- หน้าแรก
- นักฆ่าเพลิงโลหิตได้รับสิทธิ์มาเกิดใหม่
- บทที่ 485 หวังเถิงล่าถอย
บทที่ 485 หวังเถิงล่าถอย
บทที่ 485 หวังเถิงล่าถอย
บทที่ 485 หวังเถิงล่าถอย
คำแก้ตัวของบลูสกายที่พยายามโยนความผิดให้พวกบลัดไทแรนท์ทำให้พวกบลัดไทแรนท์ที่เคยตกอยู่ในความสิ้นหวังพลันเปลี่ยนท่าทางเต็มไปด้วยความโกรธเกี้ยว
“นายพูดแบบนี้ได้ยังไง? ไม่ว่าใครก็รู้ว่าพวกเราต้องเสียป้อมไปเพราะลู่หยางใช้เวทมนตร์ต้องห้ามมาถล่มพวกเรา ยอมรับมาซะดี ๆ เถอะว่าตัวเองเป็นพวกไร้ประโยชน์ถึงได้ถูกลู่หยางดักซุ่มโจมตีได้ง่าย ๆ แบบนี้” แบล็คบลัดกล่าวอย่างไม่พอใจ
โซลออฟอีเทอนิตี้ยกแขนขึ้นมาจับไหล่เพื่อห้ามแบล็คบลัดเอาไว้ ก่อนที่เขาจะหันไปพูดกับหวังเถิง
“คุณหวังเรื่องมันก็มาจนถึงขั้นนี้แล้ว คุณสั่งการมาเถอะว่าพวกเราจะต้องทำอะไรต่อไป?”
หวังเถิงจ้องไปยังสกายโดเมนวอริเออร์และบลูสกายด้วยแววตาอันเยือกเย็น ซึ่งหลังจากที่เขาใช้เวลาคิดอยู่สักพักเขาก็พูดขึ้นมาว่า
“ถ้าจะรอให้พวกนาย 2 คนกลับมาที่เมืองเซนต์กอลล์ มันจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน?”
สกายโดเมนวอริเออร์กับบลูสกายหันมาสบตากันด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความลำบากใจ
“คุณหวังขวัญกำลังใจพี่น้องภายในกิลด์ของเรากำลังตกต่ำจนถึงขีดสุด หากจะให้พวกเขาเร่งเดินทางติดต่อกันอีก 6 ชั่วโมง ผมคิดว่าทุกคนก็คงจะต่อต้านคำสั่งของผมแน่ ๆ” สกายโดเมนวอริเออร์กล่าว
“ทางฝั่งของผมก็เหมือนกัน พวกเราคงออกเดินทางเร็ว ๆ นี้ไม่ได้แล้ว” บลูสกายกล่าวเสริม
หวังเถิงชะงักค้างไปในทันที เพราะเขาไม่คิดว่าทั้งสองคนจะปฏิเสธออกมาตรง ๆ
“จะหาเหตุผลมาแก้ตัวให้สวยหรูไปทำไม แค่บอกว่าไม่กล้ามาแค่นั้นมันก็จบแล้ว” บลัดไทแรนท์กล่าวอย่างเยาะเย้ย
“พวกนายลองไปนำทัพ 6 ชั่วโมงแล้วถูกศัตรูดักซุ่มโจมตีดูสิ จะได้รู้ว่าพวกเรารู้สึกกันยังไง ที่ฉันถูกลูกน้องบ่นอยู่ตอนนี้ไม่ใช่เพราะว่าพวกฉันยกกองกำลังมาช่วยพวกนาย 4 กิลด์เหรอ” บลูสกายกล่าวอย่างไม่พอใจ
บลัดไทแรนท์พยายามจะพูดตอบโต้กลับไป แต่โซลออฟอีเทอนิตี้ก็เอื้อมมือมาห้ามเขาเอาไว้เสียก่อน
“คุณหวังพวกเราควรจะทำยังไงกันต่อ?” โซลออฟอีเทอนิตี้ถาม
หวังเถิงเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างจนใจ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า
