เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 129 ออกเดินทาง (3)

บทที่ 129 ออกเดินทาง (3)

บทที่ 129 ออกเดินทาง (3)


[\แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร\มาติดตามในแฟนเพจ\เพื่อติดตามข่าวสารได้นะ\]

[\Thai-novel \ลงไวกว่าที่อื่น\ทุกที่ 5 ตอน\แต่จะราคาแพงที่สุด\]

[\หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง จะแก้ไขแบบเทียบคำต่อคำให้ตรงตามหลักไวยากรณ์ อ่านแบบเทียบภาษาต้นฉบับคำต่อคำ ซึ่งถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ\100คน\ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ซึ่งถ้ารู้ว่าหลุดจากที่ไหนก็จะไม่แก้ไขตรงเว็บนั้นครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบเวอร์ชั่นแรกไปนะครับ\]

บทที่ 129 ออกเดินทาง (3)

วูจินมองหน้าชเวซองกุนเงียบ ๆ ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “หมายถึงฉายพร้อมกันเลยเหรอครับ?”

ชเวซองกุนที่มัดผมหางม้าอยู่พยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มจาง ๆ “ใช่ อืม แต่ยังไม่ชัวร์นะ แค่ฉันเดาเอา”

วูจินลองคำนวณจากข้อมูลที่ได้ยินมา “ผมได้ยินมาว่า ‘เพื่อนชาย’ น่าจะเข้าฉายช่วงเดือนตุลาคมครับ”

“ใช่ ตอนนี้ก็กลาง ๆ เดือนสิงหาคมแล้ว อีกเดือนนิด ๆ ก็ฉายแล้ว แต่เมื่อวานตอนนายไปอ่านบท ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ผู้กำกับคิมโดฮีโทรมาหาฉันเอง บอกว่าอาทิตย์หน้าจะจัดฉายรอบปฐมทัศน์แบบปิด”

แบบปิด? วูจินขมวดคิ้วฉายความสับสนฉายรอบปฐมทัศน์แบบปิดคืออะไร เหมือนเคยได้ยิน แต่ก็ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ มันที่ไหนกันนะ สักพักเขาก็นึกออก

‘อ๋อ ใช่! ตอน ‘สำนักงานนักสืบ’ นี่’

ใช่แล้ว ตอนที่‘สำนักงานนักสืบ’ ตัดต่อเสร็จก็มีฉายรอบปฐมทัศน์แบบปิดนี่นารู้สึกว่าจะเป็นการฉายหนังให้ทีมงานที่เกี่ยวข้องดูเป็นกลุ่มแรกถ้างั้นก็แสดงว่า ‘พ่อค้ายาเสพติด’ ตัดต่อเสร็จแล้วเหรอ เร็วไปหน่อยรึเปล่า ถึงจะยังไม่รู้อะไรมาก แต่เขาก็รู้สึกแบบนั้น

“ไม่เร็วไปหน่อยเหรอครับ?”

“ก็นะ หนังทำเงินส่วนใหญ่ไม่ค่อยใช้เวลาทำโพสต์โปรดักชั่นนานขนาดนี้เท่าไหร่ แต่ก็ไม่เชิงว่าตัดต่อเสร็จแล้วแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ น่าจะประมาณเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ได้ ก็นับว่าเร็วอยู่ ก็นั่นแหละ บางทีผู้กำกับเขาอาจจะอินจัดเลยทุ่มเทกับการตัดต่อเป็นพิเศษก็ได้”

“คงเหนื่อยน่าดูเลยนะครับ”

“ยังไงซะ การฉายแบบปิดก็เลื่อนมาจากกลางเดือนกันยายนเหมือนกัน เพราะตารางงานของนักแสดงแบบนั้น เท่ากับว่าปลายเดือนสิงหาคมการฉายโรงแบบปิด ต้นเดือนกันยายนตัดต่อเสร็จ หลังจากนั้นก็เอาไปให้ค่ายหนังช่วยโปรโมต ถ้าเป็นแบบนั้น เดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายนก็น่าจะเข้าฉายแล้วล่ะ”

แม้สีหน้าจะยังคงเรียบเฉย แต่ภายในใจของวูจินกลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา บทบาทแค่นักแสดงรับเชิญ แต่ผลงานที่ผมแสดงกำลังจะได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์งั้นเหรอ แน่นอนว่า 『สำนักงานนักสืบ』 เขาก็ได้ ดูในโรงภาพยนตร์เหมือนกัน แต่ครั้งนี้กลับให้ความรู้สึกที่ต่างออกไป

‘นี่สินะความแตกต่างระหว่างหนังสั้นกับหนังที่เข้าฉายจริง’

ไม่ใช่หนังที่ฉายในเทศกาลหนัง แต่เป็นหนังที่คนดูทั่วไปต้องควักเงินจ่าย เพื่อเข้ามาดูคังวูจิน หรือ ‘อีซังมัน’ ในหนังเรื่องนี้ ต่างจาก 『สำนักงานนักสืบ』 ตรงที่เรื่องนี้จะมีการบันทึกจำนวนผู้ชม และรายได้อย่างชัดเจน แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าความกดดันเรื่องรายได้

ในขณะที่หัวใจของวูจินกำลังเต้นไม่เป็นจังหวะ

“ถึงจะไม่ได้ตั้งใจ แต่แบบนี้ก็มีความเป็นไปได้สูงที่『เพื่อนชาย』 กับ『พ่อค้ายาเสพติด』จะชนกัน”

จริงด้วยสิ หนังสองเรื่องคงไม่เข้าฉายวันเดียวกันเป๊ะ ๆ แต่ไม่ว่าเรื่องไหนจะเข้าฉายก่อน ช่วงเวลาที่เข้าฉายก็คงใกล้เคียงกันอย่างแน่นอน

“แต่ฉันว่าแบบนั้นยอดขายจะยิ่งระเบิดเลยล่ะ มุมมองของคนดูก็จะมีตัวเลือกมากขึ้น แล้วที่สำคัญ นายจะได้โชว์ด้านที่หลากหลายของตัวเองยังไงล่ะ”

รอยยิ้มของชเวซองกุนดูลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“หนังทั้งสองเรื่องต่างก็มีนายร่วมแสดง แน่นอนว่าตอนโปรโมตนายก็ต้องอยู่ตรงกลาง แบบนั้นคนดูก็ต้องอยากรู้อยู่แล้ว เพราะผลงานของนายที่เป็นประเด็นร้อนแรงดันไปออกในช่วงเวลาใกล้เคียงกันถึงสองเรื่อง”

นิ้วชี้ของเขายื่นตรงมาที่วูจิน

“‘อีซังมัน’ กับ ‘ฮันอินโฮ’ แค่ชื่อแนวก็สัมผัสได้ถึงออร่าและกลิ่นอายที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง”

เขาพึมพำพลางจินตนาการถึงอนาคต

“ไม่รู้สึกอยากรู้บ้างเหรอ ว่าคนดูเขาจะรู้สึกยังไง?”

หลังจากนั้น

ชเวซองกุนซึ่งจัดการเรื่อง ‘เพื่อนชาย’ และ ‘พ่อค้ายาเสพติด’ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เปลี่ยนเรื่องคุยเป็นกำหนดการไปญี่ปุ่นที่กำลังจะถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า คนอื่นอาจจะมองว่าเป็นเด็กนอก เด็กเรียนเมืองนอก แต่ความจริงแล้วทริปนี้เป็นการไปต่างประเทศครั้งแรกในชีวิตของคังวูจิน

‘ไม่น่าเชื่อเลยว่าการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกในชีวิตของเราจะเป็นตอนที่ได้เป็นนักแสดงเนี่ย’

ถ้าบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงโกหก เพราะถึงจะเป็นแค่ประเทศญี่ปุ่นที่อยู่ใกล้ ๆ แต่ยังไงมันก็ต่างประเทศอยู่ดี ทว่าความคาดหวังของคังวูจินก็พังทลายลงต่อหน้าต่อตา ขณะที่กำลังฟังชเวซองกุนแจกแจงรายละเอียด

ทำไมน่ะเหรอ?

