนในสตูดิโอแห่งนี้ต่างก็เป็นเช่นนั้น
“กลิ่นหอมมากเลยเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ ทำไมถึงหอมแบบนี้คะ?”
“มากกว่านั้น เมื่อกี้ตอนที่วูจิน ทำอาหาร······ไม่ใช่แค่ระดับทำกินเองที่บ้านเลยนะคะ”
“การใช้มีด······น่ากลัวแบบเซ็กซี่ใช่มั้ยล่ะ? แถมตอนเตรียมวัตถุดิบก็ดูไม่ลังเลเลย”
“พี่PDคะ ทำไม วูจิน ถึงทำอาหารเก่งจังเลยคะ?”
ฉันจะไปรู้เหรอ? ยุนบยองซอนเองก็รู้สึกงุนงงไม่ต่างกัน ในตอนนั้น ฮงฮเยยอนที่ใบหน้าแดงระเรื่อเล็กน้อยก็เดินเข้ามาพร้อมตะเกียบอย่างรวดเร็ว
“ทุกคน ทำอะไรกันอยู่คะ กินข้าวกันเถอะ ฉันชิมก่อนได้มั้ย?”
วูจินที่กำลังเช็ดมืออย่างไม่ใส่ใจก็พยายามทำให้หัวใจที่เต้นแรงของตัวเองเย็นลง
‘มันต้องอร่อยแน่ อื้ม มันต้องอร่อยว้าวเลยล่ะ แบบนี้มันตื่นเต้นเป็นบ้าเลยแฮะที่ได้เห็นคนมากมายกินอาหารที่ฉันทำ’
ในขณะเดียวกัน ฮงฮเยยอนที่รวบผมยาวของตัวเองก็เอาพาสต้าเข้าปากและ
“!!!”
ดวงตาของเธอเป็นประกาย
“······เอ๊ะ?”
“ท-ทำไมครับ?”
PD ยุนบยองซอน ที่สะดุ้งตกใจก็รีบฉีกแพนเค้กกิมจิเข้าปากอย่างรวดเร็วสิ่งที่น่าสนใจก็คือ
“ห๊ะ!!”
ปฏิกิริยาของทุกคนเหมือนกันจากนั้น
“ไม่รู้ล่ะ ฉันจะกินรามยอนก่อน!”
“ฉันเอาพาสต้า!”
“ขอยืมช้อนหน่อย! ฉันจะคลุกข้าวผัด!”
เริ่มจากทีมนักเขียนทีมงานทั้งหมดก็พุ่งตรงไปที่อาหารนักเขียนหลักที่กินพาสต้าเข้าไปคำโตก็เอามือปิดปากพร้อมกับร้องออกมา
“อ๊าก! อะไรเนี่ย?? อร่อยมาก!!”
เสียงชื่นชมดังออกมาจากปากของทีมงานคนอื่น ๆ ราวกับติดเชื้อวูจินมองดูภาพนั้นอย่างเงียบ ๆ เขารู้สึกพึงพอใจในใจ
‘เยี่ยม’
ตอนนั้นเอง ผู้ช่วยคนเขียนบทหลักที่ยืนอยู่ข้าง ๆ PD ยุนบยองซอน ก็กระซิบ
“PDคะ······แบบนี้ไม่ต้องใช้อาจารย์สอนทำอาหารแล้วมั้งคะ”
“นั่นสิ ทำไมถึงอร่อยไปหมดเลยล่ะ”
ทันใดนั้น เสียงวิทยุสื่อสารก็ดังขึ้น
“เชฟอียังอูมาถึงแล้วครับ!!”
สัญญาณบอกว่าอาจารย์มาถึงแล้ว เชฟอียังอูที่อยู่ด้านหลังก็เดินออกมาที่สตูดิโอ
“สวัสดีครับ อ๊ะ กลิ่นหอมจังเลย เริ่มทำอาหารกันแล้วเหรอครับ?”
