เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 487 รวมเมืองเซนต์กอลล์

บทที่ 487 รวมเมืองเซนต์กอลล์

บทที่ 487 รวมเมืองเซนต์กอลล์


บทที่ 487 รวมเมืองเซนต์กอลล์

ภูเขามังกร

ซุนหยูนำกองกำลัง 3,000 คนใช้ม้วนคัมภีร์เร่งความเร็วและเจ้าแห่งลมเพื่อเดินทางไปยังจุดสำหรับการจับสิงโตเพลิง

“พี่น้องทุกคนจงตั้งใจ อย่าให้มีข้อผิดพลาดเป็นอันขาด หัวหน้าใจดีกับพวกเราขนาดนี้ พวกเราต้องไม่ทำให้เขาผิดหวังอย่างเด็ดขาด” แบล็คโน้ตตะโกนเสียงดัง

“สู้โว้ย” เรดลีฟไฟอิ้งตะโกน

ผู้เล่นทั้ง 3,000 คนต่างก็ไม่เคยคิดว่าลู่หยางจะมีน้ำใจให้กับพวกเขาขนาดนี้ เพราะท้ายที่สุดบังเหียนแต่ละเส้นก็มีราคาสูงถึง 30,000 เครดิตเลยทีเดียว

หากใครจินตนาการไม่ออกว่าเงินจำนวน 30,000 เครดิตเป็นเงินสูงมากแค่ไหน ก็ต้องบอกว่าเงินจำนวนนี้คือรายได้เฉลี่ยของคนวัยทำงานคนหนึ่งที่ต้องทำงานไปตลอดทั้งปี ดังนั้นสำหรับประชาชนโดยทั่วไปเงินจำนวน 30,000 เครดิตจึงเป็นเงินที่มีมูลค่าสูงมาก

ด้วยเหตุนี้เองผู้เล่นทุกคนที่ขี่สัตว์ขี่ในช่วงเวลานี้ต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เล่นที่มีฐานะด้วยกันทุกคน ดังนั้นถึงแม้พวกเขาจะไม่ต้องมีฝีมืออันเก่งกาจหรือมีเลเวลที่สูงมาก แต่พวกเขาก็มีเสน่ห์มากพอที่จะดึงดูดเพศตรงข้ามให้เข้ามาหาได้อย่างมากมาย

อย่างไรก็ตามลู่หยางก็ได้มอบบังเหียนให้กับพวกเขาแล้วแถมยังให้ซุนหยูนำพวกเขามาจับสิงโตเพลิงซึ่งเป็นสัตว์ขี่ระดับสูงอีกด้วย ลองนึกภาพว่าถ้าหากพวกเขาขี่สิงโตเพลิงเคลื่อนไหวภายในเมืองพร้อมกัน ในเวลานั้นมันจะสร้างความตื่นตระหนกได้มากขนาดไหน

หลังจากแบล็คโน้ตจับสิงโตเพลิงได้เขาก็รีบขึ้นไปขี่มันในทันที

“เชี่ยโคตรเท่!!” แบล็คโน้ตกล่าวด้วยรอยยิ้มอันเบิกกว้าง

เรดลีฟไฟอิ้งมองไปยังสหายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา แต่ยังคงนั่งอยู่นิ่ง ๆ เพื่อรอคอยให้สิงโตเพลิงมาติดกับดักของตัวเองต่อไป

ซุนหยูรู้สึกว่าทุกคนยังจับสิงโตได้ช้าเกินไป เขาจึงส่งข้อความไปหาทุกคน

“ใครที่ยังจับสิงโตไม่ได้มารวมตัวกันที่นี่ พวกเราจะช่วยกันขุดหลุมใหญ่แล้วฉันจะไปล่อสิงโตพวกนั้นให้มันลงหลุมทีเดียว”

“เยี่ยมไปเลยหัวหน้า! พวกเราจะรีบไปเดี๋ยวนี้” ทุกคนตอบรับด้วยแววตาอันเป็นประกาย

ปัจจุบันพวกเขา 500 กว่าคนจับสิงโตเพลิงได้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังเหลืออีก 2,400 กว่าคนที่ยังจับสิงโตเพลิงไม่ได้ พวกเขาจึงช่วยกันขุดหลุมขนาดใหญ่เพื่อล่อให้สิงโตเพลิง 3,000 ตัวตกลงไปด้านล่าง

โฮก!

บริเวณปากเขา สิงโตเพลิงกว่า 20 ตัวกำลังใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ

ซุนหยูเปิดใช้งานความสามารถของเจ้าแห่งลมแล้วเริ่มวิ่งล่อพวกมันในทันที และภายใต้ความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาถึง 250% นี้ มันจึงทำให้พวกสิงโตไม่สามารถไล่ตามความเร็วของเขาได้ทัน

หุบเขามังกรมีพื้นที่กว้างใหญ่มาก หลังจากที่ซุนหยูวิ่งวนรอบหุบเขาไปได้ 1 รอบ เขาก็ลากสิงโตเพลิงกลับมาได้มากกว่า 2,000 ตัว

เด็กหนุ่มกระโดดข้ามหลุมกับดักบนพื้นดินอย่างช่ำชองและทำให้สิงโตเพลิงที่ตามมาทางด้านหลังพลาดท่าตกลงไปในหลุมมากกว่า 1,500 ตัว

“เลือกจับเฉพาะสิงโตตัวผู้เท่านั้น พวกมันเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าสิงโตตัวเมีย” ซุนหยูตะโกนสั่ง

“ครับ/ค่ะ!” ทุกคนตะโกนตอบรับอย่างยินดี

ซุนหยูทำการนั่งพักผ่อนเปลี่ยนให้พวกแบล็คโน้ตและผู้เล่นระดับสูงออกไปล่อสิงโตเพลิงมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหลังจากเวลาผ่านพ้นไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พวกเขาทั้ง 3,000 คนต่างก็ได้รับสิงโตเพลิงตัวผู้มาคนละ 1 ตัว

“หัวหน้าที่นี่เรียบร้อยแล้วครับ” ซุนหยูส่งข้อความไปบอกลู่หยาง

ป้อมปราการสกายมิสท์

“เร็วดีนี่ นายนำกองกำลังไปที่เขตป้อมสกายมิสท์ได้เลย เดี๋ยวฮั่นเฟยจะบอกแผนการขั้นต่อไปให้กับนายเอง” ลู่หยางตอบกลับข้อความของซุนหยูด้วยรอยยิ้ม

ติ๊ด ๆ ๆ

หวังเถิงติดต่อเข้ามา

“ประธานลู่หยาง ตอนนี้กองกำลังของผมกำลังจะเคลื่อนที่ผ่านป้อมปราการของคุณแล้วนะ”

“เชิญตามสบาย เดี๋ยวพวกผมจะไปส่งพวกคุณด้วย” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“ประธานลู่หยางอย่าลำบากเลย พวกเราเดินกันไปเองได้” หวังเถิงกล่าว

“ถ้าไม่ดูพวกคุณออกจากเขตเมืองเซนต์กอลล์ด้วยตัวเองแล้วผมจะวางใจได้ยังไง” ลู่หยางกล่าว

คำพูดตรง ๆ ของลู่หยางถึงกับทำให้หวังเถิงพูดไม่ออก

หลังจากวางสายไป ลู่หยางก็หันมาสั่งการว่า

“นำกำลังพล 100,000 คนตามฉันมา พวกเราจะไปตั้งแถวส่งพวกเขาออกจากเมืองกัน”

เจียงเจ๋อ, ไป๋ฉือ, เซี่ยหยู่เว่ย, โจวเทียนหมิงและบิทเทอร์เลิฟพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่แต่ละคนจะนำกองกำลัง 100,000 คนตามลู่หยางออกจากป้อมปราการ ขณะที่ฉิงชางคอยนำกองกำลังอยู่เฝ้าป้อม

ในตอนนี้แม่ทัพทั้ง 7 คนของลู่หยางต่างก็ล้วนแล้วแต่มีกองกำลังภายใต้การดูแลเป็นผู้เล่นชุดทองเกือบ 30,000 คน กองกำลัง 20,000 คนที่พวกเขาคัดสรรมาจึงต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือในกองกำลังของตัวเอง

เมื่อทุกคนเดินทางมาจนถึงจุดหมาย กองกำลังทั้ง 100,000 คนก็ตั้งแถวจัดทัพกันอย่างเป็นระเบียบราวกับว่าพวกเขาคือทหารที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นเวลานาน

ไกลออกไป

หวังเถิงนำกองกำลังกว่า 500,000 คนเดินมาจากในระยะไกล ซึ่งทุกคนต่างก็มีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง, หดหู่, อับจนหนทางและไม่อยากจะยอมรับกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น

แม้พวกเขาจะสมัครเข้าร่วมกิลด์เพราะค่าตอบแทนมหาศาล แต่พวกเขาก็มีความภาคภูมิใจในตัวเองด้วยเช่นกัน เดิมทีหลังจากที่พวกเขารวมกำลังกัน 4 กิลด์จนทำให้มีผู้เล่นชุดทองมากกว่า 200,000 คนและผู้เล่นชุดเงินมากกว่า 300,000 คน มันจึงทำให้ทุกคนต่างก็คิดว่ากิลด์ของตัวเองจะสามารถจัดการกับกองกำลังของลู่หยางได้ง่าย ๆ

อย่างไรก็ตามความเป็นจริงกลับกลายเป็นว่าลู่หยางไล่ตีกองทัพของพวกเขาจนแตกกระเจิงทำให้ทุกคนวิ่งหนีอย่างตื่นตระหนกราวกับฝูงนกที่ตกใจเสียงปืน

“นั่นมันกองกำลังของบลัดบราเธอร์ ทุกคนระวังตัวด้วย”

“ทุกคนอดทนเอาไว้นะ”

“ถ้าพวกเขาไม่ลงมือ พวกเราห้ามทำอะไรเด็ดขาด”

“ถึงแม้พวกเขาจะตะโกนด่าแต่พวกเราก็ต้องทน!”

เมื่อกองกำลังของหวังเถิงเริ่มเข้าใกล้กองกำลังของลู่หยางมากขึ้นเรื่อย ๆ เหล่าบรรดาหัวหน้าทีมก็พยายามกระชับคำสั่งกับลูกน้องภายในทีมของตัวเอง

คำสั่งมากมายถูกพูดออกไปซ้ำ ๆ สีหน้าของทุกคนจึงเปลี่ยนจากตื่นตระหนกเป็นใจเย็น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความโกรธในที่สุด

บลัดไทแรนท์, โซลออฟอีเทอนิตี้, แบล็คบลัดและออทัมสปริงนำกองกำลังหลัก 20,000 คนเดินผ่านหน้ากองกำลังของลู่หยาง

“ฉันไม่ชอบท่าทางมันเลย พวกเราตีพวกมันเลยดีไหม?” เจียงเจ๋อกล่าวโดยเขาไม่ชอบสีหน้าของบลัดไทแรนท์กับแบล็คบลัดเลยแม้แต่น้อย

“ใจเย็น ๆ นายลองสังเกตสีหน้าของพวกเขาดูดี ๆ สิ” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ

“เพราะมันทำหน้าแบบนั้น ฉันถึงอยากจะยกกองกำลังไปตีพวกมันยังไงล่ะ” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างหงุดหงิด

“ใจเย็น ๆ เอาไว้ก่อน ที่พวกเขาทำหน้าแบบนั้นไม่ใช่เพราะพวกเขาทำตัวหยิ่งยโส แต่มันเป็นความกลัวที่ผสมกับความอดกลั้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าถ้าหากมาบาดหมางกับฉันในตอนนี้ พวกเขาอาจจะกู้สถานการณ์ของตัวเองกลับคืนมาไม่ได้แล้ว” ลู่หยางกล่าว

“แล้วพวกเราจะทำยังไง?” เจียงเจ๋อถาม

“ก็แค่ยืนส่งพวกเขาออกไปจากเขตเมืองเซนต์กอลล์ก็พอ” ลู่หยางตอบ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

กองกำลังทั้ง 500,000 คนของหวังเถิงก็ได้เดินทางผ่านป้อมปราการสกายมิสท์ของลู่หยางไป ขณะที่ชายหนุ่มโบกมือออกคำสั่งให้กองกำลังคอยเดินตามหลังในระยะ 100 เมตร

การเคลื่อนไหวของลู่หยางทำให้พวกบลัดไทแรนท์เต็มไปด้วยความระแวง พวกเขาจึงเดินทัพด้วยสีหน้าอันเคร่งเครียด

“พวกนายเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?” ลู่หยางติดต่อไปหาซุนหยู

“พร้อมแล้วครับ” ซุนหยูตอบ

ป้อมปราการสกายมิสท์

หลังจากได้รับร่มชูชีพ 3,000 ชุดมาจากฮั่นเฟยและฮั่นชา ซุนหยูก็ได้แจกจ่ายร่มชูชีพให้ทุกคนทำการติดตั้งเอาไว้บนผ้าคลุม

“เดินทางไปตามเส้นทางนี้ พวกนายจะต้องถึงหุบเขาสเกรี่ของเมืองนอร์ทวินด์และเตรียมซุ่มโจมตีภายใน 3 ชั่วโมง” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับทำการแชร์เส้นทางให้ซุนหยู

“หัวหน้าไว้ใจผมได้เลยครับ” ซุนหยูตอบรับอย่างหนักแน่น

ลู่หยางวางสาย ก่อนจะนำกองกำลัง 100,000 คนเดินตามพวกหวังเถิงต่อไป

กองกำลังเคลื่อนที่ผ่านเนินหมาป่าดำ, ทุ่งดินแดง, ภูเขาลูม่า...

3 ชั่วโมงต่อมากองกำลัง 500,000 คนของหวังเถิงก็เดินทางมาจนถึงแม่น้ำเซอเพนไทน์ ซึ่งเป็นแม่น้ำที่ค่อนข้างตื้นเพราะส่วนที่ลึกที่สุดก็ลึกเพียงแค่เอวของผู้เล่นเท่านั้น

สิ่งสำคัญคือแม่น้ำสายนี้เป็นเส้นแบ่งเขตของเมืองหรืออาจจะพูดได้ว่าอีกฝั่งของแม่น้ำก็คือเขตของเมืองนอร์ทวินด์นั่นเอง

ระหว่างที่ลูกน้องกำลังเดินทางข้ามแม่น้ำ หวังเถิงก็ได้นำบลัดไทแรนท์, โซลออฟอีเทอนิตี้, แบล็คบลัด, ออทัมสปริงและกองกำลังผู้เล่นชุดทองอีก 80,000 คนคอยยืนรักษาการอยู่บริเวณริมฝั่ง

“ประธานลู่หยางขอบคุณที่มาส่งพวกเราออกจากเมืองเซนต์กอลล์ หวังว่าหลังจากนี้คุณจะเดินทางกลับได้อย่างสบายใจ” หวังเถิงหันไปพูดกับลู่หยาง

“ไม่เป็นไร ฉันไม่รีบ ฉันอยู่รอดูพวกคุณข้ามแม่น้ำกันไปจนหมดได้” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หลังจากพูดจบเขาก็นำหุ่นก็อบลินออกมาจากกระเป๋าในทันที ในเวลาไม่ถึง 10 นาทีหอคอยที่มีพื้นที่มากกว่า 100 ตารางเมตรและสูงขึ้นไปถึง 10 เมตรก็ถูกสร้างเอาไว้บริเวณริมฝั่งแม่น้ำ

กองกำลังของหวังเถิงจำเป็นจะต้องใช้เวลาข้ามแม่น้ำนานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งในระหว่างนั้นลู่หยางก็ได้สร้างหอคอยขึ้นมา 10 หอ โดยหอคอยแต่ละหอห่างจากริมแม่น้ำ 500 เมตรและห่างจากหอคอยที่อยู่ด้านข้าง 100 เมตร ทำให้ริมฝั่งแม่น้ำเซอเพนไทน์อยู่ในรัศมีการเฝ้าระวังของลู่หยางทั้งหมด

เมื่อสมาชิกบลัดบราเธอร์ได้เห็นหอคอยที่ลู่หยางสร้างขึ้นมา มันก็ทำให้ทุกคนอยากจะตะโกนด้วยความตื่นเต้น

ในทางกลับกันหอคอยเหล่านี้กลับทำให้สมาชิกภายในกองกำลังของหวังเถิงยิ่งรู้สึกหดหู่มากกว่าเดิม

พวกบลัดไทแรนท์มองหอคอยโดยไม่พูดอะไร เพราะพวกเขาทุกคนรู้ดีว่าลู่หยางกำลังพยายามเตือนไม่ให้พวกเขาทำอะไรโดยไม่ยั้งคิด

ยิ่งไปกว่านั้นหอคอยทั้ง 10 หอนี้ยังเป็นหลักฐานว่าพวกเขาถูกขับไล่ออกจากเมือง ในเวลาเพียงแค่ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเรื่องที่ลู่หยางสร้างหอคอยริมแม่น้ำจึงแพร่กระจายไปทั่วทั้งเซิฟเวอร์

“ฉันสาบานเลยว่าฉันจะต้องกลับมาแก้แค้นมันให้ได้” บลัดไทแรนท์สบถอย่างหงุดหงิด

หวังเถิงเหลือบสายตามองไปยังบลัดไทแรนท์อย่างดูถูก เพราะหลังจากอีกฝ่ายนำกองกำลังข้ามแม่น้ำมาฝั่งนี้ บลัดไทแรนท์ก็ไม่ได้มีค่าสำหรับเขาอีกต่อไปแล้ว

