เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 149 ปืนใหญ่ที่ถูกจุด (4)

บทที่ 149 ปืนใหญ่ที่ถูกจุด (4)

บทที่ 149 ปืนใหญ่ที่ถูกจุด (4)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 149 ปืนใหญ่ที่ถูกจุด (4)

ฮันเยจอง จางซูฮวาน รวมถึงทีมงานคนอื่น ๆ ต่างพากันโห่ร้องด้วยความประทับใจ พวกเขาต่างก็ติดใจในรสชาติของหมูผัดซอสที่คังวูจินทำเสร็จภายในพริบตา

“ซึ้งใจจนอยากร้องไห้! พี่คะ นี่มันหมูผัดซอสจริง ๆ เหรอเนี่ย? อร่อยมาก ๆ เลยค่ะ!?”

“โอ้โห! อร่อยเวอร์! สุดยอดไปเลย!”

“พี่คะ! อะไรเนี่ย?! ทำไมมันอร่อยอย่างนี้?!”

“ว้าว! นี่มันหมูผัดซอสที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่เคยกินมาเลย! พี่คะ อร่อยเทพ ๆ จริง ๆ!”

“พี่ครับ! แบบนี้ต้องจ่ายเงินซื้อกินแล้วล่ะ!!”

“งั้นเหรอ?”

“เอ่อ... คือแบบ... มันอร่อยมากประมาณนั้นแหละ”

นั่นไม่ใช่คำพูดที่ใช้เพื่อรักษาน้ำท่าแต่อย่างใด สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ ยิ่งไปกว่านั้น ตะเกียบที่คีบหมูผัดซอสนั้นไม่หยุดพักเลยแม้แต่น้อย

“เดี๋ยวก่อน! โอ้โห จริง ๆ นะเนี่ย! พี่คะ ข้าวอีกค่ะ!!”

พวกเขาทั้งอุทานด้วยความตื่นเต้น และก็ไม่ลืมที่จะรีบตักหมูผัดซอสเข้าปากอย่างหิวกระหาย คังวูจินมองพวกเขากินอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความพึงพอใจ แต่บนใบหน้านั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ

‘หึหึ แบบนี้สินะที่เรียกว่ารสชาติของแม่ ภูมิใจชะมัด’

เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“กินช้า ๆ ก็ได้ ยังมีอีกเยอะ ถ้าไม่พอก็บอกนะครับ”

หมูผัดซอสจานนี้เป็นอาหารจานแรกที่คังวูจินทำให้คนอื่นกิน แต่มันกลับดูประสบความสำเร็จอย่างมาก แบบนี้ไม่ว่าจะเป็นรายการ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ หรือจะเป็นคอนเทนต์ในYoutube ก็ไม่มีปัญหาแน่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหน เขาก็ไม่ต้องกังวล เพราะใน ‘สูตรอาหาร’ ที่วูจินมีนั้นเต็มไปด้วยเมนูอาหารมากมาย

ในตอนนั้นเอง

“โอ้โห วูจิน นี่มันอร่อยแบบสุด ๆ ไปเลยนะเนี่ย? ตกลงนายแอบไปเรียนทำอาหารมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย...”

ชเวซองกุนตักมันเข้าปากอย่างไม่คิดชีวิต พูดตัดบทสนทนาก่อนหน้า วูจินจะทำอะไร เขาก็พร้อมรับได้ทั้งนั้น แต่ก็อดช็อกไม่ได้อยู่ดี ทั้งการแสดง ร้องเพลง รวมถึงความสามารถทางด้านภาษา แล้วไปเรียนทำอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?

‘แค่คิดเมนูก็ลงมือทำเลย ทักษะการใช้ตะหลิวกับมีดนี่เหมือนมืออาชีพเลย แถมรสชาติก็อร่อยเทพขนาดนี้ แค่นี้มันเกินคำว่าทำอาหารเป็นเพื่อเอาตัวรอดแล้วโว้ย!!’