เขาเป็นคนยิ้มง่าย PDยุนบยองซอนและทีมงานคนอื่น ๆ จึงลุกขึ้นยืนต้อนรับเชฟอียังอู ช่วงเวลาแห่งการทักทายผ่านไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าคังวูจินกับฮงฮเยยอนก็ทักทายเขาเช่นกัน
แล้วก็
“โอ้โห แพนเค้กกิมจิกับพาสต้า ทำอาหารเยอะจังเลยนะครับ”
เชฟอียังอูที่กำลังติดไมโครโฟนสังเกตเห็นอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ PDยุนบยองซอนดูจะประหม่าเล็กนิด ๆ ทีมงานคนอื่น ๆ ก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างกัน เชฟอียังอูไม่ได้สนใจอะไร
“เอ๊ะ แต่ว่าหน้าตาอาหารนี่มัน······ไม่เหมือนอาหารที่ทำไว้ซ้อมนะครับ”
เขาก้าวเข้าไปใกล้ ๆ โต๊ะอาหาร ค่อย ๆมองดูอาหาร แต่ละอย่าง แล้วอยู่ ๆ เขาก็จ้องคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“เอ่อ PDครับ นี่มัน”
ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ เขาก็หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบพาสต้าขึ้นมาดม จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น แต่แทนที่จะพูดอะไร เขากลับเอาพาสต้าเข้าปาก
ไม่กี่วินาทีต่อมาเขาก็หัวเราะออกมา
“ฮ่า PDครับ”
เขาพูดพลางมองไปที่PDยุนบยองซอนและทีมงานคนอื่น ๆ
“นี่ไม่ใช่อาหารที่ทำไว้ซ้อม แต่เป็นอาหารที่ทำโชว์ใช่มั้ยครับ หรือว่าคุณเรียกเชฟคนอื่นมาด้วย”
“ครับ?”
“ไม่มีใครพูดแบบนั้นนี่ครับ หรือว่ามีกฎที่เชฟต้องแข่งกันเพื่อตัดสินหาอาจารย์หรือครับ แบบนั้นผมลำบากใจแฮะ”
ในตอนนั้นเอง
“······”
“······”
“······”
สายตาทุกคู่ ทั้งPD ยุนบยองซอน นักเขียนบท ฮงฮเยยอน ต่างจับจ้องไปที่คังวูจิน ผู้สวมผ้ากันเปื้อนเป็นตาเดียว ในจำนวนนั้น PD ยุนบยองซอนที่กำลังเกาหัว ก็พึมพำขึ้นเบา ๆ
“ผมนี่แหละที่ลำบากใจ เพราะคุณวูจินเป็นคนทำมันน่ะ”
ทันใดนั้น เชฟอียังอู ที่นิ่งอึ้งไป ก็มองหน้ วูจินที่ไร้ความรู้สึก ก่อนจะพูดตะกุกตะกัก
“นี่ นี่ คุณวูจินเป็นคนทำงั้นเหรอครับ ไม่ใช่เชฟคนอื่น?”
เหมือนเป็นการยอมรับจากปากตัวเองไม่มีผิด
บ่ายแก่ ๆ ของวันที่24
ร้านอาหารเกาหลีแห่งหนึ่งบนภูเขาลึกในคังวอนโด บรรยากาศโดยรวมของร้านให้ความรู้สึกเหมือนบ้านพักอาศัย สิ่งที่แปลกก็คือ รอบ ๆ ร้านอาหารเกาหลีแห่งนี้ในวันนี้เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งอุปกรณ์ถ่ายทำและทีมงานจำนวนมากต่างวิ่งวุ่นไปทั่ว
รวมถึงผู้คนที่มามุงดู
วันนี้ ร้านอาหารเกาหลีสไตล์บ้านพักอาศัยแห่งนี้จะถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำรายการ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ ในช่วงร้านอาหารเปิดร้านวันเดียว ป้ายที่ติดอยู่ก็เลยถูกเปลี่ยนเป็นของรายการด้วย
-
ภายในร้านอาหารเกาหลีแห่งนี้กว้างขวาง แบ่งออกเป็นห้องโถงหลักและห้องโถงรอง เมื่อรวมโต๊ะทั้งหมดแล้ว น่าจะมีมากกว่า 10 โต๊ะ ทุกซอกทุกมุมของห้องโถงเต็มไปด้วยกล้องขนาดเล็กและตากล้อง
และ
“ที่นี่สวยจัง”
“ต้องลง Instagram แล้วไหมล่ะ?”
