เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 144 เลือนหาย (3)

บทที่ 144 เลือนหาย (3)

บทที่ 144 เลือนหาย (3)


[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]

[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]

[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]

บทที่ 144 เลือนหาย (3)

'ร้านอาหารวันเดียว? 'PD ยุนบยองซอน พูดจบ คังวูจินก็นึกภาพตามคำพูดนั้นอย่างง่าย ๆ เขาพยายามนึกถึงรายการวาไรตี้แนว ๆ พลเมืองธรรมดา ๆ ที่เคยดูผ่าน ๆ มา

'ก่อนจะเริ่มถ่ายทำจริงจัง ก็ถ่ายทำเบา ๆ ไปก่อนสินะ? เหมือนเป็นการทำงานพาร์ทไทม์ก่อนจะเริ่มงานขายจริงจัง โอ้ สนุกดีนะเนี่ย? '

ถึงแม้ว่าคังวูจินจะไม่ใช่ PD แต่เขาก็ลองสมมติตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของรายการวาไรตี้ดู เขาพยายามนึกภาพตัวเองทำตัวงุ่มง่ามเงอะงะ และต้องไปปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าแบบเคอะเขิน ซึ่งความรู้สึกแปลก ๆ นี้ มันทั้งกดดันและตื่นเต้นไปพร้อม ๆกัน

วูจินที่กำลังตื่นเต้นกับความคิดตัวเอง แต่ก็ต้องทำตัวนิ่งขรึมตามคอนเซ็ปต์ เขาถาม PDกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า

"หมายถึงให้เช่าร้านแล้วลองเปิดร้านอาหารวันนึงงั้นเหรอครับ?"

PD ยุนบยองซอนที่สวมแว่น ยิ้มขึ้น

"ใช่ ประมาณนั้น ตอนนี้ติดต่อร้านได้แล้ว อืม เอาเป็นว่า ร้านอาหารแบบ คิมบับสวรรค์น่ะ รู้จักไหม?"

"ครับ"

"คือเราจะไปเปิดร้านอาหารเกาหลีที่อเมริกา แล้วทีนี้ ถ้ามีแต่อาหารแบบง่าย ๆ มันก็จะดูจืดชืดไปหน่อย ใช่ไหมล่ะ? เพราะงั้นคอนเซ็ปต์ของเราคือต้องมีอาหารให้เลือกหลากหลายเหมือนคิมบับสวรรค์"

นั่นหมายความว่า เมนูหลักคืออาหารง่าย ๆ แต่ก็จะมีคิมบับแบบสั่งทำสด ๆ และอาหารเกาหลีอื่น ๆ อีกมากมาย PD ยุนบยองซอนก็หยิบกระดาษที่นักเขียนรายการส่งให้ มาให้วูจินดูในนั้นมีทั้งรูปภาพ และภาพวาด

โดยรวมแล้วเหมือนเป็นการนำเสนอคอนเซ็ปต์ของ'ครัวเรือนหรรษาของเรา'

- ฟึบ -

ในขณะที่วูจินกำลังดูรูปภาพในกระดาษอยู่นั้น PD ยุนบยองซอนก็ขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วพูดต่อ

"การถ่ายทำรายการ'เกาะแห่งผู้สูญหาย' ที่จะไปถ่ายทำกันที่ต่างประเทศจะเริ่มออกเดินทางวันที่30 พรุ่งนี้ และจะใช้เวลาถ่ายทำประมาณหนึ่งเดือนนิด ๆ สินะครับ"

“ใช่ครับ ถูกต้องแล้ว”

“คุณชเวบอกผมว่า ตอนถ่ายทำ ประมาณวันที่17 ตุลาคม? จะมีตารางในประเทศประมาณหนึ่งอาทิตย์ ก็เลยจะลองมาจัดตารางถ่ายทำช่วงนั้นดูน่ะ ได้ไหมครับ?”

“อย่างนั้นเหรอครับ?”

PD ยุนบยองซอน พยักหน้า ก่อนจะยื่นแฟ้มใสมาให้

“อืม ผมคุยกับคุณชเวเรียบร้อยแล้ว นี่ตารางคร่าว ๆ นะ - ช่วง ‘ร้านอาหารวันเดียว’ กะว่าจะถ่ายทำประมาณสองวัน การประชุมก่อนถ่ายทำของผู้ร่วมรายการกับการฝึกทำอาหารหนึ่งวัน วันรุ่งขึ้นก็เริ่มเปิดร้านเลย”

ไม่มีการฝึกซ้อมอะไรเพิ่มเติมแค่นั้นเลยเหรอ? ช่างเป็นรายการที่เข้มข้นเสียจริง แต่ก็นะ มันคือรายการวาไรตี้ นี่คงเป็นเรื่องปกติสินะ? ต่อให้บอกว่ามีเวลาให้ฝึก ก็คงได้แค่ลองจับทางเท่านั้นแหละ สำหรับคังวูจิน ไม่ว่ายังไง การฝึกทำอาหารก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกดดันอะไร

‘หึ เทคนิคสูตรอาหารน่ะ ฉันมีอยู่แล้ว’

เพราะได้รับทักษะการทำอาหารของเชฟมาจากมิติว่างเปล่านี่สิ ในขณะเดียวกัน นักเขียนหญิง ซึ่งเป็นทีมงานหลักที่นั่งอยู่ข้าง ๆ PDยุนบยองซอน ก็กำลังอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถ่ายทำ

“อย่างที่คุณPDบอกไปค่ะ ตอนนี้เราหาสถานที่ถ่ายทำรายการ ‘ร้านอาหารวันเดียว’ เจอแล้ว และแน่นอนว่าไม่ได้อยู่ในโซล แน่นอนว่าเราจะเปิดรับสมัครลูกค้าที่จะมาเป็นแขกเซอร์ไพรส์ และ...เอ่อ อาหารที่จะขาย ก็ไม่ได้ทำเยอะแยะเป็น30 อย่างแบบร้านคิมบับสวรรค์หรอกนะคะ”

“แล้วกี่อย่างล่ะครับ?”

“ตอนนี้วางไว้ประมาณ 5 อย่างก่อนค่ะ แล้วค่อยมาดูกันอีกทีว่าจะเพิ่มหรือลดดีเป็นเมนูง่าย ๆ อย่างเช่น รามยอน คิมบับ หรือต๊อกบกกี อะไรพวกนี้ค่ะ”

พอได้ฟัง วูจินก็คิดในใจอย่างโล่งอกว่า "ก็พอไหวนะ" บอกตรง ๆ ว่าถ้าเป็นคิมบับสวรรค์ ขนาดนั้น ต่อให้มีอาหารแค่สิบกว่าอย่าง เขาก็คงทำไม่ไหวอยู่ดี ในตอนนั้นเอง นักเขียนบทหลักก็เปิดแท็บเล็ตขึ้นมาพลางเอ่ยขึ้น

“เชฟคนนี้น่าจะรู้จักกันใช่มั้ยคะ?”

บนหน้าจอแท็บเล็ตปรากฏโปรไฟล์ของเชฟใบหน้าคุ้นเคย เขาเป็นคนดังที่ออกรายการวาไรตี้บ่อย ๆ วูจินเองก็เคยเห็นเขาผ่าน ๆ ทาง Youtube อยู่บ้าง

“ครับ เคยเห็นในทีวีครับ”

“วันถ่ายทำซ้อมจริง ทางเรามีอาจารย์มาคอยดูแลในแต่ละส่วน สำหรับพาร์ททำอาหาร เราติดต่อเชฟคนนี้ไว้ เขาจะมาสอนพื้นฐานและสูตรอาหารต่าง ๆ ให้”

“อย่างนี้นี่เอง”

PD ยุนบยองซอน โผล่เข้ามาแทรกรอยยิ้มของเขาดูเจ้าเล่ห์

“แน่นอนว่าสูตรอาหารที่ได้รับไป สามารถดัดแปลงได้ตามใจชอบลองทำดู แล้วให้ทีมงานชิมได้เลยครับ”

“แล้วถ้ากินแล้วไม่อร่อยล่ะครับ?”

“ตกรอบไงล่ะ แต่ว่ารายการนี้มันต้องเอาอาหารเกาหลีไปตีตลาดอเมริกา แค่อร่อยพอใช้ไม่ได้นะเพราะงั้นยังไงซะก็ใช้สูตรที่เขาสอนไป นั่นแหละดีที่สุดแล้ว”

ก็น่าจะจริงอยู่ในเมื่อเป็นรายการที่ต้องเผยแพร่อาหารเกาหลีสู่สายตาชาวโลกทั้งที จะทำแบบขอไปทีก็ไม่ได้

PDยุนบยองซอนเสริมต่อ

“เอาจริง ๆ คุณก็คงเคยเห็นบ้างใช่มั้ย? แบบที่คนดังเขาทำอาหารสร้างสรรค์ในรายการแล้วมันฮิตจนได้วางขายจริง ถ้าไม่ปังขนาดนั้นก็ลำบากหน่อยนะ”

อ่า พูดถึงเรื่องนั้นหรอ? วูจินรู้สึกเหมือนจะเคยเห็นแวบ ๆ อาหารอย่างพวกราเม็ง พิซซ่า สปาเก็ตตี้ ที่คนดังทำในรายการอาหารต่าง ๆ แล้วได้วางขายจริง ๆ

ทันใดนั้นเอง PDยุนบยองซอนก็เปลี่ยนเรื่องคุย ในขณะที่วูจินกำลังน้ำลายสอ

“เอาเป็นว่า นี่คืออารมณ์ความรู้สึกคร่าว ๆ ที่เราจะถ่ายทำกัน และมันจะกินเวลาประมาณครึ่งหนึ่งของตอนที่1 แต่ฟอร์แมตของผู้เข้าร่วมทั้งหมดจะไม่เหมือนกันนะครัว ฮอลล์ เคาน์เตอร์ และประชาสัมพันธ์ แต่ละส่วนจะมีทั้งสิ่งที่ต้องฝึกฝนและตำแหน่งหน้าที่ที่แตกต่างกันเพราะงั้น…”

“ผมทำอาหารเป็นนิดหน่อยครับ”

ทว่าก่อนที่คำถามของPD ยุนบยองซอนจะจบลง วูจินก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างไม่ยี่หระ

“ผมคิดว่าไม่แย่นะครับ”

ด้วยเหตุนี้ ทั้งPD ยุนบยองซอนและทีมเขียนบทจึงเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะแฝงไปด้วยรอยยิ้มเพราะคิดว่าได้ถ่ายทำฉากที่น่าสนใจ แน่นอนว่าตอนนี้ทุกอย่างกำลังอยู่ในการถ่ายทำ

“โอ้ จริงเหรอ? วูจินทำอาหารเก่งเหรอ? ดูยังไงก็ไม่น่าใช่คนทำอาหารเก่งนะ? หรือเพราะดูแข็ง ๆ กันนะพวกเธอล่ะว่าไง?”

PD ยุนบยองซอนถามทีมเขียนบทนักเขียนห้าหกคนจ้องมองวูจินที่นิ่งเงียบ ก่อนจะตอบ

“เอ่อ… คงไม่ถึงขั้นทำอาหารเก่งกาจหรอกมั้งคะ?”

“ใช่น่าจะแค่ทำแบบลวก ๆ มากกว่า? ฉันว่าคงแค่ทำอาหารเอาชีวิตรอดได้น่ะค่ะ”

“แต่ถ้าทั้งแสดง ร้องเพลง พูดภาษาต่างประเทศ แล้วยังทำอาหารเก่งอีกแบบนี้ก็โกงเกินไปแล้ว ไม่ต้องทำอะไรสักอย่างเป็นก็ได้นะ”

ส่วนใหญ่แล้ว ทุกคนคิดว่าวูจินคงทำได้แค่ระดับอาหารทำเองกินเอง แววตาของPD ยุนบยองซอนก็เช่นกัน วูจินรู้สึกว่า ณ จุดนี้ การปิดปากเงียบไว้คงจะดีกว่า เขาจึงเลือกที่จะเงียบ ขณะเดียวกันPD ยุนบยองซอนก็พยักหน้าช้า ๆ

“โอเค งั้นวูจินอยู่ครัวนะ คนที่ดูไม่น่าทำอาหารเป็นน่าจะยิ่งดึงดูดสายตามากกว่า ส่วนตำแหน่งจะเป็นเชฟหลักหรือผู้ช่วยไว้ให้ทีมงานของเรากินแล้วตัดสินกันวันถ่ายทำแล้วกัน!”

