เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 แม่นาง...ท่านตาบอดหรืออย่างไร?

บทที่ 1 แม่นาง...ท่านตาบอดหรืออย่างไร?

บทที่ 1 แม่นาง...ท่านตาบอดหรืออย่างไร?


บทที่ 1 แม่นาง...ท่านตาบอดหรืออย่างไร?

ทวีปเทียนซิง, เขตแดนตอนใต้, นิกายอินหยาง

“ขอแสดงความยินดีกับศิษย์ชายแห่งยอดเขาลั่วเสีย ‘หวังเหมี่ยน’ และศิษย์หญิง ‘จางซิ่ว’ ที่ได้ผูกวาสนาเป็นคู่บำเพ็ญสำเร็จ!”

เสียงประกาศก้องของผู้อาวุโสบนเวทีสิ้นสุดลง พร้อมกับเสียงปรบมือดังกึกก้องราวอสนีบาตจากเหล่าศิษย์เบื้องล่าง

นี่คืองานชุมนุมเลือกคู่ประจำปีของนิกายอินหยาง สถานที่ซึ่งทางนิกายจะช่วยจัดหาคู่บำเพ็ญที่เหมาะสมให้แก่ศิษย์โสดผู้ถึงวัยอันควร หากการจับคู่ลุล่วงไปด้วยดี ก็จะได้รับรางวัลเป็นหินวิญญาณสิบก้อนเป็นของกำนัล

หานเฟิงนั่งอยู่บนที่นั่งฝั่งศิษย์ชาย เขามองดูผู้คนรอบกายจับคู่สำเร็จไปทีละคนๆ ก่อนจะหาวออกมาคราหนึ่งด้วยความเบื่อหน่าย พลางหยิบป้ายหยกที่เพิ่งเก็บได้เมื่อวานขึ้นมาควงเล่น

เขาเป็นเพียงศิษย์ชั้นต่ำผู้มีหน้าที่ดูแลสวนโอสถวิญญาณ... เข้ามาในนิกายได้ห้าปีแล้ว แต่จนบัดนี้ก็ยังมิอาจทะลวงเส้นชีพจรวิญญาณเพื่อโคจรปราณได้แม้แต่น้อย

ในช่วงแรก เขาทั้งร้อนรน ขยันหมั่นเพียร และทุ่มเทอย่างสุดกำลัง คาดหวังอย่างเปี่ยมล้นว่าตนจะสามารถทะลวงเส้นชีพจรวิญญาณและเหยียบย่างสู่เส้นทางเซียนได้สำเร็จ

ทว่าเมื่อเวลาผันผ่าน เขาก็ค่อยๆ ยอมรับความจริงว่าตนเป็นเพียงเศษสวะผู้หนึ่ง เริ่มเรียนรู้ที่จะ ‘นอนเฉยๆ’ ใช้ชีวิตไปวันๆ แต่ละวันก็เพียงดูแลแปลงโอสถของตนเอง เสพสุขกับชีวิตอันเรียบง่ายสบายๆ

ความพยายามไม่แน่ว่าจะสำเร็จ แต่การนอนเฉยๆนั้นสบายใจกว่าเห็นๆ

แม้ว่าอีกเพียงหนึ่งเดือนจะครบกำหนดห้าปีที่เขาเข้าสู่สำนัก หากถึงตอนนั้นยังมิอาจเปิดเส้นชีพจรวิญญาณได้ ก็จะต้องถูกขับไล่ลงจากเขาไป

แต่แล้วอย่างไรเล่า? ที่บ้านเกิดในเมืองเชิงเขา เขายังมีที่ดินอีกสองหมู่ให้กลับไปปลูกโอสถวิญญาณ อาบแดดอุ่นๆ ต่อไปได้ แม้ไม่อาจบำเพ็ญเพียร แต่ก็สามารถมีอายุยืนยาวนับร้อยปี ร่างกายแข็งแกร่งสมบูรณ์ เพลิดเพลินกับชีวิตเรียบง่ายในชนบท

ส่วนเรื่องการเลือกคู่บำเพ็ญอะไรนั่น เขาไม่เคยคาดหวังว่าจะมีใครมาเลือกตนอยู่แล้ว... ในเมื่อเขาเป็นเพียงเศษสวะที่ไม่อาจฝึกตนได้ผู้หนึ่ง

เคล็ดวิชาของนิกายอินหยางล้วนเน้นการผสานอินหยาง ชายหญิงบำเพ็ญคู่ย่อมได้ผลลัพธ์ก้าวหน้าทวีคูณ ด้วยเหตุนี้ทางนิกายจึงเป็นกังวลเรื่องชีวิตคู่ของเหล่าศิษย์เป็นพิเศษ ถึงกับจัดงานชุมนุมเลือกคู่ขึ้นทุกปี

แต่สำหรับหานเฟิงแล้ว การบำเพ็ญคู่ช่างน่ารำคาญสิ้นดี ไหนจะต้องเอาอกเอาใจสตรี มอบของขวัญ มอบหินวิญญาณ มอบของล้ำค่า... จะไปมีความสุขเท่ากับการปลูกโอสถวิญญาณได้อย่างไร? การอยู่ตัวคนเดียวอย่างอิสระเสรีนี่สิคือที่สุด

บำเพ็ญคู่งั้นรึ? เรื่องพรรค์นี้ให้หมามันทำเถอะ!

พลัน! ศีรษะของหานเฟิงก็ถูกฝ่ามือตบเข้าอย่างจัง จนหน้าผากของเขากระแทกเข้ากับป้ายหยกในมือ

หานเฟิงผู้เจ็บแปลบหันขวับกลับไปตวัดสายตาโกรธเคืองมองผู้ที่อยู่เบื้องหลัง

ใบหน้าเปื้อนยิ้มปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา...เป็นหวังเหมี่ยนที่เพิ่งจับคู่สำเร็จนั่นเอง

“หานเฟิง สหายข้าได้คู่แล้วโว้ย! อีกไม่นานก็ได้บำเพ็ญคู่แล้ว รีบมาอวยพรข้าเร็วเข้า!”

เมื่อเห็นใบหน้าที่ยียวนกวนโอ๊ยนั่น หานเฟิงก็เอ่ยอย่างระอา

“ไปให้พ้นเลยไป๊ เจ้าลูกชายตัวดี รีบไปหานางสะใภ้ของพ่อเถอะ อย่ามายืนเกะกะแถวนี้”

“ไปก็ได้วะ”

สหายรักหวังเหมี่ยนจูงมือจางซิ่วที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายจากไปอย่างลิงโลด

หานเฟิงเบ้ปากแล้วหันกลับมา ก่อนจะพบว่า...

เอ๊ะ? ป้ายหยกของข้าเล่า? เพิ่งเก็บมาเมื่อวานแท้ๆ ป้ายหยกอันเบ้อเริ่มหายไปไหนแล้ว?

หานเฟิงมองดูในมือ แล้วก้มมองใต้โต๊ะ แต่ก็ไม่พบ

สงสัยจะโดนเจ้าลูกชายตัวดีฉกไปมอบให้คู่บำเพ็ญของมันเพื่อเอาใจแล้วเป็นแน่...

หานเฟิงไม่ได้ใส่ใจนักและทอดสายตามองตรงไปเบื้องหน้าต่อ

ในเวลาไม่นาน ศิษย์ชายหญิงโสดต่างก็ได้เลือกคู่ที่ต้องตาต้องใจและจับคู่สำเร็จกันไปหมดสิ้น บนเวทีจึงเหลือคนอยู่เพียงสามคน

เจียงซูโหรว—ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นโฉมงามอันดับหนึ่งแห่งยอดเขาลั่วเสียและครอบครองรากปราณสวรรค์

เย่หลงหยวน—ผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นบุรุษรูปงามอันดับหนึ่งแห่งยอดเขาลั่วเสีย ทั้งยังมีชาติกำเนิดสูงส่งและพรสวรรค์ท้าทายฟ้าดิน

และ...

หานเฟิง—ศิษย์รับใช้หน้าตาจืดชืดผู้ไม่อาจฝึกตนได้

ฝั่งตรงข้ามเหลือเพียงเจียงซูโหรวผู้เดียว...ชื่อของนางช่างไม่สมกับตัวตนแม้แต่น้อย เพราะนางไม่มีร่องรอยของความอ่อนโยนแม้เพียงกระผีก

นางมีคิ้วโก่งเรียวดุจคันศร ดวงตาสุกสว่าง ฟันขาวเรียงงาม ผมถูกถักเปียอย่างประณีตบรรจง สวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ปลายเท้าแตะพื้นเบาๆ นั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ ท่วงท่างามสง่าสูงส่งดุจนางเซียนตกสวรรค์ ทั้งร่างงดงามประหนึ่งงานศิลปะชิ้นเอกอันไร้ซึ่งตำหนิ

แววตาที่เย็นชาและท่วงท่าที่สูงส่งเย่อหยิ่ง ริมฝีปากบางสีแดงสดที่ยกขึ้นเล็กน้อย ประกอบกับใบหน้างามล่มเมืองที่ไร้ที่ติ ไม่เพียงไม่ทำลายความงาม แต่กลับยิ่งขับเน้นให้นางดูสูงศักดิ์ยิ่งขึ้น สามารถชื่นชมได้แต่ไกล แต่ไม่อาจล่วงเกิน

ในใจของทุกคน เจียงซูโหรวและเย่หลงหยวนคือคู่สร้างคู่สมที่ฟ้าประทาน และเย่หลงหยวนเองก็พยายามตามเกี้ยวพาราสีนางมานานหลายปี เพียงแต่เจียงซูโหรวไม่เคยตอบตกลงเท่านั้น

บัดนี้ พวกเขาทั้งสองอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์แล้ว นี่จึงเป็นโอกาสสุดท้ายของเจียงซูโหรวในการเลือกคู่บำเพ็ญ หากไม่เลือกอีก นิกายก็จะบังคับจับคู่ให้แก่นางตามกฎ

ที่ผู้อาวุโสเก็บเจียงซูโหรวไว้เป็นคนสุดท้าย ก็เพื่อจงใจมอบโอกาสให้เย่หลงหยวน เพราะตัวเลือกเหลือเพียงเขาคนเดียว ต่อให้เจียงซูโหรวไม่อยากเลือกก็ต้องเลือก

อ้อ...ใช่ ยังมีหานเฟิงอีกคน เป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้น

เพื่อให้ดูมีความยุติธรรมขึ้นมาหน่อย

ณ ขณะนั้น ผู้อาวุโสเอ่ยถามขึ้น

“เอาล่ะ ศิษย์หญิงบนเวทีเหลือเพียงเจียงซูโหรวผู้เดียว แต่ศิษย์ชายยังคงมีสองคน...เย่หลงหยวน, หานเฟิง ข้าขอถามพวกเจ้า ยินยอมเลือกเจียงซูโหรวเป็นคู่บำเพ็ญของพวกเจ้าหรือไม่?”

เย่หลงหยวนมองไปยังเจียงซูโหรวและเอ่ยด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง

“ข้ายินยอม! ตั้งแต่สามปีก่อน ข้าก็หลงรักศิษย์น้องเจียงอย่างสุดหัวใจ ชาตินี้ข้าจะไม่แต่งกับใครนอกจากนาง หากศิษย์น้องยินยอมเป็นคู่บำเพ็ญกับข้า ข้าจะใช้ทั้งชีวิตปกป้องดูแลนาง มอบสิ่งที่ดีที่สุดในโลกหล้าให้แก่นาง มอบทุกสิ่งที่นางปรารถนา!”

คำพูดนี้ทำเอาเหล่าศิษย์โดยรอบต่างโห่ร้องปรบมือ มีเพียงเจียงซูโหรวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน

จากนั้น ผู้อาวุโสก็หันไปถามหานเฟิง

“หานเฟิง แล้วเจ้ายินยอมหรือไม่?”

“ข้า...ยินยอมขอรับ”

หานเฟิงตอบอย่างเกียจคร้าน

อย่างไรเสียนางก็เป็นโฉมงามอันดับหนึ่ง หากเขาตอบปฏิเสธ คงจะดูแปลกแยกเกินไป เกรงว่าจะมีศิษย์ไม่น้อยมาหาเรื่องเขา มาเยาะเย้ยถากถาง และมารบกวนชีวิตการนอนเฉยๆ อันแสนสงบสุขของเขา

ในทางกลับกัน เขาบอกว่ายินยอม จากนั้นเจียงซูโหรวก็เลือกเย่หลงหยวน การพ่ายแพ้ให้เย่หลงหยวนไม่ใช่เรื่องน่าอับอาย ไม่มีใครมาหัวเราะเยาะเขาเป็นแน่

เขารู้ดีว่าที่ตนนั่งอยู่ตรงนี้ในวันนี้ ก็เป็นเพียงตัวประกอบเท่านั้น...ดังนั้นสภาพจิตใจของเขาจึงสงบนิ่งดุจสายน้ำ

ตามแผนที่หานเฟิงวาดไว้ ฉากต่อไปก็คือ เจียงซูโหรวเลือกเย่หลงหยวน จับคู่สำเร็จ แล้วเขาก็กลับไปนอนเฉยๆ ต่อไป

จบลงอย่างมีความสุขทุกฝ่าย

ผู้อาวุโสจึงหันไปมองเจียงซูโหรวและเอ่ยว่า

“เจียงซูโหรว โปรดเลือกศิษย์ที่เจ้าต้องใจ จำไว้ว่า นี่คือโอกาสสุดท้ายของเจ้าแล้ว”

เจียงซูโหรวเหลือบมองชายชราอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นสายตาก็กวาดผ่านเย่หลงหยวนและหานเฟิง ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ

“ข้าเลือก...”

เหล่าศิษย์ทุกคนต่างกลั้นหายใจ จับจ้องไปยังนางโดยไม่กะพริบตา หลายคนถึงกับเตรียมพร้อมที่จะปรบมือและโห่ร้องให้แก่นางและเย่หลงหยวนแล้ว

“...หานเฟิง”

น้ำเสียงไพเราะดังออกมาจากริมฝีปากของเจียงซูโหรว

เหล่าศิษย์ที่กำลังจะปรบมือต่างพากันนิ่งงัน แต่ละคนยืนตะลึงราวกับถูกสาปให้เป็นหิน

แม้แต่หานเฟิงเองก็ยังเบิกตากว้าง

เดี๋ยวก่อนแม่นาง...ท่านจะบอกว่ากระไรนะ? ตาบอดหรืออย่างไรกัน? เลือกข้าเนี่ยนะ? ข้าไม่สนใจท่านแม้แต่น้อย ข้าแค่อยากจะนอนเฉยๆ สบายๆ เท่านั้น! เย่หลงหยวนยอดเยี่ยมปานนั้น ทุ่มเทใจให้ท่านมาตั้งหลายปี ท่านไม่เลือกเขาแต่มาเลือกข้างั้นรึ?

คราวนี้ซวยแล้ว...ดูสีหน้าของเย่หลงหยวนข้างๆ สิ ใบหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นเหมือนเพิ่งกลืนอาจมหนูหมักดองยี่สิบปีลงท้องไปหมาดๆ คงจะผูกใจเจ็บข้าเข้าแล้วเป็นแน่

แล้วข้าจะใช้ชีวิตเน่าๆ นอนเฉยๆ ต่อไปได้อย่างไรเล่า?

แต่เมื่อครู่หานเฟิงได้ตอบตกลงไปแล้ว ถึงตอนนี้จะปฏิเสธก็ไม่เป็นผล

ในตอนนั้นเอง...ในห้วงสำนึกของหานเฟิงก็มีเสียงใสกังวานของสตรีดังขึ้น ราวกับเสียงของเด็กสาววัยสิบห้าสิบหกปี

【ขอแสดงความยินดีกับ ‘หานเฟิง’ ที่ได้ผูกสัมพันธ์คู่บำเพ็ญเป็นครั้งแรก ท่านได้รับ ‘พรวิเศษแห่งคู่ครอง’ และได้ปลุก ‘กายาผลตอบแทนบำเพ็ญเพียร’ 】

【นับแต่นี้ไป พลังบำเพ็ญเพียรที่คู่บำเพ็ญของท่านได้รับ จะถูกส่งคืนให้แก่ท่านเป็นสิบเท่าผ่านพรวิเศษแห่งคู่ครอง และหากท่านมอบเคล็ดวิชา อิทธิฤทธิ์ หรือของล้ำค่าให้แก่คู่บำเพ็ญ ก็จะได้รับของล้ำค่าที่มีมูลค่าเป็นสิบเท่าของสิ่งที่มอบให้เป็นการตอบแทนเช่นกัน】

【ของวิเศษใดๆ ที่ได้รับจากพรวิเศษ ท่านไม่สามารถมอบให้แก่ผู้อื่นได้】

【อัตราผลตอบแทนจะเพิ่มขึ้นตามระดับขอบเขตของท่าน】

【โปรดจดจำคติพจน์แห่งสามีที่ดี: รักภรรยา ถนอมภรรยา เป็นบุรุษตัวอย่าง...เพียงทุกคนมอบความรักให้แก่กัน โลกหล้าก็จะกลายเป็นแดนสวรรค์บนดิน】

จบบทที่ บทที่ 1 แม่นาง...ท่านตาบอดหรืออย่างไร?

คัดลอกลิงก์แล้ว