- หน้าแรก
- ฉันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุดยอดนักแสดงอัจฉริยะผู้น่าสะพรึง
- บทที่ 143 เลือนหาย (2)
บทที่ 143 เลือนหาย (2)
บทที่ 143 เลือนหาย (2)
[แปลโดยฝีมือ...ยัก.ษา.แปร...มาติดตามได้ที่แฟนเพจหรือเพื่อติดตามเอาข่าวสารได้นะ\]
[Thai-novelจะทำการลงไวกว่าที่อื่นทุกที่ เป็นจำนวน 5 ตอน แต่เรื่องราคาแพงกว่าที่อื่นนิดหน่อย]
[หลังแปลจบ คิดว่าจะมีการเกลาคำเบื้องต้น แก้คำผิด ปรับสำนวนให้สละสลวย เทียบคำต่อคำ ขอบคุณที่ให้การสนับสนุนกันเสมอมานะครับ]
บทที่ 143 เลือนหาย (2)
ความมืดปกคลุมป่าไว้อย่างแนบแน่น แสงจันทร์ส่องสว่างจาง ๆ บรรยากาศของที่นี่ก็ไม่ต่างจากตอนแรกเท่าไหร่นัก แต่จำนวนคนลดลง จากสองกลายเป็นหนึ่ง อีกคนหนึ่งหายไปอย่างไร้ร่องรอย
กล้องค่อย ๆ เคลื่อนไปที่ด้านข้างของชายคนนั้น เผยให้เห็นใบหน้า
บนหน้าจอมอนิเตอร์ที่ผู้กำกับควอนกีแท็กกำลังจ้องมองอย่างตั้งใจ ปรากฏใบหน้าของคังวูจิน หรือจะพูดว่าสิบโทจินซอนชอลที่เต็มไปด้วยการแสดงออกอันล้ำลึกน่าจะถูกต้องกว่า แต่ภาพที่เห็นนั้นพร่าเลือน ไม่ได้เผยให้เห็นใบหน้าทั้งหมดเป็นการจัดฉากที่ตั้งใจไว้ และสิ่งที่ชัดเจนมีเพียงรอยยิ้มของเขาเท่านั้น
ฟันสีขาวสะอาดเผยให้เห็นเป็นรูปครึ่งเสี้ยวอย่างชัดเจน
ผู้กำกับควอนกีแท็กจ้องมองภาพนั้นอย่างตั้งใจโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าของเขาขยับเข้าใกล้หน้าจอมอนิเตอร์โดยไม่รู้ตัว นานมากแล้วที่เขาไม่ได้รู้สึกแบบนี้ รู้สึกเหมือนหลงเข้าไปในการแสดงของนักแสดงโดยลืมการกำกับไปเสียสนิท
‘เขาเปลี่ยนอารมณ์ของสองตัวละครได้รวดเร็วขนาดนี้ได้ยังไง?’
ในตอนนี้ ผู้กำกับควอนกีแท็กไม่สามารถนึกถึงการกำกับใด ๆ ได้เลย เขามัวแต่ตื่นตะลึงกับการแสดงของคังวูจิน การแสดงออกของคังวูจินมันช่าง... และไม่ใช่แค่ตอนนี้ ตั้งแต่เช้าจนถึงตอนนี้ การแสดงของคังวูจินไม่มีข้อบกพร่องเลยแม้แต่น้อย
‘มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนสีหน้าหรือน้ำเสียงแบบมั่ว ๆ ความหมายที่แฝงอยู่ในดวงตา พลังที่แฝงอยู่ในน้ำเสียง และอำนาจที่ผสมอยู่ในท่าทาง แค่มองผ่าน ๆ ก็เห็นชัดว่าทั้งสองบุคลิกอยู่ร่วมกันได้อย่างไร มันไม่ใช่โรคหลายบุคลิก แต่มันเหมือนกับมีร่างกายสองร่าง-’
ในขณะที่สิบโทจินซอนชอลที่ยืนอยู่ริมหน้าผากำลังมองลงไปเบื้องล่างพร้อมกับหัวเราะ เขาก็พึมพำกับตัวเองออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“อะไรวะ ทำไมต้องจ้องหน้าแบบนั้นด้วยวะ ไอ้บ้า-”
ร่างกายตั้งแต่ใบหน้า ลำตัว ตลอดจนมือและเท้าสั่นเทา ไม่ได้รุนแรง แต่ก็ไม่ถึงกับเบาเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าขนลุกพอตัว ดวงตาก็เริ่มกลอกไปมาเล็กน้อย ราวกับถูกวิญญาณเข้าสิง
สัตว์ประหลาดอยู่ตรงนี้แล้ว
ไม่นานนัก ดวงตาของทีมงานหลายสิบชีวิต ทั้ง รยูจองมิน ฮายูรา และนักแสดงคนอื่น ๆ ก็เบิกกว้างขึ้น พวกเขาพากันเอามือปิดปาก หรือไม่ก็กระซิบกระซาบกันเบา ๆ
“ขนลุกเลยอ่ะ ฉันขนลุกไปหมดแล้ว”
“ว้าว คุณวูจินนี่มัน...อะไรกันเนี่ย การแสดงแบบนั้น นี่มันบ้าไปแล้ว”
“นั่นมันไม่ต่างจากการแสดงวันแรกเลยนะ ตอนอ่านบทก็น่าตกใจแล้วนะ แต่พอมาเห็นกับตาแบบนี้ มันเหมือนมีเทพการแสดงมาสิงเลยไม่ใช่เหรอ?”
ทั้งรยูจองมิน
“...”
และฮายูรา ต่างก็
‘...แค่ไม่กี่วินาที ก็สามารถดึงเอาการแสดงแบบนั้นออกมาได้เลยเหรอ?’
เหล่านักแสดงไม่สามารถเปล่งคำพูดใด ๆ ออกมาได้ ทำได้เพียงจ้องมองไปยังการแสดงของคังวูจินที่กล้องในกองถ่ายกำลังโฟกัสอยู่ ด้วยพลังออร่าที่ทรงพลังเกินต้านทานในความเป็นจริง พวกเขาก็พูดไม่ออกมาตั้งแต่แรกแล้ว ถึงแม้จะเป็นนักแสดงนำเหมือนกัน แต่ตอนนี้คังวูจินเป็นคนเดียวที่ต้องถ่ายทำฉากนี้โดยไม่มีนักแสดงนำคนอื่น ๆ
แต่พลังดึงดูดกลับไม่ต่างจากตอนที่มีนักแสดงครบทุกคนเลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น
“คัต โอเค”
ผู้กำกับควอนกีแท็ก เอ่ยคำว่าโอเค พร้อมกับลุกขึ้นยืนในเวลาเดียวกัน ทีมงานทุกคนก็ปรบมือราวกับต้องมนตร์
-แปะ ๆ ๆ ๆ
ไม่ดังมาก แต่ก็ไม่เบาจนเกินไป คงจะเป็นเพราะทึ่งกับการแสดงราวกับถูกวิญญาณเข้าสิงที่วูจินแสดงออกมากระมัง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ตอนนี้ คังวูจินที่สามารถดึงเอาสองบุคลิกของ ‘สิบโทจินซอนชอล’ ออกมาได้ในชั่วพริบตาก็
‘... อืม ไม่เลว ไม่มีปัญหาอะไร’
รอยยิ้มกว้างจนแทบฉีกของเขาจางหายไป ขณะที่ตรวจสอบตัวเอง ‘สิบโทจินซอนชอล’ ช่างแตกต่างจากบทบาทอื่น ๆ ที่เขาได้รับ บัดนี้ คังวูจินต้องรักษาภาพลักษณ์ไว้ถึงสามบทบาทด้วยกัน นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องตรวจสอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา นอกเหนือจากเรื่องของคอนเซปต์ ไม่งั้นมีหวังได้เป็นบ้าตายแน่
ในตอนนั้น ผู้กำกับควอนกีแท็กท่าทางใจดีก็เดินเข้ามาหาเขา
“คุณวูจิน”
“อ๊ะ ครับ ผู้กำกับ”
“ไม่เป็นไรนะ”
คังวูจินพยายามปรับน้ำเสียงให้ต่ำที่สุด
“ไม่มีปัญหาครับ”
“งั้นเราถ่ายฉากเมื่อกี๊เลยได้ไหม? โอเคก็โอเค แต่ผมอยากลองลดไฟลงหน่อย”
“ได้เลยครับ”
“ถ้ามันกดดันเกินไป...”
“ไม่ครับ ถ่ายตอนนี้เลยก็ได้ครับ”
“โอเค”
ผู้กำกับควอนกีแท็กยิ้มบาง ๆ แล้วหันหลังกลับไปพลางพึมพำกับตัวเอง
‘ผ่านการแสดงที่ใช้พลังเยอะขนาดนั้นไปแล้ว แต่ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้อีกเหรอ? พอได้มาเป็นนักแสดงในหนังของฉัน ถึงได้รู้ว่าหมอนี่มันอสูรกายชัด ๆ’
เหล่าทีมงานหลายคนรีบวิ่งเข้ามาจัดแจงชุดทหารของคังวูจิน กล้องและไฟถูกย้ายกลับไปยังตำแหน่งเดิม
และแล้ว
“แอ็กชัน!”
การถ่ายทำกลับมาดำเนินต่ออีกครั้ง สิบโทจินซอนชอลได้ลบสิบเอกชเวออกจาก ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ อีกครั้ง ฉากนี้ถูกถ่ายซ้ำไปสามรอบด้วยฝีมือของผู้กำกับควอนกีแท็ก ไม่ใช่เพราะการแสดงของนักแสดงทั้งสองไม่ดีพอ แต่เป็นเพราะผู้กำกับควอนกีแท็กต้องการปรับเปลี่ยนการกำกับภาพและมุมกล้องโดยรวมต่างหาก
เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วโมงครึ่ง
ในที่สุดฉากปัจจุบันก็จบลง
- ตั๊ก!
เสียงรบกวนของสเลท ดังขึ้นก่อนจะตัดเข้าฉากถัดไป สิบเอกชเวถูกปลิดชีพลง เหลือเพียง 'สิบโทจินซอนชอล' กับสองอัตตาที่ต้องปะทะกัน นี่คือการปะทะกันระหว่างอัตตา และสุดท้ายสิบโทจินซอนชอลก็ได้ ตัดสินใจบางอย่าง เกี่ยวกับสิ่งที่เขาต้องทำบน 'เกาะแห่งผู้สูญหาย' อันแสนประหลาดแห่งนี้
ฉากเริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากสิบเอกชเวหายไป
“แอ็กชัน”
เมื่อได้รับสัญญาณจากผู้กำกับควอนกีแท็ก คังวูจิน หรือสิบโทจินซอนชอลในชุดทหารก็
-กึก
ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างกะทันหัน กล้องจับภาพช่วงบนของสิบโทจินซอนชอลไว้เต็มเฟรม ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าเหนื่อยหอบ
“ฮึบ ฮึบ แฮ่ก-”
ในตอนนั้นเอง ร่างกายของคังวูจินที่สิบโทจินซอนชอลสิงอยู่ก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด
'หายใจไม่ออก'
อากาศไม่เพียงพอ ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือน วูจินรู้สึกเช่นนั้น ลมหายใจเข้าออกของเขารัวเร็ว บรรยากาศรอบข้างมืดมิด ราวกับต้องการตอกย้ำการกระทำของเขา อนาคตที่มืดมน
'ขยะแขยง'
คังวูจินรู้สึกคลื่นไส้
“อุ๊บ!”
ฉันทำอะไรลงไป สิบเอกชเวล่ะ เมื่อกี้ เกิดอะไรขึ้นเขาเป็นคนลงมือทำ แต่กลับรู้สึกเหมือนไม่ใช่ รู้ตัวอีกทีใบหน้าของวูจินก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความลังเลใจแผ่ซ่านไปทั่วร่าง อัตตาที่คอยประคองร่างกายเขาสลับสับเปลี่ยนกัน คังวูจินจึงเอวพิงกับถังไม้ขนาดใหญ่ไว้ ก่อนจะถอดหมวกเหล็กออกอย่างเชื่องช้า
“ฮือ!”
น้ำตาไหลริน จากหางตา ไหลอาบแก้มของเขาอย่างรวดเร็ว ไม่มีแม้แต่เวลาเตรียมตัว กล้องค่อย ๆ ซูมเข้าไปใกล้ใบหน้าของเขาอย่างช้า ๆ
วูจินกำลังจริงจัง
มันไม่ใช่ใบหน้าที่แสร้งทำ กล้ามเนื้อบนใบหน้าที่สั่นไหวเล็กน้อย คิ้วที่ขมวดเข้าหากัน น้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมา เขาเสียใจ วูจินกอดหมวกเหล็กไว้แนบอก หัวใจของเขาร้อนผ่าว
ทันใดนั้นเอง
‘เฮ้ย ไอ้ควาย ทำไมต้องร้องไห้วะ?’
เสียงหยาบคายดังมาจากส่วนลึกในใจ แน่นอนว่าเสียงนี้ไม่สามารถบันทึกได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับควอนกีแท็ก นักแสดงหลายสิบคน ทีมงาน หรือแม้แต่อุปกรณ์บันทึกเสียงมีเพียงคังวูจินเท่านั้นที่ได้ยิน
‘แกก็ไม่ชอบไอ้สิบเอกชเว นั่นไม่ใช่เหรอ? จำไม่ได้รึไง ว่าไอ้สารเลว นั่นมันรังแกรงพวกเรามาตั้งแต่ตอนอยู่กองร้อยแล้ว?’
เสียงหยาบคายโกรธเกรี้ยว คังวูจินตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
‘ก ก็ใช่นะ แต่ว่า เขา เขาเป็นคนนะ’
‘ไร้สาระ ไอ้สิบเอกชเว นั่นน่ะเหรอคน? มันก็แค่ไอ้โง่คนนึง แล้วที่นี่มันก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอไง? เมื่อกี้ไม่ได้เห็นรึไง ว่าสิบโทพัคโดนซัดเละขนาดไหน นั่นยังมีโดนตัดหัวอีกนะเว้ย’
‘······พอ พอเถอะ หยุด หยุดพูดสักที ขอร้องล่ะ’
‘ไม่เป็นไรน่า ที่นี่มันก็แบบนี้แหละ สำหรับพวกเราแล้ว มันคือพรนะเฟ้ย ปาร์ตี้เลยล่ะ รู้มั้ย? แก้แค้นไปด้วย สนุกไปด้วย ได้ทั้งสองอย่างเลยนะเว้ย เพราะงั้นเลิกน้ำตาตก แล้วลุกขึ้นมาได้แล้ว ไอ้ขี้แงเฮงซวย’
คังวูจินกำลังสนทนากับเสียง ๆ นั้นอยู่ เพียงแต่ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย กล้องที่อยู่ใกล้ ๆ ได้แต่บันทึกภาพอารมณ์ของวูจินเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ในตอนนั้นเอง
“สิบเอกชเว! พลทหารจิน!”
จากที่ไกล ๆ แสงไฟสว่างจ้าลอดผ่านมาพร้อมกับเสียงพูดคุย กล้องที่กำลังจับภาพวูจินอยู่ก็หันขวับไปมอง ปรากฏว่าเป็นทหารหลายนายที่ตื่นจากหลับไหลแล้วรีบวิ่งตรงเข้ามา ทุกคนมีปืนอยู่ในมือ
ชั่วพริบตานั้นเอง…
- ตุ้บ!
คังวูจินล้มตัวลงไปกับพื้นแล้วร้องไห้โฮออกมา
“ฮือออ! ขอโทษครับ! ขอโทษครับ! ผมปกป้องสิบเอกชเวไม่ได้!”
ทหารนายแรกที่วิ่งมาถึงถามกลับไปด้วยน้ำเสียงหอบหายใจ
“ว่าไงนะ?! ปกป้องอะไร?! หรือว่า… สิบเอกชเว!”
“······กระโดดลงไปแล้วครับ ขอโทษครับ ตอนที่ผมไปถึงก็… ฮือออ!”
“บะ แบบนี้ก็… จริงเหรอ?!”
“ขอโทษครับ! จู่ ๆ เขาก็… ครั้งหน้า! ครั้งหน้าผมจะรีบไปให้เร็วกว่านี้ครับ ขอโทษครับ! ผมมันทำพลาดเอง!”
ริมฝีปากของคังวูจินที่กำลังก้มหน้าอยู่บนพื้นขยับขึ้นเล็กน้อย เหมือนกำลังยิ้มทั้งที่ร้องไห้อยู่ พูดตัดพ้อทั้งที่ใจคิดอีกอย่าง เสียงแหบห้าวของบุคคลอีกรายดังขึ้นในใจ
‘หึ ‘ครั้งหน้า?’ ไอ้โรคจิตนี่ มันหมายถึงให้ทำอีกงั้นสิ?’
ภาพของคังวูจินที่กำลังต่อสู้กับสองบุคลิกในร่างปรากฏชัดบนหน้ากล้อง
ตัดภาพกลับมา…
ไม่ใช่แค่คังวูจินที่ยุ่งวุ่นวายกับการถ่ายทำรายการ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ช่วงปลายเดือนกันยายนก็เป็นช่วงเวลาที่ทุกสิ่งทุกอย่างดูเร่งรีบไปหมด เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ตัวอย่างสุดท้ายของซีรีส์ ‘เพื่อนชาย’ ที่เพิ่งปล่อยออกมาทางช่อง Netflix เกาหลีอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่วันก่อน…
- เพื่อนชาย|ตัวอย่างอย่างเป็นทางการ (รวมฉากที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน)|Netflix เกาหลี
ก็ได้ สร้างกระแสตอบรับมากมาย เพราะมีการแฝงปมปริศนาต่าง ๆ เอาไว้มากมาย
-อะไรนะ……รองหัวหน้าพัคหายไปไหนแล้วอ่ะ?? 5555คังวูจินอิมเมจพลิกเลย5555555
-น่าเสียดายจังที่เป็นละครสั้น แต่คังวูจินกับฮวาลินนี่เข้ากันสุด ๆ
-โอ้โห5555ตั้งแต่ต้นเรื่องภาพสวยละลายเลยㅠㅠㅠㅠดูละมุนดีจัง…..
-เดี๋ยวก่อน! 0:22ตรงนี้อะไรอ่ะ? ฮวาลินพุ่งเข้าหาคังวูจินหรือว่าจะเป็น! ฉาก!จูบ!หรือเปล่านะ?!!!
-คังวูจินนี่สเปกตรัมการแสดงกว้างมาก555 เล่นแต่บทแข็ง ๆ มาตลอด จู่ ๆ ก็มารับบทพระเอกแนวโรแมนติกคอมเมดี้555 แถมยังเอาอยู่ด้วยสิ
-เพลงประกอบละครเพลงอะไรอ่ะ? คังวูจินกับฮวาลินร้องด้วยกันรึเปล่า????!!!เพราะมากอ่ะ?!
-Netflix!! พวกนายไม่ปล่อยทีละตอนใช่มั้ย?! ปล่อยมาให้หมดเลยได้มั้ย??ไว้ใจนะจริง ๆ!!
-รอดูอยู่เลย เหอ เหอ เหอ ในที่สุดก็ได้ ดูแล้วสินะ~
-ฮวาลินนี่แบบ….หน้าเด็กมาก…ใส่ชุดนักเรียนแล้ว ยังไงก็รอดㅠㅠㅠㅠㅠ
-ตอนสุดท้ายเพลงประกอบละครออกมาแค่ท่อนเดียวเอง แต่ฉันเปิดวนซ้ำรัว ๆ เลย เคมีเสียงของทั้งคู่มันสุดยอด…..
-ถ้าเป็น『เพื่อนชาย』 คังวูจินดังเปรี้ยงแน่ ๆ ถึงตอนนี้จะดังอยู่ แล้วก็เถอะ แต่แฟนคลับสาว ๆ คงแห่กันไปดูตรึม
แน่นอนว่าในNetflix ญี่ปุ่นก็ปล่อยตัวอย่างเดียวกันออกมา ฝั่งญี่ปุ่นเองก็ฮือฮาไม่แพ้เกาหลี
อนึ่ง
『 “เพื่อนชาย” ซีรีส์เกาหลี-ญี่ปุ่นที่เปิดตัวพร้อมกัน แต่เกาหลีจะออนแอร์ก่อน3วัน』
กำหนดการฉาย ‘เพื่อนชาย’ ในเกาหลีคือวันที่19ตุลาคม ส่วนญี่ปุ่นจะฉายช้ากว่า3วันคือวันที่22ตุลาคม
ราว ๆ ช่วงวันที่10 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันฉายที่แน่นอนแล้วของ『พ่อค้ายาเสพติด』ฝั่งทีมงานภาพยนตร์ก็วุ่นวายกับการเดินสายโปรโมตอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าจะเป็นงานเปิดตัวรอบสื่อมวลชนมากมาย รวมถึงเหล่านักแสดงนำอย่าง จินแจจุน ที่ต่างก็ปรากฏตัวตามรายการทีวี Youtube และรายการวาไรตี้ต่าง ๆ จนแทบไม่มีเวลาว่าง
『[ข่าวเด่นดาราดัง] ทีมนักแสดง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ปรากฏตัวในรายการ ‘Sport Day’ น่าเสียดายที่คังวูจิน ไม่ได้มาร่วมด้วย / ภาพ』
ไม่รู้ว่าเพราะคอนเน็กชั่นของคังวูจินหรือเปล่า แต่ช่อง ‘Sport Day’ ของPD ยุนบยองซอน ก็ไม่รอช้า รีบเชิญทีมนักแสดง ‘พ่อค้ายาเสพติด’ มาร่วมรายการทันที แน่นอนว่าไม่มีคังวูจินรวมอยู่ด้วย
ถึงอย่างนั้น ทีม ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็เหมือนมีคังวูจินอยู่ด้วยตลอดเวลา
“อย่างที่เปิดเผยไปแล้ว พวกเราคงเลี่ยงที่จะไม่พูดถึงเรื่องนักแสดงรับเชิญใน ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ไม่ได้คุณคังวูจินไงครับ คุณคังวูจิน ช่วงนี้เขาเป็นประเด็นร้อนแรงมาก คุณวูจินแสดงเป็นยังไงในหนังครับ”
“เอ่อ เรื่องคุณวูจิน น่าจะให้แจจุนเล่าให้ฟังจะดีกว่านะครับ เพราะเขาได้ร่วมงานกับคุณวูจินเยอะที่สุด”
“โอเคครับ งั้นแจจุนเล่าให้ฟังหน่อย”
“คือ จริง ๆ แล้วผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเลยครับตอนที่ร่วมงานกับคุณวูจิน รู้สึกเลยว่าตัวเองยังต้องพัฒนาอีกเยอะ”
ไม่ว่าจะไปที่ไหน รายการอะไร ก็จะต้องถูกถามถึงคังวูจินตลอด แบบนี้มันก็เหมือนกับว่าคังวูจินอยู่กับพวกเขาตลอดเวลา นั่นแหละ
“ห๊ะ แจจุนเนี่ยนะ”
“ครับ ผมไม่รู้จะอธิบายเป็นคำพูดยังไงดีเอาเป็นว่าไปดูในหนังกันเองดีกว่าครับ สุดยอดมาก”
เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นพร้อม ๆกัน จนสื่อต่าง ๆ เริ่มจับภาพยนตร์สองเรื่องที่เข้าฉายในช่วงเวลาใกล้เคียงกันมาสร้างกระแสให้เป็นคู่แข่งกันเบา ๆ
『 ‘อสูรหน้าใหม่’ คังวูจิน ‘เพื่อนชาย’ กับ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ สุดท้ายแล้วผลงานเรื่องไหนจะเหนือกว่ากัน? 』
เพราะหนังเข้าฉายห่างกันแค่สัปดาห์เดียวกระแสความสนใจเลยพุ่งเป้าไปที่คังวูจิน ถึงจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะดาราคนอื่น ๆ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น แต่สำหรับนักแสดงหน้าใหม่ที่โลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงมาไม่ถึงปี คังวูจินคือคนแรกที่ได้รับความสนใจมากขนาดนี้
『[ตามล่าหาความจริง] หนังโรแมนติกคอมเมดี้ ‘เพื่อนชาย’ กับหนังอาชญากรรมระทึกขวัญ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ชาวเน็ตคอมเมนต์ “ได้ดูฝีมือการแสดงของคังวูจินด้วย คุ้มเลยงานนี้” 』
ชาวเน็ตต่างพากันพูดถึงเรื่องนี้กันสนุกปาก ส่วนใหญ่จะเป็นไปในทางที่คาดหวัง
-ดู ‘เพื่อนชาย’ จบปุ๊บ ต้องตามไปดู ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ต่อเลย 5555 คงเห็นความแตกต่างของการแสดงชัด ๆ แน่
-คือแบบ นึกภาพการแสดงใน ‘เพื่อนชาย’ ออกนะ! แต่ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ เนี่ยสิ ไม่รู้เลยว่าคังวูจินจะออกมาเป็นไง 55555 เลยยิ่งอยากดูเข้าไปใหญ่
แน่นอนว่าต้องมีความรู้สึกอยากลองของอยู่ไม่น้อย
- ‘พ่อค้ายาเสพติด’ น่ะเหรอมีรองหัวหน้าพัคร่วมแสดงด้วย เลยพอจะนึกภาพออกว่าน่าจะเข้ากันดี แต่คังวูจินเล่นหนังโรแมนติกคอมเมดี้นี่นะ 5555จะรอดไหมเนี่ย
-เหมือนสองเรื่องนี้จะถ่ายทำช่วงเวลาใกล้ ๆกันด้วย…. บอกตรง ๆ เลยนะ ค่ายนี้ก็ใช้งานคังวูจินหนักไปแล้ว มั้ง ฝีมือการแสดงคงดรอปลงไปเยอะแน่ ๆ
สุดท้ายแล้วทุกคนก็คิดเหมือนกัน
คังวูจินจะแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาในสองผลงานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนี้ได้อย่างไร?
นี่คือบทพิสูจน์คุณภาพของคังวูจิน
เช้าวันใหม่ของวันที่29กันยายน ณ สตูดิโอช่อง HTBS
ห้องประชุมกว้างขวางพอสมควร คังวูจินนั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะรูปตัว U ใบหน้าเรียบเฉยเช่นเคย สิ่งที่น่าสนใจคือมีกล้องขนาดเล็กหลายตัววางอยู่รอบ ๆ ตัวเขา แน่นอนว่ามีการติดตั้งไว้ทั่วเพดานเช่นกัน
วูจินแอบมองกล้องอย่างแนบเนียน
‘กล้องเล็ก ๆ พวกนี้น่ากลัวชะมัด ถ่ายได้ทั้งหน้าหลังซ้ายขวาเลย’
เมื่อเขากำลังทำสีหน้าจริงจัง ชายใบหน้าคุ้นเคยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เอ่ยขึ้น
“คุณวูจิน สบายดีไหมครับ? ฮ่า ๆ รู้ไหมว่าเรานี่ไม่ได้เจอกันนานมากกกกก”
ยุนบยองซอน PDรายการวาไรตี้เจ้าของรอยยิ้มสดใสกำลังเตรียมตัวสำหรับรายการวาไรตี้ฟอร์มยักษ์ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ แน่นอนว่ารอบ ๆ PDยุนบยองซอนมีทีมงานอยู่ด้วยสี่ห้าคน
“คุณวูจินนี่สุดยอดขึ้นทุกวันเลยนะเนี่ย ผมนี่ตามแทบไม่ทันแล้ว”
“บังเอิญน่ะครับ”
“พวกเรานี่ดีใจแทนคุณจริง ๆ บินให้สูงขึ้นไปอีกกว่านี้ก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ ฮ่า ๆ ยังไงก็ขอแสดงความยินดีกับทุก ๆ เรื่องด้วย แม้ว่าตอนนี้คุณคงยุ่งมากอยู่ แต่รายการเราก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วล่ะ”
‘ก็คงงั้นแหละ’ คังวูจินได้รับฟังข่าวของรายการ ‘ครัวเรือนหรรษาของเรา’ เป็นระยะในช่วงที่มีตารางงาน
‘รายการวาไรตี้รายการเดียวที่เหลือของฉันสินะ อ๊ะ ว่าแต่รายการนี้ก็ต้องไปถ่ายต่างประเทศนี่นา ช่วงนี้ฉันไปต่างประเทศบ่อยขึ้นรึเปล่านะ?’
ทั้งตื่นเต้นและกังวลปนกันไป วูจินสบตากับPDยุนบยองซอนพลางตั้งใจฟัง ในไม่ช้ายุนบยองซอนก็ยื่นแท็บเล็ตให้คังวูจินพร้อมกับพูดต่อ
“ซีซันหนึ่งก็อย่างที่รู้กันว่าจะเป็นอเมริกาครับ และการถ่ายทำจริงน่าจะเริ่มราว ๆ เดือนพฤศจิกายน แต่ก่อนหน้านั้น ผมว่าจะถ่ายทำอะไรบางอย่างในเกาหลีสำหรับตอนแรกก่อนครับ”
“จะเป็นประมาณไหนครับ”
“อย่างแรกเลย การประชุมครั้งนี้ก็ต้องเอาไปใช้ ในตอนแรกอยู่แล้วครับ แล้วก็จะมีคัทที่ผู้เข้าร่วมรายการทุกคนมาทานข้าวด้วยกัน หลังจากนั้นก็เพื่อการถ่ายทำจริงที่อเมริกา ผู้เข้าร่วมรายการทั้งหมดก็ต้องฝึกซ้อมด้วยกันใช่ไหมล่ะครับ ทั้งเรื่องการทำอาหารหรือการบริหารร้าน”
PDยุนบยองซอนถามขึ้น วูจินจึงเอานิ้วชี้ไปที่หน้าจอแท็บเล็ตที่ยื่นส่งให้ บนหน้าจอแท็บเล็ตปรากฏแผนการถ่ายทำสำหรับตอนแรก
“ดังนั้น ผมเลยจะเปิด ‘ร้านอาหารวันเดียว’ ในเกาหลีเพื่อทดลองดูครับ”
จบ