- หน้าแรก
- ทุกย่างก้าวของภรรยา คือหนึ่งชั้นฟ้าของข้า!
- บทที่ 2 ผลตอบแทนสิบเท่า
บทที่ 2 ผลตอบแทนสิบเท่า
บทที่ 2 ผลตอบแทนสิบเท่า
บทที่ 2 ผลตอบแทนสิบเท่า
หานเฟิงขมวดคิ้วมุ่น สุ้มเสียงในหัวเมื่อครู่นี้หมายความว่ากระไรกันแน่... แต่เขารู้สึกได้ว่ามันต้องเป็นของที่ไม่ธรรมดา
แล้วมันมาจากที่ใดกัน?
พลัน ความคิดหนึ่งก็วาบขึ้นในหัว...
ป้ายหยกนั่น?!
ใช่แล้ว เมื่อครู่นี้ป้ายหยกยังอยู่ในมือเขา เขาถูกหวังเหมี่ยนตบเข้าทีหนึ่ง หน้าผากจึงกระแทกเข้ากับป้ายหยก จากนั้นมันก็อันตรธานหายไป
แต่ไอ้พรวิเศษแห่งคู่ครองนี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? ยังจะให้ข้าถนอมภรรยา รักภรรยาอีก นี่หมายความว่ากระไร? จะให้ข้าไปเป็นพวกเลียแข้งเลียขาเอาใจสตรีรึ?
แล้วยังจะให้ผลตอบแทนบำเพ็ญเพียรอีก...นี่หมายจะให้ข้าขยันฝึกตนสินะ?
ช่างน่ารำคาญสิ้นดี! คู่บำเพ็ญใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ การบำเพ็ญเพียรใครอยากฝึกก็ฝึกไป การนอนเฉยๆ นี่สิถึงจะน่าสนใจกว่าเยอะ
ทันใดนั้น เสียง ‘ปัง!’ ที่ดังขึ้นข้างกายก็ทำให้หานเฟิงสะดุ้งโหยง
ปรากฏร่างของเย่หลงหยวนที่ลุกพรวดขึ้นยืน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว
“ศิษย์น้องเจียง ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!”
เมื่อเห็นเขาเดือดดาล ผู้อาวุโสก็ทำหน้าเคร่งขรึมแล้วตวาดเสียงเข้ม
“เย่หลงหยวน! รักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย ห้ามส่งเสียงดังโวยวาย! วาสนาย่อมถูกลิขิตโดยสวรรค์ ทุกคนล้วนมีสิทธิ์ที่จะเลือก พึงเคารพการตัดสินใจของกันและกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น เย่หลงหยวนก็พยายามสะกดกลั้นเพลิงโทสะ ประสานมือคารวะแล้วเอ่ยว่า
“ผู้อาวุโสเฟิง ศิษย์เพียงแค่ไม่เข้าใจเท่านั้น ศิษย์ทุ่มเทอย่างหนักมาสามปี ชอบศิษย์น้องเจียงมาสามปี ตลอดสามปีมานี้ ความจริงใจที่ข้ามีต่อนาง นางก็น่าจะมองเห็น แต่เหตุใดนางถึงเลือกผู้อื่น”
“ศิษย์มิได้คิดจะหาเรื่อง เพียงต้องการคำอธิบายเท่านั้น ขอศิษย์น้องเจียงโปรดชี้แนะ”
เมื่อได้ยินคำของเย่หลงหยวน ผู้อาวุโสก็หันไปมองเจียงซูโหรวพลางเอ่ยว่า
“เจียงซูโหรว ในเมื่อเย่หลงหยวนมีข้อข้องใจ เจ้าก็ช่วยไขข้อสงสัยให้เขาหน่อยเถิด เย่หลงหยวนมีพรสวรรค์ท้าทายสวรรค์ ชาติตระกูลก็ดี รูปลักษณ์ก็ไม่เลว ข้าเชื่อว่าทุกคนในที่นี้ก็คงสงสัยเช่นกัน”
เมื่อได้ยินดังนั้น เจียงซูโหรวก็เหลือบมองเย่หลงหยวนอย่างเย็นชา ก่อนจะเอ่ยว่า
“ท่าน...พูดมากเกินไป”
คำพูดนี้ทำเอาเหล่าศิษย์ทุกคนตกตะลึง
นึกดูแล้วก็จริง เจียงซูโหรวขึ้นชื่อเรื่องเป็นสาวงามผู้เย็นชาดุจน้ำแข็ง วันธรรมดายากนักที่จะได้ยินนางเอ่ยปาก ในงานชุมนุมวันนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ นางพูดไปทั้งหมดแค่แปดคำเท่านั้น
ส่วนหานเฟิงนั้นยิ่งกว่า เขาพูดไปแค่สามคำ ช่างแตกต่างจากเย่หลงหยวนลิบลับที่ปากขยับพูดไม่หยุด
ผู้อาวุโสถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเกลี้ยกล่อม
“ซูโหรวเอ๋ย เจ้าคิดดีแล้วรึ? หานเฟิงเป็นเพียงเศษสวะที่ไม่อาจฝึกตน ต่อให้เจ้าบำเพ็ญคู่กับเขา ก็ไม่แน่ว่าจะช่วยให้เขาทะลวงเส้นชีพจรวิญญาณได้ มันไม่มีประโยชน์อันใดกับเจ้าเลยนะ
เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เจ้าลองไตร่ตรองดูอีกครั้ง? ตอนนี้ยังกลับคำทัน ข้าจะเป็นผู้จัดการให้เจ้าเอง”
“ข้าไม่เสียใจ”
เจียงซูโหรวเอ่ยเสียงเรียบ
เมื่อจนปัญญา ท่ามกลางสายตาของทุกคน ผู้อาวุโสเฟิงก็ไม่อาจพูดอะไรได้อีก ทำได้เพียงประกาศอย่างจำใจ
“เอาล่ะ! ข้าขอประกาศ! ศิษย์รับใช้แห่งยอดเขาลั่วเสีย หานเฟิง และศิษย์สายนอกแห่งยอดเขาลั่วเสีย เจียงซูโหรว จับคู่สำเร็จ ขอผูกพันเป็นคู่บำเพ็ญ!”
คำประกาศนี้ทำเอาเบื้องล่างเกิดความโกลาหลอื้ออึง หลายคนถึงกับตะโกนว่านี่มันดอกไม้งามที่ถูกปักบนกองมูลวัวชัดๆ!
หานเฟิงขมวดคิ้วมุ่น
เหตุใดท่านถึงถามแค่นางเล่า ไม่คิดจะถามข้าบ้างรึว่าเสียใจหรือไม่? อะไรกัน? หรือเศษสวะไม่มีสิทธิมนุษยชนรึไง?
เฮ้อ...ต่อไปนี้พอมีคู่บำเพ็ญแล้ว เรื่องน่ารำคาญคงตามมาไม่หยุดหย่อนแน่ พรวิเศษอะไรนั่นก็มาแล้ว ชีวิตนอนเฉยๆ อันแสนสุขของข้าคงจบสิ้นแล้วสินะ
เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อนนะ...เหมือนว่าถ้านางบำเพ็ญเพียร ข้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นได้? ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าก็ไม่จำเป็นต้องพยายามแล้วน่ะสิ? สามารถนอนเฉยๆ ต่อไปได้นี่นา!
ช่างเถอะ เอาแบบนี้ก็ได้
หานเฟิงลุกขึ้นจากไป เตรียมกลับไปทำสวนอาบแดดอย่างมีความสุข
“เฮ้ๆๆ กลับมาก่อน!”
ผู้อาวุโสเฟิงรีบร้องเรียกหานเฟิงไว้
“ว่าไง?”
เมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของหานเฟิง ผู้อาวุโสเฟิงถึงกับพูดไม่ออก
“คู่บำเพ็ญของเจ้า! แลกของแทนใจสิ!”
เจ้านี่ไม่เพียงเป็นเศษสวะ แต่ยังปัญญาอ่อนอีกรึอย่างไร?
หานเฟิงเดินขึ้นไปบนเวทีอย่างเสียมิได้ เจียงซูโหรวก็เดินเข้ามาเช่นกัน นางหยิบขวดยาใบหนึ่งออกมา ยื่นให้หานเฟิงแล้วเอ่ยว่า
“ยาหลอมรวมปราณ”
หานเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบกริชสนิมเขรอะเล่มหนึ่งออกมาจากเอวด้านหลัง ยื่นให้เจียงซูโหรวแล้วเอ่ยว่า
“อุปกรณ์วิญญาณชั้นต่ำ ทั่วทั้งตัวข้ามีของมีค่าอยู่แคชิ้นนี้แหละ ข้าขุดเจอในแปลงโอสถ”
คำพูดนี้ทำเอาเสียงหัวเราะดังครืนไปทั่วทั้งลาน
อุปกรณ์วิญญาณชั้นต่ำเป็นของวิเศษที่ด้อยค่าที่สุด หานเฟิงกล้าดียังไงถึงเอาขยะเช่นนี้มามอบให้เจียงซูโหรวผู้สูงส่งราวกับนางเซียน ไม่รู้จักอายบ้างหรือไร
หานเฟิงก็จนปัญญาเช่นกัน ทั่วทั้งตัวเขามีเพียงเสื้อผ้า กางเกงใน และกริชเล่มนี้...ของสองอย่างแรกคงไม่เหมาะจะให้เป็นของขวัญกระมัง?
เขารับขวดยามา ส่วนเจียงซูโหรวก็รับกริชไป
ในหัวของหานเฟิง พลันมีสุ้มเสียงดังขึ้นอีกครั้ง
【หานเฟิงมอบอุปกรณ์วิญญาณชั้นต่ำหนึ่งชิ้นให้แก่คู่บำเพ็ญ ได้รับพรวิเศษตอบแทนสิบเท่า: อุปกรณ์วิญญาณชั้นกลาง ‘กริชเยือกแข็ง’ หนึ่งเล่ม ท่านต้องการรับหรือไม่? 】
หานเฟิงได้ยินดังนั้นหัวใจก็พลันเต้นแรง ให้ตายเถอะ เจ้านี่มันของจริงนี่หว่า!
เขาเลือกที่จะยังไม่รับของในทันที
หลังจากเก็บยาหลอมรวมปราณเข้าอกเสื้อแล้ว หานเฟิงก็ประสานมือคารวะเจียงซูโหรวคราหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป
ส่วนเรื่องที่เย่หลงหยวนจะมาหาเรื่องเขาหรือไม่นั้น...เมื่อดูจากสายตาอาฆาตแค้นราวกับจะแล่เนื้อเถือหนังของอีกฝ่ายแล้ว ก็น่าจะมาเป็นแน่
ส่วนจะจัดการอย่างไรนั้น หานเฟิงยังคิดไม่ออก...ช่างหัวมันปะไร กลับไปนอนเฉยๆ ก่อนแล้วกัน
เหล่าศิษย์ต่างจ้องมองหานเฟิงทิ้งเจียงซูโหรวไว้บนเวทีตามลำพังตาไม่กะพริบ ไม่มีการจูงมือ ไม่มีการไปบำเพ็ญคู่
แล้วพวกเขาก็เห็น...เจียงซูโหรวเดินตามเขาไป
ในวินาทีนั้นเอง อารมณ์ที่เรียกว่า ‘ความริษยา’ ก็ผุดขึ้นในใจของศิษย์ชายทุกคน
เมื่อมาถึงสถานที่ปลอดคนแห่งหนึ่ง หานเฟิงก็หันกลับมาเอ่ยกับเจียงซูโหรวว่า
“เอาล่ะ ไม่ต้องส่งแล้ว ท่านกลับไปเถอะ”
เจียงซูโหรวขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
“เจ้าไม่อยากรู้หน่อยรึ ว่าเหตุใดข้าถึงเลือกเจ้า?”
“ท่าน...ตาบอดหรือ?”
หานเฟิงเอ่ยถามอย่างลองเชิง
“ข้า!”
ดวงตางามของเจียงซูโหรวเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาสงบดังเดิม นางลดเปลือกตาลงเล็กน้อย ใช้สายตาที่สูงส่งมองมายังหานเฟิงแล้วเอ่ยว่า
“จะบอกความจริงให้ก็ได้ เป็นเพราะพรสวรรค์ของข้าดีพอ ข้าคือผู้ครอบครองรากปราณสวรรค์ที่หายากยิ่ง ข้าสามารถทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ด้วยลำแข้งของตนเอง ข้าไม่ต้องการพึ่งพาบุรุษ”
“ตระกูลเย่มีอำนาจยิ่งใหญ่เกินไป อีกทั้งเย่หลงหยวนก็เป็นคนทะเยอทะยาน หากข้าอยู่กับเขา คงถูกจำกัดอิสรภาพ ข้าไม่ชอบ”
“ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เพียงต้องการเป็นคู่บำเพ็ญของข้า แต่ยังต้องการเป็น ‘บุรุษ’ ของข้าอีกด้วย แล้วข้าจะมอบร่างกายให้บุรุษผู้หนึ่งอย่างง่ายดายได้อย่างไร?”
“ที่เลือกเจ้า...ก็เป็นเพียงเพราะเคล็ดวิชาผสานอินหยางของนิกายอินหยางจำเป็นต้องมีชายหญิงฝึกคู่กันเท่านั้น และก็เป็นเพราะเจ้าเป็นเศษสวะพอที่จะไม่มาพันธนาการข้าได้”
เมื่อได้ยินดังนั้น หานเฟิงถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
ต้องอย่างนี้สิ! หากอีกฝ่ายเกิดชอบพอเขาขึ้นมาจริงๆ ด้วยใจจริงที่ปรารถนาจะบำเพ็ญคู่กับเขาอย่างร้อนแรงล่ะก็ มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่าง: หนึ่งคือนางมีแผนการบางอย่างกับเขา เช่น แยกชิ้นส่วนเขาไปทำยา หรือสอง...นางเป็นคนโง่สติปัญญาฟั่นเฟือน
ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน เขาก็ต้องรีบหนีไปให้ไกลทั้งนั้น
ส่วนเรื่องที่ถูกด่าว่าเป็นเศษสวะน่ะรึ? เหอะ...โดนด่ามาตั้งหลายปี ชินชาเสียแล้ว ไม่เห็นจะรู้สึกรู้สาอะไร
เคล็ดวิชาพื้นฐานของนิกายอินหยางนั้น ทุกคนต้องเรียนรู้ฝึกฝนตั้งแต่เข้าสำนัก แม้เขาจะยังไม่ทะลวงเส้นชีพจรวิญญาณ ไม่อาจโคจรพลังปราณได้ แต่วิธีการนั้นเขาย่อมรู้อยู่แล้ว
อีกอย่าง การบำเพ็ญคู่ก็ไม่จำเป็นต้องร่วมสังวาสเสมอไป เพียงแค่คนสองคนประกบฝ่ามือเข้าด้วยกัน ให้พลังปราณไหลเวียนผ่านร่างของทั้งสองก็สามารถบำเพ็ญคู่ได้เช่นกัน เพียงแต่การร่วมสังวาสจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่ามากเท่านั้น
หนึ่งในเหตุผลที่เจียงซูโหรวไม่ต้องการเลือกเย่หลงหยวนก็เพราะ เย่หลงหยวนไม่เพียงต้องการบำเพ็ญคู่กับนาง แต่ยังต้องการทำเรื่องอย่างว่ากับนางอีกด้วย
นี่คือสตรีผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี เย่หลงหยวนแข็งกร้าวเกินไป นางไม่ชอบ ดังนั้นจึงเลือกหานเฟิงผู้อ่อนแอกว่า