“ถ้างั้นสรุปว่าผมอยู่ครัวแล้วใช่มั้ยครับ?”

“ใช่ครับ คุณวูจินได้ไปรายการทำอาหารแน่นอน”

รอยยิ้มแปลกประหลาดผุดขึ้นบนใบหน้า พวกเขาดูเหมือนนักเขียนคนอื่น ๆ ที่รอคอยจะเห็น คังวูจิน ล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า

“น่าดูจังเลยนะครับ คุณวูจินทำอาหารเนี่ย”

นั่นแหละสีหน้าที่พวกเขาต้องการ

ณ เวลาเดียวกันในออฟฟิศที่จัดไม่เรียบร้อยนัก

เอกสารมากมาย ปะปนไปกับโปสเตอร์ หนังสือ และอื่น ๆ ที่วางระเกะระกะอยู่เต็มห้องออฟฟิศนี้ดูคล้ายกับกองขยะ แต่บนโต๊ะทำงานกลับมีกรอบรูปโปสเตอร์ ‘ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาเสเพล’ วางเด่นเป็นสง่า

บนโต๊ะทำงานนั้นมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ ชายหนุ่มผู้มีเคราเป็นเอกลักษณ์ เขาคือ PD ซงมันวู นั่นหมายความว่าที่นี่คือบริษัทโปรดักชั่นแห่งใหม่ของเขา

“หืม”

PD ซงมันวู ที่ดูเหมือนน้ำหนักขึ้นจนหน้ากลม บัดนี้กำลังจ้องมองไปที่บนโต๊ะด้วยสีหน้าจริงจัง

“ไม่เลวนี่นา-”

เขาพึมพำกับตัวเอง สายตามองไปที่บทสองฉบับที่วางซ้อนกันอยู่ บทละครที่เขามองอยู่นั้นดูคุ้นตา นั่นก็เพราะว่ามันเป็นบทที่เขาเคยส่งให้กับคังวูจินไปแล้วนั่นเอง

แล้วทำไม PD ซงมันวู ถึงยังมานั่งครุ่นคิดกับบทพวกนี้อีก?

PD ซงมันวู

“······”

สายตายังคงจ้องมองบทในมืออย่างพิจารณา เขาหวนนึกถึงบทสนทนาระหว่างเขากับคังวูจิน เมื่อหลายวันก่อน ตอนที่เขาได้รับบทละครพวกนี้กลับคืนมา

เสียงของPD ซงมันวู ในตอนนั้นเต็มไปด้วยความหวัง

“อ่า! ดูจบแล้วเหรอครับเป็นไงบ้าง?”

แต่คำตอบที่ได้จากคังวูจินก็ยังคงเป็นแบบเดิม คือ สั้น ๆ ง่าย ๆ และดูเย็นชา

“ไม่เลวครับ PD”

แต่สำหรับ PD ซงมันวูคำตอบแค่นี้มันคลุมเครือเกินไป

“······ไม่เลว?”

“ครับ”

“ทั้งสองบทเลย?”

“ใช่ครับ ทั้งสองเรื่องก็ใช้ได้ครับ ถ้าให้พูดตรง ๆ หนังสือ 『เชฟผู้ได้รับการยกย่อง』 น่าจะดีกว่านิดหน่อยครับ”

เชฟผู้ได้รับการยกย่อง? นี่แปลว่าดีหรือไม่ดีกันแน่นะ PDซงมันวูรายการครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามออกไปอีกครั้งด้วยวิธีอื่น

“ถ้างั้น ถ้าผมเอาบททั้งสองเรื่องนี้ไปให้คุณวูจิน คุณวูจินจะเล่นไหมครับ บอกตรง ๆ ได้เลย ไม่ต้องเกรงใจหรอก ยังไงซะ…”

“ผมไม่ค่อยอยากเล่นเท่าไหร่ครับ”

“อ่า”

“ขอโทษนะครับ”

“...”

ซงมันวูสะดุ้งเล็กน้อยกับคำขอโทษเสียงเบา ๆ เขาค่อย ๆ ส่ายหน้า

“ไม่หรอกครับ คุณวูจินไม่ต้องขอโทษหรอก ก็หนังเรื่องนิติจิตวิทยา คุณก็ตัดสินใจรับเล่นหลังจากดูบทตอนเดียวไม่ใช่เหรอครับ?”

