- หน้าแรก
- ยินดีต้องรับสู่ร้านขายอบิลิตี้สโตร์
- บทที่ 16 ห้องรับรองแขก VIP (ตอนพิเศษสำหรับสมาชิก okiikkpp12345)
บทที่ 16 ห้องรับรองแขก VIP (ตอนพิเศษสำหรับสมาชิก okiikkpp12345)
บทที่ 16 ห้องรับรองแขก VIP (ตอนพิเศษสำหรับสมาชิก okiikkpp12345)
### บทที่ 16 ห้องรับรองแขก VIP (ตอนพิเศษสำหรับสมาชิก okiikkpp12345)
(ขอเปลี่ยนการใช้สรรพนามเล็กน้อย เพื่อความลื่นไหลในการอ่าน)
เมื่อเห็นตัวอักษรลอยอยู่ตรงหน้า หลิวชูเยว่ถึงกับเบิกตากว้าง
"นี่คือ... ความสามารถระดับยอดเยี่ยมงั้นเหรอ?"
แท้จริงแล้ว ความสามารถระดับสีทองนั้น ในมุมมองของเธอถูกเรียกว่า "ความสามารถระดับยอดเยี่ยม" เฉินเสวียนคิดในใจ
ความสามารถที่เขาเลือก คือ "นำประชาสู่เสรีภาพ" ระดับ 1
"ไม่เลวใช่ไหม? ความสามารถนี้หายากมาก... ปกติข้าไม่หยิบมาให้ลูกค้าดูหรอกนะ"
หลิวชูเยว่จ้องคำอธิบายความสามารถอย่างถี่ถ้วน ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสับสนว่า "มันดูไม่ธรรมดาก็จริง แต่ข้าไม่เข้าใจ... ความสามารถนี้จะช่วยคลี่คลายปัญหาของชาวชิงโจวได้อย่างไร?"
ดูตามตัวอักษรแล้วมันฟังดูคลุมเครือ แถมยังแฝงความรู้สึกชั่วร้ายอยู่เล็กน้อย... หากคำอธิบายเป็นจริง มันก็เปรียบได้กับวิชาเล่นกับจิตใจคนเลยทีเดียว
หากเป็นขุนนางหรือแม่ทัพพบเจอความสามารถเช่นนี้ คงจะยินดีไม่น้อย ทว่าเธอไม่ได้ข้องเกี่ยวกับราชการหรือการทหาร การแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้ความสามารถนี้จึงดูเป็นการสิ้นเปลือง
แน่นอนว่า หลิวชูเยว่เองก็ไม่เชื่อคำบรรยายเหล่านี้ทั้งหมด
เพราะมันสั้นเกินไป แถมยังให้ความรู้สึกเหมือนล้อเล่น
เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเฉินเสวียนถึงจงใจเขียนคำอธิบายให้ดูตลกขบขัน
"เหตุผลมันง่ายมาก" เฉินเสวียนอธิบาย "เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังคิดจะวางตัวเป็นคนนอกคงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป จะไม่ยุ่งตั้งแต่ต้นก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าจะช่วยแล้ว ก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด กลายเป็นผู้นำของเหล่าผู้ลี้ภัยให้ได้ เพราะจากที่ข้าเห็น ผู้ลี้ภัยที่หนีมายังเมืองจางเว่มีหลากหลายพวก บางกลุ่มถึงขั้นกล้าลงมือปล้นชิงอาหารกลางวันแสก ๆ มีเส้นบาง ๆ คั่นระหว่างพวกเขากับโจรเท่านั้น"
หลิวชูเยว่ไม่อาจโต้แย้งได้
นี่คือความจริง
หรือจะกล่าวให้ชัดขึ้นก็คือ หากหิวโหยนานเข้า ผู้ลี้ภัยก็จะกลายเป็นกองโจรในที่สุด... และหากมีโจรนับแสนรวมตัวกัน เมืองจางเว่ยก็จะตกอยู่ในอันตราย
"หากเจ้าต้องการช่วยเหล่าผู้ลี้ภัย อันดับแรกคือห้ามให้พวกเขากลายเป็นโจร... หรือกลายเป็น 'ปีศาจ' ที่ไร้ความเป็นมนุษย์ นั่นต้องเริ่มจากการรวมกลุ่มผู้ลี้ภัยจากทุกสารทิศเข้าด้วยกัน ลบล้างความบาดหมาง ป้องกันไม่ให้พวกเขาแตกแยกแล้วก่อความแค้นซึ่งกันและกัน ในยามเผชิญภัยใด ๆ ก็ตาม กลุ่มที่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันย่อมมีพลังมากกว่าฝูงชนไร้ระเบียบ และด้วยความสามารถนี้ เจ้าจะทำให้พวกเขามีศูนย์รวมที่พึ่งพิงได้อย่างง่ายดาย อย่างน้อยก็ป้องกันไม่ให้พวกเขาฆ่าฟันกันเอง หรือบุกจู่โจมประชาชนรอบนอก"
"แต่นั่นมันมีประโยชน์อะไรเล่า?" หลิวชูเยว่ยังไม่เข้าใจอยู่ดี "ถึงข้าจะควบคุมสถานการณ์ได้ชั่วคราว แต่ก็ไม่อาจควบคุมไปตลอด พวกเขายังยอมทนกันได้เพราะมีการแจกจ่ายอาหารอยู่ แต่ถ้าไม่มีอะไรให้กินเลยสักอย่างล่ะ? ความสงบเรียบร้อยก็พังทลายแน่"
"เรื่องอาหาร ข้าจะจัดการเอง"
"อะไรนะ?"
"เมื่อเจ้าทำการซื้อขายเรียบร้อย ร้านนี้จะจัดเตรียมเสบียงสำหรับแจกจ่ายให้ผู้ลี้ภัยเอง" เฉินเสวียนกล่าวย้ำอีกครั้ง "แต่ก่อนหน้านั้น เจ้าต้องจัดการควบคุมพวกเขาให้ดี อย่าให้กลายเป็นศัตรูของทางการเสียก่อน"
หลิวชูเยว่ชะงักไปเล็กน้อย
แล้วก็เข้าใจได้ทันที "ที่แท้เจ้าก็มีวิธีจัดหาเสบียงอยู่แล้ว ส่วนการแลกเปลี่ยนความสามารถก็แค่ค่าธรรมเนียมสินะ?"
เธอช่างไวต่อสิ่งเร้าจริง ๆ
เฉินเสวียนพยักหน้าเบา ๆ "เจ้าคิดว่าข้าฉวยโอกาสจากสถานการณ์ของเจ้าอีกแล้วใช่ไหม?"
ทว่าครั้งนี้หลิวชูเยว่ไม่ได้ตอบด้วยสายตาเย็นชาเช่นเคย แต่สะบัดมือหนึ่งครั้ง ก็วางความสามารถทั้งสี่รายการลงตรงหน้าโดยไม่ลังเล
“ทักษะเมฆารุ่งสาง” ระดับ 8
—— ผู้มีไอคิวต่ำกว่า 150 ไม่คู่ควรในการฝึกฝน สามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายถาวร เป็นก้าวแรกสู่การเหินสู่สวรรค์ โชคดีที่มีระบบแลกเปลี่ยนความสามารถ แม้แต่คนโง่ก็ฝึกได้
“วิชาดวงเนตรเทพ” ระดับ 9
—— หากเจ้าถูกลอบสังหารทุกวัน มันคือความสามารถล้ำค่าที่หาไม่ได้แม้แลกด้วยทองพันชั่ง หากใช้งานคู่กับมือเหล็ก จะสามารถหยุดกระสุนกลางอากาศได้อย่างง่ายดาย ระวังการใช้งานเกินขีดจำกัด อาจทำให้ตาบอด ไม่เหมาะกับผู้มีโรคตาแต่กำเนิด
“วิชาถอดเปลือกทองคำ” ระดับ 1
—— ความตายหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เจ้าสามารถใช้มันหลบหนีได้หนึ่งครั้ง
“กระบี่พันจิต” ระดับ 10
—— จะใช้หั่นผักก็ได้ จะทำลายรถถังก็ดี กระบี่ในระดับนี้มิใช่แค่วิชากระบี่อีกต่อไป แต่มันคือศาสตร์สังหารโดยแท้
ยกเว้นกระบี่พันจิตที่เป็นระดับน้ำเงิน ความสามารถที่เหลืออีกสามอย่างกลับเป็นระดับม่วงทั้งหมด
"รีบตกลงเถอะ เจ้าไม่มีสิทธิ์กลับคำแล้วนะ" หลิวชูเยว่เร่งเร้า
เฉินเสวียนประหลาดใจเล็กน้อย "...ครั้งนี้เจ้าทำไมยอมง่ายจัง?"
"ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ข้าเคยทำการแลกเปลี่ยนมานับไม่ถ้วน และพบว่าเงื่อนไขที่ชัดเจนบางทีก็ไม่ใช่เรื่องแย่" เธอถอนหายใจเบา ๆ ความเหนื่อยล้าฉายชัดในดวงตา "ตราบใดที่ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ อีกฝ่ายไม่ผิดสัญญา มันก็ถือว่าเป็นข้อตกลงที่ดีแล้ว"
"แล้วเจ้าจะทำยังไงต่อล่ะ แลกของเหล่านี้ไปแล้ว เจ้าจะไม่ลำบากเหรอ?"
"ข้ายังมีวิชาสำรองอยู่หลายแขนง ระดับก็ใกล้เคียงกัน เพียงแค่ใช้งานได้แคบกว่าเล็กน้อย เช่น พวกวิชาภาวนา ค่ายกล หรือยันต์... แน่นอน หากเจ้าต้องการเลือกพวกนั้นแทนก็ได้"
"ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก ของพวกนี้ก็ดีอยู่แล้ว"
เห็นเธอใจป้ำขนาดนี้ เฉินเสวียนก็ไม่อยากเรื่องมาก เพราะสิ่งที่เขาต้องการที่สุดคือแต้มผลงาน และความสามารถทั้งสี่รายการนี้ ต่างก็ได้รับการประเมินในระดับสูงจากร้าน
หลังยืนยันการแลกเปลี่ยน เขาได้รับแต้มผลงานเพิ่มอีก 5 แต้ม เมื่อรวมกับที่ได้จากการแลกเปลี่ยนกับโจนออฟอาร์ก และการซื้อขายครั้งแรก ตอนนี้เขามีแต้มสะสมรวม 9 แต้ม ห่างจากระดับร้านค้า LV3 เพียงก้าวเดียวเท่านั้น
"ความสามารถข้าได้รับเรียบร้อยแล้ว อยากดื่มกาแฟอีกสักแก้วไหม?"
"ไม่ล่ะ... ข้าอยากให้เรื่องนี้เดินหน้าเร็วที่สุด" หลิวชูเยว่จ้องเขานิ่ง "เจ้าจะติดต่อข้าได้เมื่อไร? ข้าไม่อยากหายหน้าไปห้าปีอีกแล้ว"
เจ้าก็พูดมาตรง ๆ ว่าอยากคุมงานข้าน่ะแหละ
เฉินเสวียนยิ้มเล็กน้อย กำลังจะตอบว่า "พรุ่งนี้เห็นผล" แต่พลันก็ชะงักไป เพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่สามารถควบคุมจุดที่ร้านจะปรากฏตัวได้ตามใจชอบ หลังจากที่แยกจากกันไป ร้านอาจกลับไปที่ย่านที่พัก และไม่รู้ว่าจะได้เชื่อมต่อกับโลกของหลิวชูเยว่อีกเมื่อไร
ไม่ต้องพูดถึงการล่าช้าห้าปี แค่ช้าไปครึ่งเดือน สถานการณ์ในแคว้นชิงโจวก็อาจพลิกผันโดยสิ้นเชิง
เมื่อเห็นเขาเหม่อลอย หลิวชูเยว่ก็เริ่มกระวนกระวาย "เจ้าคงไม่คิดจะปฏิเสธหรอกนะ?"
"เป็นไปไม่ได้ ร้านของข้ายึดถือความซื่อสัตย์เป็นหลัก" เฉินเสวียนนึกขึ้นได้ว่าร้านมีระบบที่พักเปิดใช้งานแล้ว และฟังก์ชันสำคัญของการให้ลูกค้าเข้าพักก็คือสามารถติดตามและบริการลูกค้าได้ทุกเมื่อ หมายความว่าชั้นสองของร้านน่าจะมีวิธีติดต่อกับแขกสะดวกขึ้น? "ข้าหมายถึง... เจ้าพักที่ร้านนี้เลยเป็นไง?"
"ว่าไงนะ?" หลิวชูเยว่มองรอบร้านอย่างระแวง "เจ้าหมายถึง... อยู่กับเจ้าหรือ?"
"ใช่ ด้านบนมีห้องพักแขก แบบนั้นเจ้าก็ไม่ต้องกลัวจะติดต่อข้าไม่ได้อีก"
เธอไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง "ข้าเข้าใจแล้ว เช่นนั้นข้าขอไปแจ้งท่านเจ้าเมืองก่อน"
"ก่อนหน้านี้เจ้าอยู่ที่ศาลาว่าการตลอดเลยหรือ?" เฉินเสวียนถามด้วยความสงสัย
"ก็ไม่ตลอดนัก ข้าไม่ค่อยอยู่ที่เดิมเกินครึ่งเดือน ที่ศาลาว่าการข้อดีก็คือไม่ต้องเสียเงิน" เมื่อพูดถึงตรงนี้ หลิวชูเยว่ก็มีสีหน้าตึงขึ้นเล็กน้อย "ที่นี่คงไม่ฟรีใช่ไหม? ข้าไม่ได้มีเงินมากนักหรอกนะ"
“แน่นอนว่าต้องเก็บเงินอยู่แล้ว จะให้กินอยู่ฟรีได้ยังไงกันล่ะ” เขาจงใจพูดขู่ "แต่ค่าเช่าห้องเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับการซื้อขายความสามารถหรอก ถ้าเจ้ายังไม่มีเงินก็สามารถติดไว้ก่อนได้ แล้วค่อยจ่ายทีหลัง... ด้วยฝีมือของศิษย์จากสำนักเซียนแบบเจ้า เงินแค่นี้น่าจะหาได้ไม่ยาก"
"แล้วมันต้องเสียเท่าไหร่กันล่ะ?"
"ก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากพักห้องระดับไหน แต่ก่อนอื่น ต้องลงทะเบียนเป็น VIP ก่อนนะ" เฉินเสวียนเปิดหน้าจอไปยังระบบจัดการห้องพัก แล้วหยิบเครื่องสแกนขึ้นมาส่องไปทางเธออีกครั้ง
"วี...ไอ...พี?"
"แปลว่าแขกคนสำคัญน่ะสิ"
หลิวชูเยว่เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อคำแปลนั้น ก่อนหน้านี้ก็มีป้าย 'หม้อไฟหม่าล่า' อีก ทุกอย่างในร้านนี้แม้จะลี้ลับพิสดารเพียงใด แต่ชื่อกลับเชยระเบิดเสียเหลือเกิน
"ข้าอยากถามตั้งแต่ก่อนแล้ว อันนี้เป็นสมบัติวิเศษหรืออย่างไร?" เธอชี้ไปที่เครื่องสแกน และหน้าจอบนเคาน์เตอร์
"ก็... ถือว่าใช่ก็ได้" เฉินเสวียนตอบตามน้ำ "ในร้านยังมีของเจ๋ง ๆ แบบนี้อีกเพียบเลยนะ"
ประโยคนี้เธอกลับเชื่อสนิทใจ
ตอนที่เข้าร้านครั้งแรก เธอก็สังเกตเห็นแล้วว่าแสงจากเพดานสว่างไสวแต่ไม่แสบตา ทั้งที่มองไม่เห็นแหล่งกำเนิดแสงเลย หรือเบาะที่นั่งนุ่ม ๆ ที่ดูเหมือนหุ้มด้วยหนัง แต่ไม่ใช่ และมีแรงดีดตัวสูงมาก ไหนจะภาพติดผนัง ของตกแต่ง เครื่องประดับต่าง ๆ ก็ล้วนมีความแปลกประหลาดในแบบของตน
ในสำนักของเธอก็มีเปลวเพลิงนิรันดร์ มีไข่มุกจากห้วงมหรรณพที่สามารถเรืองแสงได้ตลอดกาล หรือผลึกน้ำแข็งเจ็ดสีบางยิ่งกว่าปีกแมลงปอ... แต่ของเหล่านั้นล้วนเก็บไว้ในคลังสมบัติ ไม่ได้ตั้งโชว์หน้าร้านอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้
นั่นจึงทำให้เธอเชื่อว่าร้านนี้ต้องมีเบื้องหลังไม่ธรรมดา
แต่อะไร ๆ ก็เทียบไม่ได้กับของในมือของผู้จัดการร้าน
ของสิ่งนั้นทำให้เธอมองเห็นตัวอักษรและภาพที่ไม่ควรมีอยู่จริง นี่แหละสมบัติขั้นสุดยอด
เช่นตอนนี้ที่มีข้อความขึ้นว่า "กำลังลงทะเบียน"
หลิวชูเยว่เหลือบมองคำว่า "ยินยอม" แล้วพยักหน้าเล็กน้อย
ทันใดนั้น หน้าจอก็แสดงผลตอบกลับทันที “OK ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ห้องหมายเลข 201 เดี๋ยวข้าพาเจ้าไปดู”
โอเคคืออะไรอีกล่ะเนี่ย?
เทียบกับตอนที่เข้าร้านครั้งแรก ตอนนี้เธอรู้สึกว่าเขาดูเป็นกันเองขึ้นเล็กน้อย... หรือจะเรียกว่าดูมีชีวิตชีวาขึ้นก็คงไม่ผิด
เฉินเสวียนพาหลิวชูเยว่เดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง มาหยุดที่หน้าห้องหมายเลข 201 — เหตุที่เขาต้องมาด้วยตัวเองก็เพราะประตูห้องพักแต่ละห้องก่อนหน้านี้ล้วนถูกล็อกทั้งหมด เขาเองก็ยังไม่เคยเห็นข้างในเลย ถ้าข้างในมันพัง ๆ โทรม ๆ ขึ้นมา จะเรียกเก็บเงินก็คงพูดไม่ออก
คราวนี้แสงที่ประตูเปลี่ยนเป็นสีเขียว
ในใจเขาก็คิดว่า คงต้องมีการลงทะเบียนในระบบก่อน ตัวล็อกถึงจะเปิดทำงาน
เฉินเสวียนเอาบัตรห้องหมายเลข 201 แตะที่ตัวล็อก
มีเสียง "ปี๊ป" ดังเบา ๆ ก่อนที่กลอนประตูจะปลดออก
"เชิญเข้ามา"
ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง หลิวชูเยว่ถึงกับตะลึงงัน
"เจ้า... ให้ข้าอยู่ที่นี่จริง ๆ หรือ?"
เฉินเสวียนที่เดินตามเข้ามาก็อดอึ้งตามไม่ได้
นี่มันเรียกว่าห้องพักในอาคารที่พักอาศัยเหรอ?
ภายในห้องกลับเป็นอีกโลกหนึ่งโดยสิ้นเชิง!
พอพ้นชานเรือนเข้าไป ก็พบกับลานหินธรรมชาติแผ่นใหญ่ขนาดสิบเมตร มีเตียงไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางหิน ผ้าห่มหมอนดูนุ่มนวลน่านอน และด้านหน้าหินแผ่นนั้นกลับมีแอ่งน้ำใสสะอาดปรากฏขึ้น — ใช่แล้ว ภายในห้องพักมีบ่อน้ำ! และในน้ำก็มีปลาว่ายไปมา!
ที่เหลือเชื่อยิ่งกว่าคือผนังรอบด้านล้วนเป็นหินผาชื้นเขียวปกคลุมด้วยมอส ไม่มีเพดาน แต่เปิดโล่งขึ้นไปจนเห็นฟ้า แสงแดดส่องลงมาโดนผิวน้ำพอดี ทำให้น้ำเป็นประกายสีเขียวอ่อนสดใส มีลำธารบาง ๆ ไหลจากช่องด้านบนลงมารวมเป็นม่านน้ำเบา ๆ
เฉินเสวียนเคยจินตนาการไว้ว่าห้องพักอาจจะเก่าหรือโทรมที่สุด หรือหรูหน่อยก็คงเหมือนโรงแรมดี ๆ
แต่ไม่เคยคิดเลยว่าห้องในร้านจะเหมือนถ้ำสวรรค์อย่างนี้ ไม่เพียงทัศนียภาพงดงามไร้ที่ติ แต่ยังไม่มีสิ่งของใดที่ดูเป็นของโลกยุคใหม่เหลืออยู่เลย
เตียงเป็นไม้เนื้อแข็ง ผ้าห่มเป็นผ้าไหม ก๊อกน้ำกลายเป็นกระบอกไม้ไผ่เล็ก ๆ ทำงานแบบกังหันน้ำ กะละมังก็ทำจากดินเผา แม้แต่แปรงสีฟันกับยาสีฟันยังกลายเป็นกิ่งไม้กับเกลือก้อน!