- หน้าแรก
- ฉันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุดยอดนักแสดงอัจฉริยะผู้น่าสะพรึง
- บทที่ 136 ผู้หนุนหลัง (4)
บทที่ 136 ผู้หนุนหลัง (4)
บทที่ 136 ผู้หนุนหลัง (4)
[\แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร\มาติดตามในแฟนเพจ\เพื่อติดตามข่าวสารได้นะ\]
[\Thai-novel \ลงไวกว่าที่อื่น\ทุกที่ 5 ตอน\แต่จะราคาแพงที่สุด\]
[\หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง จะแก้ไขแบบเทียบคำต่อคำให้ตรงตามหลักไวยากรณ์ อ่านแบบเทียบภาษาต้นฉบับคำต่อคำ ซึ่งถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ\100คน\ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ซึ่งถ้ารู้ว่าหลุดจากที่ไหนก็จะไม่แก้ไขตรงเว็บนั้นครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบเวอร์ชั่นแรกไปนะครับ\]
บทที่ 136 ผู้หนุนหลัง (4)
ทำไมอยู่ ๆ ถึงเป็นระดับ S+ ล่ะ? คังวูจินจ้องมองกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวของ ‘บุปผาเร้น’ ด้วยสีหน้าว่างเปล่าอยู่ครู่หนึ่ง ราว ๆ 5 วินาทีได้ ทันใดนั้น คังวูจินก็กระพริบตาถี่ ๆ
- ฟึ่บ
เขายกมือขึ้นทำท่าเหมือนตีไปที่กรอบสี่เหลี่ยมสีขาวเบา ๆ ก็เหมือนกับเวลาที่ของพัง นั่นแหละจะลองตี ๆ ดูไว้ก่อน แต่แน่นอนว่าไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวนั้น
“นี่มันอะไรกัน? นี่มันถูกต้องแล้วเหรอ? หรือว่ามันerror?”
แววตาของคังวูจินฉายแววสับสนและงุนงงมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ระดับของ ‘บุปผาเร้น’ มันตกลงไปถึง C เลยนะ
“สถานการณ์มันแย่ลงแท้ ๆ ทำไมถึงกลายเป็นS+ ได้ล่ะ?”
กลับกลายเป็นว่ามันพุ่งขึ้นสูงลิ่วแบบนี้ มันก็น่าแปลกใจอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ คังวูจินจึงขมวดคิ้วพลางตะโกนออกไปในมิติว่างเปล่าอันมืดมิด
“เฮ้! นี่มันแปลก ๆ นะเว้ย! มันถูกต้องแล้วจริง ๆ เหรอ?”
เขาพยายามพูดคุยกับหญิงสาวเจ้าของน้ำเสียงเหมือนหุ่นยนต์ แต่ก็เหมือนเช่นเคย ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ดังมาจากมิติว่างเปล่าอันกว้างใหญ่ไพศาล ทำไมไม่ตอบสักคำล่ะ? คังวูจินบ่นพึมพำพลางลูบคาง
‘ตอนที่เกิดเรื่องเงินลงทุน ระดับมันตกลงไปถึง C แล้วข่าวก็แพร่ออกไปทั่ว สถานการณ์มันต้องแย่ลงกว่าเดิมสิ ทำไมอยู่ ๆ ถึงกลายเป็นระดับ S+ ได้’
ในตอนนี้ ระดับ S+ ถือเป็นระดับสูงสุดในมิติว่างเปล่า อ้างอิงจากนิติจิตวิทยาที่ระดับ S และ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ที่ระดับ S+ สำหรับ ‘บุปผาเร้น’ นี่นับเป็นการปรากฏตัวครั้งที่สาม แต่กลับมีพฤติกรรมต่างจากนิติจิตวิทยาและเกาะแห่งผู้สูญหายโดยสิ้นเชิง
‘แบบนี้มันแปลกชัด ๆ’
แต่ในอีกมุม วูจินก็อดคิดไม่ได้ว่ามิติว่างเปล่าสุดพิสดารพันลึกแห่งนี้อาจมีข้อผิดพลาด เขาตัดสินใจลองเสี่ยงดู
“ออก”
หลังจากออกจากมิติว่างเปล่า วูจินก็กลับเข้าไปใหม่ ทว่าระดับของ ‘บุปผาเร้น’ ที่แสดงบนสี่เหลี่ยมสีขาวยังคงเดิม นั่นคือระดับ S+ วูจินเกาหัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจ
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ-”
ไม่รู้สิ ยิ่งคิดคังวูจินก็รู้สึกเหมือนยิ่งจมดิ่งลงไปในกองโคลน เขาจึงตัดสินใจ
“เฮ้อ ช่างแม่งเหอะ ปล่อยไปเถอะ ยังไงตอนนี้ฉันก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี”
วูจินหยุดครุ่นคิด เขาเลือกที่จะปล่อยมันไปตามธรรมชาติ ถ้ามีปัญหาอะไรเดี๋ยวพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้มันก็คงเปลี่ยนเอง นั่นแหละขณะที่พยายามปลอบใจตัวเองด้วยความคิดตื้น ๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดลึก ๆ ว่า
‘หรือว่ามีเรื่องอะไรบางอย่างที่ฉันไม่รู้กำลังเกิดขึ้นอยู่?’
ไม่ว่าจะมองยังไง โอกาสที่มิติว่างเปล่าจะมีข้อผิดพลาดก็น้อยมาก แต่ถ้ามันไม่เปลี่ยนแปลงและ ‘บุปผาเร้น’ ยังคงอยู่ที่ระดับ S+ มันก็ถือว่า ‘โคตรดี’ สำหรับเขา แม้จะรู้สึกติดใจอยู่นิดหน่อยก็ตาม
“ออก”
คังวูจินออกจากมิติว่างเปล่าและกลับสู่รถตู้ในโลกแห่งความเป็นจริง เขาถอนหายใจเบา ๆ และพึมพำกับตัวเอง
“ระดับน่าจะพรุ่งนี้ค่อยมาดูกันอีกทีนะ แต่ถ้าไม่เปลี่ยนเลยก็ดีที่สุด”
ในตอนนี้ เขาไม่มีทางล่วงรู้หรอกว่าเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่ ไม่ใช่เกาหลี แต่เป็นของญี่ปุ่นกำลังเคลื่อนไหวอยู่
และในตอนนั้นเอง
-ตืด ตืด
โทรศัพท์มือถือของเขาที่วางอยู่ข้าง ๆ สั่นยาว คังวูจินจึงหันไปมองตามแรงสั่น ผู้ที่โทรเข้ามาปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ
“ผู้กำกับเคียวทาโร่?”
ผู้กำกับเคียวทาโร่อยู่ที่ญี่ปุ่น คังวูจินมั่นใจว่าที่โทรมาแบบนี้ต้องเป็นเพราะสถานการณ์ของ ‘บุปผาเร้น’ ที่แย่ลงแน่ ๆ
ยังไงซะเขาก็ต้องรับอยู่ดี
-กึก
คังวูจินกระแอมปรับเสียง ก่อนจะยกโทรศัพท์มือถือแนบหู
“ครับ ผู้กำกับ”
ณ บริษัทภาพยนตร์ ‘โทเอ’ ที่ญี่ปุ่น
ในห้องประชุมของบริษัทที่รับผิดชอบการสร้างภาพยนตร์เรื่อง‘บุปผาเร้น’ ปรากฏร่างผู้กำกับเคียวทาโร่ ผมหงอกประปราย ใบหน้าแฝงรอยยิ้มจาง ๆ แต่โดยรวมแล้วกลับเต็มไปด้วยความกังวล เขาเพิ่งวางสายจากคังวูจินไป
“คุณวูจิน”
เสียงทุ้มต่ำของคังวูจินดังมาจากโทรศัพท์มือถือ คาดว่าตอนนี้น่าจะอยู่ที่เกาหลี
“ครับ ว่าไงครับ ผู้กำกับ”
ตัดสินใจยากจริง ๆ ผู้กำกับเคียวทาโร่พยายามจับความรู้สึกจากเสียงของคังวูจิน แต่ก็ล้มเหลว เขาถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยปากผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างช้า ๆ
“···คุณวูจิน ตอนนี้ที่ญี่ปุ่น ‘บุปผาเร้น’ ···”
“ใช่ครับ ได้ยินเรื่องมาบ้างแล้วครับ ผู้กำกับ” คังวูจินตอบรับ ก่อนที่ผู้กำกับเคียวทาโร่จะถอนหายใจอย่างปลง ๆ แล้วเล่าต่อ
“ใช่ครับ สถานการณ์มัน - ไม่สู้ดีอย่างที่คิดเลยตอนนี้สื่อใหญ่ ๆ ลงข่าวหน้าหนึ่งกันให้ควั่ก··· สื่อรองลงมาก็แค่ก็อปปี้แปะตาม ๆกัน”
“พอจะรู้ไหมครับ ว่าเรื่องมันรั่วไหลมาจากไหน”
“ก็ไม่รู้น่ะสิครับ มันกระจายเร็วมาก จนระบุต้นตอยาก ผมเองก็ประมาทไปหน่อย คิดว่าน่าจะเป็นพวกนักลงทุนที่ถอนตัวไปล่ะมั้ง ถึงจะให้สัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับก็เถอะ แต่ดูท่าทางคงไม่เป็นอย่างที่ตกลงกันไว้”
ผู้กำกับเคียวทาโร่พึมพำพลางหันไปมองแท็บเล็ตที่วางอยู่ตรงหน้า ภาพข่าวเกี่ยวกับ ‘บุปผาเร้น’ เรียงรายเต็มหน้าเว็บไซต์พาดหัวข่าวก็ล้วนแต่ยั่วยุน่าสนใจทั้งนั้น
“ตอนนี้สื่อก็ปล่อยข่าวลือเรื่องความขัดแย้งภายในกองถ่าย แถมยังมีข่าวเต้าอีกเพียบกว่าจะรู้ตัว อีกหน่อยข่าวก็คงกระจายไปไกลจนแก้ไขอะไรไม่ทันแล้วล่ะครับ”
“···อย่างนั้นเหรอครับ?”
“ครับ ถึงแม้ว่าข่าวจะเงียบไปเองเมื่อเวลาผ่านไปก็เถอะ”
“ถ้ามีประเด็นใหม่ ๆ โผล่ออกมาอีก เรื่องมันอาจจะบานปลายกว่านี้ก็ได้นะครับ”
“ใช่ครับ ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ที่แย่ไปกว่านั้นคือนอกจากนักลงทุนที่ถอนตัวไปแล้ว เงินทุนที่เหลืออยู่ก็เริ่มไม่มั่นคงแล้วด้วย ถึงจะยังไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ ก็เถอะ···”
ผู้กำกับเคียวทาโร่เว้นช่วงท้ายประโยคด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเขาไม่แน่ใจนัก แต่ถ้ากระแสต่อต้านภาพยนตร์ 『บุปผาเร้น』ยังรุนแรงแบบนี้คงไม่แคล้วที่เหล่านักลงทุนที่เหลืออยู่จะถอนตัว พวกนักแสดงเองก็เช่นกันเมื่อเวลาผ่านไปความหวังริบหรี่ลงทุกทีใบหน้าของผู้กำกับเคียวทาโร่จึงฉายแววหม่นหมอง
เพราะต่อให้พยายามหาเงินทุนมาเติมเท่าไหร่ช่องโหว่ก็มีแต่จะขยายใหญ่ขึ้น
“เรื่องที่ผมแจ้งเลื่อนกำหนดฉายไปก่อนหน้านี้จากต้นปีหน้าอาจจะต้องขยายไปเป็นกลางปีหน้า”
ผู้กำกับเคียวทาโร่เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงลำบากใจพลางลูบผมสีดอกเลาของตัวเอง
“แบบนี้ภาพลักษณ์ของคุณวูจินอาจจะเสียหายมากนะครับ เพราะสถานการณ์แบบนี้สื่อและความเห็นของคนดูน่าจะโจมตีคุณวูจินหนักที่สุด”
ฝั่งคังวูจินที่อยู่ปลายสายตอบกลับมาเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วยน้ำเสียงสุขุม
“เข้าใจแล้วครับ”
“ตอนนี้ชื่อของคุณวูจินถูกโยงไปกับข่าวเสีย ๆ หาย ๆ เยอะมากเพราะงั้น… ผมเลยอยากโทรมาถามความเห็นของคุณวูจินโดยตรง สถานการณ์มันแย่ลงเรื่อย ๆ นะครับ นักแสดงคนอื่นก็เริ่มตีตัวออกห่างแล้ว ตอนนี้ต่อให้คุณวูจินจะถอนตัวผมก็เข้าใจ ความผิดมันอยู่ที่ผมเอง”
ผู้กำกับเคียวทาโร่อยากให้คังวูจินปลอดภัยก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ไปกว่านี้ แน่นอนว่าเขายังต้องการคังวูจิน ไม่สิแค่มีคังวูจินอยู่ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหาส่วนนักแสดงนำคนอื่นหาใหม่ก็ได้
