- หน้าแรก
- ฉันถูกเข้าใจผิดว่าเป็นสุดยอดนักแสดงอัจฉริยะผู้น่าสะพรึง
- บทที่ 127 ออกเดินทาง (1)
บทที่ 127 ออกเดินทาง (1)
บทที่ 127 ออกเดินทาง (1)
[\แปลโดยแฟนเพจ ยักษาแปร\มาติดตามในแฟนเพจ\เพื่อติดตามข่าวสารได้นะ\]
[\Thai-novel \ลงไวกว่าที่อื่น\ทุกที่ 5 ตอน\แต่จะราคาแพงที่สุด\]
[\หลังแปลจบจะมีการแก้ไขคำอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง จะแก้ไขแบบเทียบคำต่อคำให้ตรงตามหลักไวยากรณ์ อ่านแบบเทียบภาษาต้นฉบับคำต่อคำ ซึ่งถ้าอ่านแบบเถื่อนหรือแชร์กันเป็นคณะ\100คน\ก็อ่านไปครับ เพราะผมจะแก้แบบแปลใหม่อีกรอบแค่ในThai-novel กับเว็บอื่น ๆ และแหล่งที่ผมแปลครับ ซึ่งถ้ารู้ว่าหลุดจากที่ไหนก็จะไม่แก้ไขตรงเว็บนั้นครับ ส่วนคนที่อ่านที่อื่นก็จะได้อ่านแบบเวอร์ชั่นแรกไปนะครับ\]
บทที่ 127 ออกเดินทาง (1)
ห้องอ่านบท ‘รักน้ำค้างแข็ง’
เหล่านักแสดง ทีมงาน ผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงนักข่าว ต่างมารวมตัวกันในห้องอ่านบทนี้รวมแล้วหลายสิบคน แต่ไม่รู้ทำไม ห้องอ่านบทกลับเงียบสงัดอย่างบอกไม่ถูก
“······”
“······”
นักแสดงที่เดินทางมาถึงก่อน ต่างก้มหน้าก้มตาอ่านบท ทีมงานและผู้เกี่ยวข้องก็ต่างคนต่างทำงาน นักข่าวก็ก้มมองโทรศัพท์มือถือ
แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกันคือ
-สวบ
แม้จะทำเป็นไม่สนใจ แต่พวกเขาก็แอบชำเลืองมองนักแสดงหน้าใหม่ที่เพิ่งมาถึงเมื่อไม่กี่นาทีก่อนเป็นระยะพวกเขาชำเลืองมองผ่านบทที่อยู่ในมือบ้าง โทรศัพท์มือถือบ้างคังวูจินนั่งอยู่เกือบจะริมสุดของโต๊ะรูปตัวดี
-[บท ชายลึกลับข้างบ้าน / คุณคังวูจิน]
เพราะเป็นเพียงบทตัวประกอบเล็ก ๆ ที่นั่งจึงอยู่ด้านหลังอย่างไรก็ตามตอนนี้ทุกคนทักทายกันครบหมดแล้ว วูจินที่นั่งประจำที่จึงก้มมองบทในมือด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย
ไม่นานนัก เสียงซุบซิบของเหล่านักแสดงก็ดังขึ้น
“คุณวูจินดูนิ่ง ๆ นะคะ ดูเป็นคนเงียบขรึมเคยได้ยินกิตติศัพท์มาบ้าง แต่ตัวจริงดูเย็นชาจัง”
“นั่นสิตอนทักทายกันเมื่อวาน เขาดูไม่เห็นหยิ่งหรืออะไรแบบนั้นเลยนะหรือจริง ๆ แล้วเป็นคนขี้อาย?”
“เอ่อ... ฉันว่าเขาดูเป็นคนเข้าถึงยากนิดหน่อยนะ”
“ก็นะตั้งแต่เดบิวต์ เขาก็กวาดหนังฟอร์มยักษ์มาตลอดแบบนี้จะให้เขามารู้สึกประหม่าในห้องอ่านบทแบบนี้ได้ยังไงล่ะ?”
“ก็นั่นน่ะสิขนาดที่เกาหลีกับญี่ปุ่นยังราบเป็นหน้ากลอง เขาน่าจะชินแล้วล่ะ”
เสียงซุบซิบของนักข่าวดังกระจายไปทั่ว
-เงียบเชียบจัง หมอนั่นระเบิดปรมาณูถล่มเกาหลีกับญี่ปุ่นเสร็จ ก็มาอยู่นี่เนี่ย
“แปลกคนจริง ๆ ออร่าอย่างกับมืออาชีพระดับท็อป ไม่เคยเห็นนักแสดงหน้าใหม่แบบนี้มาก่อนเลย”
“เรื่องที่เกี่ยวกับเขามันก็ไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ไม่ค่อยพูดค่อยจาขนาดให้สัมภาษณ์ยังไม่ได้เลย เข้าถึงยากชะมัด ปกตินักแสดงหน้าใหม่ต้องดูเป็นมิตรเข้าไว้สิ แต่นี่อะไรแข็งเป็นหินเลย หรือฉันคิดมากไปเอง”
“ฉันก็รู้สึก นักแสดงหน้าใหม่แบบนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ นั่นไง มาถึงก็ทำหน้าจริงจังอ่านบทเลยเห็นไหม?”
“เขาได้คัดเลือกจากผู้กำกับควอนกีแท็กด้วยนะ คนนั้นน่ะนะ ผ่านอะไร ๆ มามากมาย การอ่านบทแบบนี้น่ะเหรอจะไปตื่นเต้นอะไร”
“หืม อะไรนะ ที่นี่ก็มีนักเขียนอีวอลซอนด้วยเหรอ?”
“ก็นั่นน่ะสิ บอกแล้วไงว่าไม่ธรรมดา”
ในทางกลับกันตอนนี้คังวูจินกำลังต่อสู้กับเสียงหัวใจของตัวเอง
‘โอ๊ย บรรยากาศเงียบแบบนี้มันชินยากจริงแฮะ ทุกคนมองมาเห็น ๆ เลยนะ คิดว่าไม่รู้ไม่เห็นหรือไง ช่างเถอะ ไม่สนใจก็แล้วกัน’
เขารู้สึกอึดอัดมากกว่ากังวล ในห้องอ่านบทนี้ไม่มีใครที่เขารู้จักเลยสักคน พอนึกดูแล้ว การอ่านบทที่ไม่มีคนรู้จักเลยสักคนแบบนี้ถือเป็นครั้งแรกของวูจิน แม้แต่ชเวซองกุนที่เคยอยู่ข้างกายเขาก็ไม่อยู่ นักเขียนอีวอลซอนก็ไม่เห็น
‘เอาเถอะ ไม่เจอนักเขียนอีวอลซอนจะสบายใจกว่า’
รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้คังวูจินยิ่งแสดงออกมากขึ้น สีหน้าเรียบเฉยราวกับคนเล่นไพ่โป๊กเกอร์ก็ยิ่งดูจริงจังขึ้น พอตั้งสติได้
-ปุ๊ก!
คังวูจินจิ้มสี่เหลี่ยมสีดำที่แปะอยู่บนบทละครเรื่อง 'รักน้ำค้างแข็ง' ตอนที่1 ในพริบตาวูจินก็เข้ามาอยู่ในมิติว่างเปล่าอันมืดมิดไร้ที่สิ้นสุดในตอนนั้นเองเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกปนเหนื่อยล้า
“ฟู่วรอดตายแล้ว พักตรงนี้แป๊บนึงละกัน บรรยากาศห้องอ่านบทอึดอัดชะมัด”
คังวูจินยืดเส้นยืดสายเขาใช้เวลาไปสักพัก จนกระทั่งรู้สึกว่าได้เวลาแล้ว จึงเดินตรงไปยังสี่เหลี่ยมสีขาวที่เรียงรายกันอยู่การอ่านบทใกล้เข้ามาทุกทีและก่อนหน้านั้นเขาก็ตั้งใจจะลองอ่านบท(ประสบการณ์)ดู
แน่นอนว่าตัวละครที่เขาเลือกคือ 'ชายลึกลับข้างบ้าน'
มันไม่ใช่บทบาทธรรมดามันจำเป็นต้องโดดเด่นยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นการลองอ่านบท(ประสบการณ์)ซ้ำ ๆ จึงเป็นเงื่อนไขที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ในไม่ช้า
- ซู่วว
[ “‘P:ชายลึกลับข้างบ้าน’กำลังเตรียมการอ่านบท······” ]
วูจินถูกดูดเข้าไปในโลกของ 'ชายลึกลับข้างบ้าน' พร้อมกับเสียงผู้หญิงทุ้มต่ำราวกับหุ่นยนต์ที่คุ้นเคย
ย้อนกลับไป
เมื่อคังวูจินกลับมาสู่โลกแห่งความจริงณ ห้องอ่านบทของ 'รักน้ำค้างแข็ง' อีกครั้ง
“······”
ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกพูดไม่ออก หรือต่อให้เขาจะอ้าปากได้ เสียงก็คงไม่ออกมาสมองสั่งการแล้ว แต่ร่างกายไม่ตอบสนองเพราะทุกสิ่งทุกอย่างของ 'ชายลึกลับข้างบ้าน' ได้ฝังลึกลงไปในตัวเขาแล้วและมันกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
‘······น่าเวทนา’
คังวูจินหลับตาลงชั่วครู่เขาพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกที่ไหลเวียนอยู่ในกายทำความเข้าใจและครุ่นคิดโลกของ 'ชายลึกลับข้างบ้าน'กำลังกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และแล้ว
‘ภาษามือภาษามือมันเด่นชัด’
หัวสมองของฉันเต็มไปด้วยภาษามือ ถึงแม้จะเชี่ยวชาญแล้ว แต่การซ้อมบท (ประสบการณ์) ซ้ำ ๆ ก็ทำให้มันยิ่งฝังลึกมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นคังวูจินยังรู้สึกตัวว่า
- กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเขายืดหยุ่นขึ้นมาก
แม้จะไม่เอ่ยเอื้อนเสียงพูด แต่สัมผัสและประสาทรับกลิ่นกลับไวขึ้น ร่างกายเบาเหมือนขนนก ไม่สิ ไม่ใช่เบาหรอก แต่เป็นความรู้สึกนุ่มนวลต่างหาก ราวกับร่างกายทั้งหมดเปลี่ยนจากของแข็งแกร่งกลายเป็นของเหลวอ่อนนุ่ม
มันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว เพราะ ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ จำเป็นต้องใช้ภาษากายบ่อย ๆ
ในตอนนั้นเอง
“สวัสดีครับ-”
นักแสดงนำและนักแสดงสมทบเริ่มปรากฏตัวขึ้นตามการเริ่มต้นของการซ้อมบท ทุกคนต่างทักทายพร้อมรอยยิ้มแบบคนทำงานทั่วไป
แต่ทว่า
“โอ้โห คุณวูจิน สวัสดีครับ ฮ่าฮ่า เรื่องของคุณผู้กำกับเคียวทาโร่่ฝั่งญี่ปุ่นนี่น่าทึ่งจริง ๆ”
พวกเขาต่างเข้ามาทักทายคังวูจินที่นั่งอยู่มุมห้อง เกือบทุกคนเป็นแบบนั้น ทุกคนต่างยิ้มให้เขา แต่ถ้ามองลึกเข้าไปในใจแล้ว ภายในกลับเต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งชื่นชม อิจฉา ริษยา นับถือ สงสัย แปลกใจ สอบถาม ยินดี ฯลฯ
ในบรรดาความรู้สึกเหล่านั้น
‘นี่สินะคังวูจิน ดูท่าทางไม่เหมือนมือใหม่เลยสักนิด นี่เขามีดีอะไรกันแน่?’
นักแสดงที่เพิ่งจับมือทักทายกับคังวูจินเมื่อครู่เดินไปยังที่นั่งแรกด้วยความ ‘สงสัย’ เข้มข้น เขาคือจองจางฮวาน นักแสดงแถวหน้าผู้รับบท ‘ซงแทฮยอง’ พระเอกของเรื่อง ‘รักน้ำค้างแข็ง’ จองจางฮวานที่สวมหมวกใบนั้นค่อนข้างสูง และด้วยโครงหน้าที่คมชัดทำให้เขามีใบหน้าที่ดูเป็นชายชาตรี
ภาพลักษณ์ของเขาค่อนข้างคล้ายกับคังวูจิน เพียงแต่เขาอายุมากกว่าวูจินถึงสิบปี
จองจางฮวานคือสิ่งที่เรียกว่า 'นักแสดงที่ไม่ปังบนจอเงิน' มีนักแสดงแบบนี้อยู่จริงนะแบบที่ละครดังเปรี้ยงปร้าง แต่พอมาเล่นหนังกลับแป้กสนิท จองจางฮวานก็เป็นแบบนั้นเป๊ะ ถึงอย่างนั้น ในวงการละครเขาคือระดับตำนานดังพลุแตกเป็นที่ยอมรับ ทุกคนต่างก็รู้ว่าเขาเป็นนักแสดงแถวหน้าแน่นอนว่าฝีมือการแสดงก็ระดับท็อปด้วย
"แบบนี้ นักเขียนอีวอลซอนถึงเลือกเขามาสินะ"
ไม่ว่าจะอะไรก็เถอะ พอจองจางฮวานคลี่บทออก เขาก็ทำทีเป็นพูดคุยอย่างไม่เคอะเขินกับนักแสดงคนอื่น ๆ ที่ทยอยกันมาถึง
- แวบ
สายตาของเขาเหลือบมองคังวูจินตอนนี้ห้องอ่านบทคึกคักไปด้วยนักแสดงและทีมงานที่มากันพร้อมหน้าแต่คังวูจินยังคงนั่งนิ่งเฉยอยู่ในท่าทางเดิมไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะมีใครเข้ามาแสดงความยินดีหรือถามอะไรเขาก็ยังคงสงบนิ่งไม่มีท่าทีเขินอายดีใจหรือแม้แต่หยิ่งยโส
'จะเรียกว่าไงดีล่ะเนี่ย'
'หมอนี่มันนิ่งอย่างกับอะไรดี'
ไม่มีทีท่าว่าจะหวั่นไหวอะไรเลยสักนิด จองจางฮวานเริ่มรู้สึกสงสัยในตัวคังวูจินขึ้นมาจับใจ
ที่จริงแล้วการแสดงของคังวูจินที่เขาเคยเห็นมีอยู่แค่สองบทบาทนั่นคือ'คิมรยูจิน'กับรองหัวหน้าพัค ไม่ใช่แค่เขาหรอก ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ก็คงเห็นเหมือนกันสองผลงาน นั่นดังระเบิดระเบ้อและการแสดงของคังวูจินในเรื่องนั้นก็เรียกได้ว่าเกินคาดสุด ๆ ไม่ใช่ระดับที่นักแสดงหน้าใหม่จะทำได้
'รู้นะว่าหมอนี่แสดงเก่ง แต่แบบนี้มันขนาดทำให้ผู้กำกับควอนกับผู้กำกับเคียวทาโร่ หลงใหลได้ปลื้มเลยเหรอ? '
ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ทั้งนักเขียนอีวอลซอน ผู้กำกับซงมันวู และนักเขียนบทพัคอึนมีก็เช่นกัน ทำไม? ทำไมรอบตัวนักแสดงหน้าใหม่คนนี้ถึง มีแต่คนดัง ๆ ทั้งนั้น? จองจางฮวานเริ่มรู้สึกสนใจขึ้นมาแปลก ๆ
‘ถ้าเกิดเขย่าบุคลิกแข็ง ๆ นั่นจะเป็นยังไงนะ? ในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงแบบนั้น เขาจะมีปฏิกิริยายังไง?’
เหตุผลน่ะง่าย ๆ ก็เพราะ ‘รักน้ำค้างแข็ง’ คังวูจินมีปฏิสัมพันธ์กับนักแสดงคนเดียวคือจองจางฮวานเท่านั้น
‘...เขาคงเคยลองซ้อมบทพูดหรือด้นสดในกองถ่ายมาบ้างแล้วมั้ง?’
บท ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ที่วูจินได้รับ แม้ว่าบทจะสั้น แต่ความเข้มข้นของการแสดงนั้นเข้มข้นที่สุดใน ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ความยากนั้นเรียกว่าไม่ธรรมดา อย่างน้อยในความคิดของพระเอกอย่างจองจางฮวานก็คิดแบบนั้น
‘ภาษามือไม่ใช่ภาษาแบบปกติ ถึงจะเรียนไปก็แสดงออกมาให้เป็นธรรมชาติไม่ได้อยู่แล้ว’
กล่าวคือถ้าแสดงดีก็คือฉากนั้นเลย แต่ถ้าไม่แน่ใจก็โดนด่าแน่นอน แถมยังต้องแสดงสีหน้าท่าทางอีก ไม่มีบทพูดก็จริง แต่ก็ต้องแสดงออกราวกับเป็นบทพูด ความกดดันที่น่ารำคาญ นั่น นักแสดงหน้าใหม่คนนั้นจะแสดงบทที่ยากแสนเข็ญแบบนั้นออกมายังไงนะ?
ขณะที่จองจางฮวานกำลังสนใจคังวูจินอยู่นั้น
- แอ๊ด
ประตูที่ปิดอยู่ก็เปิดออก เผยให้เห็นผู้กำกับกับนักเขียนอีวอลซอนที่เดินเข้ามาในห้องซ้อมบทที่เต็มไปด้วยนักแสดง ข้าง ๆ นักเขียนอีวอลซอนมีผู้หญิงคนหนึ่งในชุดสูทเดินมาด้วย ไม่นานนักแสดงและทีมงานก็ลุกขึ้นยืน
ผู้กำกับกับนักเขียนอีวอลซอนทักทายอย่างเป็นกันเอง
จากนั้น
“คุณวูจิน ไม่เจอกันนานเลยนะคะ”
“สวัสดีครับ คุณนักเขียน”
ต่างหูของนักเขียนอีวอลซอนที่ส่องประกายไปมา ดึงดูดสายตาของคังวูจิน ก่อนเธอจะหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ ได้ยินมาว่าคุณทำเรื่องใหญ่เอาไว้?”
“บังเอิญน่ะครับ”
“เอาเป็นว่าเรื่องยินดีเอาไว้ทีหลังนะคะ ตอนนี้นะคะ ดิฉันขอแนะนำให้รู้จักกับคุณคนนี้ค่ะ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษามือ”
นักเขียนอีวอลซอนแนะนำหญิงสาวในชุดสูทที่เดินมาพร้อมกับเธอ ดูเหมือนจะเป็นล่ามภาษามือ การที่ผู้เชี่ยวชาญมาร่วมสังเกตการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ อยู่แล้ว หน้าที่ของเธอก็คือตรวจสอบข้อผิดพลาดและให้คำแนะนำ และ นั่นทำให้หัวใจของคังวูจินเต้นตึกตักขึ้นมาเล็กน้อย
‘ผู้เชี่ยวชาญ- โห ตื่นเต้นนิดหน่อยแฮะ? แต่นั่นแหละ มิติว่างเปล่ามันโกงอยู่แล้ว’
ต่อมาเป็นการทักทายแบบสั้น ๆ ระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านภาษามือกับวูจิน
“สวัสดีค่ะ”
“ครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ดิฉันชอบ ‘นิติจิตวิทยา’ มากเลยค่ะ”
“ขอบคุณครับ”
นักเขียนอีวอลซอนเข้ามาขัดจังหวะ เธอยิ้มแล้วถามวูจิน
“นักเขียนพัคอึนมีเคยพูดไว้น่ะค่ะ ว่าถ้าคุณวูจินมาร่วมอ่านบทจะต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แน่ ๆ มันหมายความว่ายังไงคะ?”
“ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ”
“จริงเหรอคะ งั้นคงต้องรอดูกันสินะคะ”
นักแสดงต่างพากันขมวดคิ้วด้วยความสงสัย แต่นักเขียนอีวอลซอนก็ไม่ได้สนใจอะไร เธอเดินไปที่โต๊ะประธานพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษามือ
-กึก
และแล้วทั้งคู่ก็นั่งลง ผู้กำกับก็พูดขึ้นมาทันที
“เอาล่ะค่ะ งั้นเราเริ่มอ่านบทกันเลย”
การอ่านบทละคร ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ก็ได้ เริ่มต้นขึ้น นักเขียนอีวอลซอนที่นั่งอยู่ทางขวาของผู้เชี่ยวชาญด้านภาษามือ กระซิบถามขึ้นเบา ๆ
“คุณคังวูจิน ดูเป็นยังไงบ้างคะ แค่บอกความรู้สึกที่เห็นแวบแรกก็ได้ ค่ะมีอะไรขัดแย้งกันไหม?”
“···ตอนนี้ฉันพูดอะไรออกไปก็ยากค่ะ เพียงแต่ภาษามือคือการใช้มือ สีหน้า ท่าทาง ทุกอย่างประกอบกันเป็นคำพูดใช่ไหมะค? เพราะต้องแสดงอารมณ์ออกมา แต่คุณวูจิน······เรียกว่าอะไรดี เขาหน้าตายมาก เหมือนไม่มีความรู้สึกอะไรเลย”
“หมายความว่าแค่หน้าตาก็ผิดแล้ว?”
ผู้เชี่ยวชาญภาษามือไหวไหล่
“ก็ไม่รู้สินะ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปมีปัญหาแน่”
ไม่นานหลังจากนั้น
การแนะนำนักแสดงเรื่อง ‘รักน้ำค้างแข็ง’ ก็เริ่มขึ้นหลังจากแนะนำนางเอกแล้ว ก็ถึงคิวพระเอกจองจางฮวาน ลุกขึ้นยืน
“ผมจองจางฮวานรับบท ‘ซงแทฮยอง’ หวังว่าจะเป็นผลงานที่น่าพอใจ เพราะทุกคนตั้งใจกันมากครับ”
เสียงปรบมือดังกึกก้องตามมาด้วยการแนะนำตัวของคนอื่น ๆ และแล้ว
-แคร่ก
“ผมคังวูจินรับบท ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ครับจะทำให้เต็มที่ครับ”
การแนะนำตัวสุดปังของคังวูจินเสียงปรบมือดังขึ้นเท่า ๆ กัน แต่สายตาของนักแสดงคนอื่นกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกประหลาดหลังจากแนะนำตัวครบทุกคน แล้วก็ถึงคิวของทีมงาน
“โอเค งั้นคุณนักเขียนล่ะครับ”
PD มองนักเขียนอีวอลซอน เหมือนจะถามว่ามีอะไรจะพูดไหม นักเขียนอีวอลซอนไหวไหล่ตอบสั้น ๆ
“ขอให้สนุกกับการอ่านบทนะคะ”
คำพูดดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ความหมายนั้นหนักอึ้ง นักเขียนอีวอลซอนขึ้นชื่อว่าเป็นนักเขียนระดับท็อปที่ให้ความสำคัญกับการอ่านบทมาก ต่างจากนักเขียนพัคอึนมีที่ร่วมงานกับผู้กำกับอย่างใกล้ชิด นักเขียนอีวอลซอนจะแสดงความคิดเห็นของตัวเองกับนักแสดงอย่างตรงไปตรงมา
ที่พิเศษคือ
“งั้นลองเริ่มอ่านบทกันเลยดีกว่าค่ะ”
- ฟึบ ฟับ
นักเขียนอีวอลซอนนั้น ตอนต้นของการอ่านบท เธอจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักแสดงทั้งหมด แม้ว่าบทพูดจะผิดพลาด หรือการแสดงดูไม่เพียงพอ หรือการแสดงออกมาต่างจากที่เธอตั้งใจ หรืออารมณ์ดูไม่ถึง ในตอนแรกของการอ่านบท เธอจะนั่งดูการวิเคราะห์และการแสดงของนักแสดงอย่างเงียบ ๆ
แต่พอถึงช่วงกลางเรื่อง เธอก็จะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
เปรียบได้กับสัตว์กินพืชที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นสัตว์กินเนื้อ! เพราะอย่างนั้น ในสถานที่อ่านบทของเธอ จึงมีนักแสดงหน้าใหม่หลายคนที่ต้องหลั่งน้ำตา เพราะคำวิจารณ์ที่แสนจะเฉียบคม ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงระดับท็อป นักแสดงอาวุโส หรือแม้แต่นักแสดงหน้าใหม่ ทุกคนล้วนได้รับคำวิจารณ์ที่เฉียบขาดไม่ต่างกัน
ไม่ว่าอะไรก็ตาม
“ฉากที่1 ม่านทึบแสงถูกปิดไว้ทั่วทั้งบ้าน ส่วนใหญ่จะเป็นโทนสีดำ ซงแทฮยองลืมตาขึ้นบนเตียงอย่างกะทันหัน”
การอ่านบทละครเรื่อง ‘รักน้ำค้างแข็ง’ เริ่มต้นขึ้นด้วยคำบรรยายของ PD บทละคร ‘รักน้ำค้างแข็ง’ เมื่อมองโดยรวมแล้วเป็นเรื่องราวการเติบโตของ ‘ซงแทฮยอง’ ซึ่งรับบทโดยพระเอกของเรื่อง จองจางฮวาน เขาเป็นผู้ชายวัยสามสิบกว่า ๆ มีความสามารถ แต่มีอาการผิดปกติทางจิตใจอย่างรุนแรง จนไม่สามารถสื่อสารกับผู้คนในสังคมได้
‘ซงแทฮยอง’ ถูกขังอยู่ในกรงของตัวเอง แต่เขากลับชอบแบบนั้น
ไม่ได้ทำร้ายใคร ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องถูกทำร้าย และ ถึงแม้จะไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แต่ก็สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่จึงใช้ชีวิตได้โดยไม่ลำบาก ‘ซงแทฮยอง’ รังเกียจความวุ่นวายอย่างมาก
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ หรือแม้แต่จิตใจของตัวเอง
‘รักน้ำค้างแข็ง’ เป็นละครที่เล่าถึงการเติบโตและความรักของ ‘ซงแทฮยอง’ ที่เป็นเหมือน ‘เด็กน้อยในคราบผู้ใหญ่’ ในแบบที่ค่อนข้างจะเบาสมอง หรือบางครั้งก็หนักอึ้ง
และสิ่งที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลง ‘ซงแทฮยอง’ เป็นคนแรกก็คือ…
“S#3 ซงแทฮยองหยิบเจลแอลกอฮอล์ใส่กระเป๋าก่อนจะเดินออกจากบ้าน ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง ประตูบ้านข้าง ๆ ก็เปิดออก ซงแทฮยองสบตากับ ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ พวกเขาเจอกันหลายครั้งแล้ว และซงแทฮยองก็ไม่ชอบใจเอาเสียเลย”
- คังวูจิน คือ ผู้รับบท ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ไม่นานนัก จองจางฮวานซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เหลือบมองคังวูจิน เขารวบคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“······”
จองจางฮวานขมวดคิ้วและสบตากับวูจินเพียงครู่หนึ่ง คังวูจินเองก็มองเขาเช่นกัน แต่ไม่มีบทพูดใด ๆ ออกมา หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ไม่สามารถพูดได้ต่างหาก จองจางฮวานยังไม่รู้เรื่องนี้ ในทางกลับกัน ‘ซงแทฮยอง’ กลับรู้สึกติดใจสายตาของ ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’
สายตาแปลกประหลาดคู่นั้นกำลังทำให้ ‘ซงแทฮยอง’ รู้สึกไม่สงบ
‘สายตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงกันนะ ทำไมต้องจ้องมองแบบนั้นทุกครั้งที่เจอหน้าด้วย’ ‘ซงแทฮยอง’ รู้สึกไม่ดี จึงเอ่ยปากพูดกับ ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ เป็นครั้งแรก
“นี่ คุณมีอะไรจะพูดกับผมรึเปล่า?”
แต่ ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ กลับไม่ตอบอะไร
“······”
“ช่างเถอะ คุณกำลังจะขึ้นลิฟต์ใช่ไหม งั้นผมขึ้นทีหลังก็ได้”
“······”
“ตกลง งั้นผมถือว่าคุณโอเค”
ตามบท ‘ซงแทฮยอง’ เดินกลับเข้าบ้าน ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ มองประตูบ้านที่ปิดลงครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินขึ้นลิฟต์ไปโดยไม่พูดอะไร ผู้กำกับเขียนคำบรรยายฉากต่อ
ซงแทฮยองบ่นพึมพำอยู่หน้าตู้รองเท้าพลางถูมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ ราวกับต้องการจะชำระล้างสิ่งสกปรกน่ารังเกียจ
บทพูดของซงแทฮยอง
“เห็นหน้าทีไรก็รู้สึกแย่ทุกที มีอะไรก็พูดมาสิวะ โอ้ย ไม่ไหวแล้ว ย้ายบ้านดีกว่า”
หลังจากใช้เวลาทั้งวันที่แสนวุ่นวาย ซงแทฮยองก็กลับมาถึงบ้าน เขามองประตูบ้านข้าง ๆ แวบหนึ่ง ก่อนจะกดรหัสผ่านประตูอย่างเงียบเชียบ
-แกร็ก!
‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขายังคงไม่พูดอะไรออกมาสักคำ เพียงแต่จ้องมองมายังซงแทฮยอง ในบทเขียนไว้ว่า ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ถือถุงพลาสติกใบหนึ่งอยู่ในมือ ฉากนี้ควรจะจบลงตรงนี้ ที่ซงแทฮยองส่ายหน้าเบา ๆ แล้วรีบเดินเข้าบ้านไป
กล้องจับภาพโคลสอัพใบหน้าเรียบเฉยของ ‘ชายลึกลับข้างบ้าน’
คังวูจินเพียงแค่มองซงแทฮยองที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาแปลก ๆ
‘จบแค่นี้ แล้วก็... อืม... ต่อไป’
แต่ทว่า...
“นี่ คุณ”
‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ถูกซงแทฮยองเอ่ยทักขึ้นมากะทันหันเป็นบทพูดที่ไม่ได้อยู่ในบท
“ทำไมต้องทำตัวแปลก ๆ ด้วยล่ะครับจะพูดก็พูด ไม่พูดก็เงียบไปเลยสิ นี่มันกี่ครั้งแล้วเนี่ย ทำแบบนี้ระวังผมแจ้งตำรวจนะครับ”
สายตาทุกคนในห้องซ้อมบทต่างจับจ้องไปที่‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ไม่สิ คังวูจินต่างหาก ถึงแม้ว่าวูจินจะมองจองจางฮวานอยู่ แต่ภายในใจเขากำลังสับสนอย่างเห็นได้ชัด
‘เอ๊ะ? อะไรวะ บทพูดนั้นมันไม่มีในบทไม่ใช่เหรอ? หรือว่ามี? ไม่นะ ไม่มี ไม่มีจริง ๆ’
เพราะมันเป็นบทพูดที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่บรรดานักแสดงคนอื่น ๆ ในห้องซ้อมบทกลับทำตัวเป็นปกติ
‘ด้นสดเหรอ? ก็จริงอยู่ จางฮวานน่ะเวลาจะวิเคราะห์ตัวละครก็ชอบ แต่งบทพูดขึ้นมาเองนี่นะ’
‘คราวนี้ก็เตรียมด้นสดมาด้วยสินะ แบบนี้แหละที่ทำให้บทพูดหลาย ๆ ส่วนของเขาก็ได้ใช้จริงไม่ใช่เหรอ?’
มันก็ไม่ได้ดูแปลกประหลาดอะไร นักเขียนอีวอลซอนที่กำลังขยับปากกาไปมาก็ไม่ได้คิดจะเข้าไปแทรกแซง
‘ขยายความรู้สึกอึดอัดงั้นเหรอ? นี่เขาวิเคราะห์กันแบบนี้เหรอเนี่ย? ก็ไม่ได้แย่นะ’
เพราะยังไงซะ มันก็ไม่ได้โดดออกไปจากฉากอยู่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น
‘ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่านายนั่นจะตอบสนองยังไง ก็คงจะรับมือแบบเบา ๆ นั่นแหละ’
เธออยากเห็นว่าคังวูจินจะรับมือกับการด้นสดนี้อย่างไร เธอไม่สงสัยเลย คังวูจินคือ ‘นักแสดงอัจฉริยะ’ ที่ใคร ๆ ก็ยกย่อง การด้นสดธรรมดาแบบนี้ คงไม่ทำให้เขาหวั่นไหวได้หรอก
ทว่า
‘ว้าว บ้าไปแล้ว นี่จะปล่อยให้เล่นต่อแบบนี้จริง ๆ เหรอ ทำไมไม่มีใครตัดบท’
‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ที่แสดงโดยวูจินสมองหยุดทำงาน
‘เดี๋ยวก่อน ๆ นี่จะให้ฉันทำยังไง? หือ?’
ถึงเขาจะพยายามทำหน้าตายเอาไว้ แต่สายตาของวูจินที่มองจองจางฮวาน นักแสดงเบอร์ต้น ๆ ที่นั่งอยู่ตรงหน้า ก็อดเผยความประหม่าออกมาไม่ได้
ตอนนั้นเอง
“เอ๊ะ?”
ผู้เชี่ยวชาญภาษามือที่นั่งอยู่ทางขวาของนักเขียนอีวอลซอน รู้สึกได้ถึงบางอย่างจากสีหน้าของวูจิน
“···ลำบากใจ? หรืออะไรประมาณนั้น ฉันเห็นชัดเลย แววตา นั่น คนที่ใช้ภาษามือเวลาสื่อสารลำบากมักจะมีแววตาแบบนี้แหละ”
เมื่อได้ยินแบบนั้น นักเขียนอีวอลซอนก็หันไปมองวูจิน แต่เธอกลับไม่เห็นวี่แววของความลำบากใจหรือความประหม่าจากคังวูจินเลยสักนิด
มีเพียงแค่
‘มันคงเป็นอะไรที่มองเห็นได้แค่ในสายตาของผู้เชี่ยวชาญสินะ’
ที่นี่ผู้เชี่ยวชาญภาษามือคงจะบอกได้ดีกว่า ตอนนี้คังวูจินกำลังแสดงเป็น‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ อยู่นี่นะ เพราะงั้นนักเขียนอีวอลซอนเลยจดจ่ออยู่กับเรื่องอื่น
‘ถึงอย่างนั้น... การแสดงออกทางสายตาที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญภาษามือเท่านั้นที่จะจับสังเกตเห็นได้แบบนี้-’
เป็นการแสดงของคังวูจินเอง
‘ด้นสดที่จู่โจมแบบนี้ เขายังดึงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกมาได้ในพริบตา? ไม่เสียแรงที่เขาเป็นระดับท็อปจริง ๆ’
ตอนนั้นเอง จองจางฮวานก็ส่งบทพูดที่ด้นสดขึ้นมา
“อยะ อย่ามองผมแบบนั้นสิ ขนลุกนะ ขอร้องล่ะ”
“...”
แต่ทว่าวูจินก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉย ไม่ยอมเปิดปากพูด แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีการเปลี่ยนแปลง ริมฝีปากของเขาขยับเล็กน้อย คล้ายกับกำลังพึมพำอยู่ ปากสั่นเล็กน้อยด้วย
ผู้เชี่ยวชาญภาษามือรีบกระซิบ
“แปลกจัง เขากำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง”
จองจางฮวานขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะทำท่าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าให้คังวูจินที่อยู่อีกฝั่งเห็น
“ครับ ๆ เข้าใจแล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงทำแบบนี้กับผม แต่ถ้ายังเป็นแบบนี้อีก ผมจะแจ้งตำรวจแล้วนะ”
วินาทีนั้นเอง ริมฝีปากของคังวูจินก็หยุดขยับ เขาเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า ดูเหมือนเขาเข้าใจที่พูดราวกับเสกได้
จากนั้น
-สวบ
ครั้งแรกกับการขยับมือทั้งสองข้างของคังวูจินมันไม่ใช่ท่าทางอะไรมากมายชัดเจน แต่แฝงไว้ด้วยความรวบรัดใช้เวลาไม่กี่วินาทีแล้ววูจินก็กะพริบตาสองครั้งไปทางจองจางฮวานก่อนจะทำท่าทางสุดท้ายกำมือขวาแล้วเอาไปแตะจมูกนิ้วโป้งชี้ไปทางปลายจมูก
เหล่านักแสดงที่กำลังชมอยู่..
‘ภาษามือทำได้ดีนี่ดูไม่ประดักประเดิดเลยสักนิดซ้อมมา···เอ๊ะเดี๋ยวก่อนนะ ซ้อม? ตอนนี้มันด้นสดไม่ได้อยู่ในบทไม่ใช่เหรอ? อะไรกัน?’
ต่างคนต่างรำพึงในใจบางคนก็ชื่นชมบางคนก็ตั้งคำถาม
‘ทำภาษามือได้ลื่นไหลจนงงไปหมด นี่ซ้อมหนักขนาดไหนกันเนี่ย? สุดยอดไปเลย แต่ท่าทาง นั่นแอบคิดมาก่อนรึเปล่า?’
‘นี่ยิงมุกด้นสดแล้วนึกภาษามือออกเลยเหรอ?’
ไม่ว่าเปล่า คังวูจินผู้เป็น‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ยังคงเอาหมัดแตะจมูกไว้แบบนั้น
“······”
และยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มที่สดใสอย่างที่สุดไม่เหมือนทุกครั้งเหมือนกับแสงแดดยามเช้าที่ค่อย ๆ ส่องสว่างทำให้ใบหน้าที่แข็งกร้าวนั้นมีสีสันขึ้นเป็นครั้งแรก
ทางด้านจองจางฮวาน
‘ภาษามือครั้งแรก แต่ไม่อยู่ในบท’
‘ซงแทฮยอง’ ไม่อาจรู้ได้ว่าภาษามือที่‘ชายลึกลับข้างบ้าน’ ด้นสดขึ้นมานั้นหมายความว่าอย่างไร จึงแสดงความรู้สึกที่ได้รับออกไปเป็นบทพูด
“มะหมายความว่าไง? หัวเราะอะไร? เอาหมัดมาแตะจมูกแบบนั้น-กำลังเยาะเย้ยฉันอยู่เหรอ?”
ทว่าคังวูจินที่เอาหมัดแตะจมูกอยู่นั้นกลับยิ่งยิ้มกว้างขึ้นไปอีกนักเขียนอีวอลซอนเผลอใจลอยไปกับรอยยิ้มของวูจิน
‘เด็กคนนั้นก็ยิ้มแบบนี้เป็นด้วยนี่นา’
เธอหันไปถามผู้เชี่ยวชาญภาษามือที่นั่งอยู่ด้านขวา
“เหมือนจะเป็นภาษามือ แปลว่าอะไรเหรอคะ?”
ผู้เชี่ยวชาญภาษามืออ้าปากเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับมาเป็นคำถาม
“คุณคังวูจิน ฝีมือภาษามือของคุณนี่สุดยอดมากเลย··· บอกตรง ๆ ฉันนึกไม่ถึงเลยว่าจะออกมาเป็นรอยยิ้มที่งดงามได้ขนาดนี้ หรือว่าฉากนี้ต้องการสื่อถึงความแตกต่างระหว่างตัวละครทั้งสองกันนะ”
“คิดแบบนั้นก็ได้ค่ะ เหมือนกับความแตกต่างที่เกิดขึ้นจากบทสนทนาที่ขาดหายไป”
ผู้เชี่ยวชาญภาษามือพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะทำภาษามือท่าเดียวกับที่วูจินด้นสดเมื่อครู่ ท่าทางปิดท้ายก็คือการนำกำปั้นมาแตะที่จมูก แต่เป็นการขยับที่เล็กกว่าที่คังวูจินแสดง
“ในภาษามือท่านี้ การนำกำปั้นมาแตะจมูกในตอนท้ายสื่อถึงคำว่า ‘ชอบ’ ความรู้สึกจะเปลี่ยนไปตามระดับความเข้มของรอยยิ้ม ตอนที่คุณวูจินยิ้ม คุณยิ้มออกมาได้งดงามมากเลยนะครับ ความหมายทั้งหมดของภาษามือท่านี้ก็คือ”
ผู้เชี่ยวชาญภาษามือเอ่ยความหมายออกมา
“‘ผมชอบคุณนะ’ แบบนี้ค่ะ”
จบ