เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 489 ออกไปพัฒนาให้เต็มที่

บทที่ 489 ออกไปพัฒนาให้เต็มที่

บทที่ 489 ออกไปพัฒนาให้เต็มที่


บทที่ 489 ออกไปพัฒนาให้เต็มที่

ครั้งนี้ผู้เล่นที่เดินทางมากับพวกซุนหยูครึ่งหนึ่งสวมชุดเกียรติยศเลเวล 40 และพวกเขาก็ใช้ร่มชูชีพกระโดดลงมาในหุบเขา

ภายในหุบเขาสเกรี่มีรอยแยกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติยาว 500 เมตรลึก 30 เมตรและมันก็เป็นเหมือนกับรอยแยกที่ตัดแบ่งพื้นที่ของหุบเขาออกเป็น 2 ส่วน

ลู่หยางนำกองกำลัง 3,000 คนตั้งแนวป้องกันห่างจากรอยแยก 30 เมตร ก่อนที่เขาจะเดินไปแถวล่าสุดของแนวป้องกันและท่องคาถาสร้างมังกรไฟจำนวนมากบนพื้นดินฝั่งตรงข้ามของรอยแยก

“ทุกคนเก็บอุปกรณ์เรียบร้อยแล้วครับ คราวนี้พวกเราได้อุปกรณ์ระดับทองมามากกว่า 50,000 ชิ้น” แบล็คเฟลมกลับมารายงานลู่หยาง

“ดีมาก เริ่มสั่งให้นักเวทสร้างทะเลเพลิงขึ้นมาได้เลย” ลู่หยางสั่ง

“ครับ” แบล็คเฟลมตอบรับพร้อมกับนำนักเวทไปใช้ไฟร์วอลล์เพื่อสร้างทะเลเพลิงทับมังกรไฟของลู่หยางแล้วเติมเต็มรอยแยกบนพื้นด้วยทะเลเพลิงด้วยเช่นกัน

กว่าหวังเถิงจะรู้ตัวและนำกองกำลังกลับมา สิ่งที่พวกเขาเห็นก็มีเพียงแต่เปลวเพลิงที่ลุกโชนและหัวของมังกรโปร่งใสบนพื้นดินเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน ส่วนทางด้านหลังเป็นลู่หยางและผู้เล่นชุดทองเลเวล 40 เป็นจำนวนมาก

“แกทำแบบนี้มันหมายความว่ายังไง!? แกคิดจะผิดคำพูดของตัวเองงั้นเหรอ” หวังเถิงตะโกนด้วยความโกรธ

“คราวนี้ถือว่าแกโชคดีที่ฉันจะฆ่าคนของแกแค่ 50,000 คน กลับไปรออยู่ที่เมืองนอร์ทวินด์ของแกซะเถอะ สักวันฉันจะถล่มเมืองนอร์ทวินด์ให้ราบและทำให้แกไม่กล้ากลับมาทำตัวหยิ่งผยองในพื้นที่ของฉันอีก” ลู่หยางกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา

หวังเถิงรู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาภายในใจและเมื่อเขาได้มองไปในดวงตาของลู่หยาง เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองไปทำอะไรอีกฝ่ายมา มันถึงทำให้ลู่หยางจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นถึงขนาดนี้

โซลออฟอีเทอนิตี้เดินมาข้าง ๆ หวังเถิง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า

“พวกเราถอยก่อนดีกว่าครับ ยิ่งเวลาผ่านไปเท่าไหร่พวกเราก็จะยิ่งเสียเปรียบ กองกำลังที่เรานำมามีอยู่แค่ 100,000 คน หากเราเคลื่อนไหวช้าเกินไป บางทีพวกเราอาจจะถูกพวกเขาล้อมเอาไว้ในหุบเขาได้”

“ทุกคนถอยก่อน!” หวังเถิงกัดฟันตะโกนสั่ง

“ครับ/ค่ะ” กองกำลังจากกิลด์ใหญ่ทั้ง 4 กิลด์รีบถอยออกจากหุบเขาสเกรี่ในทันที ส่วนผู้เล่นที่เสียชีวิตก็เลือกจะกลับไปเกิดภายในเมืองทำให้ศพทั้ง 50,000 ศพที่อยู่บนพื้นกลายเป็นแสงสว่างจางหายไป

“หัวหน้า พวกเราชนะแล้วครับ” ซุนหยูตะโกนด้วยความตื่นเต้น เพราะใครจะไปคิดว่าพวกเขาแค่ 3,000 คนจะสามารถทำให้กองทัพหลายแสนคนของหวังเถิงต้องถอยออกไปแบบนี้

ลู่หยางจ้องมองไปยังหวังเถิงพร้อมกับนึกถึงอดีตของตัวเอง ในช่วงเวลานั้นเขาต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะฝันร้ายและต้องเลือกดื่มสุราจนเมามายเพื่อย้อมใจ

คืนนั้นลู่หยางคุกเข่าอาลัยให้กับพ่อแม่อย่างสิ้นหวัง โดยตัวของเขาทั้งไร้ที่พึ่ง, เจ็บปวด, รู้สึกผิดและหมดหนทาง เพราะเขาคิดว่าพ่อแม่ต้องประสบอุบัติเหตุเพราะพยายามหาเงินมาช่วยเขาใช้หนี้

อย่างไรก็ตามวันหนึ่งหวังเถิงก็ปรากฏตัวพร้อมกลับยกปืนเล็งมาที่เขาแล้วบอกว่าแท้ที่จริงทุกอย่างเป็นแผนการของตัวเอง

สายตาของหวังเถิงในวันนั้นประกอบกับเสียงปืนและภาพที่เสี่ยวเหลียงกระโดดเข้ามารับกระสุนแทนตัวเขาเองเป็นสิ่งที่ลู่หยางจะไม่มีวันลืม

ด้วยเหตุนี้ลู่หยางจึงอยากจะกำจัดหวังเถิงให้สิ้นซาก แต่การจัดการกับอีกฝ่ายตรง ๆ มันเป็นสิ่งที่ง่ายมากจนเกินไป เขาจึงต้องการให้อีกฝ่ายได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานอย่างที่เขาได้พบในชาติก่อนเพื่อให้อีกฝ่ายค่อย ๆ ขาดใจตายไปอย่างช้า ๆ

ลู่หยางพยายามสงบสติอารมณ์ภายในใจ ก่อนจะพูดออกไปว่า

“ทุกคนกลับเมืองเซนต์กอลล์ได้ หลังจากกลับไปแล้วให้ประกาศว่ากองกำลังทั้ง 50,000 คนที่ถูกฆ่าตายกลับไปที่เมืองมีทางเลือกอยู่เพียงแค่ 2 ทางเท่านั้น 1 คือใช้ฟังก์ชั่นเทเลพอร์ตฟรีย้ายไปเมืองที่พึ่งเปิดขึ้นมาใหม่ซะ หรือไม่ก็ 2 คือถูกพวกเราฆ่าตายซ้ำ ๆ อยู่ในเขตเมืองเซนต์กอลล์”

“ได้ครับ” ซุนหยูตอบรับ

ไม่นานเหตุการณ์ในหุบเขาสเกรี่ที่กองกำลังบลัดบราเธอร์ 3,000 คนขับไล่กองกำลัง 500,000 คนของหวังเถิงก็ถูกโพสต์ภายในกระทู้ทางการ

ซุนหยูได้เล่าเรื่องที่พวกเขาซุ่มโจมตีพร้อมกับแนบภาพเอาไว้เป็นหลักฐานว่าเหตุการณ์ครั้งนี้พวกเขาได้รับชัยชนะจริง ๆ

เมื่อหวังเถิงรู้ว่าลู่หยางยกกองกำลังมาเพียงแค่ 3,000 คน มันก็ทำให้เขาอยากจะฆ่าโซลออฟอีเทอนิตี้ให้ตายซะตรงนั้นเลย

“โซลออฟอีเทอนิตี้ แกหลอกฉัน! แกนี่มันไร้ประโยชน์จริง ๆ”

“คุณหวังผม…” โซลออฟอีเทอนิตี้พยายามพูดแก้ตัว

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น นับตั้งแต่วันนี้โซลออฟอีเทอนิตี้, บลัดไทแรนท์, แบล็คบลัดและออทัมสปริงไม่ต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับกิลด์อีก!!” หวังเถิงตะโกนด้วยความโกรธ

“คุณหวังแบบนี้มันหมายความว่ายังไง?” บลัดไทแรนท์ถามอย่างกระวนกระวาย

“ฉันยังพูดไม่ชัดอีกงั้นเหรอ?! ตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะรวมกิลด์ทั้ง 4 ด้วยตัวเอง คนของพวกแกทั้งหมดจะถูกรวมเข้ากับกิลด์สกายโดเมน” หวังเถิงกล่าว

“คุณไม่ได้สัญญาว่าจะให้พวกเราเป็นรองหัวหน้ากิลด์แล้วดูแลคนของตัวเองหรอกเหรอ?” แบล็คบลัดถามอย่างตื่นตระหนก

“ตอนนี้ฉันไม่ต้องการพวกแกแล้ว ฉู่หาน เฉ่อยู่ นำกองกำลังเข้าไปในเมืองแล้วเซฟจุดเกิดเอาไว้ในเมืองนี้ซะ”

“ครับ” ทั้งสองตอบรับพร้อมกัน

บลัดไทแรนท์, โซลออฟอีเทอนิตี้, แบล็คบลัดและออทัมสปริงเหมือนกับถูกฟ้าผ่ายืนตกตะลึงอยู่กับที่ เพราะพวกเขาไม่คิดว่าหวังเถิงจะทิ้งพวกเขาไว้แบบนี้หลังจากอีกฝ่ายใช้ประโยชน์พวกเขาจนพอใจแล้ว

ป้อมปราการคริมสัน

ลู่หยางกำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมโดยที่รอบ ๆ โต๊ะประชุมมีแกนหลักของกิลด์นั่งประชุมกันอยู่พร้อมหน้า

“ยินดีด้วยครับหัวหน้าที่เราสามารถรวมเมืองเซนต์กอลล์ได้สำเร็จ” พวกฉิงชางที่ไม่ได้ออกไปส่งหวังเถิงพูดแสดงความยินดี

ลู่หยางพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปพวกเราจะเปิดให้บริการป้อมปราการทั้ง 5 ของเมืองเซนต์กอลล์เพื่อให้ผู้เล่นเข้ามาพักผ่อนและเก็บเลเวลในแผนที่รอบ ๆ ป้อมปราการได้อย่างสบายใจ คนที่ดูแลป้อมปราการทุกคนให้ทำการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น โรงแรม, ร้านค้า, ร้านประมูลและธนาคารเอาไว้ให้พร้อม หากใครขาดแคลนเงินเท่าไหร่ให้ตั้งเบิกที่ถูเฟิงได้เลย”

“แน่นอนว่าป้อมปราการที่เมืองซีเอ็มเพอเรอร์จะเปิดให้บริการด้วย หากใครติดขัดในเรื่องไหนให้แจ้งไปที่ถูเฟิงเหมือนกัน”

“ครับ/ค่ะ” ทุกคนพยักหน้ารับด้วยความดีใจ

การเปิดป้อมปราการหมายถึงพวกเขาจะได้รับผลกำไรอย่างมหาศาล และในตอนนี้ภายในเมืองเซนต์กอลล์ก็มีผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไปเป็นจำนวนเกินกว่า 3 ล้านคนแล้ว

โดยปกติกิลด์ที่ครอบครองป้อมปราการจะทำการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเอาไว้ภายในป้อมปราการของพวกเขาอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามอาคารที่ถูกสร้างโดยผู้เล่นเป็นสิ่งที่สามารถถูกทำลายได้ และก่อนหน้านี้ลู่หยางก็ไม่มีความมั่นใจว่าเขาจะสามารถปกป้องป้อมปราการเอาไว้ได้ทุกแห่ง เขาจึงยังไม่เลือกพัฒนาป้อมปราการอย่างเต็มที่

“คราวนี้พวกเราจะรวยกันแล้ว!” ถูเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์มีผู้เล่นเลเวล 30 ขึ้นไปอยู่มากกว่า 6 ล้านคน โดยพวกเขาได้กระจายกันอยู่ในป้อมปราการทั้ง 4 เพื่อทำการเก็บเลเวล ขณะเดียวกันเพียงแค่รายได้จากการให้บริการที่พักและขายน้ำยาเพียงอย่างเดียวก็สร้างผลกำไรให้กับพวกเขาหลายเหรียญทองต่อวัน ถูเฟิงจึงมั่นใจว่าถ้าหากพวกเขาให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างอย่างครบครัน มันจะถึงเวลาที่พวกเขากลายเป็นเศรษฐีแล้วจริง ๆ

“หัวหน้า พวกเราเริ่มเคลื่อนกองกำลังไปที่เมืองแฮนนิบัลเลยดีไหมครับ? ด้วยกองกำลังของพวกเราในตอนนี้การครอบครองเมืองฮันนีเปาก็คงจะไม่ใช่ปัญหาอะไร” ไป๋ฉือกล่าว

“ใช่ครับหัวหน้า พวกเราไปยึดป้อมปราการทั้ง 4 ของเมืองแฮนนิบัลเลยดีกว่า” บิทเทอร์เลิฟกล่าวเสริม

ด้วยกำลังของพวกเขาในตอนนี้ มันจึงทำให้ทุกคนเต็มไปด้วยความมั่นใจแล้วพวกเขาก็กระหายสงคราม เพราะมันจะทำให้พวกเขาได้รับคะแนนกิลด์เพิ่มเติม

ลู่หยางส่ายศีรษะพร้อมกับพูดว่า

“ตอนนี้ยังไม่เหมาะ ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเราในตอนนี้คือเรื่องเลเวล พวกนายรู้ไหมว่าตอนนี้เลเวลเฉลี่ยของทางฝั่งเผ่าสัตว์อสูรเพิ่มขึ้นไปเป็นเท่าไหร่แล้ว?”

ทุกคนต่างก็ส่ายหน้าเป็นคำตอบว่าพวกเขาไม่รู้

“สกายวูฟบอกทุกคนสิว่าตอนนี้เลเวลเฉลี่ยของทางฝั่งนั้นไปถึงไหนกันแล้ว” ลู่หยางกล่าว

สกายวูฟพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

“ช่วงนี้กลุ่มทุนทุกกลุ่มแอบจับมือกันพักการสู้รบเป็นการชั่วคราวเพื่อทำการเร่งเก็บเลเวล ทำให้ตอนนี้สมาชิกมากกว่าครึ่งของกิลด์ใหญ่ต่างก็ล้วนแล้วแต่มีเลเวล 35 ขึ้นไปด้วยกันทั้งหมด”

“หา!!”

จบบทที่ บทที่ 489 ออกไปพัฒนาให้เต็มที่

คัดลอกลิงก์แล้ว