แต่นั่นก็เป็นเพียงความต้องการเห็นแก่ตัวของผู้กำกับเคียวทาโร่เพียงฝ่ายเดียว
วูจินมองไม่เห็นลูกธนูแห่งคำประณามที่กำลังพุ่งตรงไปหาเขาได้อย่างไรกัน นี่มันไม่ใช่แค่ความโลภแล้ว นี่มันคือการยึดติด
“‘บุปผาเร้น’ จะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณแย่ลงไม่ได้นะ วูจิน คุณไม่ต้องกังวล พูดออกมาได้เลย ตอนนี้ถ้าคุณวูจินจะถอนตัว ก็พูดมาเถอะ”
“ไม่ครับ”
คังวูจินที่อยู่อีกฟากของโทรศัพท์ ดูไม่มีทีท่าว่าจะคิดแบบนั้นเลย เขาดูสงบนิ่ง
“ผมจะรอครับ”
“...”
“ที่สำคัญ ตอนนี้ถ้าผมถอนตัว มันก็เหมือนกับว่าผมยอมรับเรื่องไร้สาระที่สื่อเสนอออกมาน่ะสิครับ”
“แต่นั่น มัน… แต่ว่า…”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ถึงภาพลักษณ์ผมจะเสียหายบ้างก็เถอะ”
“แต่… วูจิน คุณเพิ่งจะผ่านช่วงเวลาที่ไม่มีชื่อเสียงมานาน คุณกำลังจะได้ฉายแสงแล้วนะ”
“ผมไม่ได้สนใจเรื่องแบบนั้นหรอกครับ ผมแค่อยากเล่น ‘บุปผาเร้น’”
ผู้กำกับเคียวทาโร่ถึงกับพูดไม่ออก
“ขอบคุณมากนะ จริง ๆ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมจะรออยู่แล้ว ถ้าผู้กำกับโอเคด้วยนะครับ”
“คุณ…ผมซาบซึ้งจริง ๆ”
“ครับ ถ้าอย่างนั้น ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ ผมมีตารางงานต่อ”
“โอเค โทรคุยกันใหม่นะ”
- ตุ๊ด
ผู้กำกับเคียวทาโร่วางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดภาษาญี่ปุ่นแทรกขึ้นมาจากฝั่งตรงข้ามของเขา
“วูจินว่าไงบ้างคะ อย่างที่คิด… ถอนตัวสินะคะ แต่ก็เข้าใจได้ค่ะ สถานการณ์ตอนนี้แย่มาก”
หญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 60 ปี ไม่สิ เธอคือ อากิริ นักเขียนเจ้าของบทประพันธ์เรื่อง‘บุปผาเร้น’ ต่างหาก
“ข่าวฉาวเพิ่งจะผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง สื่อก็เล่นงานวูจินซะแล้ว”
ความรู้สึกผิดอย่างรุนแรงฉายชัดในดวงตาของนักเขียนอาคาริ ผู้กำกับเคียวทาโร่ส่ายหัวช้า ๆ
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ คุณอาคาริ คุณวูจินบอกว่าจะรอ‘บุปผาเร้น’ ให้ได้เลยครับ เขาอยากเล่นเรื่องนี้มาก”
ดวงตากลมโตของนักเขียนอาคาริเบิกกว้างขึ้นทันที
“จริงเหรอ คุณวูจินพูดแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?”
“ครับ เขาบอกว่าไม่สนใจเรื่องภาพลักษณ์เสียหายเลย บอกแค่ว่ารอได้ ไม่ต้องห่วงเขา”
“คุณคังวูจินนี่ก็...ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี เขาเป็นมือใหม่ แต่ทำไมถึงมุ่งมั่นขนาดนี้”
“จริงครับ ผมเองก็เพิ่งเคยเจอเขาไม่นาน แต่ตั้งแต่ตอนประชุมเรื่อง‘บุปผาเร้น’ ครั้งแรก เขาดูจริงจังมาก ผมกำกับหนังมาหลายสิบปี เพิ่งเคยเจอนักแสดงแบบคุณวูจินนี่แหละครับ อย่างน้อยในญี่ปุ่นไม่มีแน่นอน”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนักเขียนอาคาริ
“งั้นฉันก็ไม่น่ามานั่งเสียใจอยู่แบบนี้เลย”
“ครับ คุณอาคาริ”
ผู้กำกับเคียวทาโร่ลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ
บทสนทนาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจผิด
“ในเมื่อนักแสดงที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้นยอมรอแล้ว ทำไมผมจะไม่มีกำลังใจล่ะ”
ตอนนี้ผู้กำกับเคียวทาโร่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ
ในทางกลับกัน ตรงกันข้ามกับความฮึกเหิมของผู้กำกับเคียวทาโร่ ‘บุปผาเร้น’ ในญี่ปุ่นกลับ
『สวยแต่รูปจูบไม่หอม? 「บุปผาเร้น」ประสบปัญหาเงินทุน』
『ผลลัพธ์จากความดื้อรั้นของผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนะงูจิ เขาไม่ควรเมินเฉยต่อเสียงของแฟน ๆ ต้นฉบับ』
แทบไม่ต่างอะไรกับงานที่กำลังจะล่มสลาย ปัญหาเรื่องเงินทุนที่ปะทุขึ้นในวันที่8 ลุกลามอย่างรวดเร็ว
『ปัญหาที่ไม่เคยหยุด 「บุปผาเร้น」 หรือว่าจะเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่เกินไป? นักลงทุนกำลังถอนทุน』
ก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป เพราะสื่อใหญ่ ๆ เป็นคนนำเรื่องราว ทำให้กระแสแรงกว่าครั้งก่อน
หรือว่าจะเป็นเพราะแบบนั้นนะ?
ไม่นาน สื่อขนาดกลางและเล็กก็ตามมาติด ๆ
ประเด็นร้อนแรงนี้ติดอันดับหนึ่งในหมวดข่าวบันเทิงของเว็บไซต์ยอดนิยมของญี่ปุ่นนานถึง 8 วัน เขย่าประเทศญี่ปุ่นไปทั่ว เพราะ 「บุปผาเร้น」เป็นประเด็นร้อนแรงอยู่แล้ว พอมีเหยื่อให้เล่นงาน สื่อและกระแสสังคมก็เปลี่ยนท่าทีทันที พวกเขาเริ่มจู่โจมอย่างรวดเร็ว
『เงินทุนรั่วไหล 「บุปผาเร้น」 ผู้เกี่ยวข้องเผย “บทภาพยนตร์อาจมีปัญหา” 』
『ความท้าทายสุดเสี่ยงของ「บุปผาเร้น」 สุดท้ายลงเอยด้วยการถอนทุน! 』
ถ้าจะพูดให้ถูก สื่อก็แค่ฉวยโอกาสตอนที่สถานการณ์เป็นใจ ส่วนกระแสสังคมก็มีฝ่ายต่อต้านที่ซ่อนตัวอยู่ พอถึงเวลาพวกเขาก็เผยตัวออกมาอย่างเปิดเผย
พอเข้าวันที่9 ข่าวลือไร้มูลความจริงก็เริ่มผุดขึ้นมา
ข่าวลือเรื่องความบาดหมางระหว่างนักแสดง ความเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างนักลงทุนกับคุณเคียวทาโร่ นักเขียนอาคาริที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ข่าวฉาวโคมลอยของคังวูจิน และอื่น ๆ อีกมากมาย
『คังวูจินจาก 「บุปผาเร้น」 ขัดแย้งกับนักแสดงคนอื่น? การสร้างภาพยนตร์จะล้มเหลวหรือไม่』
「บุปผาเร้น」กำลังสั่นคลอนจากข่าวที่บิดเบือนมากมาย ชาวญี่ปุ่นเองก็ตื่นเต้นกับเรื่องนี้ไม่แพ้กัน
-รู้อยู่แล้วเชียว! ก็ตั้งแต่แรก การเอาเด็กใหม่จากเกาหลีมาเล่นบทนำมันก็ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว! แฟน ๆ นิยายต้นฉบับของ「บุปผาเร้น」 ก็คัดค้านกันแทบตาย!