แต่คำตอบของคังวูจินที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อนนั้นแสนจะเรียบง่าย

"แม่ผมทำอาหารเก่งครับ พ่อผมก็ด้วย"

"···อาหารอื่นก็ทำได้ใช่ไหม?"

"ครับ"

ชเวซองกุนเข้าสู่โหมดบ้างานทันที

"แบบนี้เอามาทำคอนเทนต์ได้สบายเลย ไม่ใช่แค่พอไปได้ แต่นี่มันเริ่ดเลย คอนเซ็ปต์ก็เอาแบบนี้แหละ ดีแล้ว พวกนายว่าไงบ้าง?"

"ผมก็ว่าดีครับ ทำไปเรื่อย ๆ แต่ดันพลิกความคาดหมาย ถึงจะดูทำเล่น ๆ แต่นี่มันโคตรอร่อยเลยเว้ยเฮ้ย"

"จริงค่ะ ถ้ามีคนกินด้วยก็คงจะดีนะ ให้พี่วูจินทำไปเรื่อย ๆ แบบไม่ใส่ใจ แล้วให้คนกินทำท่าทางเวอร์ ๆ เข้าไว้"

ชเวซองกุนพูดพึมพำก่อนจะหันไปถามคังวูจิน

"นี่ นายทำอาหารตามสั่งได้ไหม?"

ได้อยู่แล้วสิ วูจินพยักหน้ารับเบา ๆ

"ได้ครับ"

"งั้นก็หาแขกรับเชิญได้เลยดิ ให้แขกมาขอเมนูที่อยากกิน แล้ววูจินก็ทำให้แบบนี้ Youtubeห้าล้านซับแบบนี้ ดาราต่อคิวขอออกรายการเพียบแน่"

หลากหลายไอเดียต่างพรั่งพรูออกมา คังวูจินที่นั่งฟังอยู่อย่างเงียบ ๆ ก็รู้สึกว่าเป็นแผนงานที่น่าสนใจไม่น้อย ทันใดนั้นชเวซองกุนที่กำลังกินหมูผัดซอสเผ็ดก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก เขาเอ่ยถึงPDยุนบยองซอนที่พวกเขานัดเจอในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

“ทีม ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ คงตกใจกันน่าดูเลยล่ะ ร้อยเปอร์เซ็นต์”

เช้าวันรุ่งขึ้น วันที่22

รถยนต์นำเข้าสีขาวคันหนึ่งเพิ่งจอดสนิทในลานจอดรถ ผู้หญิงสองคนที่คุ้นเคยก้าวลงมาจากรถ พวกเธอคือนักเขียนบทชื่อดัง พัคอึนมี และนักเขียนบท ชเวนานา ทั้งสองตรงไปที่ลิฟต์ทันที และกดหมายเลขชั้น 7 บนปุ่ม บนชั้น 7 คือที่ตั้งของบริษัทผลิตสื่อหน้าใหม่ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้น

- เป็นบริษัทรับผลิตสื่อDM

ขณะที่กำลังมองดูตัวเลขชั้นที่ปรากฏขึ้นบนลิฟต์ นักเขียนบทชเวนานาก็ขยับแว่นทรงกลมขึ้นอย่างประหม่า ก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ

“ตื่นเต้นจังเลยค่ะ... ตื่นเต้นมากเลย คุณนักเขียน”

พัคอึนมีที่มัดผมยาวเป็นลอน ๆ ยิ้มออกมาอย่างใจดี เธอดูผ่อนคลายมาก

“ทำไมจะต้องตื่นเต้นขนาดนั้น ตอนนี้เขาก็เป็นแค่PDว่างงาน ไม่เห็นต้องเกร็งเลย”

“แต่ว่า... คุณนักเขียนคะ สำหรับคุณ เขาอาจจะเป็นแค่พาร์ตเนอร์ แต่สำหรับฉัน เขาเป็นเหมือนบุคคลสำคัญสำหรับฉันเลยนะคะ”

“งั้นเหรอ ไม่เป็นไรหรอก PDว่างงานคนนั้น ถ้าผลงานดี เขาก็ไม่สนใจหรอกว่าใครจะใหญ่แค่ไหน”

“โอ๊ย ตื่นเต้นจัง”

“ทำไมต้องตื่นเต้นขนาดนั้นล่ะคะ คุณนักเขียนที่เพิ่งเปิดตัวซีรีส์ แล้วก็ขึ้นอันดับ 1 บน Netflix”

“ก-ก็... น-นั่นมันเพราะนักแสดงเก่งต่างหากล่ะคะ!”

