- หน้าแรก
- ระบบวรยุทธ์ในโลกแฟนตาซี
- บทที่ 23 การเพิ่มแต้ม
บทที่ 23 การเพิ่มแต้ม
บทที่ 23 การเพิ่มแต้ม
เมื่อมองดูค่าประสบการณ์ส่วนตัวที่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งแต้ม ยาร์โรว์น้อยก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที ในใจเปี่ยมล้นไปด้วยความยินดี
ได้ผลก็ดีแล้ว!
อืม ดูท่าทางของพวกเขาแล้ว หากข้ากล้าหันหลังกลับ พวกเขาก็กล้าที่จะล้มตัวลงไปกับพื้นทั้งหมด
เดี๋ยวต้องไปกำชับคาบีร์เสียหน่อย ว่าพรุ่งนี้ข้าจะมาอีก แต่เขาต้องคอยกระตุ้น ‘คู่ต่อสู้ที่ดี’ เหล่านี้ให้ดี
การรีดขนแกะจะรีดจนแกะตายไม่ได้ เด็กเหล่านี้จิตใจยังเปราะบาง หากทำเช่นนี้อีกสักสองครั้ง พวกเขาคงจะหนีไปหมดจริงๆ
เพื่อเป็นกำลังใจให้เจ้าเด็กน้อยเหล่านี้ หลังจากได้รับอนุญาตจากท่านปู่แล้ว ยาร์โรว์น้อยก็ได้ส่งข่าวไปยังเหล่าอัศวิน
ในอนาคต ผู้ที่จะได้ใช้ยาสำหรับทะลวงขีดจำกัดของอัศวิน ส่วนใหญ่จะถูกคัดเลือกจากสถาบันอัศวินแห่งนี้ เหลือไว้เพียงส่วนน้อยสำหรับเป็นรางวัลแก่ผู้สร้างคุณูปการ
แต่ว่า!
สถาบันอัศวินไม่เก็บผู้อ่อนแอไว้ ผู้คุมสอบคือยาร์โรว์ และขั้นตอนการสอบ ก็เหมือนกับวันแรก!
เมื่อได้ยินข่าวนี้ เหล่าอัศวินต่างก็มีกำลังใจขึ้นมา ดึงญาติผู้น้องของตนมากระซิบสอนสั่ง บังคับฝึกฝนเป็นการใหญ่
เมื่อถึงวันที่สอง ยาร์โรว์น้อยเดินทางมาเพื่อเก็บเกี่ยวค่าประสบการณ์อีกครั้ง ก็พบว่ามีเด็กหนุ่มสองสามคนสามารถกัดฟันสู้แล้วเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ตนเองได้แล้ว
[ติ๊ง! เอาชนะศัตรู, วิชาหายใจของอัศวินได้รับค่าประสบการณ์ทักษะ 2 แต้ม]
[เปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ส่วนตัว, ค่าประสบการณ์ส่วนตัวเพิ่มขึ้น 2 แต้ม]
เมื่อเห็นว่าค่าประสบการณ์ส่วนตัวของตนเพิ่มขึ้นมากกว่าเมื่อวาน ดวงตาของยาร์โรว์น้อยก็เปล่งประกาย เขาทำตามวิธีที่เคยเห็นในชาติก่อน ชี้ตัวเจ้าอ้วนน้อยที่เหวี่ยงหมัดใส่ตนเป็นคนแรก ให้เขาไปยืนอยู่หน้าสุด แล้วกล่าวชมเชยเขาเป็นการใหญ่
หลังจากชมเชยเสร็จ ยาร์โรว์น้อยก็ตบบ่าของเขาเบาๆ กล่าวให้กำลังใจว่า “เจ้าทำได้ดีมากจริงๆ เจ้าชื่ออะไรหรือ?”
เจ้าอ้วนน้อยมีสีหน้าตื่นเต้น ทั้งๆ ที่ใบหน้าครึ่งซีกฟกช้ำดำเขียว แต่ก็ยังเงยหน้ายืดอกกล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “นายน้อยยาร์โรว์ ข้าชื่อเบรย์ เบรย์ ฮอบส์!”
“ดี!”
ยาร์โรว์น้อยหันกลับไป เมื่อเห็นดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาเบื้องล่าง ในใจก็ยิ่งลุกโชน นี่ล้วนเป็นค่าประสบการณ์ของข้าทั้งสิ้น อนาคตของข้าช่างสดใสเสียนี่กระไร!
“พวกเจ้าทุกคนต้องเอาอย่างเบรย์ ฮอบส์! นี่แหละคือท่าทีของอัศวิน! ต้องมีจิตวิญญาณที่ไม่ยอมแพ้ ไม่ท้อถอย และไม่เกรงกลัวศัตรูที่แข็งแกร่งเช่นนี้!”
เมื่อยาร์โรว์น้อยเดินมาถึงประตูใหญ่ของ ‘โรงเรียนอนุบาล’ ได้ยินเสียงโห่ร้องอันอ่อนเยาว์ที่ค่อยๆ ดังกระหึ่มขึ้นจากในลาน ยาร์โรว์น้อยก็พลันรู้สึกถึงความสำเร็จดั่งชาวนา
แต่ในฐานะ ‘ชาวนา’ ย่อมลืมรดน้ำไม่ได้ ตนเองต้องจำไว้ว่า กลับไปแล้วต้องตัดดอกไม้แดงสองสามดอก เพื่อใช้เป็นรางวัลในวันพรุ่งนี้
เมื่อได้รับการ ‘รดน้ำ’ ด้วยดอกไม้แดงเล็กๆ ‘ดอกไม้ใบหญ้า’ ของข้าจึงจะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
…
กว่าหนึ่งเดือนต่อมา
เมื่อเขาเผชิญหน้ากับกลุ่มเด็กเหล่านี้อีกครั้ง เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันอยู่บ้างแล้ว
[ติ๊ง! เอาชนะศัตรู, วิชาหายใจของอัศวินได้รับค่าประสบการณ์ทักษะ 6 แต้ม]
[เปลี่ยนเป็นค่าประสบการณ์ส่วนตัว, ค่าประสบการณ์ส่วนตัวเพิ่มขึ้น 6 แต้ม]
[เอาชนะศัตรู, วรยุทธ์ร่างแมว - ทะยานได้รับค่าประสบการณ์ทักษะ 1 แต้ม]
ยาร์โรว์น้อยแอบลูบแขนของตนเบาๆ เหลือบมองการแจ้งเตือน แล้วเงยหน้าขึ้นกล่าวชมเชยว่า “ดีมาก ตอนนี้พวกเจ้าเริ่มจะมีท่าทีของอัศวินอยู่บ้างแล้ว”
ภายใต้แสงตะวันที่แผดจ้า เด็กกลุ่มหนึ่งที่ใบหน้าฟกช้ำดำเขียวยืนเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบบนลานฝึก ไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา ทุกคนต่างยืดอกเงยหน้ามองไปยังยาร์โรว์น้อย
จำนวนเด็กทั้งหมดไม่เปลี่ยนแปลง แต่ใบหน้าในนั้นกลับเปลี่ยนไปไม่น้อย ทว่าเรื่องเหล่านี้หาใช่สิ่งที่ยาร์โรว์น้อยใส่ใจไม่
“เบรย์ ฮอบส์, ยูเกอร์ เคล… รวมห้าคน ออกมา!”
เมื่อมองดูเบรย์ ฮอบส์ที่ดูแข็งแกร่งขึ้นมาก ยาร์โรว์น้อยก็มอบดอกไม้แดงในมือให้เป็นกำลังใจ “พยายามต่อไป!”
“ยูเกอร์ เคล!”
“ครับ!”
“พยายามต่อไป!”
“…”
เมื่อเดินออกจากประตูใหญ่ ได้ยินเสียงโห่ร้องยินดีดังมาจากในสถาบัน ยาร์โรว์น้อยก็ดึงแขนเสื้อขึ้น มองดูรอยฟกช้ำบนแขนที่กำยำของตน พลางคิดในใจว่า “ดูท่าแล้วข้าคงต้องเอาจริงขึ้นมาบ้างแล้ว วันนี้ถึงกับบาดเจ็บ นับว่าล้มเหลวอยู่บ้าง”
เด็กหนุ่มเหล่านี้ที่ผ่านการคัดออกหลายครั้ง คุณสมบัติของพวกเขาที่เหลืออยู่ย่อมไม่สามารถพัฒนาได้เร็วเกินไป
แต่ด้วยการที่ไม่กลัวเจ็บ ไม่ยอมแพ้ และร่วมมือกัน วันหนึ่งสู้กันสามครั้ง การประสานงานที่คอยปิดบังให้กันและกัน ในที่สุดก็สามารถโจมตียาร์โรว์น้อยได้ เพียงแต่เขาใช้แขนป้องกันการโจมตีครั้งนี้ไว้ได้ แล้วจึงซัดเด็กหนุ่มทั้งหมดจนร้องไห้ระงม
[แต้มทักษะคงเหลือ: 3]
เมื่อเห็นแต้มทักษะที่เก็บเกี่ยวมาได้มากมาย ยาร์โรว์น้อยก็เผยรอยยิ้มอันเปี่ยมสุขดั่งชาวนาเฒ่า
ในยามนี้ ดวงอาทิตย์ได้คล้อยต่ำลงสู่ขอบหุบเขาแล้ว แสงสว่างในหุบเขาเริ่มมืดลง แต่จากประสบการณ์ของยาร์โรว์น้อยแล้ว ในตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกกว่าหนึ่งชั่วโมงกว่าฟ้าจะมืดสนิท
แม้จะเดินเล่น เวลานานถึงเพียงนี้ก็เพียงพอให้เขาเดินกลับถึงปราสาทแล้ว ดังนั้นยาร์โรว์น้อยจึงไม่รีบร้อนนัก หยิบหัวพืชที่ยังร้อนกรุ่นมาจากห้องครัว เคี้ยวกินอย่างเอร็ดอร่อยไปพลาง พลางเรียกอย่างช้าๆ ว่า
“ไปกันเถิด ท่านอัศวินคาบีร์ พวกเรากลับบ้านกัน”
…
เมื่อมองดูแต้มทักษะสามแต้มนั้น ยาร์โรว์น้อยก็แทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่
พละกำลัง, ความว่องไว, ปฏิกิริยาตอบสนอง, ความอดทน, กายภาพ… เพิ่มปฏิกิริยาตอบสนองสักแต้มลองดู พรุ่งนี้จะได้สร้างความประหลาดใจให้เจ้าเด็กน้อยพวกนั้นได้
ข้าต้องพยายามด้วยตนเอง!
ระบบ เพิ่มแต้มให้ข้า!
[ปฏิกิริยาตอบสนอง: 1.6+1]
“ซี๊ด!”
ยาร์โรว์น้อยสะดุ้งเฮือกโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านจากกระดูกก้นกบอย่างรวดเร็ว เลียบแนวกระดูกสันหลังแผ่ซ่านไปทั่วร่างในทันที ขนทั่วร่างตั้งชันขึ้นโดยไม่รู้ตัว ประสาทสัมผัสอันละเอียดอ่อนของร่างกายถูกเปิดออกในทันที วรยุทธ์ร่างแมว - ทะยานเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ
[วรยุทธ์ร่างแมว - ทะยาน, ทะลวงสู่ระดับสูง, ทักษะนี้ได้บรรลุขีดจำกัดของร่างกายแล้ว]
ฟู่~
ช่างสดชื่นยิ่งนัก!
เดิมทีคิดว่าจะต้องรอให้ ‘โรงเรียนอนุบาล’ เติบโตขึ้น ได้ฝึกฝนกับพวกเขาให้มากขึ้น จึงจะมีโอกาสทะลวงสู่วรยุทธ์ร่างแมว - ทะยานระดับสูงได้
คาดไม่ถึงว่าโอกาสในการทะลวงขั้น จะปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ยาร์โรว์น้อยรีบซึมซับความรู้แจ้งที่พลันปรากฏขึ้นในสมอง
แก่นแท้ของวรยุทธ์ร่างแมว - ทะยานระดับสูงนั้น คาดไม่ถึงว่าจะเป็นการอาศัยกล้ามเนื้อโคนขน ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างตั้งชันขึ้น อาศัยขนอ่อนทั่วร่างเพื่อเพิ่มความสามารถในการรับรู้สิ่งรอบข้างอย่างละเอียดอ่อน
เงื่อนไขที่พิสดารถึงเพียงนี้ เป็นสิ่งที่คนปกติจะทำได้หรือ?
โชคดีที่หลังจากเพิ่มแต้มปฏิกิริยาตอบสนอง รูขุมขนก็หดตัวลงโดยอัตโนมัติ พร้อมกับกระตุ้นความสามารถในการรับรู้ผ่านขนอ่อน ทำให้วรยุทธ์ร่างแมว - ทะยานทะลวงสู่ระดับสูงได้ชั่วคราว เมื่อรวมกับการเสริมพลังของระบบ หลังจากทะลวงแล้ว ระดับจึงถูกทำให้คงที่โดยตรง
ยาร์โรว์น้อยเดินไปพลางส่ายศีรษะไปมา กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า “ข้าช่างเป็นอัจฉริยะโดยแท้ แค่นี้ก็ทำให้ข้าทะลวงขั้นได้แล้ว!”
ตึก ตัก…
เสียงฝีเท้าอันใสกังวาน ดังก้องไปตามถนนที่ปูด้วยหินสีเขียวอย่างช้าๆ
เสียงของคาบีร์เล่า?
ยาร์โรว์น้อยที่คิดจะอวดอ้างเสียหน่อย รีบกระตุ้นร่างกาย เปิดใช้งานวรยุทธ์ร่างแมว - ทะยานระดับสูงที่เพิ่งเลื่อนขั้น แล้วหันกลับไปดูทันที
รอบกายยังคงเป็นบึงโคลนที่มืดมนน่าขนลุกเช่นเคย เส้นทางเบื้องหน้าก็ยังคงอยู่ แต่เส้นทางที่เดินมากลับหายไป!
ความรู้ที่ร่ำเรียนมานานพลันแล่นผ่านเข้ามาในสมอง ยาร์โรว์น้อยหรี่ตาลงเล็กน้อย
ตกลงไปในมิติพิศวงแล้วหรือ?
ไม่ ไม่ใช่!
ในหนังสือ ‘มิติแสนสนุก’ ก็เคยบันทึกไว้ ว่าความรู้สึกของการย้ายมิตินั้นชัดเจนอย่างยิ่ง!
ในตำแหน่งที่ต่างกัน น้ำหนักของสิ่งของชิ้นเดียวกันจะแตกต่างกันเล็กน้อย ความแตกต่างนี้ยากที่จะสังเกตได้ในยามปกติ แต่เมื่อมิติมีการเคลื่อนย้ายไปในระยะทางหนึ่ง สิ่งมีชีวิตจะสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน
นอกจากการเปลี่ยนแปลงของแรงโน้มถ่วงแล้ว กลิ่นของอากาศ อุณหภูมิ ความชื้น หรือแม้แต่ความเข้มข้นของการแผ่รังสีพลังงาน ก็จะมีความแตกต่างอย่างชัดเจน!
ตนเองได้เปิดใช้งานวรยุทธ์ร่างแมว - ทะยานแล้ว ความสามารถในการรับรู้ทั่วร่างทำงานอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่พบการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
นี่จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ตนเองยังไม่ได้ตกลงไปในมิติพิศวง!
ความเป็นไปได้ที่ใหญ่ที่สุด ก็คือคลื่นพลังจิตของตน ถูกโลกพิศวงดึงดูดเข้าไป แต่ร่างกายที่แท้จริงยังคงอยู่ที่เดิม
ข้าจะขยับไปจากที่นี่ไม่ได้!
ในเมื่อตอนนี้ตนไม่เห็นร่างของคาบีร์ ก็แสดงว่าเขาไม่ได้ถูกดึงดูดเข้ามา ขอเพียงข้าไม่ขยับไปไหน คาบีร์ย่อมต้องนำเรื่องของข้าไปแจ้งท่านปู่อย่างแน่นอน!
หากข้าวิ่งไปมั่วซั่ว ก็อาจจะถูกมิติพิศวงดึงดูดเข้าไป ตกลงไปจริงๆ ก็เป็นได้!
ตึก ตัก ตึก ตัก!
ปลายสุดของถนน เสียงฝีเท้าที่พร้อมเพรียงกันกำลังใกล้เข้ามา
มาแล้ว!
“จี๊ด! พระราชาเสด็จ ผู้ไม่เกี่ยวข้องหลีกไป!”
ตึก ตัก ตึก ตัก…
เสียงฝีเท้าที่พร้อมเพรียงกัน ราวกับเสียงฝนพรำอันละเอียดอ่อน ฟังแล้วสบายใจอย่างประหลาด
“จี๊ด! พระราชาเสด็จ ผู้ไม่เกี่ยวข้องหลีกไป!”
เสียงร้องเรียกใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ยาร์โรว์น้อยมองไปรอบๆ แต่กลับไม่เห็นสิ่งมีชีวิตใดๆ
“เจ้าคนตัวโต เหตุใดยังไม่หลีกไปอีก!”
เสียงแหลมเล็กดังมาจากใต้ร่างของยาร์โรว์น้อย เขาจึงรีบก้มหน้าลง ก็เห็นหนูสีเทาตัวหนึ่งสวมเสื้อผ้า ยืนสองขาอยู่เบื้องหน้าของตน กำลังร้องจี๊ดๆ อย่างร้อนรนว่า
“หากยังไม่หลบไปอีก พระราชาแมวผู้โหดเหี้ยมจะจับเจ้าไป ให้สุนัขห้าตัวฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆ!”
ให้สุนัขห้าตัวฉีกร่างหรือ?
นี่มันเป็นการลงทัณฑ์อันใดกัน?
ยาร์โรว์น้อยลองเอ่ยถาม “หลบหรือ? จะให้หลบไปที่ใด?”
ขอเพียงแน่ใจว่าสิ่งมีชีวิตในมิติพิศวงกำลังพูดกับตน นั่นก็เท่ากับว่าตนถูกพบตัวแล้ว การสนทนาอย่างจำกัดจึงไม่น่าจะเพิ่มความอันตรายขึ้น
กลับกัน การนิ่งเงียบ ในหลายครั้งอาจถูกตีความว่าเป็นการยอมรับ!
“ข้ารู้จักที่ที่ดีแห่งหนึ่ง!” หนูสีเทามองกลับไปอย่างระแวดระวังแวบหนึ่ง แล้วรีบกล่าวว่า “พระราชาแมวใกล้จะเสด็จมาแล้ว พวกเราไปคุยกันไป!”
เสียงของหนูสีเทาเพิ่งจะขาดคำ ในเงามืดก็มีทหารองครักษ์สองแถวที่เกิดจากการรวมตัวของลูกกวาดหลากสี ถือลูกอมแข็งปลายแหลม ก้าวเดินอย่างพร้อมเพรียงออกมา ในอากาศค่อยๆ อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวาน
จะเป็นแดนลวงขนมหวานที่ดูดกลืนความไร้เดียงสา? หรือปีศาจฝันร้ายแห่งแดนมายาที่ล่อลวงจิตใจ? หรืออาจจะเป็นภูตน้อยแห่งความปรารถนาจอมซน?
ยาร์โรว์น้อยคาดเดาถึงตัวตนของหนูสีเทาเบื้องหน้า
ตัวตนที่แท้จริง เขายังไม่แน่ใจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาสัมผัสได้ หนูสีเทากำลังจงใจกระตุ้นจินตนาการของเขา ดึงโลกพิศวงเข้ามาใกล้ตัวเขา
เหยียบมันให้ตายหรือ?
ไม่ นั่นเป็นวิธีที่โง่เขลาที่สุด
หากเป็นแดนลวงขนมหวาน มีเพียงการกินลูกกวาดแกนกลาง จึงจะสามารถสังหารผู้ส่งสารได้
หากเป็นปีศาจฝันร้ายแห่งแดนมายา สิ่งที่ตนเห็น อาจจะไม่ใช่ร่างที่แท้จริงของมัน
ส่วน… ภูตน้อยแห่งความปรารถนา?
ยาร์โรว์น้อยจ้องหนูสีเทาเบื้องหน้าเขม็ง พึมพำเสียงเบาว่า “ข้าขอพร: ให้ข้าได้ออกจากที่นี่ กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง!”
หนูสีเทาตอบกลับทันที “แน่นอน ความปรารถนาของเจ้าจะได้รับการตอบสนอง!”
เสียงของมันเพิ่งจะขาดคำ สีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป ร้องจี๊ดๆ อย่างแหลมคม “เดี๋ยวก่อน! เมื่อครู่เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”
แต่ในขณะนี้ ทุกสิ่งรอบกายกำลังจางลง ยาร์โรว์น้อยใช้มือข้างหนึ่งทาบหน้าอก ทำความเคารพอย่างสุภาพตามแบบของจอมเวทฝึกหัด กล่าวอย่างนอบน้อมว่า “หวังว่าจะได้พบกับท่านอีกในคราหน้า ท่านภูตน้อยผู้สูงศักดิ์!”
หนูสีเทากล่าวอย่างฉุนเฉียว “ไม่! บทละครของข้าถูกเจ้าทำลายหมดแล้ว! ไปให้พ้น! เจ้าจอมเวทฝึกหัดที่น่ารังเกียจ! ข้าจะไม่มีวันพบเจ้าอีก! เจ้าไม่มีวันรู้หรอก ว่าเจ้าได้พลาดโอกาสอะไรไป!”
…
[จบบท]