“คุณหวังพวกเราข้ามแม่น้ำมาจนหมดแล้วครับ” ฉู่หานรายงาน

หวังเถิงพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ เพราะการที่ฉู่หานสามารถนำกองกำลังกว่า 500,000 คนข้ามแม่น้ำได้ภายในเวลาเพียงแค่ชั่วโมงเดียว มันก็เป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดีว่าอีกฝ่ายคือคนที่มีความสามารถอย่างโดดเด่นจริง ๆ

“เอาล่ะทุกคนข้ามแม่น้ำได้” หวังเถิงยกมือสั่งการกองกำลังชุดสุดท้าย

ในที่สุดกองกำลังผู้เล่นชุดทองทั้ง 80,000 คนก็ข้ามแม่น้ำไปยังอีกฝั่งได้ด้วยดี หวังเถิงจึงหันมาคารวะให้กับลู่หยางอีกครั้งหนึ่ง

“ประธานลู่หยางแล้วพวกเราค่อยพบกันใหม่”

“แล้วพบกันใหม่” ลู่หยางยกมือคารวะกลับไปด้วยเช่นกัน ก่อนที่เขาจะหันไปตะโกนบอกลูกน้องด้านหลังทุกคน

“รวมกันเป็นหนึ่ง!”

“พวกเราชนะแล้ว”

“หลังจากนี้จะไม่มีใครกล้ามารังแกพวกเราอีกแล้ว”

“เมืองเซนต์กอลล์รวมกันเป็นหนึ่ง!” สมาชิกบลัดบราเธอร์ทั้ง 100,000 คนตะโกนขึ้นมาด้วยความยินดี

เซี่ยหยู่เว่ย, เจียงเจ๋อ, บิทเทอร์เลิฟและสามพี่น้องตระกูลไป๋ต่างก็เดินมาหยุดอยู่ข้าง ๆ ลู่หยางพร้อม ๆ กัน

“ยินดีด้วยค่ะหัวหน้า” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง

เธอไม่เคยคิดเลยว่าการที่เธอแพ้เดิมพันแล้วต้องมารวมกิลด์กับบลัดบราเธอร์ในวันนั้นจะทำให้เธอพัฒนามาจนถึงวันนี้

ตอนแรกเธอคิดว่าบลัดบราเธอร์จะเป็นเพียงแค่กิลด์เล็ก ๆ ที่ล่มสลายไปในเวลาเพียงแค่ไม่นาน แต่หลังจากที่พวกเธอผ่านศึกสงครามมา 22 ครั้ง ลู่หยางก็ได้นำกิลด์ที่เคยอ่อนแอพัฒนากลายเป็นกิลด์ที่ยิ่งใหญ่จนถึงสามารถขับไล่กิลด์ขนาดใหญ่ออกไปได้ทุกกิลด์ และได้รวมเมืองเซนต์กอลล์ให้กลายเป็น 1 ภายใต้การดูแลของพวกเธออย่างแท้จริง

“ยินดีด้วยครับหัวหน้า” สามพี่น้องตระกูลไป๋พูดขึ้นมาพร้อม ๆ กัน

ทั้ง 3 ได้ถูกลู่หยางชักชวนมาเข้าร่วมกิลด์จากสนามประลอง ซึ่งในตอนแรกพวกเขาไม่ได้เห็นความสำคัญของกิลด์เล็ก ๆ กิลด์นี้เลย พวกเขาแค่คิดว่าวันหนึ่งหลังจากที่พวกเขาพัฒนาจนเอาชนะลู่หยางได้ ในเวลานั้นพวกเขาก็จะลาออกมาจากกิลด์

อย่างไรก็ตามหลังจากที่พวกเขาผ่านศึกใหญ่และได้เห็นความแข็งแกร่งของลู่หยางด้วยตาของตัวเองมาแล้วหลายครั้ง ประกอบกับการได้เห็นกิลด์ค่อย ๆ พัฒนาไปทีละขั้นด้วยความพยายามของพวกเขาเอง มันก็ทำให้ทั้ง 3 หลงรักบลัดบราเธอร์เข้าแล้วจริง ๆ พวกเขาจึงเต็มใจจะร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับลู่หยาง ไม่ว่าในอนาคตพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับอะไรก็ตาม

ตอนนี้บลัดบราเธอร์ของลู่หยางสามารถเข้ายึดเมืองหลักสองเมืองของเผ่ามนุษย์ได้แล้ว ทำให้ลู่หยางกลายเป็นตำนานของเกมอย่างแท้จริง และในฐานะที่พวกเขาคือแม่ทัพคนสำคัญ มันจึงทำให้พวกเขาได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในตำนานอันยิ่งใหญ่นี้ไปด้วย

“พี่ชาย ฉันขอยอมรับว่านายนี่มันเก่งจริง ๆ” เจียงเจ๋อตบไหล่ลู่หยางอย่างยินดี

ตอนแรกเขาแค่เข้ามาเล่นเกมเพราะอยากหาอะไรเล่นสนุก ๆ เท่านั้น แต่ลู่หยางช่วยเขาพัฒนาความสามารถอย่างต่อเนื่องจนทำให้กลายมาเป็นหนึ่งในแม่ทัพของบลัดบราเธอร์และกลายเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ของกิลด์

แม้ตัวเขาจะไม่ได้สนใจเรื่องเงินเท่าไหร่นักและไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อของเขาถึงยอมทุ่มเงินถึง 1 พันล้านเพื่อลงทุนภายในกิลด์ ๆ นี้ แต่หลังจากได้เห็นความสำเร็จที่ลู่หยางสร้างมา เขาก็ต้องยอมรับในสายตาพ่อของตัวเองจริง ๆ และมันก็ทำให้เขารู้สึกเคารพลู่หยางมากยิ่งขึ้นไปอีก

“ยินดีด้วยครับหัวหน้า” บิทเทอร์เลิฟกล่าว

ในอดีตเขาเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มตบอับที่เข้าเกมมาคอยปกป้องโคลด์วิลโลว์อย่างเงียบ ๆ โดยในทุก ๆ คืนเขาก็ทำได้แต่คิดว่าหากวันหนึ่งโคลด์วิลโลว์ต้องไปคบหากับคนอื่น เขาจะสามารถทำใจยอมรับในเรื่องนั้นได้หรือเปล่า

อย่างไรก็ตามในเวลานั้นเขาก็มีความสามารถเพียงแค่น้อยนิดและไม่มีพลังมากพอจะไปยืนเคียงข้างโคลด์วิลโลว์ได้ ครั้งหนึ่งทีมทั้ง 5 คนของเขาก็ได้อยู่ในช่วงที่ย่ำแย่ที่สุดแล้วได้ถูกคนของบลัดไทแรนท์ไล่ล่าจนต้องวิ่งหนีไปหลายแผนที่

วันนั้นลู่หยางได้หยิบยื่นความช่วยเหลือให้กับพวกเขามา และชวนพวกเขาก่อตั้งกิลด์โดยยินดีจะให้หุ้นส่วนกิลด์กับพวกเขาด้วย แน่นอนว่าบิทเทอร์เลิฟเคยคิดว่าเรื่องนั้นมันเป็นเพียงแค่เรื่องตลก แต่ในตอนนี้เขากลับได้กลายเป็นแม่ทัพคนสำคัญของบลัดบราเธอร์ที่มีกองกำลังภายใต้การดูแล 50,000 คน มีป้อมปราการให้ดูแลจนทำให้ทุกคนต้องมองมาที่เขาด้วยความอิจฉา เมื่อหยุดต่อหน้าของลู่หยางเขาจึงมีความในใจอยากจะพูดอย่างมากมาย แต่สุดท้ายเขาก็พูดออกไปได้แค่ว่า

“ยินดีด้วยครับหัวหน้า…”

จบแล้วสำหรับอีบุ๊กเล่มที่ 6 ในที่สุดการเดินทางที่ยาวนานของลู่หยางกับบลัดบราเธอร์ที่ผ่านการต่อสู้แย่งชิงมาอย่างโชกโชนก็ได้กลายเป็นกิลด์อันดับ 1 ของเมืองเซนต์กอลล์กับซีเอ็มเพอเรอร์อย่างสมบูรณ์ แต่นี่ยังเป็นเพียงแค่ก้าวเล็ก ๆ ก้าวหนึ่งในการแก้แค้นลิ่วเจียเท่านั้น ลู่หยางจะเดินเกมยังไงเพื่อกำจัดคุณชายมหาเศรษฐีคนนี้ได้เพราะอีกฝั่งก็เป็นคนที่ฉลาดแกมโกงไม่น้อย ไปลุ้นกันต่อได้เลยจ้า

จบบทที่ บทที่ 487 รวมเมืองเซนต์กอลล์

คัดลอกลิงก์แล้ว