ทั้งสองคนเปิดประตู บริษัทรับผลิตสื่อDM ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสื่อหน้าใหม่ ภายในบริษัทดูคึกคักไปด้วยพนักงานจำนวนหนึ่ง ถึงจะเป็นบริษัทที่เพิ่งก่อตั้งแต่ก็มีขนาดค่อนข้างใหญ่มีการแบ่งส่วนสำนักงานออกเป็นหลายทีม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังจัดระเบียบได้ไม่เรียบร้อย บรรยากาศภายในจึงดูวุ่นวาย พัคอึนมีมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้ม

“ใช่แล้ว เรื่องใหม่มันก็ต้องแบบนี้สิ”

ในตอนนั้นเอง เหล่าพนักงานของบริษัทรับผลิตสื่อDMก็วิ่งกรูกันเข้ามาหาพัคอึนมี นักเขียนบทละครชื่อดัง เหมือนรู้กันอยู่แล้วว่าเธอต้องมาที่นี่แน่ ๆ ไม่นานนัก ชเวนานาก็ถูกพาไปยังห้องทำงานส่วนตัวห้องหนึ่งภายในออฟฟิศ

-แกร๊ก

ทันทีที่พัคอึนมีเปิดประตูห้อง ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานก่อนหน้านี้ก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เขาคือ PDซงมันวู หนุ่มมาดเข้มกับหนวดเคราที่ดูรกครึ้ม

“ฮ่า ๆ ๆ ๆ มาแล้ว ๆ”

แท้จริงแล้ว บริษัทรับผลิตสื่อDMแห่งนี้ บริหารงานโดยPDซงมันวู ถึงแม้จะเป็นแค่ชื่อก็เถอะ แต่ไม่ว่าอย่างไร พอได้เห็นหน้าเขา ชเวนานาก็โค้งคำนับทันที

“สวัสดีค่ะ PD! ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ!”

“ครับ ๆ สบายดีนะครับ ช่วงนี้คุณดังใหญ่แล้วนี่? ‘เพื่อนชาย’ นี่ดังเป็นพลุแตกเลย วันนี้ก็ได้ ที่1 อีกแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ!”

ในขณะที่ชเวนานากำลังถ่อมตัวอยู่นั้น พัคอึนมีกลับขมวดคิ้ว เธอส่ายหน้าไปมาพลางบ่นเป็นหมีกินผึ้งกับสภาพห้องทำงานที่เหมือนกับหลุมขยะ

“นี่มันอะไรกันเนี่ย ทำไมรกอย่างนี้! ทำความสะอาดก่อนไม่ได้รึไง หัดมีระเบียบบ้าง ที่นี่ออฟฟิศนะไม่ใช่ตลาดสด! บอกที แยกบริษัทออกมาตั้งนาน ทำไมยังรกเหมือนเดิมไม่มีผิด”

“มาถึงก็บ่นเลยนะ ไม่มีเวลาหรอกน่า ไม่มีเวลา”

“ไม่มีเวลา หรือแค่ขี้เกียจกันแน่”

“ไม่มีเวลา เลยขี้เกียจต่างหากล่ะ”

พัคอึนมีส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะประชุมขนาด 5 ที่นั่ง ซึ่งตั้งอยู่กลางห้องโดยมีชเวนานานั่งตามมาติด ๆ สภาพโต๊ะก็ไม่ต่างจากห้องเท่าไหร่นัก ทำให้ซงมันวูต้องรีบเก็บกองเอกสารออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่ยถามขึ้น

“กาแฟไหม?”

“มีด้วยเหรอ?”

“มีสิ กาแฟกระป๋องนะ”

“อะไรก็ได้”

PDซงมันวูหยิบกาแฟกระป๋องจากตู้เย็นขนาดเล็กออกมา วางลงบนโต๊ะ จากนั้นก็เอ่ยปากแสดงความยินดีอย่างจริงใจกับนักเขียนชเวนานาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ยินดีด้วยอีกครั้งนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ!”

PDซงมันวูและนักเขียนพัคอึนมีสบตากันโดยธรรมชาติ ทั้งสองกำลังสนทนากันด้วยสายตา

‘อย่างที่คิด ไว้ใจวูจินได้จริง ๆ’

‘แน่นอนสิคะ ก็คังโทเทมนี่นา’

ความเข้าใจผิดที่ฝังรากลึกยิ่งขึ้น รวมถึงศรัทธาในลัทธิคังวูจิน ช่วงเวลานั้นPDซงมันวูก็ยกกาแฟกระป๋องขึ้น ดึงหัวข้อสนทนากลับมา

“แล้ว... ที่ว่าอยากให้ดูคืออะไรครับ?”

“อะไรล่ะ ก็บทไง?”

“หืม... ไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำกับผมแล้วเหรอ? แต่นี่นักเขียนชเวนานามาก็มาด้วย แสดงว่า... ไม่ใช่ของคุณพัค แต่เป็นของคุณชเว?”

“รู้ใจจริง ๆ เลยนะคะ”

นักเขียนพัคอึนมียิ้มขี้เล่น ก่อนจะมองไปทางนักเขียนชเวนานาเป็นเชิงบอกให้หยิบของที่เตรียมมาขึ้นมา เธอหยิบเอาบทที่เป็นเล่มหนาขึ้นมาวาง

“เอ่อ... ยังไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ฝากด้วยนะคะ!”

PDซงมันวูเบิกตากว้างเล็กน้อย

“เอาจริงดิ?”

“ค่ะ!”

“แต่นักเขียนชเวเพิ่งเปิดตัว ‘เพื่อนชาย’ ไปเองนะ เขียนบทเสร็จแล้วเหรอ?”

นักเขียนพัคอึนมีที่กำลังวางกาแฟกระป๋องเป็นฝ่ายตอบอย่างรวดเร็ว

“เหมือนจะเป็นบทที่เคยเขียนไว้แล้ว เอามาแก้ค่ะ”

“อ่า...”

“PDคะ ตกลงบทที่จะใช้ถ่ายทำหรือยัง? ถ้าตกลง แล้วก็ไม่ต้องดูก็ได้นะ”

คำถามนั้นทำให้PDซงมันวูนึกถึงใบหน้าของคังวูจิน เขาจึงส่ายหน้า

“ถ้าตกลงแล้ว ผมคงไม่เรียกมาหรอก”

“ใจร้ายจัง งั้นช่วยดูให้หน่อยแล้วกันว่าเป็นยังไง?”

“สำหรับ PDตกงานอย่างผม นี่มันเป็นเกียรติอย่างยิ่งสิครับ ขอดูหน่อย-”

PD ซงมันวู รีบคว้ากองกระดาษขึ้นมาทันที แต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากนักหรอก เพราะคิดว่ามันคงจะไม่ใช่แนวของนักเขียนชเวนานา ถ้าจะให้พูดกันตามตรง เขามองว่างานของนักเขียนพัคอึนมีเข้ากับเขามากกว่า

‘จะว่าไป นักเขียนชเวยังไงดีนะ-รู้สึกว่าเป็นคนจิตใจดี แล้วก็ใส่ใจคนอื่นดี’

เนื้อหาของ『เพื่อนชาย』 ก็ให้ความรู้สึกแบบนั้น แต่ในเมื่อนักเขียนชเวนานาอุตส่าห์มาหาเขาถึงที่เขาก็ต้อง อ่านมันดูหน่อยแล้วล่ะไม่นานนัก PD ซงมันวูก็

- ฟึบ ฟับ

เริ่มพลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็วสมกับที่เป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการละคร เขารับรู้เนื้อหาได้ไวมากไม่นานเขาก็พลิกผ่านไปห้าหน้า สิบหน้า จนถึงหน้าที่สิบห้า แต่ที่แปลกก็คือ

‘หืม?’

สีหน้าของเขากลับเริ่มบึ้งตึงขึ้นเรื่อย ๆ และพอพลิกไปถึงหน้าที่ยี่สิบ เขาก็ถึงกับเผลอขยับเปลี่ยนอิริยาบถ

‘เอ๊ะ?’

ไม่นานนัก

“······นี่ นักเขียนชเวเป็นคนเขียนเรื่องนี้จริง ๆ เหรอครับ?”

PD ซงมันวูที่ดวงตาเบิกกว้างเงยหน้ามองนักเขียนชเวนานาสลับกับนักเขียนพัคอึนมีส่วนนักเขียนพัคอึนมีก็ทำท่าทางเหมือนรู้กันอยู่แล้วพลางยักไหล่

“ไม่น่าเชื่อใช่มั้ยล่ะ แต่เรื่องนี้ นานาเป็นคนเขียนเองจริง ๆ เข้าใจได้นะ ตอนแรกฉันก็ตกใจเหมือนกัน”

ตามมาด้วยเสียงตะโกนของนักเขียนชเวนานา

“ฉ-ฉันเป็นคนเขียนเองค่ะ!”

ทันทีที่ได้ยินคำตอบ PD ซงมันวูก็ก้มลงมองบทในมืออีกครั้งพร้อมกับวิจารณ์อยู่ในใจ

‘น่าสนใจนี่ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นงานของนักเขียนชเว สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นศิษย์เอกจริง ๆ สินะ’

เขาพลิกไปอีกหน้าหนึ่ง

‘แอ็กชั่นดีมากเลย ตั้งแต่เริ่มก็มีฉากแอ็กชั่นแล้ว บอกเลยว่าเท่มาก ฉากแรกนี่สื่อถึงประเด็นหลักของบททั้งหมดเลยสินะ จังหวะก็เร็ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ดิบเถื่อน แต่การแก้ปัญหาโคตรจะเฉียบขาดและสะใจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด’

ตรงนี้ PDซงมันวูเงยหน้าขึ้นสบตากับนักเขียนชเวนานา ดวงตาของเธอฉายแววตื่นเต้น

“ฉันชอบพระเอกนะ เป็นไอ้สารเลวที่โคตรเท่แบบ ‘ฉันจะทำแบบนี้’ เลย”

“จริงเหรอคะ?”

“อืม คาแรกเตอร์มันสุดยอดมากเลยล่ะจะว่าไงดี แบบไม่มีความใสซื่อบริสุทธิ์เลยสักนิดทั้งนิสัยแย่ ๆ ทั้งเรื่องกฎหมายโยนให้หมาไปเถอะ คิดจะใช้ความรุนแรงแก้แค้น”

นักเขียนพัคอึนมีเสริมขึ้น

“แบบไม่สนความยุติธรรมเอาซะเลย สนแค่การลงโทษเฉย ๆ”

“ใช่แบบ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”

PDซงมันวูพึมพำความสนใจพุ่งขึ้นสูงสุด ในตอนนั้นเองใบหน้าของคังวูจินก็แวบเข้ามาในความคิด แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้คิดจะอาศัยบารมีของคังโทแทเพราะตัวบทเองก็ทำให้เขาอยากทำอยู่แล้ว

“แล้วแบบนี้ทำเป็นซีรีส์ก็น่าจะเวิร์กนะ ปัญหาสังคมตอนนี้ก็เยอะแยะ พระเอกนี่แหละจะเป็นคนปลดปล่อยความอัดอั้นให้คนดู อย่างน้อยก็ทำได้สองซีซั่นแน่”

“จริงมั้ยล่ะ”

PDซงมันวูปิดบทแล้วหันไปหานักเขียนชเวนานา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น

“นักเขียนชเว เรามาร่วมงานกันเถอะครับ”

“······เอ่อ”

นักเขียนชเวนานาอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะสะดุ้ง

“จ จริง จริงเหรอคะ!!”

“หรือคิดว่าผมพูดเล่น? บทตอนนี้เขียนเสร็จไปกี่ตอนแล้ว”

“···เอ่อตอนนี้มีแค่ตอนเดียวค่ะ ที่คุณกำลังดูอยู่”

“งั้นก็รีบเขียนตอนที่สองให้เร็วที่สุดเลย”

“โอ้โห ฝันไปรึเปล่าเนี่ย นี่ฝันอยู่ใช่มั้ย”

PDซงมันวูผู้อารมณ์ดีพยักหน้าเห็นด้วย

“ใช่เลย ความฝันชัด ๆ ใครจะไปทนอยู่ในวงการนี้แบบมีสติครบถ้วนได้กัน”

เขาเปิดบทอีกครั้ง ก่อนจะถามต่อ

“พระเอกเรื่องนี้น่ะ ทั้งคาแรคเตอร์และการที่ต้องแบกเรื่องไว้ทั้งเรื่อง การเลือกนักแสดงเลยสำคัญที่สุด คิดว่าตอนนี้นักแสดงที่อยากได้คือ?”

นักเขียนชเวนานามองPDซงมันวูก่อนจะหันไปสบตากับนักเขียนพัคอึนมี แล้วตอบเสียงเบา

“······ถ้าเป็นคุณคังวูจินก็คงไม่มีอะไรต้องพูดถึงแล้วค่ะ ตอนที่เขียนเรื่องนี้ถึงจะเป็นแค่ต้นฉบับ แต่ตอนแก้ไขฉันก็นึกถึงแต่คุณวูจิน”

นักเขียนพัคอึนมียิ้มออกมาเบา ๆ

“แบบนี้ฉันก็ต้องแย่งตัวกันแล้วสิ”

PDซงมันวูชูสองนิ้วโป้งให้

“คิดเหมือนกันตั้งแต่แรกเลย คุณวูจินเหมาะสมที่สุดแล้ว”

แต่ไม่นานสีหน้าก็หมองลง

“แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคังโทเทมจะเล่นให้หรอกนะ”

ณ เวลาเดียวกัน ที่ห้องทำงานของนักเขียนอีวอลซอน

ห้องทำงานของนักเขียนอีวอลซอนอยู่แถวสถานีชินนนฮยอน ต่างจากนักเขียนพัคอึนมีที่ใช้คอนโดเป็นห้องทำงาน ห้องทำงานของนักเขียนอีวอลซอนเป็นออฟฟิศหรู แต่เอาเข้าจริง บรรยากาศของทั้งสองคนก็คล้าย ๆกัน

เอาล่ะ

- พรึ่บ

นักเขียนอีวอลซอน PD ผู้ช่วยนักเขียน ทีมวางแผน นั่งรวมกันอยู่บนโซฟา กลางห้องนั่งเล่นในห้องทำงาน พวกเขากำลังประชุมบทกัน ‘รักน้ำค้างแข็ง’ เขียนเสร็จไปแล้ว 9 ตอน ตอนนี้กำลังดูบทตอนที่10

นักเขียนอีวอลซอนในลุคสบาย ๆ ไม่แต่งหน้า ไม่ใส่เครื่องประดับ ต่างจากทุกครั้ง เธอถามPDขึ้นมา

“เป็นไงบ้างคะ?”

น้ำเสียงของเธอดูมั่นใจเต็มเปี่ยม ประดับด้วยรอยยิ้มราวกับคาดการณ์คำตอบเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ท่าทางเช่นนั้นเหมือนเป็นการยืนยัน เมื่อ PD ฝ่ายกำกับที่กำลังอ่านบทอยู่วางมันลงพลางชูหัวแม่โป้งขึ้น

“ผมว่าสนุกดีครับ โดยเฉพาะพัฒนาการทางความคิดของซงแทฮยอง หรือแม้แต่การฟื้นฟูความสัมพันธ์ของแต่ละตัวละคร ก็น่าประทับใจดี แถมยังมีปมปริศนาเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เรื่องราวดูเร็วกระชับขึ้นด้วย เพียงแต่ว่า…”

“… เพียงแต่ว่า?”

“ถึงแม้ชายลึกลับข้างบ้านจะปรากฏตัวแค่ช่วงแรก ๆ แล้วหายไปมีเพียงการย้อนความหลัง แต่ผมว่าถ้าให้ซงแทฮยองพูดถึงเขาสักครั้งในช่วงนี้ก็น่าจะดีนะครับ”

“อ่า… ประมาณว่าช่วงนี้ไม่เห็นเขาเลย?”

“ใช่ครับ การที่ซงแทฮยองเริ่มใส่ใจคนอื่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของตัวละครเช่นกัน ถ้าให้เขาพูดประมาณว่าเสียใจที่ชายคนนั้นย้ายบ้านไปแล้ว”

“แบบนั้นก็น่าจะยิ่งตอกย้ำพัฒนาการของซงแทฮยองได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับ”

“ใช่ครับ คุณนักเขียน”

อีวอลซอนรับฟังอย่างตั้งใจ เธอมองบทที่อยู่ตรงหน้าพลางจดอะไรบางอย่างลงไป ทันใดนั้น PD ฝ่ายกำกับก็ถอดหมวกที่สวมอยู่พลางเผยรอยยิ้มจาง ๆ

“แล้วก็คุณนักเขียนครับ เรื่องวันออกอากาศของ ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ได้ข้อสรุปแล้วนะครับ”

“โอ้ จริงเหรอครับ? เร็วจริง ๆ”

“ครับ คืนวันศุกร์-เสาร์ เวลา 22:00 น. ‘รักนี้ต้องรอด’ ที่ออกอากาศอยู่ตอนนี้จะจบลงในสัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายน แล้วจะฉายตอนพิเศษ 1 สัปดาห์ กับละครสั้นอีก 1 สัปดาห์ จากนั้น ‘รักน้ำค้างแข็ง’ จะออกอากาศตอนแรกในวันศุกร์ที่27 พฤศจิกายนครับ”

กำหนดวันออกอากาศตอนแรกของ ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ทางช่อง KBC ได้ข้อสรุปแล้ว คือวันศุกร์ที่27 พฤศจิกายน นับจากวันนี้ที่22 ตุลาคม ก็เหลือเวลาอีกประมาณเดือนกว่า ๆ ใบหน้าของอีวอลซอนฉายแววดีใจเล็กน้อย

“โอ้โห นี่ก็ผ่านมากี่เรื่องแล้วนะ แต่พอได้ยินเรื่องวันออกอากาศทีไร ฉันก็รู้สึกกดดันทุกทีเลยค่ะ”

“ฮ่าฮ่าฮ่า คุณนักเขียนนี่น่า…”

“ยังไงซะเมื่อกำหนดวันฉายตอนแรกได้แล้ว เราก็น่าจะทุ่มเทกับการโปรโมตด้วยเลยสินะคะ?”

“ครับ แน่นอนอยู่แล้ว ผมตั้งใจว่าจะทุ่มเทมากกว่าปกติเป็นสองเท่าเลยล่ะครับ ยิ่งตอนนี้ต้องขอบคุณ คุณวูจิน ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์โดมิโนด้วย”

ซึ่งก็เป็นอย่างที่เขาพูด จริง ๆ แล้วช่วงนี้ ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ก็ถูกพูดถึงบ่อยขึ้น เพราะประเด็นใหญ่ ๆ เกี่ยวกับคังวูจินถ้าอยากเพิ่มการรับรู้ให้มากขึ้น ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีที่สุดแล้ว

ณ จุดนั้น หัวหน้าทีมวางแผนก็เข้าร่วมบทสนทนา

“พอดีพูดถึงเรื่องโปรโมต คุณนักเขียนครับ คุณวูจินเขาเป็นคนที่ได้รับความสนใจอยู่แล้ว เลยทำให้มียอดขายตั๋วดี แต่พอ ‘เพื่อนชาย’ ปังขึ้นมา ก็ยิ่งทำให้เขาดังเป็นพลุแตกเลยนะครับ?”

“นั่นสินะ ฉันก็ไม่คิดเหมือนกันว่าแค่ซีรีส์เรื่องสั้น ๆ จะขึ้นอันดับหนึ่งในNetflix ได้”

“ถึงคุณวูจินจะมารับเชิญในผลงานของเรา แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ ผมว่าแทนที่จะปิดบัง ก็เผยให้เห็นถึงตัวตนของคุณวูจินไปเลยน่าจะดีกว่านะครับ”

นักเขียนอีวอลซอนที่นั่งกอดอกถามขึ้น

“หมายถึงให้เปิดเผยว่าคุณวูจินจะมารับบทแบบไหนใน ‘รักน้ำค้างแข็ง’ อย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่ครับ สื่อต่าง ๆ ก็กำลังพูดถึง แต่เรื่องที่คุณวูจิน พลิกบทบาทได้เป็นพันแบบอยู่เลย”

“ก็บทรองหัวหน้าพัค กับตัวละครใน ‘เพื่อนชาย’ มันต่างกันสุดขั้วนี่นะ”

“จาก รองหัวหน้าพัค สู่ ‘เพื่อนชาย’ แล้วถ้ามีของเราออกไปอีก ผมว่าต้องเป็นที่น่าจับตามองแน่ ๆ เลยครับ ทั้งกับตัวคุณวูจินเองด้วย”

รอยยิ้มของหัวหน้าทีมวางแผนเข้มขึ้น

“คงไม่มีใครรู้เลยสักคนว่าทุกคนจะได้เห็นการแสดงภาษามือของเขา…”

ทั่วทั้งประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นต่างโดน นิติจิตวิทยา ซัดกระหน่ำจนเป็นกระแส คราวนี้ ‘ฮันอินโฮ’ ของเพื่อนชาย ก็สร้างปรากฏการณ์ต่อเนื่อง แถมยังมี ‘อีซังมัน’ จาก พ่อค้ายาเสพติด รอจ่อคิวอยู่

ท่ามกลางสถานการณ์นั้น ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ก็แทรกตัวเข้ามา ไม่สิ การแสดงภาษามือต่างหาก

การตัดสินใจของหัวหน้าทีมดูท่าจะไม่เลวนัก อย่างน้อยนักเขียนอีวอลซอนก็คิดแบบนั้น ในเมื่อตอนนี้การแสดงอันหลากหลายของคังวูจินกำลังเป็นที่จับตามอง ถ้า ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ถูกปล่อยออกไปอีก คงจะเป็นที่ฮือฮาน่าดู

ด้วยเหตุนี้ นักเขียนอีวอลซอนจึงเห็นด้วยกับความคิดของหัวหน้าทีม

“งั้นก็เริ่มปล่อยข่าวที่เตรียมไว้เกี่ยวกับคุณวูจิน ตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ”

เหยื่อล่อนี้ถูกปล่อยออกสู่สาธารณะในช่วงพักกลางวัน

『[ข่าวเด็ด] บทที่คังวูจินได้รับในรักน้ำค้างแข็งของนักเขียนอีวอลซอน คือ ‘การแสดงภาษามือ’ ? 』

ที่น่าสนใจคือในช่วงเวลานี้ยังมีข่าวที่น่าจับตามองอีกหนึ่งข่าว

-【Melonชาร์ตเพลงฮิตติดชาร์ต TOP100 】

ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากแพลตฟอร์มเพลงอันดับหนึ่งของประเทศ

-[1(new! )]เพื่อนชาย/คังวูจิน(เพลงประกอบละคร เพื่อนชาย Part. 1)

อันดับหนึ่ง

เพลงประกอบละคร เพื่อนชาย สร้างปรากฏการณ์ได้สำเร็จภายในเวลาเพียงวันเดียวหลังจากปล่อยเพลง!

จบ

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 149 ปืนใหญ่ที่ถูกจุด (4)

คัดลอกลิงก์แล้ว