- หน้าแรก
- ทุกย่างก้าวของภรรยา คือหนึ่งชั้นฟ้าของข้า!
- บทที่ 1 แม่นาง...ท่านตาบอดหรืออย่างไร?
บทที่ 1 แม่นาง...ท่านตาบอดหรืออย่างไร?
บทที่ 1 แม่นาง...ท่านตาบอดหรืออย่างไร?
บทที่ 1 แม่นาง...ท่านตาบอดหรืออย่างไร?
ทวีปเทียนซิง, เขตแดนตอนใต้, นิกายอินหยาง
“ขอแสดงความยินดีกับศิษย์ชายแห่งยอดเขาลั่วเสีย ‘หวังเหมี่ยน’ และศิษย์หญิง ‘จางซิ่ว’ ที่ได้ผูกวาสนาเป็นคู่บำเพ็ญสำเร็จ!”
เสียงประกาศก้องของผู้อาวุโสบนเวทีสิ้นสุดลง พร้อมกับเสียงปรบมือดังกึกก้องราวอสนีบาตจากเหล่าศิษย์เบื้องล่าง
นี่คืองานชุมนุมเลือกคู่ประจำปีของนิกายอินหยาง สถานที่ซึ่งทางนิกายจะช่วยจัดหาคู่บำเพ็ญที่เหมาะสมให้แก่ศิษย์โสดผู้ถึงวัยอันควร หากการจับคู่ลุล่วงไปด้วยดี ก็จะได้รับรางวัลเป็นหินวิญญาณสิบก้อนเป็นของกำนัล
หานเฟิงนั่งอยู่บนที่นั่งฝั่งศิษย์ชาย เขามองดูผู้คนรอบกายจับคู่สำเร็จไปทีละคนๆ ก่อนจะหาวออกมาคราหนึ่งด้วยความเบื่อหน่าย พลางหยิบป้ายหยกที่เพิ่งเก็บได้เมื่อวานขึ้นมาควงเล่น
เขาเป็นเพียงศิษย์ชั้นต่ำผู้มีหน้าที่ดูแลสวนโอสถวิญญาณ... เข้ามาในนิกายได้ห้าปีแล้ว แต่จนบัดนี้ก็ยังมิอาจทะลวงเส้นชีพจรวิญญาณเพื่อโคจรปราณได้แม้แต่น้อย
ในช่วงแรก เขาทั้งร้อนรน ขยันหมั่นเพียร และทุ่มเทอย่างสุดกำลัง คาดหวังอย่างเปี่ยมล้นว่าตนจะสามารถทะลวงเส้นชีพจรวิญญาณและเหยียบย่างสู่เส้นทางเซียนได้สำเร็จ
ทว่าเมื่อเวลาผันผ่าน เขาก็ค่อยๆ ยอมรับความจริงว่าตนเป็นเพียงเศษสวะผู้หนึ่ง เริ่มเรียนรู้ที่จะ ‘นอนเฉยๆ’ ใช้ชีวิตไปวันๆ แต่ละวันก็เพียงดูแลแปลงโอสถของตนเอง เสพสุขกับชีวิตอันเรียบง่ายสบายๆ
ความพยายามไม่แน่ว่าจะสำเร็จ แต่การนอนเฉยๆนั้นสบายใจกว่าเห็นๆ
แม้ว่าอีกเพียงหนึ่งเดือนจะครบกำหนดห้าปีที่เขาเข้าสู่สำนัก หากถึงตอนนั้นยังมิอาจเปิดเส้นชีพจรวิญญาณได้ ก็จะต้องถูกขับไล่ลงจากเขาไป
แต่แล้วอย่างไรเล่า? ที่บ้านเกิดในเมืองเชิงเขา เขายังมีที่ดินอีกสองหมู่ให้กลับไปปลูกโอสถวิญญาณ อาบแดดอุ่นๆ ต่อไปได้ แม้ไม่อาจบำเพ็ญเพียร แต่ก็สามารถมีอายุยืนยาวนับร้อยปี ร่างกายแข็งแกร่งสมบูรณ์ เพลิดเพลินกับชีวิตเรียบง่ายในชนบท
ส่วนเรื่องการเลือกคู่บำเพ็ญอะไรนั่น เขาไม่เคยคาดหวังว่าจะมีใครมาเลือกตนอยู่แล้ว... ในเมื่อเขาเป็นเพียงเศษสวะที่ไม่อาจฝึกตนได้ผู้หนึ่ง
เคล็ดวิชาของนิกายอินหยางล้วนเน้นการผสานอินหยาง ชายหญิงบำเพ็ญคู่ย่อมได้ผลลัพธ์ก้าวหน้าทวีคูณ ด้วยเหตุนี้ทางนิกายจึงเป็นกังวลเรื่องชีวิตคู่ของเหล่าศิษย์เป็นพิเศษ ถึงกับจัดงานชุมนุมเลือกคู่ขึ้นทุกปี
แต่สำหรับหานเฟิงแล้ว การบำเพ็ญคู่ช่างน่ารำคาญสิ้นดี ไหนจะต้องเอาอกเอาใจสตรี มอบของขวัญ มอบหินวิญญาณ มอบของล้ำค่า... จะไปมีความสุขเท่ากับการปลูกโอสถวิญญาณได้อย่างไร? การอยู่ตัวคนเดียวอย่างอิสระเสรีนี่สิคือที่สุด
บำเพ็ญคู่งั้นรึ? เรื่องพรรค์นี้ให้หมามันทำเถอะ!
พลัน! ศีรษะของหานเฟิงก็ถูกฝ่ามือตบเข้าอย่างจัง จนหน้าผากของเขากระแทกเข้ากับป้ายหยกในมือ
หานเฟิงผู้เจ็บแปลบหันขวับกลับไปตวัดสายตาโกรธเคืองมองผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
ใบหน้าเปื้อนยิ้มปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา...เป็นหวังเหมี่ยนที่เพิ่งจับคู่สำเร็จนั่นเอง
“หานเฟิง สหายข้าได้คู่แล้วโว้ย! อีกไม่นานก็ได้บำเพ็ญคู่แล้ว รีบมาอวยพรข้าเร็วเข้า!”
เมื่อเห็นใบหน้าที่ยียวนกวนโอ๊ยนั่น หานเฟิงก็เอ่ยอย่างระอา
“ไปให้พ้นเลยไป๊ เจ้าลูกชายตัวดี รีบไปหานางสะใภ้ของพ่อเถอะ อย่ามายืนเกะกะแถวนี้”
“ไปก็ได้วะ”
สหายรักหวังเหมี่ยนจูงมือจางซิ่วที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายจากไปอย่างลิงโลด
หานเฟิงเบ้ปากแล้วหันกลับมา ก่อนจะพบว่า...
เอ๊ะ? ป้ายหยกของข้าเล่า? เพิ่งเก็บมาเมื่อวานแท้ๆ ป้ายหยกอันเบ้อเริ่มหายไปไหนแล้ว?
หานเฟิงมองดูในมือ แล้วก้มมองใต้โต๊ะ แต่ก็ไม่พบ
สงสัยจะโดนเจ้าลูกชายตัวดีฉกไปมอบให้คู่บำเพ็ญของมันเพื่อเอาใจแล้วเป็นแน่...
หานเฟิงไม่ได้ใส่ใจนักและทอดสายตามองตรงไปเบื้องหน้าต่อ
ในเวลาไม่นาน ศิษย์ชายหญิงโสดต่างก็ได้เลือกคู่ที่ต้องตาต้องใจและจับคู่สำเร็จกันไปหมดสิ้น บนเวทีจึงเหลือคนอยู่เพียงสามคน
เจียงซูโหรว—ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งยอดเขาลั่วเสียและครอบครองรากปราณสวรรค์
เย่หลงหยวน—ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นบุรุษรูปงามอันดับหนึ่งแห่งยอดเขาลั่วเสีย ทั้งยังมีชาติกำเนิดสูงส่งและพรสวรรค์ท้าทายฟ้าดิน
และ...
หานเฟิง—ศิษย์รับใช้หน้าตาจืดชืดผู้ไม่อาจฝึกตนได้
ฝั่งตรงข้ามเหลือเพียงเจียงซูโหรวผู้เดียว...ชื่อของนางช่างไม่สมกับตัวตนแม้แต่น้อย เพราะนางไม่มีร่องรอยของความอ่อนโยนแม้เพียงกระผีก
นางมีคิ้วโก่งเรียวดุจคันศร ดวงตาสุกสว่าง ฟันขาวเรียงงาม ผมถูกถักเปียอย่างประณีตบรรจง สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ ท่วงท่างามสง่าสูงส่งดุจนางเซียนตกสวรรค์ ทั้งร่างงดงามประหนึ่งงานศิลปะชิ้นเอกอันไร้ซึ่งตำหนิ
แววตาที่เย็นชาและท่วงท่าที่สูงส่งเย่อหยิ่ง ริมฝีปากบางสีแดงสดที่ยกขึ้นเล็กน้อย ประกอบกับใบหน้างามล่มเมืองที่ไร้ที่ติ ไม่เพียงไม่ทำลายความงาม แต่กลับยิ่งขับเน้นให้นางดูสูงศักดิ์ยิ่งขึ้น สามารถชื่นชมได้แต่ไกล แต่ไม่อาจล่วงเกิน
ในใจของทุกคน เจียงซูโหรวและเย่หลงหยวนคือคู่สร้างคู่สมที่ฟ้าประทาน และเย่หลงหยวนเองก็พยายามตามเกี้ยวพาราสีนางมานานหลายปี เพียงแต่เจียงซูโหรวไม่เคยตอบตกลงเท่านั้น
บัดนี้ พวกเขาทั้งสองอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์แล้ว นี่จึงเป็นโอกาสสุดท้ายของเจียงซูโหรวในการเลือกคู่บำเพ็ญ หากไม่เลือกอีก นิกายก็จะบังคับจับคู่ให้แก่นางตามกฎ
ที่ผู้อาวุโสเก็บเจียงซูโหรวไว้เป็นคนสุดท้าย ก็เพื่อจงใจมอบโอกาสให้เย่หลงหยวน เพราะตัวเลือกเหลือเพียงเขาคนเดียว ต่อให้เจียงซูโหรวไม่อยากเลือกก็ต้องเลือก
อ้อ...ใช่ ยังมีหานเฟิงอีกคน เป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้น
เพื่อให้ดูมีความยุติธรรมขึ้นมาหน่อย
ณ ขณะนั้น ผู้อาวุโสเอ่ยถามขึ้น
“เอาล่ะ ศิษย์หญิงบนเวทีเหลือเพียงเจียงซูโหรวผู้เดียว แต่ศิษย์ชายยังคงมีสองคน...เย่หลงหยวน, หานเฟิง ข้าขอถามพวกเจ้า ยินยอมเลือกเจียงซูโหรวเป็นคู่บำเพ็ญของพวกเจ้าหรือไม่?”
เย่หลงหยวนมองไปยังเจียงซูโหรวและเอ่ยด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง
“ข้ายินยอม! ตั้งแต่สามปีก่อน ข้าก็หลงรักศิษย์น้องเจียงอย่างสุดหัวใจ ชาตินี้ข้าจะไม่แต่งกับใครนอกจากนาง หากศิษย์น้องยินยอมเป็นคู่บำเพ็ญกับข้า ข้าจะใช้ทั้งชีวิตปกป้องดูแลนาง มอบสิ่งที่ดีที่สุดในโลกหล้าให้แก่นาง มอบทุกสิ่งที่นางปรารถนา!”
คำพูดนี้ทำเอาเหล่าศิษย์โดยรอบต่างโห่ร้องปรบมือ มีเพียงเจียงซูโหรวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน
จากนั้น ผู้อาวุโสก็หันไปถามหานเฟิง
“หานเฟิง แล้วเจ้ายินยอมหรือไม่?”
“ข้า...ยินยอมขอรับ”
หานเฟิงตอบอย่างเกียจคร้าน
อย่างไรเสียนางก็เป็นโฉมงามอันดับหนึ่ง หากเขาตอบปฏิเสธ คงจะดูแปลกแยกเกินไป เกรงว่าจะมีศิษย์ไม่น้อยมาหาเรื่องเขา มาเยาะเย้ยถากถาง และมารบกวนชีวิตการนอนเฉยๆ อันแสนสงบสุขของเขา
ในทางกลับกัน เขาบอกว่ายินยอม จากนั้นเจียงซูโหรวก็เลือกเย่หลงหยวน การพ่ายแพ้ให้เย่หลงหยวนไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย ไม่มีใครมาหัวเราะเยาะเขาเป็นแน่
เขารู้ดีว่าที่ตนนั่งอยู่ตรงนี้ในวันนี้ ก็เป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้น...ดังนั้นสภาพจิตใจของเขาจึงสงบนิ่งดุจสายน้ำ
ตามแผนที่หานเฟิงวาดไว้ ฉากต่อไปก็คือ เจียงซูโหรวเลือกเย่หลงหยวน จับคู่สำเร็จ แล้วเขาก็กลับไปนอนเฉยๆ ต่อไป
จบลงอย่างมีความสุขทุกฝ่าย
ผู้อาวุโสจึงหันไปมองเจียงซูโหรวและเอ่ยว่า
“เจียงซูโหรว โปรดเลือกศิษย์ที่เจ้าต้องใจ จำไว้ว่า นี่คือโอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้ว”
เจียงซูโหรวเหลือบมองชายชราอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นสายตาก็กวาดผ่านเย่หลงหยวนและหานเฟิง ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ
“ข้าเลือก...”
เหล่าศิษย์ทุกคนต่างกลั้นหายใจ จับจ้องไปยังนางโดยไม่กะพริบตา หลายคนถึงกับเตรียมพร้อมที่จะปรบมือและโห่ร้องให้แก่นางและเย่หลงหยวนแล้ว
“...หานเฟิง”
น้ำเสียงไพเราะดังออกมาจากริมฝีปากของเจียงซูโหรว
เหล่าศิษย์ที่กำลังจะปรบมือต่างพากันนิ่งงัน แต่ละคนยืนตะลึงราวกับถูกสาปให้เป็นหิน
แม้แต่หานเฟิงเองก็ยังเบิกตากว้าง
เดี๋ยวก่อนแม่นาง...ท่านจะบอกว่ากระไรนะ? ตาบอดหรืออย่างไรกัน? เลือกข้าเนี่ยนะ? ข้าไม่สนใจท่านแม้แต่น้อย ข้าแค่อยากจะนอนเฉยๆ สบายๆ เท่านั้น! เย่หลงหยวนยอดเยี่ยมปานนั้น ทุ่มเทใจให้ท่านมาตั้งหลายปี ท่านไม่เลือกเขาแต่มาเลือกข้างั้นรึ?
คราวนี้ซวยแล้ว...ดูสีหน้าของเย่หลงหยวนข้างๆ สิ ใบหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นเหมือนเพิ่งกลืนอาจมหนูหมักดองยี่สิบปีลงท้องไปหมาดๆ คงจะผูกใจเจ็บข้าเข้าแล้วเป็นแน่
แล้วข้าจะใช้ชีวิตเน่าๆ นอนเฉยๆ ต่อไปได้อย่างไรเล่า?
แต่เมื่อครู่หานเฟิงได้ตอบตกลงไปแล้ว ถึงตอนนี้จะปฏิเสธก็ไม่เป็นผล
ในตอนนั้นเอง...ในห้วงสำนึกของหานเฟิงก็มีเสียงใสกังวานของสตรีดังขึ้น ราวกับเสียงของเด็กสาววัยสิบห้าสิบหกปี
【ขอแสดงความยินดีกับ ‘หานเฟิง’ ที่ได้ผูกสัมพันธ์คู่บำเพ็ญเป็นครั้งแรก ท่านได้รับ ‘พรวิเศษแห่งคู่ครอง’ และได้ปลุก ‘กายาผลตอบแทนบำเพ็ญเพียร’ 】
【นับแต่นี้ไป พลังบำเพ็ญเพียรที่คู่บำเพ็ญของท่านได้รับ จะถูกส่งคืนให้แก่ท่านเป็นสิบเท่าผ่านพรวิเศษแห่งคู่ครอง และหากท่านมอบเคล็ดวิชา อิทธิฤทธิ์ หรือของล้ำค่าให้แก่คู่บำเพ็ญ ก็จะได้รับของล้ำค่าที่มีมูลค่าเป็นสิบเท่าของสิ่งที่มอบให้เป็นการตอบแทนเช่นกัน】
【ของวิเศษใดๆ ที่ได้รับจากพรวิเศษ ท่านไม่สามารถมอบให้แก่ผู้อื่นได้】
【อัตราผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้นตามระดับขอบเขตของท่าน】
【โปรดจดจำคติพจน์แห่งสามีที่ดี: รักภรรยา ถนอมภรรยา เป็นบุรุษตัวอย่าง...เพียงทุกคนมอบความรักให้แก่กัน โลกหล้าก็จะกลายเป็นแดนสวรรค์บนดิน】