แต่ในทางกลับกัน...
- บุปผาเร้น ข่าวเต็มไปหมดเลย! อ๊ะ! ฉันไม่ได้สนใจเลยนะ แต่เห็นบ่อย ๆ แบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะอยากดูเลย!
ไม่เคยมีครั้งไหนที่คนจะให้ความสนใจมากขนาดนี้ เหมือนระเบิดปรมาณูลูกใหญ่เลยล่ะ แปลกดีเหมือนกันนะ แม้'บุปผาเร้น'กำลังเจอกับวิกฤตครั้งใหญ่ แต่คนก็ยังพูดถึงกันไม่หยุด คังวูจินประกาศตัวว่าเป็น'นักแสดงหน้าใหม่ของเกาหลี' ก็ยังไม่ดังเปรี้ยงปร้างเท่านี้
นี่แหละ พลังของสื่อที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเร้าใจ
เพราะเรื่องแซ่บ ๆ ย่อมดึงดูดใจกว่าเรื่องจืดชืดเป็นไหน ๆ ไงล่ะ ยังไงก็เถอะ ผ่านไปสองวัน จนถึงวันที่10 'บุปผาเร้น' ก็ยังได้อานิสงส์จาก 'กระแสโฆษณาแบบไม่ได้ตั้งใจ' ครั้งนี้อยู่ และแน่นอนว่าชื่อของคังวูจินก็ถูกพูดถึงอย่างล้นหลาม
มองในแง่ความเป็นจริง สถานการณ์แบบนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายสำหรับวูจินเลย
『คังวูจินจะออกมาแสดงความคิดเห็นอย่างไร กับกระแสความสนใจที่พุ่งขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะ? 』
ต่อให้ 'บุปผาเร้น'จะล้มเหลวจริง ๆ สำหรับคังวูจิน มันก็แค่ผลงานชิ้นหนึ่งที่หายไปเท่านั้น เพราะยังไงซะ ตอนนี้เขาก็ดังเป็นพลุแตกที่ญี่ปุ่นไปแล้ว
ณ เวลานั้นเอง...
“PDคะ! เห็นข่าว 'บุปผาเร้น' หรือยังคะ?! เรื่องมันใหญ่แล้วนะ?!”
'รายการคุยหลังฝน! ' เพิ่งถ่ายทำกับคังวูจินเสร็จตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงตัดต่อ ทีมงานเลยแตกตื่นกันใหญ่ แต่PDชินโจผอมกะหร่องกลับ...
“รู้น่า เห็นแล้ว”
“แบบนี้ เราหยุดทุกอย่างไว้ก่อนดีไหมคะ รอดูสถานการณ์?”
“ทำไมล่ะ ผมว่าถ้างี้ ออกอากาศไปเรตติ้งพุ่งกระฉูดแน่ ๆ”
เขาตัดสินใจแล้วว่ามันค่อนข้างดี 『บุปผาเร้น』ที่วัน ๆมีแต่เรื่องอื้อฉาว ย่อมกลายเป็นประเด็นดังไปถึงเกาหลีอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ที่เกาหลีกลับมองต่างออกไป เหมือนเป็นคนนอกที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ
『[ข่าวเด่น] ‘คังวูจิน’ ดาวรุ่งพุ่งแรง โดน ‘บุปผาเร้น’ เท! หนังญี่ปุ่นเรื่องแรกเจอวิกฤต 』
『 ‘บุปผาเร้น’ ทุนสร้างหายวับไปกว่าครึ่ง แหล่งข่าวเผยหลังจากนี้การลงทุนคงจะยิ่งยากขึ้น 』
แม้จะมีการคาดเดาไปต่าง ๆ นานา แต่ที่เกาหลีกลับไม่ค่อยรู้สึกอะไร เหมือนกับคนทั่วไปที่ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย บทความข่าวที่เต็มไปด้วยคอมเมนต์SNS และปฏิกิริยาต่าง ๆ ที่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว ล้วนสื่อความหมายในทางเดียวกัน
- เอ๋ ? เกิดอะไรขึ้นเนี่ย หนังญี่ปุ่นเรื่องนั้นจะล่มสลายแล้วเหรอ? แย่จัง…
ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไร แต่คนที่เป็นศูนย์กลางของเรื่องอย่างคังวูจิน
『[ข่าวเด่นดาราดัง] ญี่ปุ่นระส่ำ ‘บุปผาเร้น’ ส่อแววล้มเลิกโปรเจกต์ ‘คังวูจิน’ กลับนิ่งเฉย』
กลับเงียบสงบ
เช้าวันที่12กันยายน ณ สตูดิโอถ่ายทำโฆษณาแห่งหนึ่ง
เวลาประมาณ 9 โมงเช้า ทีมงานหลายสิบชีวิตกำลังยุ่งกับการจัดเตรียมฉาก ผู้กำกับโฆษณานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ซึ่งเต็มไปด้วยจอมอนิเตอร์หลายจอ
“ผมว่าแบบนี้น่าจะดีกว่าครับ ตรงนี้ที่ต้องใส่กางเกงยีนส์วิ่งน่ะครับ ผมว่าถ้าถอดเสื้อน่าจะเวิร์กกว่านี้นะ”
เขากำลังเอาสตอรี่บอร์ดโฆษณาให้ผู้ชายผมเปียดู และแน่นอนว่าคน ๆ นั้นคือ ชเวซองกุน
“อืม ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ เพราะตอนแรกไม่ได้คุยกันแบบนี้”
“ผมรู้ครับ เดี๋ยวทีมลูกค้าจะเข้ามา เราก็ลองคุยกันอีกที แต่อยากถามความเห็นคุณวูจินดูก่อนน่ะครับ ผมว่าถ้าถอดเสื้อนะ กางเกงยีนส์จะยิ่งดูเด่นขึ้นอีกเยอะเลย”
แต่อย่างที่รู้กัน งานโฆษณาครั้งนี้ คังวูจินคือตัวชูโรง ทว่าตอนนี้วูจินกลับไม่อยู่ในกองถ่าย เขาอยู่ในรถตู้ที่จอดอยู่ตรงลานจอดรถ และก็ไม่ได้อยู่คนเดียว ชายร่างสูงที่มาพร้อมกับหนวดเคราที่นาน ๆ ทีจะได้เห็น นั่นก็หมายความว่าในรถตู้คันนั้น นอกจากคังวูจินแล้วยังมีซงมันวู PDมากฝีมือจากซีรีส์เรื่อง'นิติจิตวิทยาเสเพล' นั่งอยู่ด้วย
- ฟึบ
คังวูจินเพิ่งเปิดเอกสารบาง ๆ สองชุด ที่ได้รับมาจากซงมันวู ชุดแรกเป็นเอกสารที่หน้าปกมีข้อความเขียนเอาไว้ว่า
- เรื่องย่อ
วูจินที่กำลังอ่านบรรทัดแรกด้วยสีหน้าเรียบเฉย หันไปมองซงมันวูที่นั่งข้าง ๆ พร้อมกับกลืนน้ำลายด้วยความประหม่าเล็กน้อย
“คุณPDซงครับ พระเอกเรื่องนี้”
“อ่า ใช่ครับ”
ซงมันวูพยักหน้ารับรัว ๆ
“พระเอกมีอาชีพเป็นเชฟ เป็นเชฟจริง ๆ เลยครับ”
จบ