- หน้าแรก
- นักเดินทางตาบอด เริ่มต้นจากนารูโตะ
- บทที่ 9 : ศึกแห่งจิตใจ
บทที่ 9 : ศึกแห่งจิตใจ
บทที่ 9 : ศึกแห่งจิตใจ
บทที่ 9 : ศึกแห่งจิตใจ
“แม้ว่าเราจะเป็นอุจิฮะ...แต่เราคือ อุจิฮะแห่งโคโนฮะ เราเป็นหนึ่งเดียวกัน...”
คำพูดนั้นดูเหมือนจะถูกกล่าวมาเพื่อให้อิทาจิได้ยินโดยเฉพาะ และมันได้ผล เขานิ่งงันไปราวกับต้องมนตร์โดยแนวคิดอันอ่อนโยนแต่แฝงด้วยอุดมการณ์
แต่ก่อนที่ความคิดของเขาจะดำดิ่งไปไกลกว่านี้ ชิบะก็เงยหน้าขึ้น แล้วดีดหน้าผากของเขาอย่างแรงต่อหน้าสายตาทั้งสนาม
“นายทำอะไรของนาย ชิบะ!” อิทาจิพึมพำเสียงเบา พลางขมวดคิ้วลูบหน้าผาก
บนเวที รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของซารุโทบิ ฮิรุเซ็น เขาเห็นประกายในดวงตาของอิทาจิ และรู้ได้ทันทีเขาสามารถควบคุมลูกชายของผู้นำตระกูลอุจิฮะได้
ในแววตาของฮิรุเซ็นตอนนั้น เขาราวกับเห็นเงาของใครบางคน... อุจิฮะที่ไม่ยึดติดกับตระกูล แต่ภักดีต่อหมู่บ้านแทนเช่น อุจิฮะ คางามิ...อุจิฮะ ชิซุย…
‘เริ่มต้นได้สวยนี่’ ฮิรุเซ็นคิดในใจ
ขณะเดียวกัน ชิบะที่เฝ้าสังเกตทุกการเปลี่ยนแปลงในตัวอิทาจิ ก็ได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ
‘บางทีมันอาจไม่ใช่แค่การถูกล้างสมอง แต่เป็นสัญชาตญาณดั้งเดิมของเขา...ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ฉันคงต้องฆ่าเพื่อนสนิทของตัวเอง...ไม่! ฉันจะไม่มีวันยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด!’
“ท่านโฮคาเงะ...ผมขอถามอะไรบางอย่างได้ไหมครับ?” ชิบะกล่าว พลางก้าวออกมาข้างหน้า ไม้เท้าในมือทำให้เขาดูบอบบางและอ่อนแรงยิ่งกว่าที่เป็นจริง
เขายืนอยู่หน้าฮิรุเซ็น ความสูงที่แตกต่างกันทำให้ภาพนั้นดูตัดกันอย่างชัดเจน
“แน่นอน เด็กน้อย เธอสงสัยเรื่องอะไรล่ะ?” ฮิรุเซ็นตอบกลับด้วยรอยยิ้มอบอุ่นแบบคุณปู่ใจดี
“ถ้าโคโนฮะคือครอบครัวใหญ่ ทำไมถึงยอมให้ตระกูลหลักของฮิวงะกดขี่ตระกูลสาขา พวกเขาใช้ผนึกคำสาปควบคุมชีวิตพวกเดียวกัน และสามารถฆ่าทิ้งได้ทันทีหากขัดขืน ถ้าเด็กจากทุกตระกูลคือ ‘ลูกของโคโนฮะ’ เหมือนกันหมด แล้วทำไมพวกเขาถึงต้องถูกปฏิบัติเช่นทาส?”
น้ำเสียงของชิบะสงบและใสซื่อ ราวกับเด็กน้อยผู้ไม่เข้าใจโลกไม่ใช่การตั้งใจกล่าวหา
รอยยิ้มของฮิรุเซ็นสั่นไหวไปเสี้ยววินาที เขาฝืนรักษาสีหน้าให้มั่นคง
“ผนึกนกในกรงนั้นมีไว้เพื่อปกป้องฮิวงะ หากสมาชิกตระกูลเสียชีวิต มันจะทำลายเนตรของพวกเขาเพื่อไม่ให้ตกไปอยู่ในมือศัตรูในสนามรบ มันเพียงแต่...บังเอิญทำให้ตระกูลหลักสามารถควบคุมตระกูลสาขาได้ด้วย”
คำตอบของเขาทำให้เด็ก ๆ บางคนพยักหน้าเห็นด้วยโดยไม่คิดมาก ทว่าบรรดาเด็กจากตระกูลฮิวงะกลับนิ่งเงียบ สีหน้าเต็มไปด้วยความขุ่นข้องเล็ก ๆ
“ถ้าอย่างนั้น...ทำไมพวกอุจิฮะถึงไม่ใช้ผนึกแบบนั้นบ้างล่ะ เพื่อป้องกันการขโมยเนตร” ชิบะยังพูดไม่จบ ฮิรุเซ็นก็ขัดขึ้นอย่างนุ่มนวลแต่เฉียบขาด
“เด็กน้อย...หากเธอมีคำถามเพิ่มเติม มาคุยกับฉันที่สำนักงานทีหลังก็ได้ ตอนนี้ฉันต้องรีบกลับไปบัญชาการสงคราม” ฮิรุเซ็นพูดพร้อมส่งสายตาแฝงคำเตือน แม้ยังคงยิ้มละมุน
ชิบะพยักหน้ารับ สีหน้าดูผิดหวัง เขาถอยกลับไปท่ามกลางสายตาผู้คน ขณะที่ฮิรุเซ็นเดินหน้ากล่าวสุนทรพจน์ต่อ
...แต่ภายในใจ ชิบะกำลังฝืนไม่ให้ยิ้มออกมา
เพราะเขารู้ว่า ตนประสบความสำเร็จแล้วเมื่อเห็นอิทาจิกำลังจ้องมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
อิทาจิรู้จักชิบะดี เขาไม่ใช่คนพูดมาก...แต่หากเอ่ยปากเมื่อไร นั่นย่อมมีเหตุผลเสมอ
ขณะทั้งสองเดินกลับ อิทาจิกลั้นความสงสัยไว้ไม่ไหว
“ชิบะ...นายตั้งใจจะบอกอะไรฉันใช่ไหม?” เขาถามเสียงเบา
“ลองมองไปรอบตัวสิ” ชิบะตอบพลางเดินต่อ
อิทาจิหยุดฝีเท้า หันไปมองโดยรอบ
...สายตาของผู้คนยังคงจ้องมาที่พวกเขา ไม่ใช่ด้วยความเคารพจากคำพูดของโฮคาเงะ แต่เป็นด้วยความริษยาและอคติที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม
“ถึงจะตาบอดก็ยังเป็นอุจิฮะ เลยได้รับสิทธิพิเศษอีกตามเคย…”
“อุจิฮะได้แต่ชั้นเรียนระดับสูง ได้ทรัพยากรเยอะที่สุด…ตาบอดยังได้รับความสนใจจากโฮคาเงะเลย”
คำพูดเหล่านั้นดังเข้าหูอิทาจิทีละคำ…เจ็บแสบแต่จริง
“อิทาจิ นายรู้ไหม? ต่อให้โคโนฮะบอกว่าตัวเองเป็นครอบครัวใหญ่มันก็แค่คำพูด เพราะในครอบครัวนั้น ไม่ใช่ทุกคนจะได้รับความเท่าเทียม” ชิบะหยุดพูด ณ จุดที่พวกเขายืนก่อนหน้า
“ลองดูฮิวงะสาขา แล้วกล้าพูดไหมว่านั่นคือความยุติธรรม?”
“ภายในโคโนฮะมีความอยุติธรรมมากมายเกินกว่าจะอ้างว่าเป็นครอบครัวของทุกคนได้ จำไว้นะอิทาจิการเด็ดใบไม้ที่ตายแล้วไม่ได้ช่วยอะไร ถ้ารากของต้นไม้นั้นเน่าเสียไปแล้ว!”
แล้วชิบะก็เงียบลง ปล่อยให้อิทาจิครุ่นคิดตามลำพัง
เขารู้ว่าอุจิฮะมีข้อเสียหยิ่งทะนง อารมณ์รุนแรง และไม่ยอมให้ใครแตะคนที่ตนรัก
...แต่พวกเขาไม่ใช่ปีศาจ และไม่สมควรถูกล้างเผ่าพันธุ์
หากการเลือกปฏิบัติยังคงดำเนินต่อไป ความเกลียดชังก็จะเติบโต พร้อมกับความสิ้นหวังของลูกหลานที่รู้ว่าตนเกิดมาในสังคมที่ไม่มีอนาคต
ใต้พื้นดินของหมู่บ้านโคโนฮะ ลึกลงไปในอุโมงค์ลับ คือสถานที่ฝึกฝนนินจา ‘ราก’ เหล่าผู้ถูกล้างสมองให้กลายเป็นเบี้ยพลีชีพเพื่อหมู่บ้าน
ในห้องมืดที่มีเพียงแสงสลัว ดันโซนั่งอยู่หน้ากองเอกสาร แฟ้มหนึ่งคือภาพของอิทาจิ อีกแฟ้มคือชิบะ
เด็กพิเศษจากตระกูลอุจิฮะทั้งสองคน…หากต้องเลือกแค่หนึ่ง เขาจะเลือกใคร?
ครั้งก่อนเขาพลาดอุจิฮะ ชิซุยที่ยังอยู่ในอันบุ แต่ครั้งนี้…ดันโซจะไม่ยอมพลาดอีก
“ราก” ของเขาจำเป็นต้องมีเนตรวงแหวนเพื่อคัดลอกวิชาลับ…และลบเป้าหมายหลังใช้งานเสร็จ
ไม่ว่าเพื่อเขาเอง…หรือเพื่อชายตรงหน้า พวกเขาต่างมีเป้าหมายตรงกัน
“นายยังติดตามเรื่องของอุจิฮะอยู่ใช่ไหม? ฉันมีข้อมูลอยู่บ้าง…” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงามืด
ดันโซเงยหน้าขึ้น มองด้วยดวงตาเย็นชา...แต่ในแววตานั้นกลับฉายความคาดหวังชัดเจน
โอโรจิมารุ ค่อย ๆ ก้าวออกจากความมืด...เข้าสู่แสงจางหน้ากองโต๊ะอย่างช้า ๆ
“ดันโซ...นายยังหมกมุ่นกับเนตรวงแหวนอยู่อีกหรือ?” โอโรจิมารุเอ่ยเสียงเย็น ลอบจ้องด้วยดวงตาเหมือนงูที่ฉายแววลึกเข้าไปในดวงตาข้างเดียวของดันโซ
“ใครบ้างจะปฏิเสธพลังแบบนั้น?” ดันโซตอบกลับเรียบ ๆ
ใช่...ถ้าต้องเลือกระหว่างการมีเนตรวงแหวนหรือไม่มีก็ตาม จะมีใครบ้างที่เลือกปฏิเสธมัน?
ทั้งสองต่างก็โลภในพลังของอุจิฮะแต่คนละเหตุผล
“ฉันสนใจแค่อุจิฮะ อิทาจิเท่านั้น” โอโรจิมารุเอ่ยเสียงชัด
“นั่นคือลูกชายของผู้นำตระกูลอุจิฮะ อย่าคิดว่านายจะเข้าไปแตะต้องเขาได้ง่าย ๆ”
“ต่อให้ฉันไม่ลงมือกับอิทาจิเอง สุดท้ายเขาก็จะเข้าร่วมรากของนายดั่งเช่นชิซุย นินจาของนายก็ไม่มีทางได้ตัวเขาหรอก”
“ฉันไม่ได้หมายถึงอิทาจิ...” ดันโซพูดเสียงเรียบ แววตาเป็นประกาย
“ฉันหมายถึงเด็กอีกคนอุจิฮะ ชิบะ”
โอโรจิมารุหยุดไปเล็กน้อย สีหน้าแปลกใจ
“เด็กคนนั้น...ไม่ใช่คนตาบอดรึ?” เขาถามอย่างไม่มั่นใจ
“ก็เพราะเขาตาบอดนั่นแหละ ถึงน่าสนใจ”
-
วันแรกของการเข้าเรียนในโรงเรียนนินจา ชิบะเดินเข้ามาท่ามกลางสายตานับไม่ถ้วนที่จับจ้อง
ใคร ๆ ก็รู้จัก “อุจิฮะผู้ตาบอด” อยู่แล้ว แต่ด้วยถ้อยคำอันอบอุ่นจากโฮคาเงะ มันยิ่งผลักให้เขากลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจ
อิทาจินั่งลงข้าง ๆ เขาเงียบ ๆ ดวงตากวาดมองเด็กคนอื่นที่กำลังจ้องมองพวกเขาด้วยความอิจฉาหรือไม่ก็ความไม่พอใจ
แน่นอน...ทุกอย่างเกิดขึ้นตามที่ชิบะเคยบอกไว้ สายตาที่พวกเขาได้รับ ไม่ใช่ความเข้าใจ...แต่เป็นการตั้งแง่และต่อต้าน
‘โคโนฮะกับอุจิฮะจะเป็นหนึ่งเดียวกันได้จริงหรือ? หรือแท้จริง...โคโนฮะก็คือโคโนฮะ อุจิฮะก็คืออุจิฮะ?’
อิทาจิไม่เข้าใจ โฮคาเงะพาเขากับชิบะไปยืนเบื้องหน้าทุกคนเพื่อเรียกร้องความเท่าเทียม แต่ผลที่ตามมากลับตรงกันข้ามสถานการณ์แย่ลงกว่าเดิม
คำถามหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวของเขา ‘หรือว่า...โฮคาเงะรู้อยู่แล้วว่าผลจะออกมาเป็นแบบนี้ ตั้งแต่ตอนที่เลือกพาพวกเราไปยืนต่อหน้าฝูงชน?’
เมื่อเปิดหนังสือเรียนที่โรงเรียนนินจาแจกให้ อิทาจิก็นึกขึ้นได้ว่า...ชิบะมองไม่เห็น เขาจึงขยับตัวเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยเบา ๆ
“ชิบะ เดี๋ยวฉันอ่านให้ฟังนะ...”
“ไม่ต้องหรอก ฉันรู้ว่ามันเขียนว่าอะไร” ชิบะตอบทันที
เขารู้เรื่องราวของอดีตและอนาคดยิ่งกว่าคนใดในโลกนี้เพราะเขาเคยดูทุกอย่างมาแล้ว จะให้สนใจเรื่องใครเป็นคนคิดวิชาวิ่งบนน้ำ หรือใครเป็นคนคิดคาถาฟันสายลมไปทำไมกัน?
เขายิ่งไม่สนใจเนื้อหาชวนเชื่อที่ถูกใส่ไว้ในหนังสือพวกนี้ด้วยซ้ำ
วิชาแรกของวันนี้คือ ประวัติโคโนฮะ และหนังสือที่ใช้เรียนก็คือ พงศาวดารแห่งโคโนฮะ
เมื่อเปิดไปที่บทแรกการก่อตั้งหมู่บ้านโคโนฮะ บทนั้นกล่าวถึงว่าตระกูลเซ็นจูต้องการยุติสงครามกับอุจิฮะ และเสนอแนวคิดในการร่วมมือกันก่อตั้งหมู่บ้าน
ส่วนของอุจิฮะทั้งหมด...ถูกเขียนไว้เพียงไม่กี่บรรทัด สรุปแบบผ่าน ๆ ว่า อุจิฮะ "ยอมร่วมมือ" กับเซ็นจูแค่นั้น
นี่ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากฝีมือของฮิรุเซ็นและดันโซผู้ที่พยายามลบความสำคัญของอุจิฮะออกจากหน้าประวัติศาสตร์!