“ใช่ครับ”

“แต่สองเรื่องนี้ไม่ใช่แบบนั้นสินะ”

“ครับ”

ซงมันวูกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเองอีกครั้ง เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้แล้วถอนหายใจออกมา

“ฟู่วว คังโทเทมบอกว่าไม่ค่อยอยากเล่นแบบนี้ แปลว่าสองเรื่องนี้มันจืดชืดเกินไปสินะ”

ซงมันวูลูบคางอย่างใช้ความคิด ถึงแม้คังวูจินจะไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่น้ำเสียงของเขาก็แสดงถึงมารยาทและความเกรงใจออกมาชัดเจน คงจะกลัวเขาเสียใจเลยเลือกที่จะพูดความจริงออกมาไม่หมด

‘แค่ได้ยินว่าถึงโทเทมจะไม่ทำงานก็ไม่เป็นไร ฉันก็เกือบจะลองดูแล้วแท้ ๆ เฮ้อ แต่พอได้ยินแบบนี้แล้วมันก็รู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาเลยแฮะ’

ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ…

‘ถ้าคุณวูจินยังไม่รู้สึกอยากเล่นขนาดนี้ ต่อให้แก้บท…’

ในหัวของซงมันวูมีแต่ภาพของคังวูจินเท่านั้น เพราะแบบนั้นเขาถึงเอาบทมาให้คังวูจินดูก่อนใคร แถมยังแอบอ้างว่าเป็นการประเมินบทอีกต่างหาก

แต่แบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรกับการเดินถอยหลังเลยนี่นา

เพราะแบบนี้ PDซงมันวู เลยต้องเก็บบทที่กำลังอ่านอยู่ลงลิ้นชัก แล้วทำสีหน้าจริงจัง

“แบบนี้ไม่ได้แล้ว ต้องไปหามาใหม่ซะแล้ว”

วันรุ่งขึ้น 30กันยายน ที่สนามบิน

เป็นสนามบินกว้างใหญ่ที่มีเครื่องบินมากมายบินโฉบไปมา แต่ทิวทัศน์กลับไม่คุ้นตามีชาวต่างชาติให้เห็นบ้างประปราย ส่วนคนเกาหลีก็มีอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ก็แน่ล่ะ ที่นี่ไม่ใช่เกาหลี

สนามบินแห่งนี้คือสนามบินนานาชาติดานัง ประเทศเวียดนาม

สนามบินนานาชาติดานังเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่กำลังคึกคัก และในจังหวะนี้เอง กลุ่มคนขนาดใหญ่ก็กรูกันออกมาจากประตูทางเข้า แค่มองผ่าน ๆ ก็รู้สึกได้ถึงจำนวนคนที่ไม่ธรรมดา เพราะมีมากกว่า 50 คนได้ สร้างความสนใจให้กับผู้คนในล็อบบี้สนามบินเป็นอย่างมาก

ไม่เว้นแม้แต่ชาวต่างชาติและนักท่องเที่ยวชาวเกาหลี

“เอ๊ะ! นั่น รยูจองมิน รึเปล่า?!”

“จริงดิ ที่ไหน”

“นั่นไง ตรงประตูทางเข้าน่ะ ผู้หญิงคนนั้น ฮายูรา ส่วนคนที่อยู่ข้างหลังคังวูจิน นี่!”

“บ้าไปแล้ว จริงด้วย! นี่ ๆ ไปดูกันเถอะ! ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ กำลังถ่ายทำอยู่น่ะ!”

“ว้าว! รีบมาดูเร็ว เข้าไปดูใกล้ ๆกันเถอะ!”

มันคือเรื่องจริง กลุ่มคนมากมาย นั่นคือทีมงานถ่ายทำ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ถึงแม้ว่าที่ดานังจะเงียบสงบ แต่ที่เกาหลีนั้นเป็นเรื่องราวใหญ่โตไปเสียแล้ว

『[คุยข่าวดารา] รยูจองมิน ฮายูรา คิมอีวอน ชอนอูชาง และคังวูจิน··· ทีมผู้กำกับควอนกีแท็ก แห่ง ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ เดินทางไปถ่ายทำต่างประเทศ/ ภาพ』

『 'ทีม "เกาะแห่งผู้สูญหาย" ทำให้สนามบินอินชอนคึกคัก』

『คังวูจิน "อสูรแห่งกระแส" เซ็นลายเซ็นให้แฟนๆ ที่มารออย่างใจเย็น / ภาพ』

ตารางงานถ่ายทำภาพยนตร์ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ที่ต่างประเทศเริ่มต้นขึ้นแล้ว บรรยากาศในอาคารผู้โดยสารเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย นำทีมโดยผู้กำกับควอนกีแท็ก ทีมงานอีกหลายสิบชีวิต และเหล่านักแสดงนำที่ปะปนกันอยู่ ทันใดนั้นเอง บริเวณรอบ ๆ ทีมงาน ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ก็เต็มไปด้วยผู้คนที่มามุงดูอย่างรวดเร็วในจำนวนนั้นมีคนเกาหลีอยู่ไม่น้อย

“ว้าว!! สวัสดีค่ะ!!”

“กรี๊ดดดด!! รยูจองมิน! รยูจองมิน!!”

“พี่วูจิน! ฉัน ‘หัวใจคัง’ นะคะ!!”

“ฮายูรา บ้าไปแล้ว! สัดส่วนสุดยอด!”

“ข้างหลังนั่น คิมอีวอน กับชอนอูชาง ใช่ไหม?!!”

เพราะเป็นการรวมตัวของเหล่านักแสดงระดับท็อปมากมายมหาศาล แน่นอนว่านอกจากพวกเขาก็ยังมีนักแสดงสมทบอีก แต่ผู้คนที่มามุงดูต่างก็เอาแต่สนใจเหล่านักแสดงนำ ทีมงาน ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ เริ่มตกอยู่ในวงล้อมของฝูงชน

“ขอทางหน่อยครับ!! ขอทางแป๊บนึงครับ!!”

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายสิบนายวิ่งมาเปิดทางจากบริเวณประตูทางเข้า ผู้จัดการกองถ่ายที่รับผิดชอบการถ่ายทำในต่างประเทศปรากฏตัวขึ้น เหล่านักแสดงและทีมงาน ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ เดินผ่านทางที่ทีมรักษาความปลอดภัยเปิดให้จนออกจากสนามบินไปได้ ระหว่างนั้น ผู้คนที่มามุงดูต่างก็ไม่พลาดที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูป

ไม่นานนัก

-สวบ

ทีมงาน ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ก็มาถึงรถตู้และรถมินิบัสหลายคันที่จอดอยู่หน้าสนามบิน

“ขึ้นรถตามลำดับเลยนะครับ! เราจะไปที่พักกันเลย!!”

ทีมงาน ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ เริ่มทยอยขึ้นรถไปทีละคนสองคนตามเสียงเรียกของผู้จัดการกองถ่าย ท่ามกลางผู้คนมากมาย สายตาของผมก็เหลือบไปเห็น คังวูจิน ที่สวมหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้าจนมิด

“······”

เขากำลังมองไปรอบ ๆ บริเวณสนามบินอย่างเงียบ ๆ ใบหน้าเรียบเฉยราวกับสวมหน้ากาก แต่ภายในใจกลับเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ

‘ว้าว นี่มันดานัง นี่สิถึงจะเหมือนมาต่างประเทศหน่อย พวกต้นไม้...นั่นต้นอะไรกันนะ ต้นปาล์มรึเปล่า? มันต้องเป็นอย่างนี้สิ บรรยากาศแบบต่างประเทศ!’

คังวูจินเงยหน้าขึ้นมองแสงแดดจ้าที่สาดส่องลงมาที่ใบหน้า ก่อนจะเอ่ยความรู้สึกแรกออกมาอย่างไม่ลังเล

‘แต่ว่า ร้อนชะมัดเลยบ้าจริง ผิวไหม้เกรียมแน่ ๆ แบบนี้ต้องมาถ่ายทำที่นี่จริง ๆ เหรอเนี่ย ?!’

"อือหือ ร้อน ร้อนจริง ๆ โหนี่มันจะฆ่ากันรึไงเนี่ย ไหวไหม วูจิน" ชเวซองกุน ที่มัดผมจุกเดินเข้ามาด้านข้าง พร้อมกับใช้มือปาดเหงื่อที่ไหลอาบใบหน้าด้วยสีหน้าทรมาน

ส่วนคังวูจินก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

"ไหวครับ พี่"

‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ เริ่มต้นการถ่ายทำในต่างประเทศแล้ว

สองสัปดาห์ต่อมา ที่โซล วันที่17 ตุลาคม

สถานที่แห่งนี้คือห้องนั่งเล่นในบ้านหลังใหญ่ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้เป็นส่วนใหญ่ บนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องมีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ผมสีขาวสั้นของเขาตัดกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยดูน่าเกรงขามถ้าเทียบอายุแล้ว ชายคนนี้น่าจะอายุมากกว่าผู้กำกับควอนกีแท็กพอสมควร แถมยังแผ่รังสีอำนาจบางอย่างออกมาดูน่าเกรงขามไม่ธรรมดา

บารมีแบบผู้อาวุโสแผ่ออกมารอบตัว

ข้าง ๆกันนั้นมีชายวัยกลางคนอายุประมาณสี่สิบกว่า ๆ นั่งอยู่บนใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความลำบากใจดูเหมือนจะกำลังพูดอะไรบางอย่างอยู่

"คือ ท่านประธานครับจะหานักแสดงที่ใช้ภาษามือได้จริง ๆ มันก็คงยากไปหน่อยนะครับ ปกติเราก็ให้ฝึกฝนกันแบบหามรุ่งหามค่ำ หรือไม่ก็ใช้สแตนอินแทน ท่านก็รู้ดีนี่ครับ"

"ก็ใช่น่ะสิ"

“เออ ๆ ก็จริงอยู่ ที่ว่าหนังทั้งเรื่องไม่ได้ใช้ภาษามือซะหน่อย มีฉากที่ต้องใช้ภาษามือแค่ไม่กี่ฉากเองไม่ใช่เหรอ จะให้ไปหาคนแสดงที่ใช้ภาษามือเป็นโดยเฉพาะมันก็...” ผู้กำกับคิดในใจว่า นักแสดงเขาก็เรียนภาษาต่างประเทศกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้มีใครเตรียมตัวเรียนภาษามือกันหรอก

“อืม”

“แถมหนังเรื่องนี้เราก็หวังจะส่งประกวดในเทศกาลหนังนานาชาติด้วยนี่ครับ ทั้งยังเป็นหนังเรื่องที่ร้อยของผู้กำกับด้วย เงื่อนไขก็ต้องเลือกคนที่แสดงเก่งที่สุดไว้ก่อนอยู่แล้วสิครับ”

“...”

ชายหนุ่มพูดจบ ผู้กำกับรุ่นเดอะก็ปิดปากเงียบ เพียงแต่จ้องมองเขานิ่ง ๆ ทว่าทำไมถึงรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกสัตว์ร้ายจ้องมองอยู่นะ ไม่นานนักชายหนุ่มก็เหงื่อแตกพลั่ก รีบเปลี่ยนคำพูดทันที

“งะ งั้นผมจะลองหาดูให้เต็มที่เลยครับ”

ผู้กำกับรุ่นเดอะก็ควักโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าเสื้อ กดเปิดอะไรบางอย่าง แล้วก็ยื่นให้ชายหนุ่มดู

“แล้วเจ้าเด็กนี่ล่ะ ตอนนี้เป็นไงบ้าง”

ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองตามไปที่โทรศัพท์มือถือ บนหน้าจอปรากฏเป็นคลิปวิดีโอจาก Youtube คลิปที่ถูกตัดต่อมาจากรายการทอล์กโชว์ชื่อดังของญี่ปุ่นเป็นฉากที่นักแสดงคนหนึ่งกำลังสนทนากับผู้ชมในห้องส่งด้วยภาษามือ

-คังวูจิน ใช้ภาษามือญี่ปุ่นในรายการคุยหลังฝน!! (คลิปตัดต่อแบบตามใจฉัน)|บร๊ะเจ้าราชาเจ้าปัญหาทีวี

‘เป็นคังวูจินในรายการคุยหลังฝน นี่!’

จบ

ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร ผู้แปลลงแค่ในMy-NovelและThai-novelเท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับผม หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก ;-;_

จบบทที่ บทที่ 144 เลือนหาย (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว