เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 135 ผู้หนุนหลัง (3)

บทที่ 135 ผู้หนุนหลัง (3)

บทที่ 135 ผู้หนุนหลัง (3)


[\แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร\มาติดตามในแฟนเพจ\เพื่อติดตามข่าวสารได้นะ\]

[\Thai-novel \ลงไวกว่าที่อื่น\ทุกที่ 5 ตอน\แต่จะราคาแพงที่สุด\]

[\หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง จะแก้ไขแบบเทียบคำต่อคำให้ตรงตามหลักไวยากรณ์ อ่านแบบเทียบภาษาต้นฉบับคำต่อคำ ซึ่งถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ\100คน\ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ซึ่งถ้ารู้ว่าหลุดจากที่ไหนก็จะไม่แก้ไขตรงเว็บนั้นครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบเวอร์ชั่นแรกไปนะครับ\]

บทที่ 135 ผู้หนุนหลัง (3)

'พ่อค้ายาเสพติด' ฉายรอบปฐมทัศน์ หรือจะพูดให้ถูกก็คือรอบทดสอบและฉายแบบปิดให้ดูกันก่อน มีคังวูจินที่มารับบทสมทบ จินแจจุนที่มารับบทนำใน'พ่อค้ายาเสพติด'รวมถึงนักแสดงนำคนอื่น ๆ ผู้กำกับคิมโดฮี ทีมงานเบื้องหลังอย่างผู้กำกับภาพ ฝ่ายแคสติ้งทีมงานจากบริษัทหนังรวม ๆ แล้วกว่า 30 ชีวิต ต่างก็จับจ้องอยู่ที่หน้าจอขนาดใหญ่ตรงหน้า

-[และ คังวูจิน]

บนจอที่เพิ่งจะขึ้นชื่อคังวูจินเมื่อครู่ตอนนี้ชื่อของเขาได้เลือนหายไปราวกับควันจังหวะดนตรีที่เคยยิ่งใหญ่แปรเปลี่ยนเป็นจังหวะเร้าใจที่ดังกระหึ่มราวกับอยู่ในผับ

-♬♪

จากหน้าจอสีดำสนิทก็ปรากฎภาพไนต์คลับขึ้นมา มันคือภาพในอดีต ไม่ใช่ปัจจุบัน ผู้คนมากมายกำลังเต้นรำตามจังหวะดนตรี แต่การแต่งกายของพวกเขากลับดูเชยและล้าสมัย ก็แน่ล่ะ เพราะฉากหลังของ'พ่อค้ายาเสพติด' คือปี 1999 นี่นะ

สถานที่ถ่ายทำคือปูซาน

ไม่นานมุมกล้องก็แพนตามแผ่นหลังของบาร์เทนเดอร์ที่กำลังเดินไปจุดหมายปลายทางของเขาคือห้องๆ หนึ่งภาพบนจอฉายให้เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเมาแอ๋ ที่สำคัญในห้องนี้ไม่ได้มีแค่สุรา แต่ยังมียาเสพติดที่แอบลักลอบนำเข้ามาผสมในสุราส่งตรงมาถึงปูซาน

พวกผู้ชาย ผู้หญิงที่อยู่ในห้องต่างก็หลงระเริงไปกับบรรยากาศ

ทันใดนั้นเองประตูห้องก็ถูกเปิดผ่าออกมา

[ "ไอ้พวกโง่เอ๊ยสนุกกันใหญ่เลยนะ" ]

ชายหนุ่มที่คาบบุหรี่ในปากปรากฏตัวขึ้นเขาคือตำรวจจองซองฮุน ตัวละคร 'พ่อค้ายาเสพติด' ที่รับบทโดยจินแจจุน จองซองฮุนที่ปรากฏบนหน้าจอให้ลุคแบดบอย เขาสูบบุหรี่อย่างใจเย็นก่อนจะตะโกนออกมาเสียงดังลั่น

[ "เจ้าของร้านอยู่ไหนวะ! ไอ้แท! ไอ้คิมดงแท!!" ]

ทันใดนั้นมุมกล้องก็เปลี่ยนไป ชายคนหนึ่งในชุดสูทกำลังวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ภาพตัดไปที่จองซองฮุนหน้าห้องอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นมาถึงและทำท่าอ่อนวอนกับจองซองฮุน

[ “โอ้ย คุณตำรวจครับ ถ้ามาถึง แล้วก็มาหาผมตรง ๆ เลยสิครับ ทำไมต้องตามมาให้เมื่อยตุ้มต่อมด้วยล่ะครับ? เชิญทางนี้เลยครับ ผมขอตัวไปหยิบบุหรี่แป๊บนึงนะครับ” ]

ชายคนนั้นยัดอะไรบางอย่างใส่กระเป๋าเสื้อของจองซองฮุน มันคืออะไรไปไม่ได้ นอกจากเงิน มุมกล้องซูมไปที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของจองซองฮุน

[ “ทำไมกระเป๋าฉันมันเบา ๆ อย่างนี้นะ?” ]

ชายคนนั้นยัดเงินใส่กระเป๋าอีกข้าง

[ “นี่ ๆ ยัดให้หนัก ๆ แล้ว งั้นไปดื่มกาแฟกันดีไหมครับ? ผมสั่งเด็กก้นงอนไว้ให้แล้วนะ” ]

จองซองฮุนถูกชายคนนั้นลากไป หรือแกล้งทำเป็นถูกลากไป จากนั้นหน้าจอก็ดับวูบ เสียงผู้ประกาศข่าวก็ดังขึ้น

[ “พ่อค้ายาเสพติดกำลังระบาดหนักในปูซาน” ]

จากนั้น ภาพข่าวก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับบรรยายใต้ภาพเป็นสีขาว อธิบายสถานการณ์ในปี 1999 จากตรงนี้ จังหวะของ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็เริ่มเร่งขึ้นทีละน้อย

เช่นนั้นแล้ว ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็เพิ่มความเร็ว

ในมุมมองของจองซองฮุน เมื่อตัวละครเพิ่มขึ้น เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นมากมาย

ความตึงเครียดและความกดดันที่สัมผัสได้

‘พ่อค้ายาเสพติด’ เดินเรื่องมาถึงช่วงกลางเรื่องด้วยเรื่องราวที่ไม่อาจละสายตาได้ ในตอนนี้ บนจอฉายภาพท้องฟ้ามืดครึ้ม และไม่นานฝนก็เริ่มตก เสียงฝนเทลงมาอย่างหนัก

-บรืนนน

ฉากตัดไปที่รถยนต์สี่ประตูคันสุดท้าย ประตูฝั่งคนขับเปิดออก ชายหนุ่มในชุดสูทก้าวลงมาจากรถ ปกคอเสื้อเชิ้ตเปิดออกเผยให้เห็นรอยสักคำว่า ‘อีซังมัน’ ที่หน้าอกเพียงครึ่งเดียว เขาคือหัวหน้าแก๊ง ‘อีซังมัน’

คังวูจินปรากฏตัวครั้งแรก

-♬♪

เสียงดนตรีประกอบของอีซังมันดังขึ้นเป็นทำนองหนัก ๆ ดุดัน แต่แฝงความโศกเศร้า วูจินที่นั่งไขว้ห้างอยู่กลางห้องฉายหยุดนิ่ง

“······”

ภายนอกเขายังคงนิ่งเฉย แต่ภายในใจกลับกำลังตื่นเต้น

‘โอ๊ย! นั่นฉันนี่หว่า!’

ตอนถ่ายทำเขาก็เห็นตัวเองในมอนิเตอร์ของผู้กำกับแล้ว แต่พอได้มาเห็นฉบับสมบูรณ์บนจอใหญ่แบบนี้ ก็รู้สึกเขินขึ้นมาเป็นสิบเท่า

แต่พอก้มมองอีกที

‘······เออ แต่ก็เท่ดีเหมือนกันนะ ไม่เชื่อก็ลองดูสิ’

เขาก็เผลอหลงตัวเองเบา ๆ ต่างจากคนอื่น ๆ ที่ตอนนี้กำลังซุบซิบกันเซ็งแซ่ตั้งแต่ที่อีซังมันโผล่มา

“แบบนี้สิ- ถึงเรียกว่าเล่นตัวละครอีซังมันได้อยู่หมัด”

โดยเฉพาะเหล่าทีมงานจากบริษัทหนังที่ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ

“ช่วงแรก ๆ ก็มีผ่อนมีเร่ง สลับกันไป พออีซังมันโผล่มาปุ๊บ ดึงความสนใจคนดูได้อยู่เลย แฮะ”

“ผู้กำกับคงจงใจให้ออกมาเป็นแบบนี้ล่ะมั้ง”

และเสียงชื่นชมก็ยิ่งดังขึ้น เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงช่วงกลางและตัวละคร ‘พ่อค้ายาเสพติด’ อย่างอีซังมัน เริ่มแสดงความน่าสะพรึงกลัวออกมา

“แสดงได้สุดยอดมาก”

“คงเป็นเพราะเมคอัพด้วยแหละมั้ง แต่การแสดงให้เห็นถึงความวิปลาสของอีซังมัน มันแบบ······ โอ้โห”

“ตอนนี้วูจินเขากำลังดังด้วย ถ้าออกมาดี ๆ บทตัวร้ายแบบนี้อาจจะเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของเขาเลยก็ได้นะ”

“การแสดงระดับนี้ พอหนังเข้าฉาย วูจินอาจจะมีข่าวลือแปลก ๆ ว่าเคยเล่นยาเสพติดจริง ๆ รึเปล่าก็ได้นะ??”

เรียกได้ว่าเป็นการแสดงที่ครอบงำทุกสายตาอย่างแท้จริง

“เอาน่า ไม่หรอกมั้ง”

จากนั้น

ทีมงานของ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นการฉายรอบปฐมทัศน์แบบปิด ก็เริ่มดำเนินการเตรียมฉายภาพยนตร์ในทันที

『[คุยข่าวภาพยนตร์] ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ผลงานแสดงของจินแจจุน คังวูจิน และนักแสดงท่านอื่น ๆ ใกล้เสร็จสิ้นขั้นตอนหลังการถ่ายทำ เตรียมเข้าฉายภายในเดือนตุลาคมนี้! / ภาพ』

พวกเขาระดมจองโรงภาพยนตร์ พร้อมกับเริ่มต้นแผนการประชาสัมพันธ์ที่วางไว้ ในขณะเดียวกัน ตัวอย่างและคลิปวิดีโอที่เกี่ยวข้องกับ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ก็ถูกเผยแพร่ออกมาพร้อมกัน

-【[พ่อค้ายาเสพติด]】ตัวอย่างอย่างเป็นทางการครั้งแรก|พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษ

แน่นอนว่าฝั่งญี่ปุ่นก็ยังคงครึกครื้นไปด้วยกระแสของ ‘บุปผาเร้น’

『 ‘บุปผาเร้น’ บทบาทนำที่「คังวูจิน」 ได้รับคืออะไร? ข่าวลือแพร่สะพัดในกลุ่มแฟนคลับ』

กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคังวูจิน

ไม่ใช่แค่ตารางงานที่แน่นเอี๊ยดจากการโปรโมตผลงานที่ญี่ปุ่น แต่กระแสความโด่งดังที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้เขามีกิจกรรมที่ต้องทำมากขึ้นไปอีก แม้ว่า ‘พ่อค้ายาเสพติด’ จะเพิ่งผ่านพ้นการฉายรอบปฐมทัศน์แบบปิดไปด้วยดี แต่คังวูจินก็ไม่มีเวลาได้พักผ่อน ตารางงานต่างรุมเร้าเข้ามาไม่หยุดหย่อน เริ่มจากการถ่ายทำโฆษณาที่ค้างคามากมาย

『[คุยข่าวดารา] ‘MxDonald’ ยิ้มแก้มปริ ผลตอบรับจากโฆษณา ‘คังวูจิน’ ดีเกินคาด! ยืนยันต่อสัญญาเป็นที่เรียบร้อย』

ไม่ว่าจะเป็น ‘MxDonald’ ที่จากเดิมเซ็นสัญญาระยะสั้น ก็เปลี่ยนมาเป็นสัญญาระยะยาว รวมไปถึงสัญญาโฆษณาเสื้อผ้าแบรนด์ใหม่ ๆ อีกมากมาย คังวูจินคือคนดังที่ฮอตที่สุดในประเทศตอนนี้ แน่นอนว่าวงการโฆษณาไม่มีทางปล่อยเขาไปง่าย ๆ อย่างแน่นอน

『 ‘บลูชิปแห่งวงการโฆษณา’ คังวูจิน คว้าอันดับ 1 แบรนด์พรีเซ็นเตอร์ประจำเดือนสิงหาคม! 』

ไม่ว่าจะระยะสั้นหรือระยะยาว ตอนนี้ คังวูจิน เซ็นสัญญาโฆษณาไปแล้ว มากกว่า 10 ตัว แถม...

『[ตามล่าหาความจริง] แบรนด์เสื้อผ้าต่าง ๆ จับตามอง ‘กระแสแห่งสัตว์ประหลาด’ คังวูจิน หากเขาใส่เมื่อไหร่ ยอดขายถล่มทลาย? 』

ผลตอบรับสินค้าที่คังวูจินเป็นนายแบบก็ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสื้อผ้า นี่คือความสามารถของฮันเยจอง เสื้อแจ็กเก็ตหรือกางเกงยีนส์จากโฆษณาและสปอนเซอร์ที่อัปโหลดลงโซเชียลมีเดียของวูจินมียอดขายพุ่งสูงอย่างน่าเหลือเชื่อ

ดังนั้น...

-กางเกงยีนส์คังวูจิน คุณภาพดีเหมือนกันนะเนี่ย 55555

-เสื้อแจ็กเก็ตยีนส์คังวูจินที่ซื้อเมื่อวาน ใส่จริง.jpg

ปรากฏการณ์ที่ประชาชนต่างพากันเติมคำว่า ‘คังวูจิน’ ต่อท้ายสินค้าเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายแม้แต่พิมพ์ค้นหาว่า ‘กางเกงยีนส์คังวูจิน’ สินค้าชิ้นนั้นก็ปรากฏขึ้นมาเลยทีเดียว

『ตั้งแต่ปรากฏตัวครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน ‘เส้นทางสุดปัง’ มีโฆษณากี่ตัวแล้วเนี่ย? รายได้คาดการณ์ของคังวูจินอยู่ที่เท่าไหร่? 』

เพราะแบบนี้ เงินในบัญชีของวูจินถึงได้เพิ่มพูนขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทว่า คังวูจินกลับไม่มีเวลาแม้แต่จะใช้เงิน

“วันนี้จะอัดเสียงทั้งหมดสองเพลง แบ่งเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น รวมเป็นสี่เพลงครับ! เหมือนอย่างเคยนะครับ รบกวนด้วยครับ!”

“ครับ คุณPD”

“ถ้ามีเวลาเหลือจะถ่ายวิดีโอพูดคุยสั้น ๆ ด้วยนะครับ”

ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทำวิดีโอสำรองสำหรับช่อง ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ที่มียอดผู้ติดตามทะลุหนึ่งล้านไปแล้ว หรือจะเป็นการอัดเสียงพากย์ของ ‘เพื่อนชาย’ที่กำลังอยู่ในช่วงตัดต่อขั้นตอนสุดท้าย

『[เลิฟซีน] ‘เพื่อนชาย’ ซีรีส์สั้นโปรเจกต์ของNetflix ถึงจะเป็นซีรีส์สั้น แต่กระแสตอบรับในประเทศและญี่ปุ่นไม่ธรรมดา』

เกี่ยวกับเรื่องนั้น การโปรโมตทั้งออนไลน์และออฟไลน์ของ'เพื่อนชาย' ที่จับ 'เพื่อนชาย' มาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายแบบลงนิตยสาร การแจกลายเซ็นแฟนคลับที่เต็มไปด้วยจุดประสงค์แอบแฝง ล้วนมีมากมายจนไม่อาจกล่าวได้หมด

『คังวูจิน โบกมือให้แฟนคลับในงานอีเวนต์ 'เพื่อนชาย'/ภาพถ่าย』

วันเวลาผ่านไปราวกับติดปีกบิน

วันที่8กันยายน วันจันทร์ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

สถานที่คือสำนักงานเลขาฯ ซึ่งอยู่ติดกับห้องทำงานของประธานบริษัทบนชั้นสูงสุดของอาคารคาชิฮิกรุ๊ป ภายในห้องพื้นที่ส่วนตัวของเลขาฯ ดึงดูดสายตาด้วยร่างของหญิงสาวที่นั่งหลังตรงอยู่บนเก้าอี้ เธอคือเท็ตสึกะ ริริ หัวหน้าเลขาฯของประธานฮิเดกิ

ริริมีดวงตากลมโต ภาพลักษณ์โดยรวมดูเป็นผู้มีระเบียบ เธออุทิศตนทำงานเคียงข้างประธานฮิเดกิมานานกว่า 10 ปี จึงไม่แปลกที่บุคลากรในคาชิฮิกรุ๊ปแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเธอ

เบื้องหน้าของหญิงสาวเช่นนั้น

"หืม-"

มีแฟ้มใสหลายซ้อนวางอยู่ ภายในบรรจุข้อมูลของคังวูจิน ผู้กำกับเคียวทาโร่ และคนอื่น ๆ ที่ประธานฮิเดกิสั่งให้เธอสืบ ทว่า ถึงแม้จะได้รับคำสั่งตั้งแต่วันศุกร์ แต่เธอก็ยังไม่ขยับตัวทำอะไร

เหตุผลนั้นเรียบง่ายมาก

เพราะประธานฮิเดกิเปลี่ยนคำสั่ง ริริใช้นิ้วชี้เคาะแฟ้มใสเบา ๆ ก่อนจะไขว่ห้างอย่างผ่อนคลาย เธอนึกย้อนไปถึงตอนที่ประธานฮิเดกิเปลี่ยนใจ เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อเธอเข้าไปรายงานเรื่องเงินลงทุนในภาพยนตร์ 'บุปผาเร้น' กับประธานฮิเดกินั่นเอง

แปลกดี ประธานฮิเดกิแสดงท่าทีไม่พอใจเกี่ยวกับปัญหาของ ‘บุปผาเร้น’ แต่พอรู้ว่าเป็นเพราะเรื่องเงิน เขาก็สงบลงได้อย่างรวดเร็ว

จากนั้นเขาก็เอ่ยปากขึ้นมาว่า

“ถ้าเป็นเรื่องเงินก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่”

จากนั้นประธานฮิเดกิก็เริ่มวิเคราะห์ปัญหาอย่างใจเย็น

“แล้วปัญหาเรื่องเงินทุนที่ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง?”

“ทาง ‘บุปผาเร้น’ ไม่ได้เปิดเผยอะไรออกมา และเรื่องก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดค่ะ”

“ฉันรู้ ฉันแค่ถามความคิดเห็นเธอน่ะ”

“···ดูจากช่วงเวลาแล้ว ฉันคิดว่า คังวูจิน ที่ท่านให้ไปสืบเรื่องน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นค่ะ”

“หมายความว่า นักลงทุนไม่ชอบหน้าคังวูจินงั้นเหรอก็อย่างว่า เขาดังขนาดนี้ คนที่ไม่ชอบเขาก็ต้องมีบ้างล่ะนะ”

“ใช่ค่ะ แถมแฟนคลับที่เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ ‘บุปผาเร้น’ ก็ออกมาแสดงความไม่พอใจมากขึ้นเรื่อย ๆ คงเป็นเพราะพวกเขาไม่เห็นด้วยที่จะใช้นักแสดงเกาหลี แถมยังเป็นนักแสดงหน้าใหม่ มารับบทนำแบบนี้กระมังค่ะ”

“หรือบางทีพวกเขาอาจจะไม่พอใจตั้งแต่แรกแล้วก็ได้ ที่เลือกนักแสดงเกาหลีมา หรือไม่ก็ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงก็ได้”

ประธานฮิเดกิ แสดงท่าทีไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนจะส่ายหัว

“ทำไมไม่คิดกันนะ ยิ่งเป็นแบบนี้หนังยิ่งขายดี”

“แต่พอดูจากอิทธิพลของผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนะงูจิในญี่ปุ่น พลังของผลงานต้นฉบับของ ‘บุปผาเร้น’ รวมถึงประเด็นต่าง ๆ ฉันคิดว่าน่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องเงินทุนได้นะคะ”

“เธอคิดว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน”

“ถ้าเร็วก็คงประมาณ 2-3 เดือน ถ้าช้าหน่อยก็คงประมาณครึ่งปีค่ะ”

“อืม งั้นก็หมายความว่าแผนของเขาต้องล่าช้าออกไป และมีความเสี่ยงที่จะล้มเหลวด้วยสินะ”

ประธานฮิเดกิ ลูบคางพลางนึกถึงรอยยิ้มของหลานชาย

“เขาต้องผิดหวังมากแน่ ๆ”

“คะ?”

“ไม่สิ ที่จริงแล้ว ‘บุปผาเร้น’ ใช้ทุนสร้างทั้งหมดเท่าไหร่นะ”

“เท่าที่เช็คมา ต่ำกว่าสองร้อยล้านวอนค่ะ”

“ขาดไปเท่าไหร่”

“น่าจะราว ๆ ร้อยล้านวอนค่ะ”

“งั้นเหรอ?”

ประธานฮิเดกิพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยพึมพำเกี่ยวกับคังวูจินออกมา

“ถ้าอย่างนั้น ขอบใจแค่นี้ก็พอแล้ว ริริ เธอลองติดต่อไปทางค่ายหนังที่สร้าง ‘บุปผาเร้น’ แบบเงียบ ๆ แล้วบอกไปว่าฉันจะเป็นคนออกเงินให้เอง”

ริริกะพริบตาปริบ ๆ

“เอ่อ... หรือว่าท่านประธานจะขยายธุรกิจไปทางด้านวัฒนธรรมหรือค่ะ”

“อืม ตอนนี้ยังหรอก แต่บางครั้งธุรกิจก็ขยายตัวแบบคาดไม่ถึงเหมือนกันนะ”

ริริไม่เข้าใจเอาเสียเลย แต่เพราะประธานฮิเดกิมักจะมีมุมแปลก ๆ แบบนี้อยู่แล้ว เธอจึงปิดปากเงียบในทันที

“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้เลย”

ทันใดนั้นเอง

“อ่า รอก่อนสิ”

ประธานฮิเดกิที่ผมเริ่มมีสีขาวแซมลูบเคราของตัวเองพลางเรียกริริอีกครั้ง

“อย่าเพิ่งเข้าไปยุ่งตอนนี้เลย รอไปสักพัก ปล่อยให้มันมีปัญหาขึ้นมาก่อนจะดีกว่า ยังไงซะเราก็แค่อยากยื่นมือเข้าไปช่วย เพราะงั้นยิ่งผลลัพธ์มันยิ่งใหญ่มากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งดูดีมากขึ้นเท่านั้น”

จากนั้น ประธานฮิเดกิก็หัวเราะเบา ๆ พลางพึมพำกับตัวเอง เพราะตอนนี้เขามีแผนการอื่นในหัวแล้ว

- ผู้กำกับเคียวทาโร่ ทาโนะงูจิ ถึงจะช้าหน่อย แต่อย่างน้อยก็ต้องมีคนมาลงทุนให้สร้างหนังอยู่แล้ว แต่แบบนั้นมันจะธรรมดาเกินไปสำหรับฉันและสถานการณ์ตอนนี้ เพราะงั้นเราต้องสร้างให้มันใหญ่ก่อนสิ ทุกอย่างถึงจะดูยิ่งใหญ่สมเกียรติ -

สมกับเป็นคนที่สร้างคาชิฮิกรุ๊ปจนยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้ แม้จะอายุมากแล้ว แต่สมองยังคงแล่นเร็วเช่นเดิม

- ต้องทำให้พวกนั้นจดจำเกียรติของฉันให้ขึ้นใจ ในขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ ‘บุปผาเร้น’ ดังเป็นพลุแตกยิ่งกว่าเดิม แล้วก็ต้องใส่เรื่องราวเบื้องหลังยิ่งใหญ่กว่าเดิมเข้าไปอีก ไม่สิ เรียกว่าเป็นวิธีการดีกว่า -

ประธานฮิเดกิค่อย ๆ แหงนหน้าขึ้นสบตากับริริ เสียงของเขาดูสุขุม

"ปัญหาเรื่องเงินทุนที่กำลังเป็นข่าวลือ เรื่องนั้นเราก็แค่ปล่อยมันออกไปให้โลกรู้ก็สิ้นเรื่อง"

"เอ๋?"

"ฉันหมายถึง ให้ 'บุปผาเร้น' กลายเป็นประเด็นถกเถียงไงล่ะ ข่าวลือกับกระแสสังคมน่ะชอบเรื่องตื่นเต้นอยู่แล้ว"

"คุณหมายถึงใช้การตลาดแบบสร้างกระแส?"

"ก็คงคล้าย ๆ กัน แต่ต้องทำให้ดูไม่น่าสงสัย ค่อย ๆ ปล่อยข่าวออกไป เหมือนเราแค่เติมฟืนกับพัดให้ไฟลุกโชน จากนั้นก็วาง 'บุปผาเร้น' ไว้บนเขียง รอเวลาให้มันลุกเป็นไฟก็พอ"

ริริพยักหน้าเห็นด้วย เพราะกระแสของ'บุปผาเร้น' นั้นกำลังมาแรงอย่างหยุดไม่อยู่

"แบบนั้นช่องโหว่เรื่องเงินทุนก็จะยิ่งถูกปิดตาย"

"... พวกนั้นคงจะกลัวมากกว่าเดิมแน่ค่ะ"

"ใช่ ให้มันกักเก็บความกลัวไว้แบบนั้นจนกว่าจะถึงเวลา ที่สำคัญ เปลวไฟแห่งประเด็นร้อนแรงต้องลุกโชนถึงขีดสุด จากนั้นภาพลักษณ์ของเราที่เข้าไปอุ้ม 'บุปผาเร้น' ขึ้นมาจากหลุมก็จะสมบูรณ์แบบ"

ในที่สุดริริก็เริ่มเห็นภาพในหัว

"หลังจากนั้น คุณก็จะประกาศให้โลกรู้ว่าคาชิฮิ กรุ๊ปเป็นผู้ลงทุนใน'บุปผาเร้น' ใช่มั้ยคะ?"

ประธานฮิเดกิตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่แฝงไปด้วยความผ่อนคลาย

"ไม่หรอก เรื่องอะไรที่ฟันธงมันอันตรายไป แค่ปล่อยข่าวลือคลุมเครือว่าคาชิฮิ กรุ๊ปอยู่เบื้องหลัง 'บุปผาเร้น' หรือไม่ แค่นั้นก็พอแล้ว สร้างความสับสนให้พวกนั้น แค่นี้ก็มีผลทางการประชาสัมพันธ์เทียบเท่ากับงบประมาณปัจจุบันของเราแล้ว ทั้งเราและ 'บุปผาเร้น' ก็ได้ ประโยชน์ร่วมกัน"

"แล้วเรื่องลงทุนล่ะครับจะเก็บเงียบไว้แบบนี้เหรอคะ?"

"อืม...จะว่าอย่างนั้นก็ได้ เรื่องแบบนั้นค่อยมาว่ากันหลังจากดูผลลัพธ์ของ'บุปผาเร้น' ก็ยังไม่สาย ถ้าผลงานออกมาไม่ดีก็เก็บเรื่องนี้ไว้ ถ้าดีค่อยประกาศก็ได้ ภาพลักษณ์ของบริษัทที่กล้าลงทุนในธุรกิจวัฒนธรรมใหม่ ๆ มันก็ไม่เลวนะ"

รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของประธานฮิเดกิ ก่อนที่คำสั่งใหม่จะถูกเอ่ยขึ้น

“อืม อีกหนึ่งอาทิตย์ คอยดูกันไป ระหว่างนี้ก็รวบรวมข้อมูลของ ‘บุปผาเร้น’ ให้แน่นหนากว่านี้ เรื่องปล่อยข่าวเธอค่อยจัดการปล่อยเอาสัปดาห์หน้าก็ได้ เลือกสำนักข่าวใหญ่ ๆ เป็นหลัก ปล่อยแบบให้เป็นที่ฮือฮาหน่อยนะจะกำลังดี”

ริริกลับสู่ที่ของเธออีกครั้งกลับสู่โลกแห่งความจริง เธอตรวจดูวันที่ปรากฏบนหน้าจอโน้ตบุ๊ก มันผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว นับตั้งแต่ได้รับคำสั่งจากประธาน

ไม่นานนัก เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา

-กึก

ริริเริ่มติดต่อไปยังสำนักข่าวใหญ่ ๆ ที่เธอได้ตระเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

‘ได้เวลาแล้วล่ะ’

หลังจากนั้นในวันเดียวกัน ช่วงเวลาราว ๆ มื้อกลางวัน บทความเกี่ยวกับ ‘บุปผาเร้น’ ก็ปรากฏบนหน้าเว็บไซต์บันเทิง ซึ่งเป็นเว็บไซต์ยอดนิยมอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น

『[ข่าวพิเศษ] เกิดอะไรขึ้น? ภาพยนตร์มาแรงอย่าง 「บุปผาเร้น」 งบลงทุนกว่า 200 ล้านวอน สูญหายไปแล้ว กว่า 100 ล้านวอน! 』

พาดหัวข่าวปรากฏเด่นเป็นสง่าอยู่บนหน้าหลัก

สองชั่วโมงต่อมา ที่เกาหลี บริเวณจังหวัดบูยอง

เวลาประมาณ 14.00 น. ณ สตูดิโอถ่ายทำขนาดใหญ่ของ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ เหล่าทีมงานต่างวิ่งวุ่นกันไปมา แม้จะไม่ถึงขั้นตอน การอ่านบท แต่ดูเหมือนจะมีทีมงานอยู่ที่นี่ไม่ต่ำกว่า 40 คน ยิ่งไปกว่านั้น นักแสดงนำและนักแสดงสมทบของ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ก็อยู่กันพร้อมหน้า

เพราะวันนี้เป็นวันถ่ายทำโปสเตอร์ตัวอย่าง

โปสเตอร์ตัวอย่างนั้นแตกต่างจากโปสเตอร์อย่างเป็นทางการ มันคือตัวอย่างของโปสเตอร์ที่จะใช้ในการโปรโมตภาพยนตร์ระหว่างการถ่ายทำ โปสเตอร์ตัวอย่างจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพราะมันจะเป็นโปสเตอร์ที่เผยแพร่สู่สายตาสาธารณชนไปจนกว่าจะสิ้นสุดการถ่ายทำ

เอาเป็นว่า ในตอนนี้ คังวูจินนั่งอยู่ในรถตู้

‘รอก็รอมา 30 นาทีแล้วจะต้องรอกันอีกนานแค่ไหนกันนะ’

การถ่ายทำกำลังเตรียมพร้อม ทุกคนจึงอยู่ในช่วงรอคิว ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงรยูจองมินและนักแสดงคนอื่น ๆ ด้วย สิ่งที่น่าสนใจคือชุดที่คังวูจินสวมอยู่ ในตอนนี้

‘ว่าแต่ชุดทหารนี่มันยอดเยี่ยมไปเลยแฮะ เออ เด็ดจริง’

มันคือชุดทหารที่อยู่ในบ้านของวูจิน ซึ่งวูจินก็ได้แต่ขมวดคิ้วเพราะสัมผัสแข็ง ๆของรองเท้าบูททหารและความหยาบกร้านของชุดทหาร

-แคร้ง!

ทันใดนั้น ประตูหลังรถตู้ก็เปิดออก ชเวซองกุนเจ้าของผมทรงหางม้าก็โผล่หน้าเข้ามาพร้อมกับสีหน้าที่ค่อนข้างเครียด

“วูจิน งานเข้าแล้ว”

“มีเรื่องอะไรเหรอครับ?”

“ตอนนี้มีข่าวใหญ่เรื่องเงินลงทุนในญี่ปุ่นของ ‘บุปผาเร้น’ ที่ถูกถอนไป”

คังวูจินสบถอยู่ในใจทันที

‘โอ้ย บ้าเอ๊ย ไม่ได้บอกเหรอไงว่าถ้าเรื่องนี้แดงขึ้นมาจะซวย’

ในขณะเดียวกัน ชเวซองกุนก็พูดต่อ

“ตอนนี้มีข่าวเพิ่มเติมออกมาอีก สถานการณ์วุ่นวายมาก ตอนนี้ให้รู้ไว้ก่อนแล้วกันว่าเกิดอะไรขึ้น เอาเป็นว่าอีก 10 นาทีการถ่ายโปสเตอร์จะเริ่มแล้ว ไปเตรียมตัวได้แล้ว”

หลังจากพูดจบ ชเวซองกุนก็ปิดประตูรถไป วูจินรีบคว้าบทภาพยนตร์ที่วางอยู่ใกล้ ๆ ขึ้นมาดู พอเห็นก็พบว่าเป็นบทของ ‘เกาะแห่งผู้สูญหาย’ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เขาก็จ้องไปที่รูปสี่เหลี่ยมสีดำ นั่น

-ฟุ่บ

ทันทีที่เข้าไปในมิติว่างเปล่า คังวูจินก็รีบเคลื่อนที่ไปยังรูปสี่เหลี่ยมสีขาว

“อ่า แบบนี้ระดับจะยิ่งลดลงไปอีกหรือเปล่านะ”

ตอนที่อยู่ญี่ปุ่น ระดับของ ‘บุปผาเร้น’ ลดลงจาก A+ เหลือ Cแล้วแบบนี้พอมีปัญหาเรื่องเงินลงทุนแพร่ออกไปอีก

“D? หรือว่าจะร่วงไปถึง F เลย? อ๊า น่าลำบากใจชะมัด”

ความรู้สึกสับสนวนเวียนตีรวนอยู่ในใจ วูจินรีบเปิดดู 『บุปผาเร้น』ในช่องสี่เหลี่ยมสีขาวทันที แล้ว...

“เอ๋?”

ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“เอ๊ะ? อะไรเนี่ย?”

ก็แบบนี้ใครจะไม่ตกใจล่ะ ก็ 『บุปผาเร้น』 ที่คิดว่าอย่างแย่คงได้ A+แม้กระทั่ง D หรือ Fเองก็เตรียมใจไว้แล้ว

-[7/ภาพยนตร์(ชื่อเรื่อง:การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า) ระดับ S+]

ใครจะไปคิดล่ะว่าอยู่ ๆ จะทะยานขึ้นไปถึงระดับ S+ ได้

จบ

\ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร\ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novel\เท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ\หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก\ ;-;_

จบบทที่ บทที่ 135 ผู้หนุนหลัง (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว