- หน้าแรก
- ฉันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุดยอดนักแสดงอัจฉริยะผู้น่าสะพรึง
- บทที่ 129 ออกเดินทาง (3)
บทที่ 129 ออกเดินทาง (3)
บทที่ 129 ออกเดินทาง (3)
[\แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร\มาติดตามในแฟนเพจ\เพื่อติดตามข่าวสารได้นะ\]
[\Thai-novel \ลงไวกว่าที่อื่น\ทุกที่ 5 ตอน\แต่จะราคาแพงที่สุด\]
[\หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง จะแก้ไขแบบเทียบคำต่อคำให้ตรงตามหลักไวยากรณ์ อ่านแบบเทียบภาษาต้นฉบับคำต่อคำ ซึ่งถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ\100คน\ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ซึ่งถ้ารู้ว่าหลุดจากที่ไหนก็จะไม่แก้ไขตรงเว็บนั้นครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบเวอร์ชั่นแรกไปนะครับ\]
บทที่ 129 ออกเดินทาง (3)
วูจินมองหน้าชเวซองกุนเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “หมายถึงฉายพร้อมกันเลยเหรอครับ?”
ชเวซองกุนที่มัดผมหางม้าอยู่พยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ “ใช่ อืม แต่ยังไม่ชัวร์นะ แค่ฉันเดาเอา”
วูจินลองคำนวณจากข้อมูลที่ได้ยินมา “ผมได้ยินมาว่า ‘เพื่อนชาย’ น่าจะเข้าฉายช่วงเดือนตุลาคมครับ”
“ใช่ ตอนนี้ก็กลาง ๆ เดือนสิงหาคมแล้ว อีกเดือนนิด ๆ ก็ฉายแล้ว แต่เมื่อวานตอนนายไปอ่านบท ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ผู้กำกับคิมโดฮีโทรมาหาฉันเอง บอกว่าอาทิตย์หน้าจะจัดฉายรอบปฐมทัศน์แบบปิด”
แบบปิด? วูจินขมวดคิ้วฉายความสับสนฉายรอบปฐมทัศน์แบบปิดคืออะไร เหมือนเคยได้ยิน แต่ก็ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ มันที่ไหนกันนะ สักพักเขาก็นึกออก
‘อ๋อ ใช่! ตอน ‘สำนักงานนักสืบ’ นี่’
ใช่แล้ว ตอนที่‘สำนักงานนักสืบ’ ตัดต่อเสร็จก็มีฉายรอบปฐมทัศน์แบบปิดนี่นารู้สึกว่าจะเป็นการฉายหนังให้ทีมงานที่เกี่ยวข้องดูเป็นกลุ่มแรกถ้างั้นก็แสดงว่า ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ตัดต่อเสร็จแล้วเหรอ เร็วไปหน่อยรึเปล่า ถึงจะยังไม่รู้อะไรมาก แต่เขาก็รู้สึกแบบนั้น
“ไม่เร็วไปหน่อยเหรอครับ?”
“ก็นะ หนังทำเงินส่วนใหญ่ไม่ค่อยใช้เวลาทำโพสต์โปรดักชั่นนานขนาดนี้เท่าไหร่ แต่ก็ไม่เชิงว่าตัดต่อเสร็จแล้วแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ น่าจะประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ได้ ก็นับว่าเร็วอยู่ ก็นั่นแหละ บางทีผู้กำกับเขาอาจจะอินจัดเลยทุ่มเทกับการตัดต่อเป็นพิเศษก็ได้”
“คงเหนื่อยน่าดูเลยนะครับ”
“ยังไงซะ การฉายแบบปิดก็เลื่อนมาจากกลางเดือนกันยายนเหมือนกัน เพราะตารางงานของนักแสดงแบบนั้น เท่ากับว่าปลายเดือนสิงหาคมการฉายโรงแบบปิด ต้นเดือนกันยายนตัดต่อเสร็จ หลังจากนั้นก็เอาไปให้ค่ายหนังช่วยโปรโมต ถ้าเป็นแบบนั้น เดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนก็น่าจะเข้าฉายแล้วล่ะ”
แม้สีหน้าจะยังคงเรียบเฉย แต่ภายในใจของวูจินกลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา บทบาทแค่นักแสดงรับเชิญ แต่ผลงานที่ผมแสดงกำลังจะได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์งั้นเหรอ แน่นอนว่า 『สำนักงานนักสืบ』 เขาก็ได้ ดูในโรงภาพยนตร์เหมือนกัน แต่ครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป
‘นี่สินะความแตกต่างระหว่างหนังสั้นกับหนังที่เข้าฉายจริง’
ไม่ใช่หนังที่ฉายในเทศกาลหนัง แต่เป็นหนังที่คนดูทั่วไปต้องควักเงินจ่าย เพื่อเข้ามาดูคังวูจิน หรือ ‘อีซังมัน’ ในหนังเรื่องนี้ ต่างจาก 『สำนักงานนักสืบ』 ตรงที่เรื่องนี้จะมีการบันทึกจำนวนผู้ชม และรายได้อย่างชัดเจน แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าความกดดันเรื่องรายได้
ในขณะที่หัวใจของวูจินกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ
“ถึงจะไม่ได้ตั้งใจ แต่แบบนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่『เพื่อนชาย』 กับ『พ่อค้ายาเสพติด』จะชนกัน”
จริงด้วยสิ หนังสองเรื่องคงไม่เข้าฉายวันเดียวกันเป๊ะ ๆ แต่ไม่ว่าเรื่องไหนจะเข้าฉายก่อน ช่วงเวลาที่เข้าฉายก็คงใกล้เคียงกันอย่างแน่นอน
“แต่ฉันว่าแบบนั้นยอดขายจะยิ่งระเบิดเลยล่ะ มุมมองของคนดูก็จะมีตัวเลือกมากขึ้น แล้วที่สำคัญ นายจะได้โชว์ด้านที่หลากหลายของตัวเองยังไงล่ะ”
รอยยิ้มของชเวซองกุนดูลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“หนังทั้งสองเรื่องต่างก็มีนายร่วมแสดง แน่นอนว่าตอนโปรโมตนายก็ต้องอยู่ตรงกลาง แบบนั้นคนดูก็ต้องอยากรู้อยู่แล้ว เพราะผลงานของนายที่เป็นประเด็นร้อนแรงดันไปออกในช่วงเวลาใกล้เคียงกันถึงสองเรื่อง”
นิ้วชี้ของเขายื่นตรงมาที่วูจิน
“‘อีซังมัน’ กับ ‘ฮันอินโฮ’ แค่ชื่อแนวก็สัมผัสได้ถึงออร่าและกลิ่นอายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง”
เขาพึมพำพลางจินตนาการถึงอนาคต
“ไม่รู้สึกอยากรู้บ้างเหรอ ว่าคนดูเขาจะรู้สึกยังไง?”
หลังจากนั้น
ชเวซองกุนซึ่งจัดการเรื่อง ‘เพื่อนชาย’ และ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เปลี่ยนเรื่องคุยเป็นกำหนดการไปญี่ปุ่นที่กำลังจะถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คนอื่นอาจจะมองว่าเป็นเด็กนอก เด็กเรียนเมืองนอก แต่ความจริงแล้วทริปนี้เป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของคังวูจิน
‘ไม่น่าเชื่อเลยว่าการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในชีวิตของเราจะเป็นตอนที่ได้เป็นนักแสดงเนี่ย’
ถ้าบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงโกหก เพราะถึงจะเป็นแค่ประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้ ๆ แต่ยังไงมันก็ต่างประเทศอยู่ดี ทว่าความคาดหวังของคังวูจินก็พังทลายลงต่อหน้าต่อตา ขณะที่กำลังฟังชเวซองกุนแจกแจงรายละเอียด
ทำไมน่ะเหรอ?
“วูจิน น่าเสียดายจริง ๆ ที่แม้จะไปถึงญี่ปุ่นแล้ว นายก็ไม่มีเวลาได้พักเลย”
เพราะไม่มีเวลาว่างให้ได้พักผ่อนเลยสักนิด หรือจะพูดให้ถูกคือคิวงานแน่นกว่าตอนอยู่เกาหลีซะอีก
“เอาเป็นว่า วันที่26 เราถึงญี่ปุ่นเช้าหน่อย จากนั้นเราก็จะไป ‘Netflix ญี่ปุ่น’ กันเลย พอถึงก็จะมีบรรยายสรุปเกี่ยวกับงานเลี้ยงเล็ก ๆ น้อย ๆ จากนั้นก็ไปงานเลี้ยง ส่วนวันรุ่งขึ้นก็······”
แล้วที่พูดมา นั่นก็เป็นแค่กำหนดการเบื้องต้นเท่านั้น
“พอกำหนดการที่แน่นอนออกมา คิวงานก็น่าจะแน่นกว่านี้อีก”
คังวูจินถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้แต่ก็นั่นแหละ กำหนดการต่างประเทศของเหล่าคนดังมักจะแน่นเอี้ยดกว่าปกติอยู่แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ? ในเมื่อไม่ได้ไปเที่ยว คังวูจินจึงสาดน้ำเย็นใส่ความตื่นเต้นที่เพิ่งผุดขึ้นมา ชเวซองกุนที่เห็นดังนั้นก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“ไหวไหม? ช่วงนี้อาการเป็นไงบ้าง? ปกตินายไม่ค่อยแสดงสีหน้าเท่าไหร่ เลยดูไม่ออกเลย”
คังวูจินที่กำลังอินกับคาแรกเตอร์ตอบกลับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“ไม่มีปัญหาครับ”
'ถ้าเหนื่อยเกินไป ก็เข้ามิติว่างเปล่าได้นี่นา' ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ชเวซองกุนกับวูจินก็สรุปตารางงานที่ญี่ปุ่น ซึ่งเหลือเวลาอีกประมาณ 4 วันจนถึงวันเดินทางออกจากประเทศเสร็จสิ้น
- สวึบ
แล้วทั้งคู่ก็ออกจากบริษัทเพื่อไปทำตารางงานถัดไปทันที
ในขณะเดียวกัน ผลงานสองเรื่องที่คังวูจินได้เข้าร่วมแสดง ก็ต่างทุ่มเทให้กับการตัดต่ออย่างขะมักเขม้น
“คัทนี้ ภาพของนักแสดงทั้งสองคนโอเคแล้วครับ แต่ดูเหมือนซากุระที่ร่วงรอบ ๆ จะน้อยไปหน่อย คัทต่อไปเป็นไงบ้างครับ?”
'เพื่อนชาย' ภาพยนตร์ที่เพิ่งประกาศปิดกล้องไปได้ไม่นาน และได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวที่สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศ หลังจากงานแถลงข่าว ผู้กำกับชินดงชุนก็เริ่มลงมือตัดต่อในทันที
'เพื่อนชาย' นั้น มีงานที่ต้องทำมากกว่าภาพยนตร์สั้นทั่วไป
เพราะเป็นภาพยนตร์ 4 ตอน ซึ่งมากกว่าปกติ ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เพลงประกอบภาพยนตร์ ไปจนถึงการเปิดตัวบน Netflix ญี่ปุ่น แน่นอนว่ายิ่งโปรเจกต์ใหญ่ขึ้น ก็ยิ่งต้องใช้มือมากขึ้น พูดสั้น ๆ ก็คือ ผู้กำกับชินดงชุนและทีมงานต้องทุ่มเททั้งกายและใจ
และ...
“ผู้กำกับครับ เรื่องเพลง ผมนึกขึ้นได้ว่า ฉากที่อีซังมันตาย ผมอยากให้เปลี่ยนเพลงประกอบฉากหน่อยครับ”
“ตอนนี้เลยเหรอคะ?”
'พ่อค้ายาเสพติด'กำลังอยู่ในช่วงใกล้ฉายรอบปฐมทัศน์แบบฉายปิด
“ตอนนี้มันให้ความรู้สึกเศร้า ๆ อยู่ใช่มั้ยครับ? แต่ผมอยากให้ 'อีซังมัน'เป็นตัวร้ายที่สมบูรณ์แบบจนถึงที่สุดเลยครับ”
“หมายถึง อยากให้มันดูยิ่งใหญ่และชวนช็อกกว่านี้ใช่มั้ยครับ?”
“ใช่ครับ อยากให้คนดูรู้สึกว่ามันเป็นไอ้สารเลวจนวินาทีสุดท้าย”
“อืม...”
“แบบนั้นมันจะฝังหัวคนดูได้ดีกว่าครับ”
ผลงานทั้งสองต่างดำเนินงานตัดต่ออย่างขะมักเขม้นตามตารางของตนเองสิ่งที่ต่างกันมีเพียงเรื่องหนึ่งเริ่มต้นขึ้นแล้ว ส่วนอีกเรื่องกำลังจะจบลง นี่กระมังคือความแตกต่างระหว่างละครสั้นกับละครยาวและด้วยระยะห่างที่ไม่มากนักนี้เองที่ทำให้ผลงานทั้งสองสามารถออกอากาศในช่วงเวลาใกล้เคียงกันได้
วันอาทิตย์ที่23เวลาล่วงเลยจากวันที่22
เช้าวันนั้นทาง 'รักน้ำค้างแข็ง' ได้ปล่อยข่าวประชาสัมพันธ์ออกไปถือเป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องหลังการอ่านบทเมื่อวาน
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ
『[ภาพถ่ายดารา] ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ผลงานของ อีวอลซอน นักเขียนบทชื่อดังเริ่มต้นการอ่านบทอย่างเป็นทางการแล้ว!/ ภาพ』
ภาพถ่ายส่วนใหญ่ในข่าวประชาสัมพันธ์ที่พวกเขาปล่อยออกมามีคังวูจินรวมอยู่ด้วยคังวูจินในเฟรมเดียวกันกับนักแสดงนำของ 'รักน้ำค้างแข็ง' เหตุผลนั้นเรียบง่าย ถึงแม้เขาจะรับบทสมทบ แต่ในตอนนี้คังวูจินคือนักแสดงที่ขายดีที่สุดในเกาหลี
『 ‘รักน้ำค้างแข็ง’ คังวูจินนั่งท่ามกลางนักแสดงชื่อดัง··· แต่ความโดดเด่นไม่แพ้กัน/ ภาพ』
ณ เวลานี้ เขาอาจมีผลต่อการประชาสัมพันธ์มากกว่าจองจางฮวานเสียอีก ไม่ว่าจะอย่างไร'รักน้ำค้างแข็ง' เลือกที่จะเผยภาพของวูจิน แต่ปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทที่เขาได้รับเพื่อกระตุ้นความอยากรู้
『 ‘ผู้กำกับเคียวทาโร่’ ก็ตกหลุมรัก คังวูจินรับบทอะไรใน ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ? คนวงในเผย “เป็นบทบาทที่คาดไม่ถึง” 』
แต่สำหรับบทบาทของวูจินพวกเขาเลือกใช้คำอย่าง พลิกโผ คาดไม่ถึง หรือเหนือความคาดหมาย
ชื่อของคังวูจินถูกนำไปใช้โปรโมต 'รักน้ำค้างแข็ง' เช่นนี้...
『[คุยข่าวดารา] ‘บุกตลาดญี่ปุ่น’ คังวูจินกระแสแรงแม้แต่แวดวงโฆษณายังจับตามอง』
『ภาพยนตร์จากนิยายขายดีระดับโลก ‘การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า’ ได้ ‘คังวูจิน’ นักแสดงเกาหลีหนึ่งเดียว』
อันที่จริง ในประเทศนั้น หลังจากงานแถลงข่าวสร้างภาพยนตร์เรื่อง ‘เพื่อนชาย’ ก็ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยเรื่องของคังวูจินไปหมดแล้วยิ่งนานวัน อิทธิพลของเขาก็ยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
『 ‘ผู้กำกับเคียวทาโร่’ ผู้กำกับมือทองของญี่ปุ่นและ ‘ผู้กำกับควอนกีแท็ก’ ผู้กำกับแถวหน้าของเกาหลีคังวูจินคนนี้ใช้มนตร์สะกดอะไรกันแน่ ถึงได้คว้าใจสองผู้กำกับระดับตำนานไปได้』
『[ตามล่าหาความจริง] นับตั้งแต่ปรากฏตัวจนถึงตอนนี้ คังวูจินก็สร้าง แต่เรื่อง ‘ครั้งแรก’ ก้าวต่อไปของเขาคืออะไรวงการบันเทิงต่างจับตามอง』
『โด่งดังไกลจากเกาหลีไปถึงญี่ปุ่นคังวูจิน··· ช่องYoutubeของเขา ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ มียอดผู้ติดตามทะลุ 5 แสนคน ภายในเวลาไม่กี่วัน』 (ก่อนหน้านี้แปลผิดเป็นล้านครับ ซอรี่)
แม้แต่ในตอนนี้ ข่าวมากมายที่ถูกเผยแพร่ออกมาก็เต็มไปด้วยคำศัพท์เหล่านี้ ‘การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า’ ผู้กำกับเคียวทาโร่ ‘เพื่อนชาย’ ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ นิติวิทยาและอื่น ๆ อีกมากมาย
『[ข่าวเด่นดาราดัง] ไม่ใช่แค่ทักษะการแสดงที่สัตว์ประหลาด! ภาษาญี่ปุ่นที่คังวูจินโชว์ในช่อง ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ทำเอาประชาชนถึงกับอ้าปากค้าง』
สำหรับสื่อแล้ว นี่คือโอกาสทอง
เพราะมีประเด็นให้เล่นได้ไม่รู้จบฝั่งความคิดเห็นของชาวเน็ตก็ไม่ต่างกัน
『ชาวเน็ตกับความสามารถในการร้องเพลงที่ไม่ธรรมดาของคังวูจิน “นี่นายทำไมถึงร้องเพลงเก่งขนาดนี้อีก” 』
ทุกวันจะมีปฏิกิริยาตอบรับมากมายจนนับไม่ถ้วน
ช่วงเวลานั้นเอง...
-!ตัวอย่าง! ในที่สุดก็มา คังวูจิน กับฮวาลิน กับละครโรแมนติกคอมเมดี้สุดหวานแหวว ไปดูกันเลย! ( ‘เพื่อนชาย’ ตัวอย่าง|Netflix เกาหลี)
ตัวอย่างแรกของ ‘เพื่อนชาย’ ถูกอัปโหลดลงช่องทางการของ Netflix เกาหลีเป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าจะมีความยาวเพียง 15 วินาทีก็ตาม
-ยอดวิว 520,000 ครั้ง
ยอดการรับชมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คงเป็นเพราะอิทธิพลจากแฟนคลับของฮวาลิน แต่ตอนนี้ต้องบอกว่ากระแสของคังวูจินนั้นแรงกว่า
-ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ แค่ตัวอย่างก็หวานแล้ว
-สีอะไรเนี่ยยยยย สวยมากกกกก ขอให้ทำออกมาแบบนี้เลยนะ………
-ทั้งคู่ใส่ชุดนักเรียนงั้นเหรอ??!! อะไรเนี่ย ทำไมฉันรู้สึกตื่นเต้นแล้วนะ!!
-น่าเบื่อชัวร์
-5555เวอร์555 บอกตรง ๆ คิดว่าคังวูจินไม่น่าจะเหมาะกับละครแนวโรแมนติกคอมเมดี้นะ ทำไมถึงดูเข้ากันขนาดนี้ล่ะ? 5555
-แล้วแบบนี้!!จะออนแอร์เมื่อไหร่ครับ!!! บอกวันมาเลย ไม่เอา Coming Soon!!
-ตอนแรกแฟนคลับฮวาลินคลั่งกันใหญ่เลยนี่นา 555 เท่าที่ฉันดู ฮวาลินกับคังวูจินก็ดูเหมาะกันดีนะ 555
-ดูยังไงก็แป้ก 55555555
-ไม่อยากได้แค่ตอนเดียว ขอแบบมินิซีรีส์ 16 ตอน! เดี๋ยวนี้!
-ว่าแต่คังวูจิน ไหวเหรอ? ต้องไปทั้งงานที่เกาหลีและญี่ปุ่น 555
•
•
•
•
ทางด้านประเทศญี่ปุ่นก็ได้ มีการปล่อยตัวอย่าง ‘เพื่อนชาย’ เช่นเดียวกัน ผ่านทาง Netflix ญี่ปุ่น
ซึ่งกระแสตอบรับจากสาธารณชนญี่ปุ่นนั้น แตกต่างจากที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง
อาจเรียกได้ว่า “ร้อนแรง” คงจะเหมาะสมกว่า คนที่รู้จักนักแสดงหน้าใหม่ของเกาหลีอย่าง ‘คังวูจิน’ เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ และชื่อของเขากลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่น
『คังวูจิน กับความนิยมของ 「ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาเสเพล」 ที่พุ่งทะยาน』
ท่ามกลางความคึกคักในญี่ปุ่น ก็มีข่าวคราวหนึ่งแพร่สะพัดออกไป นั่นคือการมาเยือนญี่ปุ่นของคังวูจินกับฮวาลิน
『 "คังวูจิน" สุดฮอต กับ "ฮวาลิน" แห่งวง Elani คอนเฟิร์ม! เตรียมบินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น 26 นี้』
ข่าวลือที่ว่า "นักแสดงหนุ่มสุดฮอตของเกาหลี" อย่างคังวูจินจะไปออกรายการทอล์ควาไรตี้ยอดนิยมของญี่ปุ่น
『ทางรายการ "คุยหลังฝน!" เผย "สัปดาห์นี้พบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ คังวูจิน กับเรื่องราวที่คุณไม่เคยรู้จากละครเรื่องล่าสุด" 』
เขาจะไปออกรายการ "คุยหลังฝน!"
เช้าวันพุธที่26 สิงหาคม
ณ สนามบินฮาเนดะ หรือที่รู้จักกันในนามสนามบินนานาชาติโตเกียว แม้จะเป็นเวลาเช้าตรู่ แต่ด้วยความเป็นสนามบินขนาดใหญ่ ทำให้มีผู้คนพลุกพล่านเต็มไปหมด ทุกแห่งหนล้วนคลาคล่ำไปด้วยฝูงชน
ทั้งผู้คนที่เพิ่งเดินทางมาถึงและกำลังจะออกเดินทาง
และด้วยความเป็นสนามบินนานาชาติจึงมีชาวต่างชาติมากมาย และที่เห็นได้ชัดคือชาวเกาหลี
"นั่นกลุ่มนั้นนักข่าวรึเปล่า?"
"ไหนอ่ะ อ๋อ ใช่ ๆ แล้วทำอะไรกัน"
"ดารามามั้ง!"
บรรดานักข่าวมากมายถือกล้องกันคนละตัวบ้าง สองสามตัวบ้าง เดินไปมาทั่ว บางคนก็อยู่คนเดียว บางคนก็อยู่เป็นกลุ่ม แต่ไม่ว่าจะกลุ่มไหน ต่างก็จ้องไปที่จุดหมายเดียวกัน จำนวนนักข่าวที่มากมายขนาดนี้ ย่อมเป็นจุดสนใจของผู้คนในสนามบินอย่างเลี่ยงไม่ได้
ไม่ใช่แค่นักข่าวเท่านั้น
"แต่แบบ ทำไมคนอื่นถึงเดินไปทางนั้นด้วยล่ะ?"
"จริงด้วย งานนี้ต้องเป็นดาราแน่ ๆ! นั่น ๆ ยามก็เดินตามไปด้วย"
"เราไปดูกันมั้ย เหลือเวลาอีกเยอะกว่ารถบัสจะมา"
ทั้งผู้คนทั่วไปและเจ้าหน้าที่สนามบินต่างก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกับนักข่าว
ทันใดนั้นเอง
'โอ้ ถึงญี่ปุ่นแล้วเหรอเนี่ย ไวเหมือนโกหก'
คังวูจินเองก็อยู่ที่สนามบินฮาเนดะเช่นกัน ไม่สิ เพิ่งจะเดินทางมาถึงต่างหาก ผมที่ไม่ได้เซ็ตอะไรมากมาย กับเมคอัพที่ดูเป็นธรรมชาติ แน่นอนว่านอกจากเขา แล้วก็ยังมีผู้คนมากมาย ชเวซองกุน คิมแดยอง รวมถึงทีมงานบริษัทสื่อบันเทิงbw ทีมงาน Netflix เกาหลี และ...
“คุณวูจินคะ เราต้องไปด้วยกันค่ะ”
แม้กระทั่งฮวาลินที่เพิ่งจะมายืนข้าง ๆ คังวูจิน กับทีมงานของเธอ ทุกคนกำลังขนย้ายสัมภาระอย่างขะมักเขม้น เหตุผลน่ะหรือ ง่ายมาก เพราะวันนี้เป็นต้นไป คังวูจินกับฮวาลินมีกำหนดการในญี่ปุ่นน่ะสิ
ในไม่ช้า คังวูจินก็...
‘เอาล่ะ คุมสีหน้าไว้ก่อน’
ถึงแม้จะเป็นทั้งการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกและการมาญี่ปุ่นครั้งแรก แต่เขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะระงับความตื่นเต้นเอาไว้ เมื่อเห็นฮวาลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ
“ครับ เราจะไปด้วยกันตั้งแต่ตรงนี้เลยเหรอครับ?”
“ใช่ค่ะ แต่ได้ยินมาว่า ถ่ายรูปคู่กันน่าจะดีกว่าถ่ายแยกนะคะ ทั้งสื่อเกาหลีและญี่ปุ่นจะได้เขียนข่าวง่าย ๆ”
ถึงจะเป็นข้อมูลที่เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก แต่คังวูจินก็ทำเป็นรู้แล้วตอบกลับไป
“ครับผม”
มองคังวูจินที่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แล้ว ฮวาลินก็สะบัดผมยาวของตัวเองไปด้านหลังพลางแอบเสียดายอยู่ในใจ
‘น่าเสียดายจัง ถ้ามีเวลาว่างมากกว่านี้ ฉันจะได้พาคุณวูจินไปร้านอร่อย ๆ สักหน่อย’
ฮวาลินจัดคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นมานับครั้งไม่ถ้วน เธอจึงรู้จักร้านอาหารอร่อย ๆ มากมาย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาอยู่กับวูจินได้นานนัก ทั้ง ๆ ที่เป็นทั้งตารางงานต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต แถมยังได้มาทำงานกับคนที่เธอชอบที่สุด แต่ทุกอย่างกลับเรียบง่ายและธรรมดาเกินไป ทำให้ฮวาลินอดรู้สึกเสียดายขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้ แม้ว่าบนใบหน้าจะไม่ได้แสดงอะไรออกมาเลยก็ตาม
เอาล่ะ ...
“เก็บของกันเสร็จ แล้วก็ไปกันเถอะ!”
คังวูจินและฮวาลิน รวมถึงทีมงานทั้งหมด เริ่มทยอยลงจากเครื่องบิน บริเวณทางเข้าออก มีกลุ่มคนมากมายมารอต้อนรับทีม 'เพื่อนชาย' ทั้งทีมงานจาก Netflix ญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่สนามบิน และอื่น ๆ อีกมากมาย วูจินที่กำลังเดินเคียงข้างฮวาลิน รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
'ทำไมคนเยอะแบบนี้? '
เขาคิดว่าจำนวนคนที่มาต้อนรับนั้นมากเกินไป จากที่เดิมทีมีหลายสิบคนอยู่แล้ว พอมาถึงสนามบินฮาเนดะ ประเทศญี่ปุ่นจำนวนคนกลับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ยิ่งไปกว่านั้น
"แดยอง กับซูฮวาน! ไปยืนขนาบข้าง วูจิน กับฮวาลินซิ"
ในระหว่างที่กำลังเดินไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง ชเวซองกุน ได้ให้จางซูฮวานและคิมแดยองที่อาสามาช่วย ไปยืนประกบข้างวูจินและฮวาลิน จากนั้นก็มีบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกหกคน มายืนล้อมรอบพวกเขาอีกชั้นหนึ่ง เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? รู้ตัวอีกที รอบตัวของคังวูจินก็ มีแต่ชายฉกรรจ์ร่างกำยำล้อมหน้าล้อมหลังอยู่เกือบสิบห้าคน ด้านหลังก็มีฝูงชนติดตามมาเป็นพรวน
คังวูจินรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก
'เหมือนโดนขังอยู่ในกำแพง ยังไงก็ไม่รู้ แบบนี้ เดินออกไป คนจะไม่มองกันทั้งสนามบินเลยเหรอ? '
วูจินที่เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก เหลือบมองฮวาลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอไม่ได้มีท่าทางตื่นเต้นอะไร ยังคงก้มมองโทรศัพท์มือถือในมือ
ทันใดนั้นเอง
"อ่ะ มาแล้ว"
ฮวาลินเงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน คังวูจินจึงมองตามไปเบื้องหน้า ประตูทางเข้าของด่านตรวจคนเข้าเมืองกำลังค่อย ๆ เปิดออก
แต่ทว่า
'เอ๊ะ? นั่นมันอะไรน่ะ? '
คังวูจินมองเห็นบางสิ่งบางอย่างกำลังขยับไหวอยู่เบื้องหลังประตูทางเข้า หรือว่าจะเป็นฝูงชน? ในขณะที่วูจินกำลังคิด ประตูทางเข้าก็เปิดออกอย่างเต็มที่
พร้อม ๆ กับเสียง
-ครืดดด
-ฟู่มมมมมม แชะ แชะ!!!
แสงแฟลชเริ่มฟาดเปรี้ยงปร้างราวกับคนเสียสติ หรือจะเรียกว่าแฟลชระเบิดก็ไม่ผิด ตาแทบบอด เห้ย อะไรวะ ทำไม เกิดอะไรขึ้นเนี่ย
ที่มาของแสงแฟลชที่สาดแสงจนแทบบอดก็เผยตัวตนออกมาอย่างรวดเร็ว
เบื้องหน้าคังวูจิน
'อุ๊วะ อะไรเนี่ย นักข่าวเรอะ'
นักข่าวญี่ปุ่นนับร้อยกำลังรุมล้อมอยู่
แฟลชจากกล้องที่พวกเขากดรัว ๆ สาดเข้าใส่ไม่หยุด
-แชะแว้บ แชะแว้บ แชะแว้บ
ทว่า ไม่ใช่แค่นักข่าวเท่านั้นที่กำลังถ่ายรูปคังวูจิน ด้านหลังเหล่านักข่าวยังมีผู้คนอีกหลายร้อยชีวิตเบียดเสียดกันอยู่ พวกเขารัวภาษาญี่ปุ่นด้วยท่าทางร้อนรน ขณะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปคังวูจิน
"มาแล้ว"
"ออกมาแล้ว"
"ตรงนั้น ๆ"
ดูท่ารวม ๆ แล้วน่าจะเกินห้าร้อยคนได้สบาย ๆ
จบ