- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 488 ซุ่มโจมตีที่หุบเขาสเกรี่
บทที่ 488 ซุ่มโจมตีที่หุบเขาสเกรี่
บทที่ 488 ซุ่มโจมตีที่หุบเขาสเกรี่
บทที่ 488 ซุ่มโจมตีที่หุบเขาสเกรี่
ตอนนี้ทั้งเมืองเซนต์กอลล์และเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ต่างก็ได้รวมเป็นหนึ่งภายใต้การดูแลของบลัดบราเธอร์แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นซีเอ็มเพอเรอร์ยังตั้งอยู่บริเวณทางใต้ของเมืองเซนต์กอลล์และจำเป็นจะต้องเดินทางผ่านเมืองเซนต์กอลล์ไปยังเมืองซีเอ็มเพอเรอร์เท่านั้น มันจึงสามารถกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าตราบใดก็ตามที่เมืองเซนต์กอลล์ไม่มีปัญหา การพัฒนาในเมืองซีเอ็มเพอเรอร์ก็จะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ป้อมปราการทั้ง 9 แห่งจากสองเมืองจะทำการผลิตเงินให้กับพวกเขาไม่หยุดและทำให้การลงทุนทั้งหมดสามารถคืนทุนได้เพียงแค่ในสิ้นปีนี้
“ฉันขอขอบคุณทุกคนจริง ๆ ที่คอยช่วยเหลือฉันอย่างเต็มที่ ถ้าไม่มีทุกคนก็ไม่มีฉันในวันนี้ด้วยเหมือนกัน” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับโค้งคำนับอย่างจริงใจ
ทุกคนต่างก็รีบเข้ามาจับลู่หยางเอาไว้ในทันที
“หัวหน้าอย่าทำแบบนี้เลย ทุกสิ่งที่เราทำมันเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว” บิทเทอร์เลิฟกล่าว
“ต่อจากนี้พวกเราคงจะพัฒนาอย่างราบรื่นไปได้อีกพักใหญ่ แต่ฉันก็ขอเตือนให้ทุกคนอย่าประมาท หวังเถิงถอยไปตั้งหลักในเมืองนอร์ทวินด์ซึ่งห่างจากพวกเราไม่เพียงแค่ 8 ชั่วโมง หากพวกเราหยุดพัฒนาในเวลาไม่ถึง 1 เดือนหวังเถิงก็คงจะมาทวงทุกอย่างที่เคยเป็นของเขากลับคืนไป” ลู่หยางกล่าว
ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“หลังจากให้ทุกคนได้พัก ฉันจะรีบนำทีมเก็บเลเวลต่อทันที ฉันจะพยายามพาลูกน้องขึ้นเลเวลถึง 40 ให้เร็วที่สุด” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว
ลู่หยางพยักหน้ารับพร้อมกับพูดว่า
“เอาล่ะ หลังจากนี้ฉันจะพาสมาชิกกิลด์ที่มีเลเวล 40 จำนวน 50,000 คนแรกไปฆ่าผู้เล่นทางฝั่งเผ่าสัตว์อสูร ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าใน 50,000 คนนั้นจะเป็นลูกน้องของใครบ้าง ฉันสนใจแค่ใครสามารถเก็บเลเวลจนถึง 40 ได้ก่อนก็จะเป็นคนได้รับตั๋วในการเดินทางครั้งนี้ไป”
ทันใดนั้นเหล่าแม่ทัพก็หันมาสบตากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่ยอมแพ้
“คราวนี้ลูกน้องของฉันจะต้องได้ไปมากที่สุด” บิทเทอร์เลิฟกล่าว
“เฮ้! ลูกน้องของฉันมีเลเวลเฉลี่ย 35 แล้วนะ พวกนายคิดจะมาแข่งกับฉันจริง ๆ เหรอ?” ไป๋ฉือกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
…
ทุกคนคุยเล่นกันไปสักพักก่อนที่ฮั่นเฟยจะติดต่อเข้ามาหาลู่หยาง
“พวกเรามาถึงตำแหน่งที่พี่บอกเอาไว้แล้วครับ”
“ดีมาก ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้”
—
หุบเขาสเกรี่เป็นแผนที่เลเวล 35 โดยทางเดินในหุบเขาเป็นทางเดินไม่กว้างมากนักทำให้ผู้เล่นสามารถเดินเรียงกันได้เพียงแค่ประมาณ 500 คน ทั้งสองข้างทางเป็นหน้าผาหินสูงขึ้นไป 50 เมตรและเนื่องมาจากมันมีสายลมพัดแรงตลอดทั้งปีจนก่อให้เกิดเสียงหวีดหวิวราวกับเสียงผีร้องโหยหวน มันจึงทำให้สถานที่แห่งนี้ถูกตั้งชื่อว่าหุบเขาสเกรี่
บนหน้าผาทางด้านขวาของหุบเขาฮั่นเฟยได้ทำการใช้หุ่นยนต์ก็อบลินหมายเลข 1 ที่ลู่หยางได้ให้มาเพื่อทำการสร้างหอคอยขนาดเล็ก
เมื่อหอคอยถูกสร้างเสร็จแล้ว ลู่หยางก็ได้ใช้คทาวาร์ปทำการเทเลพอร์ตมายังหอคอย
“หัวหน้า”
“พี่ใหญ่”
ซุนหยู, ฮั่นเฟยและฮั่นชาพูดขึ้นมาพร้อมกัน
ลู่หยางพยักหน้าทักทาย ก่อนที่จะมองดูสภาพแวดล้อมโดยรอบ
“ทุกคนทำเวลาได้ดีมาก การเลือกจุดซุ่มโจมตีก็เลือกได้ดีมากด้วยเหมือนกัน”
“มันต้องขอบคุณร่มชูชีพที่หัวหน้าให้มา มันทำให้พวกเราสามารถกระโดดลงมาจากยอดเขาประหยัดเวลาเดินทางไปได้มากกว่าครึ่ง” ซุนหยูกล่าว
“วันนี้พวกเราจะให้ของขวัญชิ้นสุดท้ายกับหวังเถิงและถึงแม้พวกเขาจะอยู่พัฒนาในเมืองนอร์ทวินด์ แต่พวกเขาก็จะต้องอยู่อย่างหวาดระแวง” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
…
หลังจากเวลาผ่านพ้นไปไม่นาน มันก็มีผู้เล่นกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวตรงบริเวณทางเข้าของหุบเขา
“พวกมันมาแล้ว ทุกคนแอบกันเอาไว้ให้ดี ถ้าฉันไม่อนุญาตห้ามใครเคลื่อนไหวเป็นอันขาด” ลู่หยางสั่ง
“ครับ” ซุนหยูและฮั่นเฟยนำทีมถอยออกไปรอบริเวณด้านหลังเหลือเอาไว้เพียงแค่พวกฮั่นชาที่คอยยืนดูสถานการณ์จากด้านบนของหน้าผา
—
ในหุบเขา
หลังจากกองคาราวานผู้เล่นที่อพยพเกือบ 500,000 คนเคลื่อนที่ผ่านหุบเขาไป หวังเถิงก็เริ่มนำกองกำลังของเขาเดินทางเข้าไปในหุบเขาด้วยเช่นกัน
ฮั่นชาฉายภาพถ่ายทอดสดให้ลู่หยางดูอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมันก็ทำให้เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหวังเถิงคือคนนำทัพ โดยมีพวกบลัดไทแรนท์คอยเดินเคียงข้างอย่างประจบประแจง
“คุณหวังคุณช่างคาดการณ์ได้แม่นยำจริง ๆ ไม่น่าเชื่อเลยว่าลู่หยางจะไม่โจมตีพวกเราในระหว่างที่พวกเราทำการอพยพ” แบล็คบลัดพูดอย่างเอาใจ
“ฉันก็แค่ใช้กลยุทธ์เล็กน้อย ลู่หยางยังเด็กเกินไป บางทีเขาก็ไล่ตามความคิดของฉันไม่ทันหรอก” หวังเถิงกล่าวอย่างได้ใจ
“พี่ให้ผมฆ่ามันเลยดีไหมครับ?” ฮั่นชาถามด้วยแววตาอันเยือกเย็น
“ใจเย็น ๆ ถึงมันจะตายในเกมแต่มันก็ไม่มีความหมาย รอจัดการกับกองกำลังชุดทองของมันดีกว่าถึงจะมีประโยชน์ พวกนายลองหาดูหน่อยว่าทีมนักบวชของพวกมันอยู่ตรงไหน?” ลู่หยางกล่าว
“พวกมันอยู่ท้ายแถวครับ แต่ในทีมไม่ได้มีแค่นักบวชยังมีนักรบโล่กับนักเวทอยู่ใกล้ ๆ ด้วย คราวนี้พวกมันจัดทีมได้รอบคอบมาก” ฮั่นหยูกล่าว
“ที่พวกมันจัดทีมแบบนี้ก็เพื่อป้องกันพวกเราทำการโจมตีนั่นแหละ กองกำลังของพวกมันเคลื่อนที่เป็นระเบียบดีมากแถมขวัญกำลังใจก็น่าจะพอฟื้นกลับคืนขึ้นมาบ้างแล้วด้วย” ลู่หยางกล่าว
“ถึงขวัญกำลังใจของพวกมันจะฟื้นคืนมาแต่โดยรวมสภาพจิตใจของทั้งกองทัพก็ยังคงย่ำแย่อยู่ดี อีกอย่างตอนนี้พวกมันแทบจะเดินทัพไม่เป็นระเบียบแล้ว ผมเห็นพวกมันไม่เดินเป็นแถวกันด้วยซ้ำแต่เลือกจะจับกลุ่มคุยกันเป็นกลุ่ม ๆ” ฮั่นหยูกล่าว
“เมื่อกี้พวกมันถูกฉันเฝ้ามองพวกมันเลยพยายามอย่างสุดชีวิตเพื่อเตรียมตัวป้องกันแถมหวังเถิงกับบลัดไทแรนท์ยังนำทัพด้วยตัวเอง ขวัญกำลังใจของพวกมันเลยฟื้นกลับคืนมาเป็นการชั่วคราว แต่ตอนนี้พวกมันรู้ว่ากองกำลังของฉันไม่ได้ตามข้ามฝั่งมาในเขตเมืองนอร์ทวินด์ หวังเถิงจึงเริ่มปล่อยให้ทุกคนเดินทางกันได้อย่างสบายใจและทำให้ขวัญกำลังใจของทุกคนเริ่มตกต่ำกันเหมือนเดิม” ลู่หยางกล่าว
พวกฮั่นชาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ปล่อยกองหน้าของพวกมันไป พวกเราจะโจมตีเพียงแค่กองกำลัง 50,000 คนสุดท้ายพยายามบีบให้พวกมันวิ่งหนีไปไม่ให้ไปรวมกลุ่มกับกองกำลังหลัก” ลู่หยางหันไปสั่งการซุนหยูกับแบล็คเฟลม
“ได้ครับ” ซุนหยูกับแบล็คเฟลมรีบออกไปเตรียมตัวในทันที
—
ในหุบเขา
กองหน้าที่หวังเถิงนำทีมเดินทางมาจนถึงปลายหุบเขาแล้ว ส่วนกองหลัง 50,000 คนเพิ่งจะเดินทางเข้ามาในหุบเขาได้เพียงแค่ไม่นาน แล้วพวกเขาก็อยู่ในรัศมีการโจมตีของพวกลู่หยางพอดี
หวังเถิงหันกับไปมองหุบเขาสเกรี่พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะลั่น
“คุณหวังหัวเราะอะไรงั้นเหรอครับ?” แบล็คบลัดถามด้วยความสับสน
“ลู่หยางนี่มันโง่จริง ๆ ถ้ามันส่งกองกำลังมาดักซุ่มโจมตีพวกเราที่นี่ก่อน ไม่ว่ายังไงพวกเราก็คงจะออกจากหุบเขานี้ไม่ได้” หวังเถิงกล่าวอย่างดูถูก
พวกโซลออฟอีเทอนิตี้ต่างก็ส่งเสียงหัวเราะขึ้นมาด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาต่างก็คิดว่าครั้งนี้ลู่หยางได้เสียรู้ให้กับพวกเขาแล้ว
อย่างไรก็ตามในระหว่างที่ทุกคนกำลังหัวเราะกันอยู่นั้น ลู่หยางก็ได้นำทีมร่ายเวทมนตร์ต้องห้ามที่แท้จริง แม้กระทั่งนักเวทต้องห้ามอีก 140 คนก็กำลังท่องคาถาขึ้นมาพร้อม ๆ กัน
เมฆดำเริ่มรวมกันบนท้องฟ้าประกอบกับเสียงสายลมที่พัดแรงในหุบเขา มันจึงทำให้บรรยากาศบริเวณนี้ให้ความรู้สึกอันน่าสยดสยอง
“นั่นมันอะไร?” หวังเถิงถามพร้อมกับขมวดคิ้ว ขณะที่พวกบลัดไทแรนท์กำลังตัวสั่นไปทั้งตัว
“มันคือเวทมนตร์ต้องห้าม ทุกคนรีบหนีกันเร็วเข้า!!” โซลออฟอีเทอนิตี้ตะโกนลั่น เพราะภาพตรงหน้ามันเหมือนกับในตอนที่พวกเขากำลังพยายามป้องกันป้อมแบล็คร็อคเอาไว้ไม่มีผิด
“มันเป็นไปได้ยังไง?!” หวังเถิงพูดอย่างตกใจ
หลังจากที่เขาพูดจบลู่หยาง, เซาธ์วินด์, แบล็คเฟลม, แบล็คไนท์และมู่หยูก็ปล่อยเวทมนตร์ต้องห้ามเข้าใส่ศัตรูทั้ง 50,000 คนในหุบเขาพร้อมกัน
แบล็คเฮล!
ธันเดอร์พรีสซัน!
เดโมนิคเฟลม!
สแตติคสตอร์ม!
แบล็คโฮล!
เมฆดำบนท้องฟ้าถูกเปลี่ยนกลายเป็นสีแดงเพลิง ขณะที่หัวกระโหลกสีแดงกำลังปรากฏ มันก็มีหลุมดำก่อตัวในท้องฟ้าและสายฟ้าสีน้ำเงินที่กำลังฟาดลงพื้นอย่างต่อเนื่อง
ผู้เล่นทั้ง 50,000 คนในหุบเขาต่างก็ส่งเสียงร้องขึ้นมาอย่างโหยหวนและพยายามหลบหนีกันอย่างจ้าละหวั่นไม่มีใครคอยป้องกันเลยแม้แต่คนเดียว
เมเทโอเชาเวอร์!
ไอซ์สตอร์ม!
เอิร์ธเชค!
สเปซคัทติง!
…
นักเวทต้องห้ามตั้ง 140 คนปล่อยเวทมนตร์ออกมาด้วยเช่นกัน การเคลื่อนไหวในคราวนี้ปิดกั้นเส้นทางของผู้เล่น 50,000 คนเอาไว้ และทำให้ผู้เล่นทั้ง 50,000 คนถูกผลกระทบของเวทมนตร์เข้าไปเต็ม ๆ
เดิมทีขวัญกำลังใจของกองทัพก็กำลังตกต่ำจนถึงขีดสุด เมื่อพวกเขาถูกโจมตีอย่างไม่ทันตั้งตัว ทุกคนต่างก็พยายามวิ่งหนีกันอย่างตื่นตระหนกโดยไม่มีใครสนใจชีวิตของสหายที่ถูกขังอยู่ทางด้านหลัง
30 วินาทีต่อมาอุปกรณ์จำนวนนับไม่ถ้วนก็ร่วงหล่นอยู่เต็มพื้น ลู่หยางจึงหันไปสั่งการแบล็คเฟลมกับซุนหยูที่อยู่ใกล้ ๆ
“ใช้เอิร์ธเควคดราก้อนกับทามสเปสบาเรียปิดกั้นหุบเขาเอาไว้ ส่งนักเวทลงไปเก็บอุปกรณ์ ส่วนคนอื่น ๆ ตามฉันมาสร้างแนวป้องกัน”
นักบวชตายหมดแล้ววววว เดี๋ยวนะ! ตายแบบนี้ต้องไปกลับไปเกิดที่เมืองเซนต์กอลล์ใช่ไหม? เพราะยังไม่ได้เซฟจุดเกิดใหม่เลย