“วูจิน น่าเสียดายจริง ๆ ที่แม้จะไปถึงญี่ปุ่นแล้ว นายก็ไม่มีเวลาได้พักเลย”

เพราะไม่มีเวลาว่างให้ได้พักผ่อนเลยสักนิด หรือจะพูดให้ถูกคือคิวงานแน่นกว่าตอนอยู่เกาหลีซะอีก

“เอาเป็นว่า วันที่26 เราถึงญี่ปุ่นเช้าหน่อย จากนั้นเราก็จะไป ‘Netflix ญี่ปุ่น’ กันเลย พอถึงก็จะมีบรรยายสรุปเกี่ยวกับงานเลี้ยงเล็ก ๆ น้อย ๆ จากนั้นก็ไปงานเลี้ยง ส่วนวันรุ่งขึ้นก็······”

แล้วที่พูดมา นั่นก็เป็นแค่กำหนดการเบื้องต้นเท่านั้น

“พอกำหนดการที่แน่นอนออกมา คิวงานก็น่าจะแน่นกว่านี้อีก”

คังวูจินถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้แต่ก็นั่นแหละ กำหนดการต่างประเทศของเหล่าคนดังมักจะแน่นเอี้ยดกว่าปกติอยู่แล้วจะทำอะไรได้ล่ะ? ในเมื่อไม่ได้ไปเที่ยว คังวูจินจึงสาดน้ำเย็นใส่ความตื่นเต้นที่เพิ่งผุดขึ้นมา ชเวซองกุนที่เห็นดังนั้นก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“ไหวไหม? ช่วงนี้อาการเป็นไงบ้าง? ปกตินายไม่ค่อยแสดงสีหน้าเท่าไหร่ เลยดูไม่ออกเลย”

คังวูจินที่กำลังอินกับคาแรกเตอร์ตอบกลับด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“ไม่มีปัญหาครับ”

'ถ้าเหนื่อยเกินไป ก็เข้ามิติว่างเปล่าได้นี่นา' ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ชเวซองกุนกับวูจินก็สรุปตารางงานที่ญี่ปุ่น ซึ่งเหลือเวลาอีกประมาณ 4 วันจนถึงวันเดินทางออกจากประเทศเสร็จสิ้น

- สวึบ

แล้วทั้งคู่ก็ออกจากบริษัทเพื่อไปทำตารางงานถัดไปทันที

ในขณะเดียวกัน ผลงานสองเรื่องที่คังวูจินได้เข้าร่วมแสดง ก็ต่างทุ่มเทให้กับการตัดต่ออย่างขะมักเขม้น

“คัทนี้ ภาพของนักแสดงทั้งสองคนโอเคแล้วครับ แต่ดูเหมือนซากุระที่ร่วงรอบ ๆ จะน้อยไปหน่อย คัทต่อไปเป็นไงบ้างครับ?”

'เพื่อนชาย' ภาพยนตร์ที่เพิ่งประกาศปิดกล้องไปได้ไม่นาน และได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวที่สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศ หลังจากงานแถลงข่าว ผู้กำกับชินดงชุนก็เริ่มลงมือตัดต่อในทันที

'เพื่อนชาย' นั้น มีงานที่ต้องทำมากกว่าภาพยนตร์สั้นทั่วไป

เพราะเป็นภาพยนตร์ 4 ตอน ซึ่งมากกว่าปกติ ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เพลงประกอบภาพยนตร์ ไปจนถึงการเปิดตัวบน Netflix ญี่ปุ่น แน่นอนว่ายิ่งโปรเจกต์ใหญ่ขึ้น ก็ยิ่งต้องใช้มือมากขึ้น พูดสั้น ๆ ก็คือ ผู้กำกับชินดงชุนและทีมงานต้องทุ่มเททั้งกายและใจ

และ...

“ผู้กำกับครับ เรื่องเพลง ผมนึกขึ้นได้ว่า ฉากที่อีซังมันตาย ผมอยากให้เปลี่ยนเพลงประกอบฉากหน่อยครับ”

“ตอนนี้เลยเหรอคะ?”

'พ่อค้ายาเสพติด'กำลังอยู่ในช่วงใกล้ฉายรอบปฐมทัศน์แบบฉายปิด

“ตอนนี้มันให้ความรู้สึกเศร้า ๆ อยู่ใช่มั้ยครับ? แต่ผมอยากให้ 'อีซังมัน'เป็นตัวร้ายที่สมบูรณ์แบบจนถึงที่สุดเลยครับ”

“หมายถึง อยากให้มันดูยิ่งใหญ่และชวนช็อกกว่านี้ใช่มั้ยครับ?”

“ใช่ครับ อยากให้คนดูรู้สึกว่ามันเป็นไอ้สารเลวจนวินาทีสุดท้าย”

“อืม...”

“แบบนั้นมันจะฝังหัวคนดูได้ดีกว่าครับ”

ผลงานทั้งสองต่างดำเนินงานตัดต่ออย่างขะมักเขม้นตามตารางของตนเองสิ่งที่ต่างกันมีเพียงเรื่องหนึ่งเริ่มต้นขึ้นแล้ว ส่วนอีกเรื่องกำลังจะจบลง นี่กระมังคือความแตกต่างระหว่างละครสั้นกับละครยาวและด้วยระยะห่างที่ไม่มากนักนี้เองที่ทำให้ผลงานทั้งสองสามารถออกอากาศในช่วงเวลาใกล้เคียงกันได้

วันอาทิตย์ที่23เวลาล่วงเลยจากวันที่22

เช้าวันนั้นทาง 'รักน้ำค้างแข็ง' ได้ปล่อยข่าวประชาสัมพันธ์ออกไปถือเป็นขั้นตอนที่ต่อเนื่องหลังการอ่านบทเมื่อวาน

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ

『[ภาพถ่ายดารา] ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ผลงานของ อีวอลซอน นักเขียนบทชื่อดังเริ่มต้นการอ่านบทอย่างเป็นทางการแล้ว!/ ภาพ』

ภาพถ่ายส่วนใหญ่ในข่าวประชาสัมพันธ์ที่พวกเขาปล่อยออกมามีคังวูจินรวมอยู่ด้วยคังวูจินในเฟรมเดียวกันกับนักแสดงนำของ 'รักน้ำค้างแข็ง' เหตุผลนั้นเรียบง่าย ถึงแม้เขาจะรับบทสมทบ แต่ในตอนนี้คังวูจินคือนักแสดงที่ขายดีที่สุดในเกาหลี

『 ‘รักน้ำค้างแข็ง’ คังวูจินนั่งท่ามกลางนักแสดงชื่อดัง··· แต่ความโดดเด่นไม่แพ้กัน/ ภาพ』

ณ เวลานี้ เขาอาจมีผลต่อการประชาสัมพันธ์มากกว่าจองจางฮวานเสียอีก ไม่ว่าจะอย่างไร'รักน้ำค้างแข็ง' เลือกที่จะเผยภาพของวูจิน แต่ปิดบังข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทที่เขาได้รับเพื่อกระตุ้นความอยากรู้

『 ‘ผู้กำกับเคียวทาโร่’ ก็ตกหลุมรัก คังวูจินรับบทอะไรใน ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ? คนวงในเผย “เป็นบทบาทที่คาดไม่ถึง” 』

แต่สำหรับบทบาทของวูจินพวกเขาเลือกใช้คำอย่าง พลิกโผ คาดไม่ถึง หรือเหนือความคาดหมาย

ชื่อของคังวูจินถูกนำไปใช้โปรโมต 'รักน้ำค้างแข็ง' เช่นนี้...

『[คุยข่าวดารา] ‘บุกตลาดญี่ปุ่น’ คังวูจินกระแสแรงแม้แต่แวดวงโฆษณายังจับตามอง』

『ภาพยนตร์จากนิยายขายดีระดับโลก ‘การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า’ ได้ ‘คังวูจิน’ นักแสดงเกาหลีหนึ่งเดียว』

อันที่จริง ในประเทศนั้น หลังจากงานแถลงข่าวสร้างภาพยนตร์เรื่อง ‘เพื่อนชาย’ ก็ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยเรื่องของคังวูจินไปหมดแล้วยิ่งนานวัน อิทธิพลของเขาก็ยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างช่วยไม่ได้

『 ‘ผู้กำกับเคียวทาโร่’ ผู้กำกับมือทองของญี่ปุ่นและ ‘ผู้กำกับควอนกีแท็ก’ ผู้กำกับแถวหน้าของเกาหลีคังวูจินคนนี้ใช้มนตร์สะกดอะไรกันแน่ ถึงได้คว้าใจสองผู้กำกับระดับตำนานไปได้』

『[ตามล่าหาความจริง] นับตั้งแต่ปรากฏตัวจนถึงตอนนี้ คังวูจินก็สร้าง แต่เรื่อง ‘ครั้งแรก’ ก้าวต่อไปของเขาคืออะไรวงการบันเทิงต่างจับตามอง』

『โด่งดังไกลจากเกาหลีไปถึงญี่ปุ่นคังวูจิน··· ช่องYoutubeของเขา ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ มียอดผู้ติดตามทะลุ 5 แสนคน ภายในเวลาไม่กี่วัน』 (ก่อนหน้านี้แปลผิดเป็นล้านครับ ซอรี่)

แม้แต่ในตอนนี้ ข่าวมากมายที่ถูกเผยแพร่ออกมาก็เต็มไปด้วยคำศัพท์เหล่านี้ ‘การสังเวยอันน่าสะพรึงกลัวของคนแปลกหน้า’ ผู้กำกับเคียวทาโร่ ‘เพื่อนชาย’ ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ นิติวิทยาและอื่น ๆ อีกมากมาย

『[ข่าวเด่นดาราดัง] ไม่ใช่แค่ทักษะการแสดงที่สัตว์ประหลาด! ภาษาญี่ปุ่นที่คังวูจินโชว์ในช่อง ‘ตัวตนอีกด้านของคังวูจิน’ ทำเอาประชาชนถึงกับอ้าปากค้าง』

สำหรับสื่อแล้ว นี่คือโอกาสทอง

เพราะมีประเด็นให้เล่นได้ไม่รู้จบฝั่งความคิดเห็นของชาวเน็ตก็ไม่ต่างกัน

『ชาวเน็ตกับความสามารถในการร้องเพลงที่ไม่ธรรมดาของคังวูจิน “นี่นายทำไมถึงร้องเพลงเก่งขนาดนี้อีก” 』

ทุกวันจะมีปฏิกิริยาตอบรับมากมายจนนับไม่ถ้วน

ช่วงเวลานั้นเอง...

-!ตัวอย่าง! ในที่สุดก็มา คังวูจิน กับฮวาลิน กับละครโรแมนติกคอมเมดี้สุดหวานแหวว ไปดูกันเลย! ( ‘เพื่อนชาย’ ตัวอย่าง|Netflix เกาหลี)

ตัวอย่างแรกของ ‘เพื่อนชาย’ ถูกอัปโหลดลงช่องทางการของ Netflix เกาหลีเป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าจะมีความยาวเพียง 15 วินาทีก็ตาม

-ยอดวิว 520,000 ครั้ง

ยอดการรับชมพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คงเป็นเพราะอิทธิพลจากแฟนคลับของฮวาลิน แต่ตอนนี้ต้องบอกว่ากระแสของคังวูจินนั้นแรงกว่า

-ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ แค่ตัวอย่างก็หวานแล้ว

-สีอะไรเนี่ยยยยย สวยมากกกกก ขอให้ทำออกมาแบบนี้เลยนะ………

-ทั้งคู่ใส่ชุดนักเรียนงั้นเหรอ??!! อะไรเนี่ย ทำไมฉันรู้สึกตื่นเต้นแล้วนะ!!

-น่าเบื่อชัวร์

-5555เวอร์555 บอกตรง ๆ คิดว่าคังวูจินไม่น่าจะเหมาะกับละครแนวโรแมนติกคอมเมดี้นะ ทำไมถึงดูเข้ากันขนาดนี้ล่ะ? 5555

-แล้วแบบนี้!!จะออนแอร์เมื่อไหร่ครับ!!! บอกวันมาเลย ไม่เอา Coming Soon!!

-ตอนแรกแฟนคลับฮวาลินคลั่งกันใหญ่เลยนี่นา 555 เท่าที่ฉันดู ฮวาลินกับคังวูจินก็ดูเหมาะกันดีนะ 555

-ดูยังไงก็แป้ก 55555555

-ไม่อยากได้แค่ตอนเดียว ขอแบบมินิซีรีส์ 16 ตอน! เดี๋ยวนี้!

-ว่าแต่คังวูจิน ไหวเหรอ? ต้องไปทั้งงานที่เกาหลีและญี่ปุ่น 555

ทางด้านประเทศญี่ปุ่นก็ได้ มีการปล่อยตัวอย่าง ‘เพื่อนชาย’ เช่นเดียวกัน ผ่านทาง Netflix ญี่ปุ่น

ซึ่งกระแสตอบรับจากสาธารณชนญี่ปุ่นนั้น แตกต่างจากที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง

อาจเรียกได้ว่า “ร้อนแรง” คงจะเหมาะสมกว่า คนที่รู้จักนักแสดงหน้าใหม่ของเกาหลีอย่าง ‘คังวูจิน’ เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ และชื่อของเขากลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่น

『คังวูจิน กับความนิยมของ 「ผู้เชี่ยวชาญนิติจิตวิทยาเสเพล」 ที่พุ่งทะยาน』

ท่ามกลางความคึกคักในญี่ปุ่น ก็มีข่าวคราวหนึ่งแพร่สะพัดออกไป นั่นคือการมาเยือนญี่ปุ่นของคังวูจินกับฮวาลิน

『 "คังวูจิน" สุดฮอต กับ "ฮวาลิน" แห่งวง Elani คอนเฟิร์ม! เตรียมบินลัดฟ้าสู่ญี่ปุ่น 26 นี้』

ข่าวลือที่ว่า "นักแสดงหนุ่มสุดฮอตของเกาหลี" อย่างคังวูจินจะไปออกรายการทอล์ควาไรตี้ยอดนิยมของญี่ปุ่น

『ทางรายการ "คุยหลังฝน!" เผย "สัปดาห์นี้พบกับแขกรับเชิญสุดพิเศษ คังวูจิน กับเรื่องราวที่คุณไม่เคยรู้จากละครเรื่องล่าสุด" 』

เขาจะไปออกรายการ "คุยหลังฝน!"

เช้าวันพุธที่26 สิงหาคม

ณ สนามบินฮาเนดะ หรือที่รู้จักกันในนามสนามบินนานาชาติโตเกียว แม้จะเป็นเวลาเช้าตรู่ แต่ด้วยความเป็นสนามบินขนาดใหญ่ ทำให้มีผู้คนพลุกพล่านเต็มไปหมด ทุกแห่งหนล้วนคลาคล่ำไปด้วยฝูงชน

ทั้งผู้คนที่เพิ่งเดินทางมาถึงและกำลังจะออกเดินทาง

และด้วยความเป็นสนามบินนานาชาติจึงมีชาวต่างชาติมากมาย และที่เห็นได้ชัดคือชาวเกาหลี

"นั่นกลุ่มนั้นนักข่าวรึเปล่า?"

"ไหนอ่ะ อ๋อ ใช่ ๆ แล้วทำอะไรกัน"

"ดารามามั้ง!"

บรรดานักข่าวมากมายถือกล้องกันคนละตัวบ้าง สองสามตัวบ้าง เดินไปมาทั่ว บางคนก็อยู่คนเดียว บางคนก็อยู่เป็นกลุ่ม แต่ไม่ว่าจะกลุ่มไหน ต่างก็จ้องไปที่จุดหมายเดียวกัน จำนวนนักข่าวที่มากมายขนาดนี้ ย่อมเป็นจุดสนใจของผู้คนในสนามบินอย่างเลี่ยงไม่ได้

ไม่ใช่แค่นักข่าวเท่านั้น

"แต่แบบ ทำไมคนอื่นถึงเดินไปทางนั้นด้วยล่ะ?"

"จริงด้วย งานนี้ต้องเป็นดาราแน่ ๆ! นั่น ๆ ยามก็เดินตามไปด้วย"

"เราไปดูกันมั้ย เหลือเวลาอีกเยอะกว่ารถบัสจะมา"

ทั้งผู้คนทั่วไปและเจ้าหน้าที่สนามบินต่างก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางเดียวกับนักข่าว

ทันใดนั้นเอง

'โอ้ ถึงญี่ปุ่นแล้วเหรอเนี่ย ไวเหมือนโกหก'

คังวูจินเองก็อยู่ที่สนามบินฮาเนดะเช่นกัน ไม่สิ เพิ่งจะเดินทางมาถึงต่างหาก ผมที่ไม่ได้เซ็ตอะไรมากมาย กับเมคอัพที่ดูเป็นธรรมชาติ แน่นอนว่านอกจากเขา แล้วก็ยังมีผู้คนมากมาย ชเวซองกุน คิมแดยอง รวมถึงทีมงานบริษัทสื่อบันเทิงbw ทีมงาน Netflix เกาหลี และ...

“คุณวูจินคะ เราต้องไปด้วยกันค่ะ”

แม้กระทั่งฮวาลินที่เพิ่งจะมายืนข้าง ๆ คังวูจิน กับทีมงานของเธอ ทุกคนกำลังขนย้ายสัมภาระอย่างขะมักเขม้น เหตุผลน่ะหรือ ง่ายมาก เพราะวันนี้เป็นต้นไป คังวูจินกับฮวาลินมีกำหนดการในญี่ปุ่นน่ะสิ

ในไม่ช้า คังวูจินก็...

‘เอาล่ะ คุมสีหน้าไว้ก่อน’

ถึงแม้จะเป็นทั้งการขึ้นเครื่องบินครั้งแรกและการมาญี่ปุ่นครั้งแรก แต่เขาก็พยายามอย่างยิ่งที่จะระงับความตื่นเต้นเอาไว้ เมื่อเห็นฮวาลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

“ครับ เราจะไปด้วยกันตั้งแต่ตรงนี้เลยเหรอครับ?”

“ใช่ค่ะ แต่ได้ยินมาว่า ถ่ายรูปคู่กันน่าจะดีกว่าถ่ายแยกนะคะ ทั้งสื่อเกาหลีและญี่ปุ่นจะได้เขียนข่าวง่าย ๆ”

ถึงจะเป็นข้อมูลที่เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก แต่คังวูจินก็ทำเป็นรู้แล้วตอบกลับไป

“ครับผม”

มองคังวูจินที่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ แล้ว ฮวาลินก็สะบัดผมยาวของตัวเองไปด้านหลังพลางแอบเสียดายอยู่ในใจ

‘น่าเสียดายจัง ถ้ามีเวลาว่างมากกว่านี้ ฉันจะได้พาคุณวูจินไปร้านอร่อย ๆ สักหน่อย’

ฮวาลินจัดคอนเสิร์ตที่ญี่ปุ่นมานับครั้งไม่ถ้วน เธอจึงรู้จักร้านอาหารอร่อย ๆ มากมาย แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเวลาอยู่กับวูจินได้นานนัก ทั้ง ๆ ที่เป็นทั้งตารางงานต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต แถมยังได้มาทำงานกับคนที่เธอชอบที่สุด แต่ทุกอย่างกลับเรียบง่ายและธรรมดาเกินไป ทำให้ฮวาลินอดรู้สึกเสียดายขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้ แม้ว่าบนใบหน้าจะไม่ได้แสดงอะไรออกมาเลยก็ตาม

เอาล่ะ ...

“เก็บของกันเสร็จ แล้วก็ไปกันเถอะ!”

คังวูจินและฮวาลิน รวมถึงทีมงานทั้งหมด เริ่มทยอยลงจากเครื่องบิน บริเวณทางเข้าออก มีกลุ่มคนมากมายมารอต้อนรับทีม 'เพื่อนชาย' ทั้งทีมงานจาก Netflix ญี่ปุ่น เจ้าหน้าที่สนามบิน และอื่น ๆ อีกมากมาย วูจินที่กำลังเดินเคียงข้างฮวาลิน รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย

'ทำไมคนเยอะแบบนี้? '

เขาคิดว่าจำนวนคนที่มาต้อนรับนั้นมากเกินไป จากที่เดิมทีมีหลายสิบคนอยู่แล้ว พอมาถึงสนามบินฮาเนดะ ประเทศญี่ปุ่นจำนวนคนกลับเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ยิ่งไปกว่านั้น

"แดยอง กับซูฮวาน! ไปยืนขนาบข้าง วูจิน กับฮวาลินซิ"

ในระหว่างที่กำลังเดินไปยังด่านตรวจคนเข้าเมือง ชเวซองกุน ได้ให้จางซูฮวานและคิมแดยองที่อาสามาช่วย ไปยืนประกบข้างวูจินและฮวาลิน จากนั้นก็มีบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกหกคน มายืนล้อมรอบพวกเขาอีกชั้นหนึ่ง เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? รู้ตัวอีกที รอบตัวของคังวูจินก็ มีแต่ชายฉกรรจ์ร่างกำยำล้อมหน้าล้อมหลังอยู่เกือบสิบห้าคน ด้านหลังก็มีฝูงชนติดตามมาเป็นพรวน

คังวูจินรู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

'เหมือนโดนขังอยู่ในกำแพง ยังไงก็ไม่รู้ แบบนี้ เดินออกไป คนจะไม่มองกันทั้งสนามบินเลยเหรอ? '

วูจินที่เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งแรก เหลือบมองฮวาลินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เธอไม่ได้มีท่าทางตื่นเต้นอะไร ยังคงก้มมองโทรศัพท์มือถือในมือ

ทันใดนั้นเอง

"อ่ะ มาแล้ว"

ฮวาลินเงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน คังวูจินจึงมองตามไปเบื้องหน้า ประตูทางเข้าของด่านตรวจคนเข้าเมืองกำลังค่อย ๆ เปิดออก

แต่ทว่า

'เอ๊ะ? นั่นมันอะไรน่ะ? '

คังวูจินมองเห็นบางสิ่งบางอย่างกำลังขยับไหวอยู่เบื้องหลังประตูทางเข้า หรือว่าจะเป็นฝูงชน? ในขณะที่วูจินกำลังคิด ประตูทางเข้าก็เปิดออกอย่างเต็มที่

พร้อม ๆ กับเสียง

-ครืดดด

-ฟู่มมมมมม แชะ แชะ!!!

แสงแฟลชเริ่มฟาดเปรี้ยงปร้างราวกับคนเสียสติ หรือจะเรียกว่าแฟลชระเบิดก็ไม่ผิด ตาแทบบอด เห้ย อะไรวะ ทำไม เกิดอะไรขึ้นเนี่ย

ที่มาของแสงแฟลชที่สาดแสงจนแทบบอดก็เผยตัวตนออกมาอย่างรวดเร็ว

เบื้องหน้าคังวูจิน

'อุ๊วะ อะไรเนี่ย นักข่าวเรอะ'

นักข่าวญี่ปุ่นนับร้อยกำลังรุมล้อมอยู่

แฟลชจากกล้องที่พวกเขากดรัว ๆ สาดเข้าใส่ไม่หยุด

-แชะแว้บ แชะแว้บ แชะแว้บ

ทว่า ไม่ใช่แค่นักข่าวเท่านั้นที่กำลังถ่ายรูปคังวูจิน ด้านหลังเหล่านักข่าวยังมีผู้คนอีกหลายร้อยชีวิตเบียดเสียดกันอยู่ พวกเขารัวภาษาญี่ปุ่นด้วยท่าทางร้อนรน ขณะยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปคังวูจิน

"มาแล้ว"

"ออกมาแล้ว"

"ตรงนั้น ๆ"

ดูท่ารวม ๆ แล้วน่าจะเกินห้าร้อยคนได้สบาย ๆ

จบ

\ติดตามผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:ยักษาแปร\ลงแบบราคาถูกแค่ในMy-NovelและThai-novel\เท่านั้น หากอ่านที่อื่นรบกวนมาสนับสนุนทีนะครับ\หรือจะมากดไลก์แฟนเพจก็ได้ กระซิกกระซิก\ ;-;_

จบบทที่ บทที่ 129 ออกเดินทาง (3)

คัดลอกลิงก์แล้ว