ห้องโถงเต็มไปด้วยแขกที่ได้รับเชิญให้มาร่วมรายการ
“ฮวาลิน สวยมาก”
“ตอนที่เธอเดินผ่านไปเมื่อกี้ ฉันเกือบจะกรี๊ดออกมาแล้ว สวยมากจริง ๆ”
“ยอนแบกกวัง หน้าเล็กมาก”
“อื้อหือ! นั่น ฮากังซู! ว้าว-เป็นนักแสดงนี่มันไม่ธรรมดาจริง ๆ เหลือ แต่คำว่าสุดยอด”
ระหว่างนั้น ยอนแบกกวัง ผู้เปี่ยมไปด้วยพลังก็เข้าไปในครัวแล้วเดินออกมาพร้อมอาหารเป็นแพนเค้กกิมจิ ซึ่งแพนเค้กกิมจินั้นถูกวางลงบนโต๊ะของผู้หญิงสองคน
“ทานให้อร่อยนะครับ!”
“……ขอบคุณค่ะ”
สาว ๆ ที่เคลิบเคลิ้มไปกับหน้าตาของยอนแบกกวังพยายามทานแพนเค้กกิมจิเข้าไปแล้วดวงตาทั้งคู่ก็เบิกกว้าง
“โอ๊ย - อร่อยอ่ะ”
“ใช่ป่ะล่ะ กรอบ ๆ รสชาติก็กำลังดี อร่อยสุด ๆ ไปเลย”
“ใครเป็นคนทำครัวกันนะเนี่ย หรือว่ามีเชฟมาทำให้โดยเฉพาะ”
ทันใดนั้น ยอนแบกกวังที่กำลังวางซอสโชยุที่โต๊ะของพวกเธอก็เผยยิ้มออกมาพร้อมกับตอบคำถามนั้น
“เชฟใหญ่ของพวกเรา พี่วูจิน ไม่สิ คุณคังวูจินเป็นคนทำครับ!”
ทางด้าน ดานัง ประเทศเวียดนาม
สถานที่ถ่ายทำ 'เกาะแห่งผู้สูญหาย' ในป่าที่วุ่นวาย แต่ตอนนี้เป็นช่วงที่เพิ่งถ่ายทำช่วงเช้าเสร็จสิ้น เหล่าทีมงานและนักแสดงกว่าร้อยคนจึงต่างพักผ่อนตามเต็นท์ของตัวเอง
แน่นอนว่า
-รวมถึง
ผู้กำกับควอนกีแท็กที่กำลังจิบกาแฟพลางตรวจสอบบทภาพยนตร์อยู่ก็เช่นกัน ทันใดนั้นเขาก็เงยหน้าขึ้นเรียกผู้ช่วยผู้กำกับ
“พรุ่งนี้ใช่มั้ย คุณวูจินถึงจะกลับมา”
ผู้ช่วยผู้กำกับตอบกลับอย่างรวดเร็วต่อคำถามที่ดูเรียบเฉย
“ครับ ผู้กำกับ พรุ่งนี้ไฟลท์เช้าตรู่ครับคิดว่าน่าจะถึงก่อนเที่ยง ๆ ครับ”
“อืม”
“คือ เรามีกำหนดถ่ายทำช่วงบ่าย ๆ น่ะครับ”
“ตัดออกสักสองสามซีน ปล่อยให้เขาได้พักก่อน แล้วค่อยถ่ายซีนเดียวตอนกลางคืน”
“ครับ”
ตอนนั้นเอง
-♬♪
โทรศัพท์มือถือของผู้กำกับควอนกีแท็กส่งเสียงเรียกเข้า เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะชะงักไปเล็กน้อย
‘ผู้กำกับอัน งั้นเหรอ?’
เพราะคนที่โทรมาคือผู้กำกับอันกาบก ที่เพิ่งติดต่อกันไปเมื่อไม่นานมานี้ แม้จะรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่ผู้กำกับควอนกีแท็กก็เปิดเต็นท์เดินออกมารับสายอย่างสุภาพ
“ครับ ผู้กำกับ”
เสียงแหบแห้งของผู้กำกับอันกาบกดังมาจากปลายสาย
“ผู้กำกับควอน ที่เวียดนามยังร้อนเหมือนเดิมสินะ”
จบ