“พวกนายก็น่าจะรู้ว่ากองกำลังของพวกนายทั้ง 4 กิลด์สู้กองกำลังของลู่หยางไม่ได้ ถ้าสกายโดเมนวอริเออร์กับบลูสกายไม่ส่งกำลังมาเสริมแล้วฉันจะทำอะไรได้อีก”
ทันใดนั้นหัวหน้ากิลด์ทั้ง 4 คนต่างก็ตกอยู่ในอาการที่เต็มไปด้วยความอึดอัด
“พวกเราถือโอกาสนี้ย้ายออกจากเมืองเซนต์กอลล์กันเถอะ พรุ่งนี้พวกนายทั้ง 4 กิลด์เตรียมตัวย้ายไปเมืองอื่นได้เลย ส่วนจะย้ายไปเมืองไหนเดี๋ยวฉันขอคำแนะนำจากคุณชายลิ่วก่อน” หวังเถิงกล่าว
“ครับ” พวกโซลออฟอีเทอนิตี้ทั้ง 4 คนพยักหน้ารับพร้อมกัน
“แล้วเรื่องอุปกรณ์ล่ะครับ?” โซลออฟอีเทอนิตี้พยายามลองถามเพื่อหยั่งเชิงดู
หวังเถิงนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร ก่อนที่เขาจะออฟไลน์ออกไปเพื่อพูดคุยกับลิ่วเจีย
—
20 นาทีต่อมา
บ้านพักส่วนตัวของลิ่วเจีย
หวังเถิงเดินทางมายังบ้านพักของลิ่วเจียพร้อมกับรายงานสถานการณ์ทั้งหมดโดยละเอียด
“ดูเหมือนฉันจะประเมินเกมนี้ต่ำเกินไป ไม่เป็นไรสงครามจบแบบนี้ก็ถือว่าไม่เลวเหมือนกัน พวกเราสามารถใช้โอกาสนี้รวมทั้ง 6 กิลด์นั้นเข้าด้วยกันได้ ฉันปล่อยให้นายจัดการเรื่องนี้ได้ใช่ไหม?” ลิ่วเจียถาม
“คุณชายลิ่ววางใจได้ ผมจะรวมกิลด์ทั้ง 6 เข้าด้วยกันตามคำสั่งแล้วจะทำการไล่พวกเขาทั้ง 6 คนออกจากกิลด์” หวังเถิงกล่าว
“ถ้ามีปัญหาอะไรก็ติดต่อมาหาฉันได้ตลอด ฉันเชื่อในความสามารถของนายนะ” ลิ่วเจียกล่าวพร้อมกับพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
“ขอบคุณครับ” หวังเถิงตอบรับอย่างโล่งอก ก่อนที่เขาจะกลับไปยังห้องทำงานในบริษัทแล้วทำการสวมหมวกเพื่อเข้าสู่เกม
—
หัวหน้ากิลด์ทั้ง 6 ยังคงรอเขาอยู่ในพื้นที่พิเศษ หลังจากหวังเถิงปรากฏตัวเขาจึงพูดขึ้นมาว่า
“ฉันไปปรึกษากับคุณชายลิ่วแล้ว เขาสั่งให้พวกเราถอยไปตั้งหลักที่เมืองมิรันโด”
“แล้วเรื่องรวมกิลด์ล่ะครับ พวกเราไม่รวมกิลด์กันได้ไหม?” โซลออฟอีเทอนิตี้ถาม
“นายล้อฉันเล่นงั้นเหรอ?! พวกนายสัญญากับฉันเองว่าหากพวกนายรักษาป้อมเอาไว้ไม่ได้ พวกนายจะรวมกิลด์เข้าด้วยกันแล้วตอนนี้พวกนายยังจะมาเรียกร้องอะไรอีก?” หวังเถิงกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเยาะเย้ย
โซลออฟอีเทอนิตี้ก้มหน้าลงโดยไม่พูดอะไร ส่วนบลัดไทแรนท์กำลังมีเส้นเลือดที่ปูดโปนทั่วทั้งใบหน้า แต่เขาก็พูดอะไรไม่ออก ขณะที่ทางแบล็คบลัดกับออทัมสปริงกำลังส่ายหน้าไปมาอย่างหมดหนทาง
“จริง ๆ การรวมกิลด์เข้าด้วยกันมันก็ไม่เลวนะ ถ้าหากกิลด์ของพวกนายถูกรวมเข้าด้วยกัน กองกำลังของพวกนายก็คงจะไม่พ่ายแพ้ยับเยินขนาดนั้น” สกายโดเมนวอริเออร์กล่าว
“นายพูดถูกแล้ว ดังนั้นฉันจึงคิดที่จะรวมทั้ง 4 กิลด์นี้เข้ากับกิลด์ของนาย” หวังเถิงกล่าว
“ด้วยความยินดีเลยครับ” สกายโดเมนวอริเออร์กล่าวด้วยแววตาอันเป็นประกาย
“ไอ้โง่” โซลออฟอีเทอนิตี้แอบด่าภายในใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงกันตามนี้ พรุ่งนี้เช้าฉันจะไปคุยกับลู่หยางพร้อมกับเริ่มทำการย้ายเมือง” หวังเถิงกล่าวแต่ภายในใจของเขาก็อยากจะลองยกทัพไปตั้งหลักที่เมืองนอร์ทวินด์ดูก่อน
—
เช้าวันรุ่งขึ้น
8 โมงเช้า
ในระหว่างที่ผู้เล่นกำลังทยอยกันเข้ามาภายในเกม มันก็มีข่าวใหญ่จากเมื่อคืนแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว
“นายได้ยินเรื่องนี้หรือยัง? เมื่อคืนลู่หยางใช้กองกำลังผู้เล่นชุดทอง 60,000 คนดักซุ่มโจมตีกองกำลังของบลูคริสตัลจากเมืองแฮนนิบัลและกองกำลังของสกายโดเมนจากเมืองนอร์ทวินด์ที่เนินหมาป่าดำ ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายมีกองกำลังรวมกันมากกว่า 100,000 คน”
“จริงเหรอ?”
“จริงสิ เรื่องนี้มีภาพหลักฐานด้วยนะ ไม่เชื่อก็ไปดูที่ฟอรั่มของเกมได้เลย ภาพถ่ายจากเหตุการณ์นี้สวยมาก ฉันได้ยินมาว่าทางผู้พัฒนายอมลงทุนซื้อภาพนี้มาในราคาตั้ง 10,000 เครดิต”
“โอ้โห! องค์ประกอบภาพโคตรสวยเลย”
“ประธานลู่หยางนี่น่าเกรงขามจริง ๆ คนที่นอนตายอยู่ใกล้ ๆ เขานั่นไม่ใช่สกายโดเมนวอริเออร์กับบลูสกายหรอกเหรอ?”
…
ภาพนี้คือภาพที่ฮั่นเมิ่งถ่ายเก็บไว้เป็นที่ระลึกและถูเฟิงได้ทำการอัปโหลดขึ้นอินเตอร์เน็ตเพื่อทำการโฆษณาบลัดบราเธอร์ แต่ใครจะไปคิดว่าในท้ายที่สุดทางผู้พัฒนาจะมาขอซื้อลิขสิทธิ์ภาพจากพวกเขาไป
หวังเถิงตื่นเช้ามาเข้าเกมและกำลังจะไปคุยกับลู่หยางเรื่องการถอนทัพ แต่หลังจากที่เขาได้เห็นภาพ ๆ นี้มันก็ทำให้เขาโกรธจนใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียว
[ช่องแชทโลก] ลู่หยาง: หวังเถิงกองกำลังบลัดบราเธอร์ทั้งหมดเตรียมพร้อมแล้ว ไม่ทราบว่าทางฝั่งคุณจะต้องใช้เวลาเตรียมตัวอีกนานแค่ไหน?
หวังเถิงอยากจะออกไปฆ่าลู่หยางด้วยมือตัวเอง แต่ทันทีที่เขาเดินทางมายังหน้าสำนักงานบลัดบราเธอร์ เขากลับได้พบกับถูเฟิงที่กำลังเดินออกมาทางด้านนอก
“คุณมาที่นี่ทำไม?” ถูเฟิงจดจำหวังเถิงได้ในทันที เพราะชุดสูทผูกเนคไทของอีกฝ่ายเป็นชุดที่ค่อนข้างจะโดดเด่นภายในเกมแฟนตาซีแห่งนี้
“รบกวนติดต่อประธานลู่หยางให้ด้วย บอกเขาว่าฉันหวังเถิงมีเรื่องจะพูดคุยกับเขา” หวังเถิงกล่าว
“เดี๋ยวผมจะลองส่งข้อความถามเขาดูให้” ถูเฟิงกล่าว
ลู่หยางกำลังจัดทัพอยู่ในป้อมปราการฟลาวเวอร์ หลังจากที่เขาได้รับข้อความจากถูเฟิง เขาจึงตอบกลับไปว่า
“ได้ บอกเขาด้วยว่าฉันจะเชิญเขาเข้าไปคุยในพื้นที่พิเศษ”
หลังจากพูดจบลู่หยางก็มาปรากฏตัวในพื้นที่พิเศษ หลังจากนั้นหวังเถิงก็ปรากฏตัวตามมาในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที
“ไม่ทราบว่าคุณมีธุระอะไร?” ลู่หยางถามโดยพยายามเก็บความแค้นของตัวเองเอาไว้
“ประธานลู่หยางเรื่องที่ผ่านมาต่างก็ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องเข้าใจผิด ตอนนี้พวกเรารับรู้ถึงความแข็งแกร่งของบลัดบราเธอร์แล้ว ดังนั้นฉันจึงต้องการจะเจรจาสงบศึก” หวังเถิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เจรจาสงบศึก? คุณอย่ามาพูดล้อเล่นแบบนี้เลย เมื่อวานพวกเรายังมีความบาดหมางกันอย่างหนัก แต่วันนี้คุณจะมาเจรจาสงบศึก คุณคิดว่าผมเป็นคนโง่เหมือนกับบลัดไทแรนท์งั้นเหรอ?” ลู่หยางกล่าวพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะเยาะ
ท้ายที่สุดหากเมื่อวานพวกบลัดไทแรนท์เอาชนะบลัดบราเธอร์ได้สำเร็จ พวกเขาก็จะถูกกวาดล้างออกจากเมืองเซนต์กอลล์แล้วต้องสูญเสียป้อมปราการทั้งหมดภายในเมืองแห่งนี้ไป
“เอาเป็นว่าผมรับรู้ถึงความเก่งกาจของพวกคุณแล้วและผมก็จะมาบอกลาก่อนจะนำทุกคนอพยพออกไปจากเมืองเซนต์กอลล์” หวังเถิงกล่าว
ลู่หยางพอจะคาดเดาเอาไว้ได้แล้วว่าหวังเถิงจะต้องพูดแบบนี้ เขาจึงเผยรอยยิ้มพร้อมกับถามกลับไปว่า
“ถ้าคุณเต็มใจถอยทัพก็เชิญเลย หากมีโอกาสพวกเราก็อาจจะเป็นพันธมิตรกันในภายภาคหน้าก็ได้ ว่าแต่คุณมาหาผมเพียงเพราะเรื่องแค่นี้เองงั้นเหรอ?”
แววตาของหวังเถิงเป็นประกายขึ้นมาในทันที ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาว่า
“แน่นอนว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่ผมกำลังเตรียมนำทุกคนอพยพไปยังเมืองนอร์ทวินด์ หลังจากพวกเราสงบศึกกันแล้วผมก็หวังว่าคุณจะไม่ดักโจมตีกองกำลังของผมระหว่างทาง”
“คุณคิดจะนำกำลังคนไปตั้งหลักที่เมืองนอร์ทวินด์แล้วกลับมาสู้กับผมทีหลัง คุณคิดว่าผมเป็นคนที่โง่มากนักงั้นเหรอ?” ลู่หยางถาม
“คุณเข้าใจผิดแล้ว เพียงแต่พวกเราลงทุนในเมืองนอร์ทวินด์ไปมาก พวกเราเลยไม่สามารถจะทิ้งที่นั่นไปเฉย ๆ ได้ แต่ผมสัญญาว่าต่อไปกิลด์ของเราจะไม่สร้างความขัดแย้งกับคุณอีกต่อไป คุณก็น่าจะรู้ว่าความขัดแย้งในก่อนหน้านี้มันเกิดขึ้นจากความแค้นของบลัดไทแรนท์, โซลออฟอีเทอนิตี้และแบล็คบลัดที่มีต่อคุณ”
“ตอนนี้กิลด์ของพวกเขาทั้ง 3 คนกำลังจะถูกรวมเข้าด้วยกันแล้ว ส่วนหัวหน้ากิลด์ทั้ง 3 ก็จะถูกขับไล่ออกจากกิลด์ใหม่ที่ถูกรวมขึ้นมาด้วยเหมือนกัน คุณคิดว่าในอนาคตพวกเรายังจะมีความบาดหมางกันอยู่อีกงั้นเหรอ?”
ลู่หยางเผยรอยยิ้มขึ้นมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะพูดออกไปว่า
“คุณไม่กลัวผมเอาเรื่องที่คุณพูดในวันนี้ไปบอกพวกเขางั้นเหรอ?”
หวังเถิงยิ้มและพูดออกมาว่า
“ผมรู้ดีว่าคุณเกลียดพวกเขามากกว่าผมซะอีก ความจริงผมก็ไม่ชอบพวกเขาอยู่เหมือนกัน เพราะถึงแม้พวกเขาจะรวมกำลังเข้าด้วยกันแต่พวกเขาก็ยังเอาชนะคุณคนเดียวไม่ได้ เรื่องนี้เลยทำให้ผมโดนเจ้านายดุด่าอย่างหนัก ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายลิ่วพยายามปกป้องเอาไว้ ญาติพี่น้องของเขาก็คงจะบังคับให้ผมต้องลาออกจากบริษัทแล้ว ตอนนี้พวกเราถือว่าเป็นพวกเดียวกันที่อยากจะขับไล่พวกเขาออกไปให้พ้น ๆ กิลด์”
ลู่หยางแสร้งทำเป็นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“หากคุณเต็มใจกำจัดบลัดไทแรนท์กับแบล็คบลัดให้กับผม ผมก็ยินดีจะปล่อยคุณไปที่เมืองนอร์ทวินด์อย่างยินดี ผมรับรองว่าตลอดเส้นทางในเขตเมืองเซนต์กอลล์จะไม่มีใครกล้าแตะต้องกองทัพของพวกคุณอย่างเด็ดขาด แต่เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนคุณต้องยกเมืองแฮนนิบัลให้กับผม ไม่อย่างนั้นพวกเราก็อาจต้องรบกันอีก”
“ผมขอเวลาจัดการเรื่องนี้ก่อน เดี๋ยวผมจะช่วยเกลี้ยกล่อมให้บลูคริสตัลออกจากเมืองแฮนนิบัลให้” หวังเถิงกัดฟันกล่าว
ลู่หยางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม
“คุณหวังพูดตรง ๆ นะว่าในอนาคตพวกเราคงจะต้องรบกันเพื่อแย่งชิงความเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ว่าเรื่องราวในอนาคตจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้ผมก็หวังว่าคุณจะช่วยจัดการบลัดไทแรนท์กับแบล็คบลัดอย่างเด็ดขาด อย่าให้พวกเขามาทำให้พวกเราต้องบาดหมางกันอีก”
หวังเถิงพึ่งได้เห็นวิธีการเจรจาของลู่หยางเป็นครั้งแรก เขาจึงเผยรอยยิ้มขึ้นมาด้วยความขมขื่นก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“ขอบคุณประธานลู่หยางมาก ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อน”
“เชิญตามสบาย” ลู่หยางกล่าว
หลังจากหวังเถิงออกจากพื้นที่พิเศษแล้วลู่หยางก็ส่งข้อความไปหาพวกฉิงชางอย่างรวดเร็ว
“เรียกรวมแกนหลักทุกคนเข้าประชุมในพื้นที่พิเศษ”
แสงสว่างปรากฏในพื้นที่พิเศษ 20 กว่าครั้ง ก่อนที่แกนหลักทุกคนจะเข้ามาในห้องประชุมกันอย่างครบถ้วน
“มีอะไรเหรอคะหัวหน้า?” เซี่ยหยู่เว่ยถาม
“เมื่อกี้หวังเถิงพึ่งมาเจรจากับฉัน โดยเขาตั้งใจจะยอมแพ้และออกจากเมืองเซนต์กอลล์แต่โดยดี” ลู่หยางกล่าว
“เยี่ยม! ในที่สุดพวกเราก็ชนะแล้ว” ฉิงชางกล่าวอย่างตื่นเต้น
“หัวหน้า หวังเถิงได้บอกหรือเปล่าครับว่าเขาจะย้ายไปเมืองไหน?” โจวเทียนหมิงถาม
“เมืองนอร์ทวินด์” ลู่หยางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“อะไรนะ?! นั่นมันอยู่ข้าง ๆ พวกเราเลยไม่ใช่เหรอ ขอแค่เดินทาง 6 ชั่วโมงพวกเขาก็เดินทางมาถึงเมืองเซนต์กอลล์แล้ว” ไป๋ฉือกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว
“พวกมันยังคิดจะกลับมาแก้แค้นพวกเราอีกสินะ” บิทเทอร์เลิฟกล่าว
“แบบนี้พวกเราก็ปล่อยพวกมันไปไม่ได้ นอกจากจะย้ายไปเมืองใหม่พวกเราก็จะปล่อยให้พวกมันถอยกลับไปตั้งหลักง่าย ๆ ไม่ได้เด็ดขาด” เซี่ยหยู่เว่ยกล่าว
ลู่หยางส่ายศีรษะไปมาพร้อมกับพูดว่า
“ฉันตกลงกับเขาแล้วและเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับเมืองแฮนนิบัล ฉันจึงให้คำรับรองว่าจะไม่มีใครโจมตีกองกำลังของเขาภายในเขตเมืองเซนต์กอลล์”
“ทำไมหัวหน้าถึงไปตกลงกับเขาแบบนั้นล่ะครับ?” ฉิงชางถามอย่างไม่เข้าใจ
“ฉันแค่ให้คำรับรองกับเขาว่าจะไม่มีใครโจมตีพวกมันภายในเมืองเซนต์กอลล์ แต่ฉันไม่ได้ให้คำรับรองกับพวกมันว่าจะไม่มีใครบุกโจมตีพวกมันภายในเขตเมืองนอร์ทวินด์สักหน่อย” ลู่หยางกล่าวโดยแววตาอันเยือกเย็น
พูดไม่หมด เจอเหลี่ยมใส่เลย 5555