เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 486 เตรียมกองทัพสิงโตเพลิง

บทที่ 486 เตรียมกองทัพสิงโตเพลิง

บทที่ 486 เตรียมกองทัพสิงโตเพลิง


บทที่ 486 เตรียมกองทัพสิงโตเพลิง

“หัวหน้า คุณวางแผนจะลอบโจมตีพวกเขาในเขตเมืองนอร์ทวินด์งั้นเหรอครับ?” บิทเทอร์เลิฟกล่าว

“ใช่ ฉันจะยกกองกำลังผู้เล่นชุดทองไปฆ่าพวกมันทันทีที่เข้าเขตของเมืองนอร์ทวินด์” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับพยักหน้า

“ทำไมเราต้องไปขวางพวกมันด้วยล่ะครับ?” ไป๋เหลิงถามอย่างไม่พอใจ

“เพื่อชะลอความเร็วไม่ให้พวกมันยึดเมืองนอร์ทวินด์ได้เร็วเกินไปยังไงล่ะ ขอแค่พวกเราสามารถหยุดกองกำลังของหวังเถิงเอาไว้ได้ พวกมันก็ต้องชะลอแผนการยึดครองเมืองนอร์ทวินด์ออกไปอีกหลายวัน ขณะเดียวกันยิ่งพวกมันชะลอแผนการไปนานเท่าไหร่ พวกเราก็จะยิ่งมีเวลาให้พัฒนาไปนานเท่านั้น” ลู่หยางกล่าว

“แล้วพวกเราจะไปดักหน้าพวกเขาได้ยังไงคะ?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“ใช้สัตว์ขี่ในการเดินทางสิ ฉันเตรียมบังเหียนเอาไว้ให้สมาชิกเก่าของเรา 3,000 คนแล้ว” ลู่หยางกล่าว

“หัวหน้า! นั่นมันต้องใช้เงินเยอะมากเลยนะคะ!!” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวอย่างประหลาดใจ

บังเหียน 1 เส้นถูกขายในราคา 100 เหรียญทองหรือคิดเป็นเงิน 30,000 เครดิต หากลู่หยางซื้อบังเหียนให้สมาชิก 3,000 คนนั่นก็เท่ากับว่าเขากำลังจะต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 90 ล้านเครดิตเลยทีเดียว

“การลงทุนครั้งนี้ใช้เงินค่อนข้างเยอะก็จริงแต่ฉันยังพอมีกำลังจ่ายได้ ก่อนหน้านี้ฉันพึ่งบอกให้ถูเฟิงปล่อยเช่าร้านริมทะเลที่เมืองซีเอ็มเพอเรอร์ไปใช่ไหม ไหนลองรายงานมาซิว่าผลประกอบการการปล่อยเช่าร้านพวกนั้นเป็นยังไงบ้าง?” ลู่หยางกล่าว

“ฉันปล่อยเช่ารายปีไปหมดแล้ว ได้รับเงินมาทั้งหมด 102 ล้านเครดิต” ถูเฟิงกล่าว

“เยอะขนาดนั้นเลยเหรอ!” ทุกคนอุทานพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่

“ความจริงมันก็ไม่ใช่เงินเยอะเท่าไหร่นักหรอก แต่ตอนนี้พวกเรายังมีเงินน้อยจะวางแผนทำอะไรมันก็เคลื่อนไหวได้อย่างจำกัด อันดับแรกฉันเลยอยากจะช่วยพัฒนาสมาชิกดั้งเดิมของพวกเราก่อน เพราะถ้าไม่มีพวกเขาคอยช่วยเหลือเราในวันนั้น มันก็คงจะไม่มีบลัดบราเธอร์ในวันนี้” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

“ฝากพวกนายบอกพี่น้องสมาชิกเก่าที่เหลืออีก 10,000 กว่าคนด้วยว่าในอนาคตฉันจะซื้อบังเหียนให้กับพวกเขาด้วยเหมือนกัน สมาชิกทุกคนที่ช่วยฉันสร้างกิลด์มาตั้งแต่แรกฉันจะไม่ทอดทิ้งใครไปแม้แต่คนเดียว” ลู่หยางกล่าว

“หัวหน้าช่วยพวกเขาพัฒนามาโดยตลอด ตอนนี้พวกเขาทุกคนเติบโตกลายมาเป็นหัวหน้าทีมภายในกองทัพของพวกเราแล้ว ขณะที่คนที่โดดเด่นก็พัฒนากลายมาเป็นหัวหน้ากองพันและได้รับเงินเดือนจากกิลด์ไปใช้ชีวิตด้วยเหมือนกัน” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าวอย่างซาบซึ้ง

ลู่หยางเผยรอยยิ้มแต่ไม่พูดอะไร เพราะสำหรับเขาเงินมันก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขในบัญชีธนาคารเท่านั้น เพราะเพียงแค่ร้านตีเหล็กและร้านขายยาอีก 2 ร้านที่เขามีมันก็มากพอที่จะทำให้เขาใช้ชีวิตอย่างสบาย ๆ ไปได้ทั้งชาติแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นจุดประสงค์ที่เขามีชีวิตในชาตินี้ยังไม่ใช่การเล่นเกมเพื่อหาเงิน แต่เป็นการทำลายลิ่วเจียให้ราบคาบไม่ให้อีกฝ่ายไปทำลายชีวิตของใครอีก

“ฉันส่งรายชื่อไปที่ถูเฟิงแล้วให้ทุกคนที่มีรายชื่อไปรับเงินเพื่อซื้อบังเหียนได้เลย แต่จำเอาไว้ว่าระหว่างไปซื้อบังเหียนห้ามเปิดเผยตัวตนอย่างเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นคนที่เดือดร้อนก็จะเป็นพวกเราเองนี่แหละ” ลู่หยางกล่าว

ทุกคนพยักหน้ารับก่อนจะช่วยกระจายคำสั่งไปยังลูกน้องของตัวเอง

อีกด้านหนึ่ง

หวังเถิงเริ่มรวบรวมกองกำลังและประกาศยอมแพ้ต่อลู่หยางภายในช่องแชทโลก

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่จะสร้างความวุ่นวายภายในเมืองเซนต์กอลล์เท่านั้น เพราะมันส่งผลกระทบต่อกิลด์ทั่วทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์ ท้ายที่สุดไม่ว่าหวังเถิงจะยกกองกำลัง 500,000 คนไปที่เมืองไหน เขาก็สามารถที่จะเข้าปกครองเมือง ๆ นั้นได้ในทันที

ขณะที่ทุกคนกำลังกังวล หวังเถิงก็ประกาศเป้าหมายในการเดินทางไปยังเมืองต่อไป

“เราจะมุ่งหน้าไปยังเมืองนอร์ทวินด์!”

เมืองเซนต์กอลล์

ในห้องทำงานของหวังเถิง

“คุณหวัง คุณแน่ใจนะว่าลู่หยางยอมรับข้อเสนอของคุณแต่โดยดี?” โซลออฟอีเทอนิตี้ถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

“พวกแกคงไม่รู้หรอกว่าฉันขายพวกแก 4 คนเพื่อแลกกับข้อตกลงของลู่หยางต่างหาก” หวังเถิงคิดในใจแต่เขาก็ยังคงกล่าวไปด้วยสีหน้าอันเรียบเฉยว่า

“เรื่องนี้พวกนายไม่ต้องยุ่ง พวกนายรีบรวบรวมกองกำลังผู้เล่นชุดทองทั้ง 230,000 คนให้อพยพไปยังเมืองนอร์ทวินด์ด้วย ส่วนกองกำลังผู้เล่นชุดเงินอีก 300,000 กว่าคน หากใครอยากไปก็เดินทางไปพร้อมกัน ส่วนใครไม่อยากไปก็เชิญออกจากกิลด์ไปได้เลย”

ผู้เล่นที่สวมชุดอุปกรณ์ระดับทองต่างก็ล้วนแล้วแต่เซ็นสัญญา ‘ทาส’ กับหวังเถิงด้วยกันทั้งสิ้น หากพวกเขาไม่ต้องการจะปฏิบัติตามคำสั่ง พวกเขาก็จำเป็นจะต้องคืนอุปกรณ์ที่สวมใส่ให้กับหวังเถิงไป

อย่างไรก็ตามหลังจากเสียชีวิตพวกเขาก็สูญเสียอุปกรณ์บางส่วนของตัวเองไปแล้ว ดังนั้นถึงแม้พวกเขาอยากจะคืนอุปกรณ์แต่พวกเขาก็ไม่มีอุปกรณ์ให้คืน ยิ่งไปกว่านั้นราคาวัตถุดิบสำหรับการผลิตชุดอุปกรณ์ระดับทองยังพุ่งขึ้นไปสูงถึง 30 เหรียญทอง มันจึงไม่มีใครอยากจ่ายเงินจำนวนมหาศาลนี้เพื่อไถ่ชีวิตของตัวเอง

ไม่นานผู้เล่นชุดทองทั้ง 230,000 คนและผู้เล่นชุดเงินอีก 300,000 คนก็ตกลงที่จะอพยพออกจากเมืองเซนต์กอลล์ด้วยเช่นกัน

กองกำลังทั้ง 500,000 กว่าคนนี้เริ่มรวบรวมกำลังพลในทันทีทำให้ทั่วทั้งเมืองตกอยู่ในความวุ่นวาย

การอพยพในครั้งนี้ไม่ใช่การอพยพเฉพาะกองกำลังของหวังเถิงเท่านั้น เพราะผู้เล่นธรรมดาหลาย ๆ คนที่อยากย้ายเมือง, เหล่าบรรดาพ่อค้าที่เคยร่วมมือกับ 4 กิลด์ใหญ่, เพื่อนพี่น้องของสมาชิกกิลด์เหล่านี้ต่างก็ตัดสินใจที่จะออกเดินทางตามไปด้วย ทำให้โดยรวมแล้วกองคาราวานที่จะอพยพจากเมืองเซนต์กอลล์ไปยังเมืองนอร์ทวินด์จึงมีจำนวนโดยรวมอยู่เกือบ 1 ล้านคน

หน้าคอกสัตว์ ในพระราชวัง

“อลังการมาก เหตุการณ์ข้างนอกเหมือนกับภาพที่อยู่ในหนังเลย” บิทเทอร์เลิฟกล่าวขณะสังเกตความวุ่นวายด้านนอกเมือง

“ความจริงก็สงสารพวกเขาอยู่เหมือนกันนะ เพราะหลังจากที่พวกเราเริ่มโจมตีพวกเขาก็ต้องกลับมาเกิดใหม่ที่เมืองนี้อีก” ซุนหยูกล่าว

“นายอย่าไปสงสารพวกเขาเลย ลองจินตนาการดูสิว่าหากสงครามก่อนหน้านี้เป็นฝ่ายของพวกเราที่ได้รับความพ่ายแพ้ คนที่กำลังรวมตัวกันอยู่ในตอนนี้ก็จะเป็นเพื่อนพี่น้องของพวกเรา แล้วนายคิดว่าในตอนนั้นหวังเถิงจะยอมปล่อยพวกเราไปง่าย ๆ จริง ๆ เหรอ?” ฉิงชางกล่าวด้วยสีหน้าอันจริงจัง

ซุนหยูส่ายหน้าในทันที ก่อนที่เขาจะพูดด้วยแววตาที่รู้สึกผิด

“ขอบคุณที่เตือนสติครับ ผมรู้แล้วว่าควรจะต้องทำตัวยังไง”

“หัวหน้าล่ะ? ยังไม่มาเหรอ” เซี่ยหยู่เว่ยถาม

“ดูเหมือนเขาจะไปทำอะไรสักอย่าง ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” เจียงเจ๋อกล่าว

หุบเขาวินเทอร์วินด์

ลู่หยางกำลังพูดคุยกับโอบัค ช่างฝีมือใหญ่ของเผ่าก็อบลิน

“สหาย ฉันจะบอกความลับอย่างหนึ่งให้นะว่าความจริงเผ่าก็อบลินของเราต้องการจะสร้างอาณาจักรขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง” โอบัคกล่าวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความวาดฝัน

“ถ้าพวกคุณมีอะไรที่ต้องทำบอกผมมาได้เลย ผมยินดีให้ความช่วยเหลือ” ลู่หยางกล่าว

“นายไปพูดคุยรายละเอียดกับบีเซลเถอะ ตระกูลของเขารับหน้าที่ดูแลเรื่องพวกนี้ทั้งหมดเลย” โอบัคกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“หลังสงครามครั้งนี้จบผมจะไปหาบีเซลในทันที หากมีอะไรให้ผมช่วยเหลือผมยินดีช่วยอย่างสุดกำลัง” ลู่หยางกล่าว

“ขอบคุณมาก พวกเราชาวก็อบลินจะจ่ายค่าตอบแทนให้นายอย่างงามแน่นอน ว่าแต่คราวนี้มาหาฉันมีธุระอะไรงั้นเหรอ?” โอบัคกล่าว

“ผมมีธุระอยู่ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือผมต้องการซื้อวัตถุดิบสำหรับการสร้างหอคอยเพิ่ม ส่วนเรื่องที่ 2 คือผมอยากสร้างหอคอยขนาดใหญ่เพื่อให้คนเข้าไปพักภายในนั้น ไม่ทราบว่าคุณพอจะทำมันได้บ้างไหม?” ลู่หยางถาม

“สหาย นายมาได้ถูกจังหวะจริง ๆ ฉันเพิ่งคิดค้นหอคอยรูปแบบใหม่ได้สำเร็จ ถ้านายต้องการขอแค่จ่ายเงินมา 100 เหรียญทองฉันก็จะขายหุ่นก็อบลินที่สร้างหอคอยแบบนั้นให้กับนายตัวหนึ่ง” โอบัคกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ลู่หยางหยิบเงิน 100 เหรียญทองออกมาจ่ายให้กับโอบัคโดยไม่ลังเล

โอบัคมอบหุ่นยนต์ก็อบลินหมายเลข 2 ให้กับลู่หยางพร้อมกับถามว่า

“หินพิเศษสำหรับสร้างหอคอยราคาชุดละ 50 เหรียญทอง นายต้องการพวกมันกี่ชุด?”

“ผมมีหินพวกนั้นเหลือจากการขุดเหมืองอยู่เยอะแล้ว ตอนนี้ผมยังไม่ต้องการพวกมันหรอก” ลู่หยางกล่าว

ถูเฟิงได้จัดการให้สมาชิกใหม่ของกิลด์เข้าไปเก็บวัตถุดิบภายในเหมืองเพื่อแลกกับคะแนน ตอนนี้สิ่งที่บลัดบราเธอร์ไม่ขาดแคลนจึงเป็นวัตถุดิบจากในเหมือง, อุปกรณ์ระดับเริ่มต้นและหนังสือสกิลระดับต่ำ

ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังได้รับไอเท็มต่าง ๆ มาหลังจากได้รับชัยชนะในสงครามแต่ละครั้งด้วย

“ถ้าอย่างนั้นก็อย่าลืมไปหาบีเซลหลังสงครามจบด้วยล่ะ” โอบัคกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

“ไว้ใจได้เลยครับ ผมไม่ลืมแน่” ลู่หยางกล่าวก่อนจะเทเลพอร์ตกลับไปยังเมืองเซนต์กอลล์

“พวกนายเตรียมของครบแล้วหรือยัง?” ลู่หยางติดต่อไปถามฮั่นชา

“ครบแล้วครับ” ฮั่นชาตอบ โดยก่อนหน้านี้ลู่หยางมอบหมายให้พวกเขาทั้ง 12 คนไปรวบรวมร่มชูชีพมา 3,000 ชุด

“แล้วพวกเจียงเจ๋อล่ะ?” ลู่หยางถาม

“ทุกคนนำกองกำลัง 290,000 คนไปรวมพลภายในป้อมสกายมิสท์แล้วครับ” ฮั่นชาตอบ

ลู่หยางเทเลพอร์ตไปยังป้อมสกายมิสท์ในทันที ก่อนจะได้เจอพวกเจียงเจ๋อบนกำแพง

“หัวหน้า พวกเราซื้อบังเหียนแจกให้สมาชิกเก่าทั้ง 3,000 คนแล้วค่ะ ตอนนี้พวกเขากำลังออกไปจับสิงโตเพลิงที่หุบเขามังกร” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว

“กว่าพวกเขาจะจับสิงโตได้จะทันการหรือเปล่าเนี่ย ตอนนี้พวกหวังเถิงเริ่มอพยพแล้วนะ” เจียงเจ๋อกล่าวอย่างร้อนใจ

“ใจเย็น ๆ พวกเรามีเวลาเล่นกับพวกเขาอีกเยอะ” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม

การเดินทางจากป้อมปราการฟลาวเวอร์ของเมืองเซนต์กอลล์ไปยังป้อมปราการโคลด์วินด์ของเมืองนอร์ทวินด์จำเป็นจะต้องใช้เวลา 6 ชั่วโมง และการเดินทางต่อไปยังเมืองนอร์ทวินด์จำเป็นจะต้องใช้เวลาอีก 2 ชั่วโมง ทำให้โดยรวมแล้วการเดินทางในครั้งนี้จำเป็นจะต้องใช้เวลาเดินทางไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง

จบบทที่ บทที่ 486 เตรียมกองทัพสิงโตเพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว